- หน้าแรก
- เป็นม่ายยุคเจ็ดศูนย์แล้วไง ขนสมบัติแม่ผัวไปเลี้ยงลูกจนได้ดี
- บทที่ 7 สิ่งของที่ตระกูลฟู่ซ่อนไว้
บทที่ 7 สิ่งของที่ตระกูลฟู่ซ่อนไว้
บทที่ 7 สิ่งของที่ตระกูลฟู่ซ่อนไว้
บทที่ 7 สิ่งของที่ตระกูลฟู่ซ่อนไว้
ในเมื่อถามสิ่งที่อยากรู้จนได้คำตอบแล้ว กู้ซืออวี๋ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเสวนากับเด็กเปรตนี่ต่อ เธอหันกลับไปนั่งดูโทรทัศน์ที่โซฟาอีกด้านอย่างสบายอารมณ์
พอหลินอวี้ฉินทำกับข้าวเสร็จเดินออกมา เห็นแผ่นหลังของกู้ซืออวี๋ที่นั่งวางท่าราวกับเป็นเจ้าคนนายคน ก็ได้แต่ลอบกัดฟันกรอด ในใจก็นึกแค้นยัยเด็กตัวแสบคนนี้ เพราะตอนนี้นอกบ้านลือกันไปทั่วว่านางที่เป็นแม่เลี้ยงทารุณลูกสะใภ้ของลูกเลี้ยง แถมยังลือว่าคนตายไปแล้วใจคอยังคับแคบอยู่ร่วมกับลูกสะใภ้ไม่ได้
นางแทบจะแก้ตัวไม่ออกเลยทีเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ วันนี้นางคงไม่ยอมแสร้งทำเป็นไปซื้อกับข้าว และพอคิดว่าต้องมาทำอาหารปรนนิบัติยัยเด็กนี่ นางก็โกรธจนอกแทบระเบิด
กู้ซืออวี๋พอเห็นว่ากับข้าวเสร็จแล้ว ก็เดินนำไปนั่งที่โต๊ะอาหารก่อนใครเพื่อน
พออาหารวางบนโต๊ะ เธอก็ไม่รอคนในบ้านหยิบตะเกียบกินก่อนทันที
กว่าสวี่เว่ยกั๋วจะเลิกงานกลับมา กู้ซืออวี๋ก็กินจนเกือบจะอิ่มแล้ว
หลินอวี้ฉินเห็นกับข้าวที่ถูกกินไปก่อนแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะค่อนแคะ
"เสี่ยวอวี๋จ๊ะ ดูสิ คนในบ้านยังมากันไม่ครบเลย หลานจะรีบกินก่อนได้ยังไงกัน?" น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความตำหนิและออกคำสั่ง
กู้ซืออวี๋เงยหน้ามองนางด้วยแววตาซื่อบริสุทธิ์ "คุณน้าคะ ตอนนี้หนูท้องอยู่นะคะ จะปล่อยให้หิวไม่ได้ คุณน้าเองก็เคยอุ้มท้องมาก่อน น่าจะเข้าใจดีไม่ใช่เหรอคะ?"
ในเมื่ออีกฝ่ายยกเรื่องนี้มาอ้าง แถมยังลูบท้องตัวเองให้ดู หลินอวี้ฉินต่อให้ไม่พอใจแค่ไหนก็พูดไม่ออก ยิ่งตอนนี้สวี่เว่ยกั๋วกลับมาแล้ว หากมีเรื่องมีราวกันอีกจนพวกเพื่อนบ้านที่เพิ่งเลิกงานมาเห็นเข้า สวี่เว่ยกั๋วไม่มีทางปล่อยนางไว้แน่
นางจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนไว้
สุดท้ายแม้แต่สวี่เว่ยกั๋วเห็นภาพนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเป็นคนที่ทำหน้าฉากเก่งมาก ถึงขั้นพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปถ้าหิวก็กินก่อนได้เลย เด็กในท้องจะปล่อยให้หิวไม่ได้"
กู้ซืออวี๋พยักหน้า ในเมื่อเขาเปิดทางให้ขนาดนี้ เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
"ทราบแล้วค่ะ พ่อ" กู้ซืออวี๋ตอบด้วยเสียงหวานจ๋อย แต่ตอนที่จะเดินขึ้นข้างบน เธอก็ไม่ลืมหันไปสั่งหลินอวี้ฉินว่า "คุณน้าคะ พรุ่งนี้เช้าหนูอยากดื่มน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาไส้เนื้อ ถ้ามีโจ๊กเปล่าร้อนๆ สักชามด้วยจะดีมาก รบกวนคุณน้าเตรียมไว้ให้หน่อยนะคะ"
เธออาศัยความรักหน้าตาของคนบ้านนี้ที่ตอนนี้ไม่กล้าก่อเรื่องใหญ่ มาเรียกร้องความต้องการของตัวเองอย่างไม่เกรงใจ
หลินอวี้ฉินมองใบหน้าที่ได้ใจของกู้ซืออวี๋แล้วอยากจะเข้าไปข่วนหน้าให้นางเสียโฉมนัก!
แต่สุดท้ายก็ต้องกัดฟันตอบตกลง "ได้จ้ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้น้าเตรียมไว้ให้"
…
หลังจากมื้อค่ำที่กินกันอย่างฝืดคอจบลง เมื่อกลับเข้าห้องพักในตอนกลางคืน หลินอวี้ฉินก็อัดอั้นไม่ไหวอีกต่อไป
"ยัยเด็กนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเฒ่าสวี่ คุณว่าเราจะทำยังไงดี? หรือจะปล่อยให้ยัยเด็กนี่อยู่ที่บ้านเราไปตลอด?" แค่วันแรกหลินอวี้ฉินก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว หากต้องอยู่กันไปยาวๆ นางคิดว่าตัวเองคงอกแตกตายแน่ๆ
สวี่เว่ยกั๋วเองก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อเช้าเพิ่งเกิดเรื่องใหญ่ บ้านของพวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงงาน หากไล่กู้ซืออวี๋กลับชนบทตอนนี้ คนภายนอกจะมองพวกเขาอย่างไร?
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ไม่เพียงแต่จะไล่ไปไม่ได้ แต่ยังต้องปรนนิบัติให้ดีด้วย เขาหันไปมองภรรยาที่กำลังโกรธจัดแล้วขมวดคิ้วเตือนอย่างไม่พอใจ
"ฉันขอบอกเธอไว้ก่อนนะ ช่วงนี้เธออยู่เงียบๆ หน่อย สายตาคนจ้องเราเยอะแยะ เก็บแผนการของเธอไว้ในใจก่อน อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเด็กในท้องนาง อยู่ไปสักพักค่อยส่งกลับชนบท ถึงตอนนั้นเราก็อ้างว่านางคิดถึงบ้าน อยากกลับไปเอง เราก็จะได้ชื่อเสียงไปด้วย
เออ แล้วนี่เธอสืบได้หรือยังว่าพวกของมีค่าของบ้านตระกูลฟู่ซ่อนไว้ที่ไหน?"
ตอนนี้สวี่เว่ยกั๋วไม่ได้สนใจเด็กในท้องเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขาสนใจสมบัติของตระกูลฟู่มากกว่า แต่นี่ผ่านมาตั้งนานแล้วกลับไม่มีวี่แววอะไรเลย เขาเริ่มจะร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
สีหน้าของหลินอวี้ฉินยังดูไม่ยอมความ แต่พอพูดถึงสมบัติตระกูลฟู่ นางก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ยังเลย ฉันว่าฟู่อาเยวี่ยยัยผู้หญิงคนนั้นก็คงไม่ได้เห็นกู้ซืออวี๋เป็นลูกสะใภ้จริงหรอก วันก่อนฉันลองเลียบๆ เคียงๆ ถามดู ยัยเด็กนั่นก็ทำหน้าซื่อบื้อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย จะไปรู้ได้ไงว่าตระกูลฟู่มีของดีซ่อนไว้เท่าไหร่"
พูดจบนางยังด่าซ้ำ "ก็แค่คนไร้ประโยชน์ ตอนนี้ก็แค่ได้ใจเพราะท้องอยู่ แต่คุณว่า... ถ้าฟู่อาเยวี่ยรู้ว่าลูกชายตายแล้ว เหลือแค่เด็กในท้องคนเดียว นางจะยอมมอบของทุกอย่างให้ยัยโง่กู้ซืออวี๋ไหม?"
ยิ่งพูดไปนางก็ยิ่งเห็นความเป็นไปได้จนตาเป็นประกาย
แม้แต่สวี่เว่ยกั๋วก็พยักหน้าเห็นด้วย "เท่าที่ฉันรู้จักนาง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะให้กู้ซืออวี๋ เพราะฉะนั้นตอนนี้เธออย่าเพิ่งไปทำให้นางขุ่นเคืองนัก ให้อยู่บ้านไปสักไม่กี่วัน เธอต้องอดทนไว้ อยากได้อะไรก็เตรียมให้ไปก่อน อย่าเพิ่งทำให้ความสัมพันธ์มันแย่ลง เผื่อจะหลอกถามที่ซ่อนของพวกนั้นได้ง่ายขึ้น"
เมื่อเห็นว่าสวี่เว่ยกั๋วเริ่มมีแผนการ หลินอวี้ฉินแม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องยอมรับคำ
นางจินตนาการไปถึงตอนที่ได้ของเหล่านั้นมาแล้ว นางจะจัดการกับยัยโง่กู้ซืออวี๋ที่อวดดีคนนี้อย่างไรให้สาสม
เรื่องเมื่อเช้าทำให้นางเสียหน้าไปมากที่แฟลตคนงาน ตอนนี้เพื่อสมบัติเหล่านั้น นางจำเป็นต้องกล้ำกลืนฝืนทนไปก่อน
"ก็ได้ค่ะ"
สวี่เว่ยกั๋วเห็นสีหน้าเมียก็รู้ว่านางไม่เต็มใจ จึงโอบไหล่มาปลอบเบาๆ "เอาหน่า ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอลำบากหน่อย แต่ถ้าได้เงินก้อนนั้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะซื้อตุ้มหูทองกับกำไลทองวงใหญ่ให้เธอเลยนะ ฉันจำได้ว่าตระกูลฟู่มีของดีๆ เยอะมาก ถึงตอนนั้นพวกเครื่องประดับน่ะฉันให้เธอหมดเลย"
สวี่เว่ยกั๋วถือเป็นคนเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง เรื่องการหลอกล่อเอาใจผู้หญิงเขาไม่เคยแพ้ใคร
ไม่นานนัก หลินอวี้ฉินก็เคลิ้มไปกับคำหวานจนลืมตัว
แต่อย่างไรก็ตาม นางเองก็มีแผนการส่วนตัวอยู่เหมือนกัน
เพราะนางยังมีลูกชายอีกสองคน ลูกคนรองก็ยังไม่ได้แต่งงาน แถมยังไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของสวี่เว่ยกั๋ว แม้จะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลสวี่แล้วแต่ยังไงก็มีช่องว่าง นางควรจะหาเงินเตรียมไว้ให้ลูกรองแต่งเมียให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า
สามีภรรยาที่ตกลงผลประโยชน์กันได้ลงตัวจึงเลิกทะเลาะกันในที่สุด
….
กู้ซืออวี๋ไม่รู้เลยว่าทั้งคู่กำลังวางแผนอะไรกันอยู่ เช้าวันรุ่งขึ้นพอลงมาข้างล่าง เธอก็เห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะตามที่สั่งไว้เมื่อคืนเป๊ะ
ทุกคนในบ้านออกไปทำงานไปเรียนกันหมดแล้ว แต่ที่คาดไม่ถึงคือ ในขณะที่เธอนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นผู้ชายท่าทางกะล่อนคนหนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน
สวี่เจียต้ง พอลงมาถึงก็เห็นกู้ซืออวี๋นั่งกินข้าวอยู่ในห้องอาหาร มองจากด้านหลังเห็นลำคอที่เรียวสวยและเอวที่บางกิ่วจนน่าทะนุถนอม แม้เมื่อวานเขาจะตกใจที่เธออาละวาด แต่พอวันนี้ได้เห็นเธอนั่งกินข้าวเงียบๆ แบบนี้ หัวใจเขาก็อดที่จะเต้นแรงไม่ได้
ในใจเขานึกด่าฟู่อาเหิง ไอ้ทหารนั่นช่างโชคดีจริงๆ ไปอยู่ชนบทแท้ๆ แต่กลับหาเมียที่สวยหยาดเยิ้มขนาดนี้ได้
แต่น่าเสียดายที่เป็นพวกอายุสั้น มีเมียสวยขนาดนี้จะมีประโยชน์อะไร?
สุดท้ายก็เป็นได้แค่ผีเฝ้าหลุมไม่ใช่เหรอ?
แต่ก็นะ... ในฐานะที่เคยเป็นพี่น้องกัน เขาที่เป็นน้องชาย ก็พอจะช่วย "ดูแล" พี่สะใภ้คนนี้แทนพี่ชายได้อยู่เหมือนกัน
(จบบท)