- หน้าแรก
- ทิ้งบัลลังก์เก้าชั้นฟ้ามาเกิดใหม่เลยต้องฟาร์มแต้มบุญไปเปย์ภรรยาและลูก
- บทที่ 7 - ฉันยอมรับว่าฉันหน้าอกโตแต่ไร้สมอง
บทที่ 7 - ฉันยอมรับว่าฉันหน้าอกโตแต่ไร้สมอง
บทที่ 7 - ฉันยอมรับว่าฉันหน้าอกโตแต่ไร้สมอง
"ตกลง ผมไม่พูดถึงเรื่องลูกศิษย์ของคุณก็ได้ แต่ผมก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่าภาพสนต้องลมคิมหันต์ชิ้นนี้เป็นของปลอม"
ซูฮ่าวหรานพูดจบก็ยกมือขึ้นบีบลงบนผืนผ้าใบแล้วดึงเศษด้ายเส้นหนึ่งออกมา
จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง
ทว่าในจังหวะที่ผลักประตูเข้าไปเขาก็พูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง "ฉู่อวี้ อย่าลืมเดิมพันของเราซะล่ะ"
ปัง!
เสียงประตูห้องทำงานปิดลง พนักงานในแผนกธุรกิจต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ผู้จัดการฉู่ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ ถึงรองผู้จัดการจะเก่งเรื่องประเมินของเก่าแค่ไหนพวกเราก็ยังอยู่ข้างคุณเสมอค่ะ"
"ใช่ครับ แล้วผมก็คิดว่าผู้จัดการฉู่อาจจะไม่ได้แพ้ก็ได้ ภาพสนต้องลมคิมหันต์ชิ้นนี้เขาก็ยังอธิบายเหตุผลไม่ได้ชัดเจนเลยนี่นา"
"นั่นสิ ถึงฉันจะยอมรับในความสามารถของรองผู้จัดการ แต่ฉันก็ยังเชื่อว่าพี่อวี้เก่งกว่าอยู่ดี"
พนักงานขายรุ่นเก่าหลายคนเข้ามาห้อมล้อมและพูดปลอบใจฉู่อวี้เสียงเบา
แต่ยิ่งทุกคนพูดปลอบใจมากเท่าไหร่ สีหน้าของฉู่อวี้ก็ยิ่งดูแย่ลงเท่านั้น
"ด้ายไนลอน"
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ใบหน้าสวยสะดุดตาที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของฉู่อวี้ก็ปรากฏแววตาหดหู่ยากจะอธิบาย เธอใช้นิ้วคีบเศษด้ายที่ซูฮ่าวหรานดึงออกมาจากผืนผ้าใบและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ภาพวาดชิ้นนี้เป็นของปลอมจริงๆ พวกเราถูกสีสันและฝีแปรงของจิตรกรหลอกตาจนมองข้ามจุดสังเกตบนผืนผ้าใบไปซะสนิท ฉันแพ้แล้วล่ะ"
คราวนี้ทุกคนถึงกับกระจ่างแจ้งแก่ใจ
ในยุคราชวงศ์หมิงจะมีด้ายไนลอนมาทอเป็นผืนผ้าใบได้อย่างไร
พนักงานคนที่เพิ่งพูดฉอดๆ ว่าซูฮ่าวหรานอธิบายเหตุผลได้ไม่ชัดเจนถึงกับหน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึงสุก
ณ ห้องทำงานผู้จัดการใหญ่บนชั้นสูงสุด ต่งซืออวี่ที่นั่งเฝ้าดูหน้าจอกล้องวงจรปิดมาตลอดถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นรูปตัวโอ
"พระเจ้าช่วย! ความสามารถในการประเมินของเก่าของซูฮ่าวหรานยอดเยี่ยมขนาดนี้เชียว นี่ฉันเก็บเพชรเม็ดงามมาได้ชัดๆ"
หลังจากหายจากอาการตกตะลึง ต่งซืออวี่ก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ "ทั้งรักษาโรคเก่ง ทั้งดูของเก่าเฉียบขาด แถมยังเป็นถึงปรมาจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อย หึๆ ครั้งนี้คุณหนูอย่างฉันจะยอมยกโทษที่นายล่วงเกินฉันเมื่อวานให้ก็แล้วกัน"
แอ๊ด!
สิบห้านาทีต่อมาฉู่อวี้ที่ยืนทำใจอยู่นานก็เป็นฝ่ายเปิดประตูห้องทำงานของรองผู้จัดการเข้าไป
ซูฮ่าวหรานนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานและกำลังเปิดอ่านนิตยสารเกี่ยวกับวัตถุโบราณ ในปากของเขาคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไฟเอาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองฉู่อวี้แวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าอ่านนิตยสารต่อ
ฉู่อวี้เดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม เธอหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ให้เขาอย่างรู้หน้าที่ จากนั้นก็เลื่อนใบอนุมัติเบิกจ่ายไปตรงหน้าเขา "ตามกฎของบริษัท การตรวจพบของปลอมถือเป็นการช่วยระงับความเสียหายให้บริษัท การเจอของปลอมหนึ่งชิ้นจะได้เงินรางวัลสองร้อยหยวน คุณหาเจอสี่สิบสามชิ้น รวมเป็นเงินรางวัลแปดพันหกร้อยหยวน เดี๋ยวคุณเอาใบนี้ไปเบิกเงินที่แผนกการเงินได้เลย"
อ้อ!
ซูฮ่าวหรานรับใบเบิกเงินมาถือไว้ ถึงในใจจะลิงโลดแค่ไหนแต่เขากลับแสดงท่าทีเฉยเมยแถมยังถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีอะไรอีกไหม"
ฉู่อวี้กัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วก้มหน้าพูดเสียงอ่อย "ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ ฉันยอมรับว่า ... ฉันหน้าอกโตแต่ไร้สมอง"
"พูดให้ดังกว่านี้หน่อยสิ"
ซูฮ่าวหรานอัดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดจายั่วโมโห "ตอนที่คุณตะโกนสั่งให้ผมไสหัวออกไปต่อหน้าพนักงานทุกคน เสียงคุณไม่ได้เบาแค่นี้นะ ทำไมจู่ๆ ผู้จัดการฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงได้กลายเป็นสาวน้อยขี้อายไปซะล่ะ"
"นาย! ก็ได้!"
ฉู่อวี้ตบโต๊ะเสียงดังลั่นแล้วตะโกนสุดเสียง "ฉันยอมรับว่าฉันหน้าอกโตแต่ไร้สมอง! ทีนี้พอใจนายหรือยัง"
โอ้โห!
ซูฮ่าวหรานถึงกับวางนิตยสารในมือลงแล้วฉีกยิ้มกว้าง "พี่อวี้ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ จริงๆ แล้วผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องเดิมพันนี่เลยสักนิด"
ไอ้บ้าเอ๊ย!
ฉู่อวี้โกรธจนแทบจะร้องไห้ หมอนี่มันร้ายกาจจริงๆ อย่าคิดนะว่าเธอจะดูไม่ออกว่าเขากำลังแกล้งยั่วโมโหเธออยู่
ในขณะเดียวกันพนักงานขี้เผือกกลุ่มใหญ่ที่มาอออยู่หน้าประตูก็ได้ยินบทสนทนาทุกอย่างชัดเจนเต็มสองหู แต่ละคนถึงกับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าโฉมงามจอมโหดจะยอมศิโรราบให้คนอื่นแบบนี้
ภายในห้องทำงานฉู่อวี้ใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ครึ่งนาทีเต็มก่อนจะยอมลดทิฐิลงอีกครั้ง "ซูฮ่าวหราน นายดูออกได้ยังไงว่าผ้าใบของภาพสนต้องลมคิมหันต์มีปัญหา"
ซูฮ่าวหรานตอบ "เรื่องนี้ไม่มีเคล็ดลับอะไรหรอกนะ แค่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ถ้าคุณช่างสังเกตมากพอ คุณก็จะมองทะลุถึงแก่นแท้ของทุกสิ่งได้เอง"
"เช่นอะไรบ้างล่ะ" น้ำเสียงที่ฉู่อวี้เอ่ยถามเริ่มแฝงไปด้วยความเคารพและอยากรู้อยากเห็น
"เช่น ... ตัวคุณไงล่ะ"
มุมปากของซูฮ่าวหรานยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณเพิ่งเข้ามานั่งตรงหน้าผมไม่ถึงกี่นาทีแต่คุณแอบขยับเปลี่ยนท่านั่งไปถึงสามครั้ง นั่นแสดงว่าคุณ ..."
"ฉันทำไม" โฉมงามจอมโหดอย่างฉู่อวี้เป็นคนใจร้อน ยิ่งซูฮ่าวหรานจงใจลากเสียงยาวเธอก็ยิ่งอยากรู้จนทนไม่ไหว
ซูฮ่าวหรานจึงเฉลย "แสดงว่ากางเกงในที่คุณใส่มาเป็นแบบจีสตริงไงล่ะ การเสียดสีของชิ้นผ้าเล็กๆ ทำให้ช่องคลอดของคุณอักเสบ คุณก็เลยนั่งไม่ค่อยสบายตัวใช่ไหมล่ะ"
ปัง!
ฉู่อวี้ตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นยืน เธอจ้องหน้าซูฮ่าวหรานด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับมีเลือดไหลซึมออกมา
ซูฮ่าวหรานอัดควันบุหรี่อีกสองครั้ง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยม่านควันจางๆ พร้อมกับรอยยิ้มนิ่งสงบซึ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจอย่างบอกไม่ถูก
ฉู่อวี้จ้องมองซูฮ่าวหราน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ เธอจึงสะบัดหน้าหนีแล้วพูดว่า "ฉันจะไปแล้ว"
ซูฮ่าวหรานแกล้งถามลอยๆ "ว่าแต่ ... จะไปไหนล่ะ"
"ไอ้โรคจิต ฉันจะไปเปลี่ยนกางเกงใน!" จังหวะที่ฉู่อวี้พูดประโยคนี้จบเธอก็ดึงประตูเปิดออกพอดี และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
นอกห้องทำงานมีหัวคนสิบกว่าหัวเบียดเสียดกันอยู่ พนักงานทุกคนกำลังแนบหูฟังเรื่องราวข้างในอย่างตั้งใจ
กรี๊ด!
โฉมงามจอมโหดผู้ทรงอิทธิพลและเด็ดขาดแห่งแผนกธุรกิจ บัดนี้กลับมีสภาพเหมือนลูกสะใภ้ที่ถูกรังแก เธอเอามือปิดหน้าและวิ่งหนีออกไปทันที
ซูฮ่าวหรานโมโหจนดีดก้นบุหรี่ใส่กลุ่มคนอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นพลางโบกมือไล่ "มองอะไรกัน ไม่มีงานมีการทำหรือไง"
กลุ่มพนักงานรีบสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานนักซูฮ่าวหรานก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาที่แสนจะน่ารำคาญดังแว่วมา
"เมื่อกี้ทุกคนได้ยินกันหมดแล้วใช่ไหม โฉมงามจอมโหดบอกว่าจะไปเปลี่ยนกางเกงในล่ะ!"
"แน่นอนสิ พวกเราไม่ได้หูหนวกซะหน่อย"
"รองผู้จัดการซูนี่สุดยอดไปเลยนะ เพิ่งมาทำงานวันแรกไม่เพียงแต่สยบโฉมงามจอมโหดเรื่องงานได้ แต่ยังปราบพยศเธอซะอยู่หมัดเลย เป็นวีรกรรมที่น่ายกย่องจริงๆ ฉันยอมรับนับถือเขาจากใจเลย"
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์เหล่านั้นซูฮ่าวหรานก็ยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ
เขาไม่ได้กลัวคนจะเข้าใจผิดอะไรหรอกนะ ในฐานะผู้ชาย เรื่องแบบนี้เขาก็ไม่ได้เสียหายนี่นา
ซูฮ่าวหรานเก็บใบเบิกเงินของฉู่อวี้ใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทำงาน เขาอยากจะรีบไปรับเงินรางวัลใจจะขาด
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากแผนกธุรกิจ เขาก็ได้ยินเสียงซุบซิบที่ฟังดูน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
"ชิ! ฉันว่ารองผู้จัดการก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องหรอกนะ พวกเธอลองคิดดูสิ โฉมงามจอมโหดเข้าไปในห้องเขาแค่แป๊บเดียวเอง รวมๆ แล้วไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำมั้ง เรื่องบนเตียงของเขาท่าทางจะไม่ได้เรื่องเลยแฮะ"
ห้านาที!
ซูฮ่าวหรานหันขวับกลับไปมอง เขายืนอยู่ตรงประตูบานเลื่อนและจ้องเขม็งเข้าไปในแผนกธุรกิจ ทำเอาทุกคนเงียบกริบไปตามๆ กัน
หลังจากที่เขาเดินลับสายตาไป พนักงานหญิงคนที่เพิ่งนินทาว่าเขาใช้เวลาแค่ห้านาทีก็แลบลิ้นและยักไหล่ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว "สรุปว่าจริงสินะ ไอ้หนุ่มห้านาที โกรธซะแล้วสิ"
[จบแล้ว]