เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 - ลงมือดุเดือด

บทที่ 80 - ลงมือดุเดือด

บทที่ 80 - ลงมือดุเดือด


นายท่านต่งผู้ซึ่งมักจะสงบนิ่งมาตลอด กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น เขาพยายามสะกดกลั้นความยินดีแล้วเอ่ยขึ้น "เธอแพ้แล้ว!"

ต่งหมิงหลี่ยิ่งตื่นเต้นกว่า เขากำหมัดชูขึ้นฟ้าแล้วตะโกนลั่น "ตระกูลโจว ที่พึ่งของพวกแกพังทลายลงแล้ว พวกแกจะเอาอะไรมาอวดเบ่งอีกล่ะ"

"อาจารย์!" โจวซินเยว่รีบหันไปมองกัวเชี่ยวเวย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

กัวเชี่ยวเวยเซถอยหลังไปหลายก้าว เธอเอื้อมมือไปยันกำแพงเอาไว้ ร่างกายอรชรภายใต้ชุดกระโปรงยาวสั่นเทาอย่างรุนแรง ใบหน้าที่สวยจนแทบจะทำให้ผู้คนลุ่มหลง ตอนนี้แดงก่ำเพราะการหอบหายใจอย่างหนัก

โจวคุนเผิงเห็นกัวเชี่ยวเวยเสียเปรียบและคิดว่าตัวเองกำลังจะโดนหยามหน้าในบ้านตระกูลต่งเป็นครั้งที่สาม เขาก็สติแตกตะโกนลั่น "พี่ รีบหนีกันเถอะ อาจารย์พี่ยังแพ้เลย ถ้าเดี๋ยวซูฮ่าวหรานโผล่มา ผมคงโดนอัดอีกแน่ๆ"

"คุนเผิง ทำไมนายถึงขี้ขลาดแบบนี้ ปกตินายเก่งแต่เรื่องรังแกคนที่อ่อนแอกว่า แล้วแบบนี้นายจะสืบทอดตระกูลโจวได้ยังไง" โจวซินเยว่รีบวิ่งไปหาอาจารย์และใช้ร่างกายตัวเองบังหน้ากัวเชี่ยวเวยเอาไว้

โจวคุนเผิงถูกพี่สาวด่าก็รู้สึกไม่พอใจ หรือจะพูดให้ถูกก็คือในใจเขากำลังสับสน ความหวาดกลัวและความแค้นใจปะปนกันจนทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว

สายตาของหลี่ซงยังคงจับจ้องไปที่กัวเชี่ยวเวย แววตาของเขาแฝงไปด้วยความชื่นชม "น้องเชี่ยวเวย เธอเก่งมากนะเนี่ย อาศัยพลังของฉันไปช่วยเปิดจุดชีพจรลับ เป็นวิธีการที่เหนือชั้นจริงๆ"

ที่แท้กัวเชี่ยวเวยก็ไม่ได้บาดเจ็บ แต่เธอกำลังเปิดจุดชีพจรลับและต้องทนรับความเจ็บปวดจากการชำระล้างร่างกาย

"แต่ก็น่าเสียดายนะ!"

หลี่ซงพูดต่อ "สภาพของเธอในตอนนี้ ต่อให้เป็นแค่คนธรรมดาก็ฆ่าเธอได้ เธอแพ้แล้วล่ะ"

"ไม่แน่หรอก!"

สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ กัวเชี่ยวเวยพยายามเงยหน้าขึ้น ดวงตาดุจดวงดาวของเธอทอประกายประหลาด "นายลืมไปแล้วเหรอ ฉันมีฉายาว่ากุหลาบพิษนะ"

ทันใดนั้น หลี่ซงก็เซถอยหลังไปสามสี่ก้าว

"คุณหลี่!"

"โดนพิษ คุณหลี่โดนพิษแล้ว"

นายท่านต่งและต่งหมิงหลี่รีบเข้าไปประคองหลี่ซง ตอนนี้ใบหน้าของหลี่ซงเปลี่ยนเป็นสีดำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ ตาขาวของเขากลายเป็นสีแดงก่ำ

หลี่ซงรีบพลิกฝ่ามือขวาขึ้นมาดู เขาพบว่าที่ปลายนิ้วทั้งห้าและกลางฝ่ามือมีจุดสีดำปรากฏขึ้น

เขาไม่ได้แค่โดนพิษ แต่โดนพิษร้ายแรงมากด้วย

"กุหลาบพิษ ฉันดันเสียท่าให้เธอซะได้"

หลี่ซงนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เดินพลังเคล็ดวิชาหยินหยางผานอู่เพื่อสะกดพิษ

ตอนนี้กัวเชี่ยวเวยก็นั่งลงบนพื้นเช่นกัน เพื่อต่อสู้กับความเจ็บปวดจากการชำระล้างร่างกาย

หลี่ซงและกัวเชี่ยวเวยกำลังแข่งกับเวลา ใครฟื้นฟูพลังต่อสู้ได้ก่อน คนนั้นคือผู้ชนะ

บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลต่งอึมครึมจนน่าอึดอัด

ไม่ว่าจะเป็นนายท่านต่ง ต่งหมิงหลี่ โจวซินเยว่ หรือโจวคุนเผิง พวกเขาต่างก็รู้สึกเหมือนนักโทษที่รอการตัดสิน

ถ้าหลี่ซงถอนพิษได้ก่อน ก็เท่ากับเป็นคำตัดสินประหารชีวิตคนตระกูลโจว ในทางกลับกัน ถ้ากัวเชี่ยวเวยผ่านการชำระล้างร่างกายได้ก่อน ตระกูลต่งก็จบเห่

ทว่าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อาการโดนพิษของหลี่ซงก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ในขณะที่ใบหน้าของกัวเชี่ยวเวยเริ่มมีสีเลือดฝาดกลับคืนมา

ฟู่!

สิบนาทีต่อมา กัวเชี่ยวเวยก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาและลุกขึ้นยืนอย่างพลิ้วไหว

การชำระล้างร่างกายเสร็จสิ้น ตอนนี้กัวเชี่ยวเวยดูสง่างามและสูงส่งขึ้นไปอีก

เธอขยับแขนเบาๆ ก้าวเดินไปหาหลี่ซงอย่างเชื่องช้า "พี่ซง ขอบคุณนะที่ช่วยให้ฉันเปิดจุดชีพจรลับแห่งที่สองได้ เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันจะให้ยาถอนพิษกับนาย แต่นายต้องรับปากว่าจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องของตระกูลต่งอีก"

หลี่ซงปรือตาขึ้นมา มองด้วยสายตาเยาะเย้ย "เธอไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก เธอไม่กล้าฆ่าฉันหรอกน่า ฉันรู้ว่าเธอมีอีกหนึ่งสถานะ เธอเป็นนักสืบสากล เป็นตำนานแห่งวงการตำรวจ เธอไม่กล้าทำผิดกฎหมายหรอก"

"ผิดมหันต์เลยล่ะ!"

กัวเชี่ยวเวยพูดอย่างไม่แยแส "ฉันเป็นพนักงานพิเศษที่ศูนย์บัญชาการนักสืบสากลจ้างมา ลักษณะการทำงานก็เหมือนกับทหารรับจ้างนั่นแหละ ฉันรับสืบคดีเพื่อแลกเงิน ไม่ได้สังกัดหน่วยงานไหน ฉัน กัวเชี่ยวเวย ไม่ได้ขึ้นตรงต่อองค์กรใด ฉันเป็นแค่คนในยุทธภพเท่านั้น"

"คุณหลี่ คุณรีบหนีไปเถอะครับ ตระกูลต่งของเราซาบซึ้งใจมากที่คุณยื่นมือเข้ามาช่วย" นายท่านต่งที่มีสีหน้าสิ้นหวังเอ่ยปากเตือน ต่อให้วันนี้ตระกูลต่งจะต้องโดนเชือดเฉือน เขาก็ไม่อยากลากหลี่ซงมาซวยด้วย

ต่งหมิงหลี่ยืนอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้และโกรธแค้น

นี่พวกเราต้องมาพ่ายแพ้แบบนี้จริงๆ เหรอ

หลี่ซงหลับตาลง แม้เขาจะถอนพิษไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงพูดอย่างหนักแน่น "ฉันไม่ได้มาช่วยตระกูลต่ง ฉันมาช่วยซูฮ่าวหรานพี่น้องของฉัน ในเมื่อเขายังไม่มา ฉันก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"

"จะดื้อดึงไปทำไมกัน!"

กัวเชี่ยวเวยปัดปอยผมที่แนบแก้มเบาๆ พร้อมกับคีบเข็มเงินเล่มหนึ่งขึ้นมาไว้ในมือ "ในเมื่อนายไม่ยอมไป งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!"

เธอดีดนิ้ว เข็มเงินกลายเป็นประกายแสงพุ่งตรงไปที่หน้าอกของหลี่ซง

ตริ๊ง!

ในช่วงเวลาความเป็นความตาย ร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นข้างกายหลี่ซง เขาใช้สองนิ้วคีบเข็มเงินเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ

"คุณซู!"

"คุณซู ในที่สุดคุณก็มา"

เมื่อเห็นคนที่มา นายท่านต่งและต่งหมิงหลี่ก็ร้องประสานเสียงด้วยความดีใจ ชายทั้งสองที่สิ้นหวังไปแล้วราวกับได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ใช่แล้ว ในเสี้ยววินาทีวิกฤตนี้ ซูฮ่าวหรานก็มาถึงจนได้

"คุณปู่ หนูเองก็กลับมาแล้วนะ"

นี่ไม่ใช่นางเอกคนเดียวที่โผล่มา ต่งซืออวี่วิ่งกระโดดโลดเต้นเข้ามาเหมือนเด็กน้อยที่ยังไม่โต

โจวซินเยว่เห็นต่งซืออวี่ที่มีหน้าตาแดงระเรื่อสุขภาพดี ก็เผลอร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว "เธอไม่เป็นอะไรได้ยังไง จุดตันเถียนของเธอถูกอาจารย์ฉันทำลาย วรยุทธ์ก็โดนทำลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ"

หึ!

ต่งซืออวี่เชิดคางขึ้น ร้องหึอย่างได้ใจ "จุดตันเถียนโดนทำลายแล้วรักษากลับมาไม่ได้หรือไง มีอาจารย์ของฉันอยู่ทั้งคน เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก"

โอ๊ะ?!

สายตาของกัวเชี่ยวเวยพุ่งไปจับจ้องที่ซูฮ่าวหรานทันที เธอพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "ที่แท้ก็คือนายนี่เอง!"

ซูฮ่าวหรานลุกขึ้นยืน "แปลกใจมากเหรอครับ คุณเหมยกุย"

เมื่อคืนทั้งสองคนยังสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันที่ตึกสือเก๋อในเมืองอิ๋งโจวอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นศัตรูกันซะงั้น

"ฉันนึกออกแล้ว"

กัวเชี่ยวเวยยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว "ซินเยว่เคยส่งคลิปตอนที่นายอัดโจวคุนเผิงมาให้ฉันดู แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจหน้าตานายเลย เมื่อคืนก็เลยจำนายไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยนะว่าจุดตันเถียนโดนทำลาย นายก็ยังรักษาได้"

"เรื่องที่คุณคิดไม่ถึงยังมีอีกเยอะ"

ฉู่อวี้เดินมายืนข้างซูฮ่าวหราน ไม่ใช่แค่ต่งซืออวี่ที่หายดีแล้ว แต่พิษของเธอก็ถูกถอนออกจนหมด

คนที่โอ้อวดที่สุดคงหนีไม่พ้นหลิวจิ้งหลง เขาวิ่งเหยาะๆ มาที่ข้างกายซูฮ่าวหราน ยืดอกพูดอย่างภูมิใจ "วิชาแพทย์ของคุณซูนี่สุดยอดจริงๆ นะ ผมโดนเตะไข่แตก เขายังรักษาให้ได้เลย ผมไม่ได้โม้นะ เมื่อก่อนผมยาวแค่เจ็ดเซนติเมตร ตอนนี้มันยาวถึงสิบเซนติเมตรแล้ว"

ถุย!

กัวเชี่ยวเวยและโจวซินเยว่ถ่มน้ำลายพร้อมกัน ใครถามแกมิทราบว่าแกยาวเท่าไหร่ แกเป็นไอ้บ้ามาจากไหนเนี่ย

โจวคุนเผิงยิ่งทำหน้าเครียดแล้วพูด "สิบเซนติเมตรยังกล้าเอามาอวดอีกเหรอ ฉันยาวตั้งสิบสองเซนติเมตร ฉันเคยเอาไปอวดใครไหม"

"แกหุบปากไปเลย!"

กัวเชี่ยวเวยและโจวซินเยว่ตวาดใส่โจวคุนเผิงพร้อมกัน ทำเอาคุณชายโจวหุบปากฉับทันที

ระหว่างที่หลิวจิ้งหลงกำลังทำตัวเป็นตัวตลก ซูฮ่าวหรานก็ฝังเข็มสิบสามเล่มรวด ถอนพิษให้หลี่ซงต่อหน้าทุกคนด้วยความรวดเร็ว

กัวเชี่ยวเวยเอาแต่มองซูฮ่าวหราน เธอที่มีวิชาแพทย์เป็นเลิศ เมื่อเห็นวิธีการถอนพิษของซูฮ่าวหรานก็ยังต้องทึ่ง

"พี่น้อง ขอบใจนะ"

สีหน้าของหลี่ซงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ เขาพูดด้วยความละอายใจ "พี่ซงทำให้พวกนายขายหน้าซะแล้ว ดันมาโดนพิษเข้าจนได้"

"ไม่เห็นจะขายหน้าตรงไหนเลย พี่ซงไม่ได้แพ้เพราะฝีมือจริงๆ สักหน่อย เดี๋ยวเรื่องต่อไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง"

ซูฮ่าวหรานตบไหล่หลี่ซง หันไปมองกัวเชี่ยวเวยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เห็นแก่ที่เธอช่วยฉันเมื่อคืน ฉันจะให้โอกาสเธอ หันหลังกลับไปซะ แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องเธอ"

"ฝันไปเถอะ"

กัวเชี่ยวเวยตอกกลับเสียงเย็น "สิบวันก่อน นายฆ่าเซียวเยว่หมิงลูกศิษย์ฉัน จะให้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ งั้นเหรอ"

"เซียวเยว่หมิงสมควรตาย ไอ้วิปริตนั่นมันเป็นคนยังไง คนเป็นอาจารย์อย่างเธอจะไม่รู้เลยหรือไง"

"ต่อให้มันสมควรตาย ก็ไม่ใช่กงการอะไรของนายที่ต้องมาทำความสะอาดสำนักแทนฉัน"

บทสนทนาของทั้งสองคนมาถึงทางตัน แทบจะไม่มีช่องว่างให้ประนีประนอมกันได้เลย

ต่งซืออวี่ยังคอยเติมเชื้อไฟอยู่ข้างๆ "อาจารย์ เมื่อกี้ยายคนนี้ทำลายวรยุทธ์หนู อาจารย์ต้องจัดการเธอแทนหนูนะ ดูบั้นท้ายเธองอนเชียว ตีไปคงจะมันมือพิลึก"

ฉู่อวี้ช่วยสมทบ "น่าเสียดายที่หน้าอกเล็กไปหน่อย ตีไปคงเจ็บมือแย่"

"นังเด็กบ้า ฉันจะฉีกปากแก!"

กัวเชี่ยวเวยโกรธจัดจริงๆ เธอพุ่งตัวเข้าไปดุจนางสวรรค์ลงมาจุติ เงื้อมือคว้าคอเสื้อของฉู่อวี้

ซูฮ่าวหรานขวางหน้าฉู่อวี้เอาไว้ เหวี่ยงหมัดเข้าปะทะอย่างดุดัน "สาวน้อย เธอเล็งเป้าผิดคนแล้ว คู่ต่อสู้ของเธอคือฉันต่างหาก"

ทั้งสองคนปะทะกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการใช้ลูกเล่นแพรวพราวใดๆ ปะทะกันเพียงครู่เดียวก็แยกออกจากกัน พื้นไม้กระดานใต้เท้าของพวกเขาส่งเสียงร้าวแตกดังกรอบแกรบพร้อมกัน

จากนั้นทั้งสองก็เข้าประจันบานกันอย่างดุเดือด ยอดฝีมือทั้งสองเคลื่อนผ่านไปทางไหน ไม่ชั้นหนังสือพังทลายก็เป็นเครื่องลายครามแตกกระจาย แม้แต่แรงลมจากการปะทะยังทำให้ต้นไม้ประดับหักโค่นได้ ทั้งสองคนสู้กันตั้งแต่ในคฤหาสน์ทะลุออกไปจนถึงข้างนอก

เมื่อกัวเชี่ยวเวยลงมือเต็มกำลัง ซูฮ่าวหรานก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย

ท่วงท่าของกุหลาบพิษดอกนี้พลิ้วไหวและลื่นไหลมาก เธอเป็นถึงปรมาจารย์ระดับแนวหน้า แถมเพิ่งจะเปิดจุดชีพจรลับแห่งที่สองได้ รับมือยากจริงๆ

แต่พลังการต่อสู้ของซูฮ่าวหรานกลับทำให้กัวเชี่ยวเวยตกใจยิ่งกว่า แม้เขาจะไม่ใช่ปรมาจารย์ แต่พลังจากจุดชีพจรลับทั้งสี่แห่ง ประกอบกับหมัดทงเป้ยที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้จริงสูงมาก ทำให้เขายืนหยัดมั่นคงดุจระฆังทองแดง และเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจพายุโหมกระหน่ำ

สามสิบกระบวนท่าผ่านไป ทั้งสองคนพุ่งสวนกัน ซูฮ่าวหรานตวัดแขนวาดหมัดพุ่งเป็นกังหันลมฟาดใส่หลังของกัวเชี่ยวเวย

แคว้ก!

กัวเชี่ยวเวยช้าไปเพียงเสี้ยววินาที สายเดี่ยวเสื้อฝั่งขวาของเธอถูกพลังหมัดของซูฮ่าวหรานกระชากจนขาด หัวไหล่ขาวเนียนของเธอโผล่พ้นออกมารับอากาศทันที

"ไอ้สารเลว!"

กัวเชี่ยวเวยโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอสะบัดมือขวา ควันสีขาวกลิ่นผลไม้ก็พุ่งเข้าครอบคลุมร่างของซูฮ่าวหราน

"ยาสลบแบบควันสีสินะ! เมื่อคืนเธอบอกฉันแล้วนี่ว่าให้อยู่ห่างระยะห้าเมตรก็ปลอดภัยแล้ว" ซูฮ่าวหรานกระโดดถอยหลังไปสามก้าว มองดูควันสีขาวถูกลมใบไม้ร่วงพัดกระจายไป

แต่โจวคุนเผิงที่วิ่งตามออกมานอกคฤหาสน์บังเอิญยืนอยู่ใต้ลมพอดี ควันสีขาวลอยไปแตะจมูก ไอ้น้องชายตัวซวยคนนี้ก็ล้มตึงสลบเหมือดไปกองกับพื้น

กัวเชี่ยวเวยที่สายเดี่ยวขาดไปข้างหนึ่งหันหลังวิ่งหนี กระโดดข้ามกำแพงคฤหาสน์ไปราวกับนางฟ้าเหาะเหิน

"คิดจะหนีเหรอ"

ซูฮ่าวหรานใช้วิชาย่างขุมเหินเมฆากระโดดข้ามกำแพงตามไปติดๆ

แต่พอออกไปนอกกำแพง ซูฮ่าวหรานก็ตกลงไปในดงหมอกสีแดงจางๆ ที่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก

ทันใดนั้น ซูฮ่าวหรานก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย เซถอยหลังไปสี่ห้าก้าว

"นายติดกับฉันแล้วล่ะ"

ทว่า ก่อนที่ซูฮ่าวหรานจะถอยพ้นอาณาเขตหมอกสีแดง เสียงของกัวเชี่ยวเวยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังเขา หมัดเล็กๆ ขาวเนียนดุจหยกสลักที่แฝงไปด้วยพลังลมปราณดุดันพุ่งกระแทกเข้าที่หลังของเขาอย่างแรง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 80 - ลงมือดุเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว