เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 712: เงาร่างแห่งความตาย

บทที่ 712: เงาร่างแห่งความตาย

บทที่ 712: เงาร่างแห่งความตาย


ความหวาดกลัวภายในใจของหญิงสาวชุดแดง ก้าวล้ำความเคียดแค้นไปเสียแล้ว จนทำให้นางเริ่มสงบจิตใจลงได้บ้าง

นางถนัดในวิชามายา หากสำแดงพละกำลังที่แท้จริงออกมา ย่อมพอจะมีวิธีที่จะกักขังเฉินอวี่เอาไว้ได้ชั่วคราว ทว่าการคิดจะสังหารอีกฝ่ายนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

จากการเข้าปะทะกันเมื่อครู่นี้ นางย่อมทราบถึงพละกำลังในการป้องกันร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งของเฉินอวี่ดี

เฉินอวี่พลันลงมือทันที เขาเหยียดฝ่ามือออกไปคว้า รอบกายของหญิงสาวชุดแดงพลันเกิดการพุ่งพล่านของพลังต้นกำเนิด พลางควบแน่นแปรเปลี่ยนเป็นหัตถ์มารค้ำสวรรค์สายหนึ่ง แล้วจึงฟาดฝ่ามือลงไปทันที

ฟิ้ว!

หญิงสาวชุดแดงพุ่งทะยานร่างกายขึ้น รอบกายมีหมอกสีชมพูล่องลอยไปมา นาง ดูราวกับผีเสื้อท่ามกลางมวลบุปผาที่กำลังบินทะยานขึ้น พลางหลบหลีกออกไปได้

ถึงแม้เฉินอวี่จะลงมือ ทว่ากลับไม่ได้ลงมือสังหาร

จุดประสงค์ของเขาก็คือการดึงดูดผู้คนที่แอบจับตามองอยู่ที่ด้านมืดทั้งหมดออกมา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาสัญญาณของการต่อสู้เอาไว้ เพื่อดึงดูดคนอื่นให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และถือโอกาสทดสอบฝีมือไปด้วยในตัว

พลังจิตวิญญาณของเฉินอวี่สื่อสารกับพลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินที่อยู่โดยรอบ พลางทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งฟ้าดิน ทุกล่วงท่าที่สำแดงออกมา บีบคั้นจนหญิงสาวชุดแดงต้องถอยหนี ทำให้นางหาได้มีเวลาที่จะสำแดงวิชามายาทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมาได้ไม่

หญิงสาวชุดแดงไม่ได้หลบหนีไป ภายในใจของนางยังคงมีความเคียดแค้นอยู่ อีกทั้งการต่อสู้ในที่แห่งนี้ก็มีเสียงดังถึงเพียงนี้ ย่อมต้องดึงดูดคนอื่นให้เข้ามาในเร็ววัน

และก็เป็นไปตามที่คาดไว้

ท่ามกลางฟ้าดินที่อยู่ห่างไกลออกไป เงาแสงสีม่วงชั้นหนึ่งถาโถมเข้ามา ที่กึ่งกลางของพายุคลั่งนั้นสามารถมองเห็นเงาแสงสีม่วงเร้นสายหนึ่งได้

ถึงแม้จะยังมองไม่เห็นเงาร่างชัดเจน ทว่าหญิงสาวชุดแดงก็ทราบฐานะของผู้ที่มาถึงได้ในทันที

"ปีศาจชุดม่วงเหออวิ๋นว่าง!"

ในตอนนั้นกลุ่มคนที่มาถึงพื้นที่ส่วนลึกของภูเขาเป็นกลุ่มที่สอง ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเหออวิ๋นว่างยังเป็นถึงผู้ที่อยู่ใน "ทำเนียบอัจฉริยะ" ย่อมได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ หญิงสาวชุดแดงจึงจดจำได้ในทันที

"เฉินอวี่ วันตายของเจ้ามาถึงแล้ว!"

สีหน้าของหญิงสาวชุดแดงแปรเปลี่ยนไปทันที ดูดุร้ายอยู่เล็กน้อย ความหวาดกลัวภายในใจก็มลายหายไปไม่น้อย

"อย่างนั้นหรือ?"

เฉินอวี่ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบยิ่ง

ในเมื่อดึงดูดคนมาเพิ่มได้อีกคนหนึ่งแล้ว ก็หาได้มีความจำเป็นที่จะต้องออมมืออีกต่อไป

เฉินอวี่โคจรพละกำลังจากร่างกาย สื่อประสาทกับพลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดิน เจตจำนงมารแผ่ซ่านออกไปรอบทิศ พลางสำแดงหมัดมารกลืนเมฆาออกมา

ตูม!

หมัดมารขนาดมโหฬาร สูบกลืนพลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ดูราวกับแปรเปลี่ยนเป็นขุนเขาขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าปะทะ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมอย่างสุดกำลังของเฉินอวี่ หญิงสาวชุดแดงถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง ในเวลานี้จึงเพิ่งจะทราบว่า เฉินอวี่กลับปกปิดพละกำลังเอาไว้ตลอดเวลา

ในยามวิกฤต นางกัดปลายนิ้วจนแตก โลหิตพุ่งกระจายออกมา พลางร่ายอาคมอย่างต่อเนื่อง

วูบ วูบ!

รอบกายของนาง หมอกสีชมพูควบแน่นแปรเปลี่ยนเป็นเส้นริบบิ้นหลายสาย พลางห่อหุ้มร่างกายของนางไว้ที่ด้านใน

บึ้ม!

หมัดมารพุ่งเข้าปะทะ เส้นริบบิ้นสีชมพูเหล่านั้นม้วนพันร่างกายของหญิงสาวชุดแดง พลางกระเด็นออกไป พุ่งตรงไปยังปีศาจชุดม่วงเหออวิ๋นว่าง

เหออวิ๋นว่างไม่ได้สนใจหญิงสาวชุดแดง เขวจ้องเขม็งไปที่เฉินอวี่ แววตา ดูดุร้ายและเย็นเยียบ: "เฉินอวี่ เจ้าคิดว่าหลังจากทะลวงผ่านขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าแล้ว จะไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้นกับเจ้า จึงได้กล้าก้าวเดินออกมาอย่างนั้นหรือ?"

สำหรับเขาแล้ว การกระทำของเฉินอวี่ก็คือการไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

"ถูกต้อง"

เฉินอวี่ตั้งใจยั่วยุเหออวิ๋นว่าง

ทว่า ภายในใจของเขาก็คิดเช่นนั้นจริงๆ

ในตอนนั้นเอง อีกสองทิศทาง พลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินก็พุ่งพล่านขึ้นมา อานุภาพแห่งฟ้าดินบีบคั้นเข้ามาจากทุกทิศทาง

"เฉินอวี่ เจ้ากลับสังหารลูกพี่ลูกน้องของข้า วันนี้ข้าย่อมต้องเอาศีรษะของเจ้ามาให้ได้" เสียงคำราม ดั่งเสียงอัสนีบาตฟาดลงมา ดังกังวานแว่วมา

คนที่กล่าววาจานี้ มีรูปร่างสูงใหญ่และกำยำ อีกทั้งยังสวมงอบอยู่เช่นกัน

ดูจากสถานการณ์แล้ว ชายสวมงอบที่เฉินอวี่เผลอสังหารไปในคราแรก ก็คงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

"เฉินอวี่ วันนี้เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้!"

อีกทิศทางหนึ่ง มีท่านผู้สูงส่งขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าสองคนบินตรงเข้ามา

คนทั้งสองนี้ล้วนแต่เป็นคนจากสำนักเทียนอวี้ เฉินอวี่รู้จักเพียงศิษย์พี่ฝางเท่านั้น

ชายร่างสูงที่อยู่ข้างกายศิษย์พี่ฝาง เมื่อมองดูสถานการณ์เบื้องหน้า จิตใจก็สงบลงเล็กน้อย

พริบตาเดียว ท่านผู้สูงส่งขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าสี่คนก็มาถึงพร้อมกัน!

ที่ป่าไม้ที่อยู่อยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวชุดแดงพุ่งทะยานขึ้นมา เสื้อผ้าของนางฉีกขาด ร่างกายที่งดงามนั้น ปรากฏยอดปทุมถันสีชมพูที่ดูแวววาวและขาวนวลจนเกือบจะเผยออกมาทั้งหมด

"ฮ่าฮ่า เฉินอวี่ เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นความผิดของเจ้าเอง!"

หญิงสาวชุดแดงหัวเราะออกมาด้วยท่าทางที่ดูราวกับคนเสียสติ

เมื่อรวมนางเข้าไปด้วย ในที่แห่งนี้ก็มีท่านผู้สูงส่งขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าถึงห้าคน สถานการณ์เช่นนี้ เฉินอวี่จะยังมีทางรอดชีวิตได้อย่างไร?

"ลงมือ!"

ศิษย์พี่ฝางตะคอกออกมาคำหนึ่ง พลางร่วมมือกับชายหนุ่มร่างสูง ลงมือก่อนเป็นคนแรก

ในตอนนี้สถานการณ์มีเพียงห้าคน ทีมของเขากับศิษย์น้องนับว่าแข็งแกร่งที่สุด หากสังหารเฉินอวี่ได้ ผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับย่อมต้องมากที่สุด

"ฮ่าฮ่าฮ่า หากข้าคิดจะจากไป ในหมู่พวกเจ้า ย่อมไม่มีผู้ใดไล่ตามข้าทัน"

เฉินอวี่หัวเราะร่าออกมา พลางหันหลังวิ่งหนีไปทันที...

เมื่อได้ยินวาจานี้ เหออวิ๋นว่าง ศิษย์พี่ฝาง และคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าที่เย็นเยียบ พลางพุ่งตามออกไปในทันที

ในจำนวนนั้นเหออวิ๋นว่างและศิษย์พี่ฝาง ต่างก็ ดูแคลนคำโวของเฉินอวี่ยิ่ง

ศิษย์พี่ฝางมีระดับพลังขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าระยะแรกระดับสูงสุด ฝึกบำเพ็ญวิถีกระบี่ เรื่องความเร็วก็เป็นจุดเด่นของเขาเช่นกัน

ส่วนจุดแข็งของเหออวิ๋นว่างก็คือความเร็ว โดยเฉพาะเขามีสมบัติวิเศษระดับราชันชั้นเลิศ "ผ้าคลุมเมฆม่วง" อยู่ชิ้นหนึ่ง ย่อมทำให้จุดเด่นด้านความเร็วของเขาสำแดงออกมาได้อย่างถึงขีดสุด

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ทุกคนต่างก็เงียบกริบ

เห็นเพียงที่ด้านหลังของเฉินอวี่ปรากฏปีกขนนกสีทองคู่หนึ่งออกมา ดูราวกับหงส์ทองท่ามกลางราตรี พลางบินทะยานไปอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังหลงเหลือไว้เพียงเส้นทางแสงเพลิงสายหนึ่ง

ระดับของปีกหงส์ทองก็นับว่าเป็นระดับราชันชั้นเลิศเช่นกัน เมื่อผสานเข้ากับความเร็วของเฉินอวี่แล้ว จึงรวดเร็วกว่าเหออวิ๋นว่างอยู่เล็กน้อย

"เฉินอวี่เจ้าเด็กน้อย หากมีความสามารถก็อย่าได้หลบหนี พวกเรามาประลองกันตัวต่อตัว!"

ชายร่างสูงใหญ่สวมงอบผู้นั้น ไม่ได้ถนัดในเรื่องความเร็ว จึงรั้งท้ายอยู่ที่ด้านหลังสุด จึงได้ร้องคำรามออกมาเสียง ดั่ง จนทำให้สัตว์ป่าและนกน้อยในรัศมีหลายร้อยลี้ต้องตื่นตกใจ

เฉินอวี่นำหน้าไปไกล พลางบินวนรอบป่ารกแห่งนี้

แววตาของเขา ดูล้ำลึก สัมผัสวิญญาณแผ่ซ่านออกไป พลางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า: "มีเพียงเท่านี้เองอย่างนั้นหรือ?"

นอกจากคนทั้งห้าคนที่กำลังไล่ตามตนเองอยู่ในยามนี้ เฉินอวี่ก็ยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยของยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวห้วงสมุทรว่างเปล่าอีกสองคน

ครู่ต่อมา เฉินอวี่ก็ไม่ได้พบสิ่งใดเพิ่มเติม เขาจึงเก็บปีกหงส์ทอง พลางพุ่งดิ่งเข้าไปในป่ารกทันที

"ต่อไป คือช่วงเวลาแห่งการล่า!"

ภายในป่า ฟันที่ขาวสะอาดของเฉินอวี่ ดูสว่างไสวยิ่ง

ทันใดนั้น

ผิวหนังของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ บนพื้นผิว ดูราวกับมีแสงสีดำไหลเวียนไปมา ฟันที่ขาวสะอาดของเขาก็หาได้ ดูโดดเด่นอีกต่อไปไม่

เพียงลมหายใจเดียว เฉินอวี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืดมิด รอบกาย ดูอึมครึมลงไปมาก หากเขาไม่ขยับร่างกาย ก็ย่อม ดูราวกับหลอมรวมเข้ากับความมืดมิดได้อย่างสมบูรณ์

"นี่คือสายเลือดของหมาป่าปีกราตรีเร้นอย่างนั้นหรือ?"

เฉินอวี่สัมผัสถึงพละกำลังจากสายเลือดใหม่

พละกำลังจากสายเลือดของหมาป่าปีกราตรีเร้นนั้น แข็งแกร่งกว่าสายเลือดของปีกหงส์ทองอยู่เล็กน้อย

ระหว่างทั้งสองสิ่งนี้ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อย่างหนึ่งเหมาะสำหรับการต่อสู้ซึ่งหน้า อีกอย่างหนึ่งเหมาะสำหรับการแฝงตัวลอบจู่โจม

เฉินอวี่เร่งเร้าสายเลือดหมาป่าปีกราตรีเร้น แทบจะไม่มีอานุภาพหรือกลิ่นอายอันใดแผ่ซ่านออกมาเลยแม้แต่น้อย เพียงเท่านี้เขาก็ผลัดเปลี่ยนร่างกายอย่างเงียบเชียบ จากนั้นจึงแฝงตัวอยู่ในความมืด ดูราวกับแม้แต่จังหวะการเต้นของหัวใจและลมหายใจก็หยุดนิ่งไปแล้ว สงบเงียบราวกับโขดหินก้อนหนึ่ง

ท่ามกลางโลกแห่งประสาทสัมผัสของเขา ราตรีและทิวาก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ซ้ำยังมองเห็นได้ชัดเจนกว่ายามกลางวันเสียอีก

"เจ้าเด็กนั่นหนีไปที่ใดแล้ว?"

เสียง ดั่งกังวาน ดั่งเสียงระฆังของชายร่างใหญ่สวมงอบ ดั่งแว่วมา

"ย่อมต้องอยู่แถวนี้!" คนที่กล่าววาจานี้คือหญิงสาวชุดแดง

สัมผัสวิญญาณของศิษย์พี่ฝางครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยจั้ง พลางกวาดผ่านร่างกายของเฉินอวี่ไป ทว่ากลับไม่ได้พบสิ่งใด: "หรือว่าเขาจะรู้วิชาแทรกปฐพี?"

"ค้นหาให้ละเอียด!" ชายร่างสูงที่มาพร้อมกับศิษย์พี่ฝางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

หญิงสาวชุดแดงแผ่พลังจิตวิญญาณออกไปรอบทิศ พลางสำแดงวิชามายาออกมา

หากเฉินอวี่แอบซ่อนตัวอยู่แถวนี้ ย่อมต้องได้รับผลกระทบ!

ทันใดนั้น!

จิตใจของหญิงสาวชุดแดง ดูราวกับถูกทิ่มแทงอย่างรุนแรง วิกฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถาโถมเข้ามา

นางรีบเบิกตากว้าง พลันเห็นเงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมมาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!

"เฉิน..."

หญิงสาวชุดแดงจ้องมองอย่างละเอียด จึงมองเห็นเค้าโครงใบหน้าได้อยู่บ้าง

นางเพิ่งจะเตรียมตัวที่จะร้องตะโกนออกมา กรงเล็บสีดำมิดสายหนึ่งก็แทงทะลุร่างกายของนาง พลางคว้าหัวใจของนางเอาไว้!

บึ้ม!

เฉินอวี่ออกแรงบีบอย่างรุนแรง หัวใจพลันระเบิดออก!

กลิ่นอายพลังชีวิตของหญิงสาวชุดแดงมลายหายไปจนสิ้น ซากศพพุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่าง

"ใคร?"

ชายร่างใหญ่สวมงอบรีบหันหลังกลับมา พลันเห็นเงาร่างของหญิงสาวชุดแดงกำลังร่วงหล่นลงไป อีกทั้งยังมีเงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่เงามืดที่อยู่ห่างไกลออกไป

เขาพุ่งตามไปทันที เพื่อคิดที่จะคว้าเงาร่างสายนั้นเอาไว้

ทว่าท่ามกลางความมืดมิด ความเร็วของเงาร่างสายนั้นรวดเร็วยิ่ง เพียงพริบตาเดียวก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อกลับมาซ่อนตัวอยู่ในความมืดอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างของเฉินอวี่ก็กลับมาสงบเงียบตามเดิม ทว่าจิตใจของเขากลับตื่นตัวยิ่งนัก

สายเลือดหมาป่าปีกราตรีเร้น ร้ายกาจยิ่งนัก!

มันช่วยเพิ่มพูนพละกำลังในการระเบิดของเฉินอวี่ขึ้นอย่างมหาศาล อีกทั้งยังมีความว่องไวและความเร็วที่เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญที่สุดก็คือความสามารถในการแฝงตัว ท่ามกลางความมืดมิด นับว่าเขาไร้เทียมทาน ย่อมเป็นฝันร้ายของศัตรูทุกคน

คนอื่นๆ เองก็เริ่มรู้สึกตัวแล้ว สีหน้าฉายแววหวาดกลัวยิ่งนัก

พวกเขากลับหาได้สัมผัสถึงสิ่งใดได้เลย หญิงสาวชุดแดงกลับสิ้นชีพลงไปอย่างหาที่มาที่ไปไม่ได้เช่นนั้น

"ศิษย์พี่ฝาง ใครสังหารนาง? และสังหารด้วยวิธีใด?"

ชายร่างสูงส่งกระแสจิตถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

ทุกคนพลันยกระดับความระแวดระวังขึ้นทันที พลังจิตวิญญาณครอบคลุมไปทั่วบริเวณ!

เฉินอวี่แฝงตัวอยู่ในความมืด เวลา ดูราวกับจะหยุดนิ่งไป เขาไม่ได้ขยับร่างกาย และไม่ได้ส่งเสียงอันใดออกมา แม้แต่ลูกตาก็หาได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

ทว่าศัตรู กลับยิ่งทวีความหวาดวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ จนค่อยๆ เผยช่องโหว่ออกมา!

ฟิ้ว!

เฉินอวี่เคลื่อนไหวแล้ว ความเร็วของเขาราวกับเงาพราย ไม่ได้มีเสียงอันใด เขามาถึงที่ด้านหลังของชายร่างใหญ่สวมงอบอย่างเงียบเชียบ

เมื่อก้าวเข้าสู่รัศมีในระดับหนึ่ง ชายร่างใหญ่สวมงอบก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาได้ จึงรีบหันหลังกลับมา พลางซัดหมัดออกมาหนึ่งหมัด แรงดึงดูดมหาศาลถาโถมลงมา

ทว่าสายเลือดหมาป่าปีกราตรีเร้นนั้นมีความพิเศษ ผิวหนังของเฉินอวี่ ดู ดำมะเมื่อม ดูราวกับมีน้ำไหลเวียนไปมา แรงดึงดูดที่มีผลต่อเขานั้น ถูกลดทอนไปถึงห้าหกส่วน!

ร่างกายของเขาคล่องแคล่ว พลิกตัวหลบหลีกหมัดของชายร่างใหญ่สวมงอบได้อย่างว่องไว พลางซัดกรงเล็บเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่าย!

ฉึก!

โลหิตพุ่งกระจายไปทั่ว ศีรษะก้อนหนึ่งพุ่งกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า

ชายร่างใหญ่สวมงอบยังไม่ทันได้เร่งเร้าการป้องกัน ศีรษะและร่างกายก็แยกออกจากกันเสียแล้ว!

ส่วนเฉินอวี่ก็แฝงตัวเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง พลางเลือนหายไป!

ฮึ่ม!

รอบกายพลันกลับสู่ความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น คนที่เหลือทั้งสามคนต่างก็ร่างกายสั่นสะท้าน พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันที

ท่านผู้สูงส่งขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่าระยะแรกอีกคนหนึ่ง ถูกลอบสังหารและสิ้นชีพลงในพริบตาเดียวด้วยกระบวนท่าเดียว!

พวกเขามองเห็นเพียงภาพการเข้าปะทะกันที่เลือนลางเท่านั้น ส่วนเฉินอวี่ใช้ใช้วิธีใดในการสังหารชายร่างใหญ่สวมงอบนั้น พวกเขาหาได้ทราบเลยแม้แต่น้อย!

"วิธีการลอบสังหารเช่นนี้ ต่อให้เป็นนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมาจาก 'คฤหาสน์ม่านราตรี' ก็ย่อมไม่อาจเทียบกับเขาได้เลย!"

ภายในใจของศิษย์พี่ฝางสั่นสะท้านยิ่งนัก

ห่างออกไปหลายลี้ ยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวห้วงสมุทรว่างเปล่าสองคน ค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้ที่แห่งนี้อย่างเงียบเชียบ

พวกเขาทราบดีว่านี่คือการต่อสู้ในระดับขอบเขตห้วงสมุทรว่างเปล่า ทว่ากลับอยากจะมาลองเสี่ยงโชค ดูบ้าง บางทีอาจจะได้รับผลประโยชน์อันใดติดมือกลับไป

วูบ!

ลมหนาวพัดผ่านไป คนทั้งสองพลันพบว่า ที่ข้างกายกลับปรากฏเงาร่างสายหนึ่งเพิ่มขึ้นมา!

ทั่วทั้งร่างของเขา ดำมืดมิด มองเห็นรูปลักษณ์ไม่ได้ชัดเจน รอบกาย ดูราวกับจะอึมครึมลงเพราะเขา ความหนาวเหน็บที่ยากจะอธิบายถาโถมเข้าสู่ร่างกาย

พวกเขาเพิ่งจะเตรียมตัวที่จะร้องตะโกนออกมา ทว่ากลับไม่ได้มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมา

ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้เห็นร่างกายที่ไร้ศีรษะสองร่าง ซึ่งนั่นก็คือร่างกายของพวกเขาเอง!

ตุบ!

ร่างกายและศีรษะแยกออกจากกัน พลางพุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่างพร้อมกัน

"สายเลือดหมาป่าปีกราตรีเร้น แข็งแกร่งยิ่งนัก ทว่าก็ไม่อาจสิ้นเปลืองมากเกินไปได้ รีบจัดการให้จบสิ้นเถิด!"

เฉินอวี่พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่างกายพุ่งทะยานออกไป พลางเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

พริบตาต่อมา เงาร่างสามสายก็มาถึงที่แห่งนี้ ซึ่งก็คือศิษย์พี่ฝาง ชายร่างสูง และเหออวิ๋นว่าง

เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ทั้งสามคนต่างก็มีสีหน้าที่ขาวซีดไร้สีเลือด

"สิ้นชีพไปอีกสองคนแล้ว!"

ชายร่างสูงมีสีหน้าที่ขาวซีด ดูหาได้ ดีนักไม่"

จบบทที่ บทที่ 712: เงาร่างแห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว