เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 331: ตกปลาในน้ำขุ่น

บทที่ 331: ตกปลาในน้ำขุ่น

บทที่ 331: ตกปลาในน้ำขุ่น


“คิกๆ แม่นางคนนี้ช่างโชคดีนัก ไม่เพียงแต่จะหาตัวเฉินอวี่พบ ทว่ายังได้มาพบกับเต่าทองพฤกษาสารพัดสมบัติในตำนานเข้าอีกด้วย!”

หลู่ชิวหลิงเผยสีหน้ายินดีออกมา

ตูม วู วู!

นางสะบัดปีกเหยี่ยวที่อยู่ใต้เท้า จนเกิดพายุวายุสีครามจางๆ สายหนึ่ง พลางพุ่งทะยานลงไปอย่างรวดเร็ว

บริเวณรอบทะเลสาบ

ของล้ำค่าบนกระดองของเต่าเรียกสมบัติถูกเฉินอวี่ลอบชิงไป มันจึงเกิดอาการคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง กระแสน้ำโดยรอบพุ่งพล่านและพัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ

ลูกศิษย์มากมายต่างพากันหลบเลี่ยงรัศมีการโจมตี

หลังจากที่เต่าเรียกสมบัติเกิดอาการคลั่งแล้ว ร่างกายของมันก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ดูเหมือนจะทนได้อีกไม่นานนัก

ในขณะนั้นเอง ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งขุมหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น บนพื้นดินก็ปรากฏเงาขนาดมหึมาขึ้น พบเห็นเหยี่ยวครามยักษ์ตัวหนึ่งพุ่งทะยานลงมา แผ่ซ่านกลิ่นอายที่เข้าใกล้ขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิดออกมา

เพียงแค่กระแสวายุที่เกิดจากเหยี่ยวครามยักษ์พัดผ่าน ก็สามารถพัดเอาผู้มียอดฝีมือขอบเขตก่อกำเนิดหลายคนให้กระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง

“ไปตายเสียเถิด เฉินอวี่!”

ดวงตาที่เย็นชาของหลู่ชิวหลิงจ้องเขม็งไปที่เฉินอวี่อย่างดุร้าย

ฟิ้ว!

กรงเล็บยักษ์สีครามที่ราวกับเหล็กกล้าคู่นั้น พุ่งเข้าตะปบเฉินอวี่อย่างรุนแรง

ในวินาทีวิกฤต เฉินอวี่โคจรคัมภีร์อักขระลับเทวมารจนถึงขีดสุด พลางหยิบกระบี่เทียนเชวี่ยออกมาต้านรับไว้เบื้องหน้า

ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้เท้าถีบลงบนพื้นน้ำแข็งเบื้องล่างจนแตกกระจาย พลางทรุดกายลงต่ำ

ตูม! การเข้าปะทะกับกรงเล็บเหล็กของเหยี่ยวครามยักษ์ ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ส่วนร่างกายของเฉินอวี่ ก็ฉวยโอกาสจากแรงกระแทกนั้นร่วงหล่นลงสู่ก้นทะเลสาบทันที

เมื่อเห็นภาพนี้ ลูกศิษย์รอบข้างต่างพากันใจสั่นระรัว

“เฉินอวี่คนนี้ไปทำอะไรมากันแน่ ถึงได้ทำให้หลู่ชิวหลิงโกรธแค้นถึงเพียงนี้ ถึงขั้นลงมือสังหารอย่างไม่ลังเล!”

“ทะเลสาบแห่งนี้ไม่รู้ว่าถูกโยนยาพิษลงไปมากเท่าใด เต่าเรียกสมบัติที่คุ้นเคยกับน้ำและมีกระดองเต่าป้องกัน อีกทั้งยังมีสายเลือดที่แข็งแกร่ง จึงจะสามารถต้านทานเอาไว้ได้ ทว่าคนธรรมดาที่ร่วงลงไปในน้ำ ย่อมต้องถูกพิษนับหมื่นรุกรานร่าง ไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาได้”

กลุ่มลูกศิษย์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และทอดถอนใจ

เมื่อครู่เฉินอวี่ยังสำแดงฝีมือได้อย่างโดดเด่น ทว่าเพียงชั่วพริบตากลับถูกหลู่ชิวหลิงที่เพิ่งมาถึงสังหารลง เรื่องราวที่พลิกผันเช่นนี้ทำให้ผู้คนต่างพากันเวทนา

“พี่เฉิน!”

ไกลออกไป ใบหน้าของขงจงสั่นสะเทือน

“เจ้า……”

ทางฝั่งสำนักศึกษากระบี่สวรรค์ ดวงตาที่เย็นชาของเย่ลั่วเฟิ้งจ้องเขม็งไปที่หลู่ชิวหลิง ภายในดวงตาแผ่ซ่านเจตจำนงแห่งกระบี่ที่หนาวเหน็บเข้ากระดูกออกมาขุมหนึ่ง

ก้นทะเลสาบ

ผิวหนังของเฉินอวี่เริ่มถูกกัดกร่อนจนรู้สึกเจ็บปวดแสบเจ็บร้อน เขาโคจรร่างจริงรูปหล่อทองแดงจนถึงขีดสุด และกระตุ้นม่านพลังป้องกันของสมบัติวิเศษระดับสูง ในขณะเดียวกันก็ชักนำปราณอักขระมารที่แข็งแกร่งออกมาสร้างเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

“นังผู้หญิงสารเลวคนนี้ ลงมือหนักนัก นางกะจะเอาชีวิตข้าจริงๆ”

ดวงตาของเฉินอวี่เป็นประกายเย็นเยียบ

“ยามนี้ยังไม่ควรออกไป”

เฉินอวี่ไม่ได้จากไป ทว่ากลับเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ที่ก้นทะเลสาบชั่วคราว

หากเขาใช้พลังทั้งหมดในการป้องกัน ก็พอจะสามารถหลบซ่อนอยู่ที่ก้นทะเลสาบได้ครู่หนึ่ง

“พวกเจ้าไปเสียเถิด เต่าเรียกสมบัติตัวนี้ เป็นของแม่นางคนนี้แล้ว”

หลู่ชิวหลิงยืนตระหง่านอยู่บนหลังเหยี่ยว พลางตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่โอหังและดูทรงอำนาจ

“ช่างพูดจาใหญ่โตนัก พวกเราอุตสาห์ลงแรงจนมันแทบจะสิ้นลมหายใจ สุดท้ายกลับจะให้พวกเรายกผลประโยชน์ให้เจ้าอย่างนั้นหรือ?”

เว่ยปินเป็นคนแรกที่ไม่ยินยอม พลางส่งเสียงร้องที่แสบแก้วหูออกมา

“ท่านดูจะไร้เหตุผลเกินไปหน่อยกระมัง”

ท่านหญิงหนิงเองก็เอ่ยออกมาเช่นกัน

“ฮ่าฮ่า แม่นางคนนี้ให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว ในเมื่อไม่เห็นค่า ก็อย่ามาโทษคนอื่นเลย”

มุมปากของหลู่ชิวหลิงเผยรอยยิ้มที่ดูแคลนออกมา

นางหยิบถุงสัตว์เลี้ยงออกมาหลายใบ พลางปล่อยสัตว์เลี้ยงจิตวิญญาณภายในออกมาจนหมด

ตูม ตูม ปัง!

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหลายตัวปรากฏกายขึ้นพร้อมกัน

มีทั้งแรดเขาเงิน พยัคฆ์ยักษ์เนตรอัคคี และยังมีผึ้งพิษสีเหลืองตัวหนึ่ง รวมถึงแมงมุมสีดำอีกสามสี่ตัว

ในจำนวนนั้น แรดเขาเงินมีตบะทัดเทียมกับเหยี่ยวครามยักษ์ ส่วนสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ต่างก็มีตบะถึงขอบเขตก่อกำเนิดจุดสูงสุด

“นักฝึกสัตว์ช่างน่ากลัวนัก!”

ลูกศิษย์หลายคนเริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในใจ

“หลู่ชิวหลิง เจ้าดูจะไม่เห็นโจวผู่นี้อยู่ในสายตาเลย!”

ทางฝั่งสำนักศึกษากระบี่สวรรค์ ดวงตาที่เรียวเล็กของโจวยู่นิ่ง แผ่ซ่านเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ร้อนระอุออกมาสายหนึ่ง

“คิกๆ ในที่แห่งนี้ก็มีเพียงเจ้าเท่านั้น ที่พอจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้ เหตุใดหรือ? เจ้าคิดจะประลองกับข้าอย่างนั้นหรือ?”

หลู่ชิวหลิงจ้องมองไปที่โจวยู่นิ่ง

“รับมือ!”

โจวยู่นิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลง วาดกระบี่ออกมาหนึ่งครั้ง เกิดเป็นคมกระบี่แสงเพลิงที่น่าเกรงขามสายหนึ่ง พุ่งเข้าหาหลู่ชิวหลิง

เคร้ง ปัง!

เหยี่ยวครามยักษ์สะบัดปีกที่แข็งแกร่งราวกเหล็กกล้า ปลดปล่อยพายุวายุสีครามออกมาเพื่อลดทอนอานุภาพของกระบี่สายนี้

ปัง!

ในมือของหลู่ชิวหลิงปรากฏแส้หนังสีน้ำตาลเส้นหนึ่ง นางสะบัดออกไปอย่างรุนแรง จนสามารถทำลายคมกระบี่นั้นจนแตกกระจาย

การปะทะกันของสองยอดฝีมือระดับแนวหน้า ทำให้เกิดคลื่นปราณแท้จริงพัดกระหน่ำ จนทำให้ลูกศิษย์คนอื่นๆ ต้องพากันถอยหนี

สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย นอกจากโจวยู่นิ่งแล้ว ลูกศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันเข้าต่อสู้พัวพันกับสัตว์อสูรเลี้ยงของหลู่ชิวหลิงอย่างดุเดือด

ที่ก้นทะเลสาบ เฉินอวี่ใช้พลังทั้งหมดในการต้านทานพิษ พลางเฝ้าสังเกตการณ์สถานการณ์ภายนอกอย่างใกล้ชิด

“เต่าเรียกสมบัติใกล้จะตายแล้ว!”

เฉินอวี่ทราบสถานการณ์ของเต่าเรียกสมบัติเป็นอย่างดี

ไป!

ในมือของเฉินอวี่ปรากฏจุดแสงสีน้ำเงินเข้มจุดหนึ่งพุ่งออกไป ซึ่งก็คือแมลงประหลาดจันทราเหล็ก

ในยามนี้แมลงประหลาดจันทราเหล็กได้บรรลุถึงขอบเขตก่อกำเนิดระยะกลางแล้ว พิษของมันน่ากลัวยิ่งนัก หากยอดฝีมือขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลายถูกมันกัดเข้าที่จุดตาย ย่อมต้องจบชีวิตลง

ฟิ้ว!

แมลงประหลาดจันทราเหล็กพุ่งออกมาจากก้นทะเลสาบ พลางมุดเข้าไปในบาดแผลบริเวณลำคอของเต่าเรียกสมบัติทันที

ชั่วพริบตา เต่าเรียกสมบัติก็ดิ้นรนอยู่เพียงหนึ่งสองครั้ง ก่อนจะสิ้นลมหายใจลงอย่างสมบูรณ์

“น้ำในทะเลสาบนี่ช่างร้ายกาจนัก ข้าเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว โชคดีที่เต่าเรียกสมบัติลอยอยู่บนผิวน้ำมาตั้งนานแล้ว!”

เฉินอวี่ทอดถอนใจออกมา

ม่านพลังปราณแท้จริงและม่านพลังป้องกันของเกราะสมบัติระดับสูง ต่างก็ถูกพิษกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือ

ในยามนี้บนผิวหนังของเฉินอวี่ มีหลายจุดที่ถูกพิษกัดกร่อน จนสีผิวแปรเปลี่ยนเป็นสีอื่นไป

ไป!

เฉินอวี่ว่ายน้ำขึ้นมา พลางเข้าใกล้เต่าเรียกสมบัติ

กลางอากาศ หลู่ชิวหลิงและโจวยู่นิ่งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

โจวยู่นิ่งสมกับที่เป็นอัจฉริยะอันดับสามของสำนักศึกษากระบี่สวรรค์ การโจมตีนั้นเฉียบคมยิ่งนัก แม้หลู่ชิวหลิงและเหยี่ยวครามยักษ์จะร่วมมือกัน ทว่าบนร่างกายของเหยี่ยวอสูรตัวนั้นก็ยังมีบาดแผลปรากฏขึ้นหลายแห่ง

โจวยู่นิ่งที่เป็นผู้ฝึกกระบี่ การป้องกันจึงเป็นจุดอ่อนของเขา เสื้อผ้าบนร่างกายของเขาก็มีรอยขาดหลายจุด และมีคราบเลือดติดอยู่

“โจวยู่นิ่ง เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก” หลู่ชิวหลิงเอ่ย

นางมีพาหนะบินได้ ย่อมถือครองความได้เปรียบอย่างมหาศาล

หากไม่ใช่เพราะเกรงว่าตนเองจะบินไปไกลเกินไป จนทำให้โจวยู่นิ่งชิงเอาสมบัติบนตัวเต่าเรียกสมบัติไปได้ นางย่อมไม่ยอมเข้าปะทะกับโจวยู่นิ่งอย่างหักหาญเช่นนี้

โจวยู่นิ่งไม่ได้พูดอะไร ในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ

ทีมของเขาคือหัวหอกสำคัญในการโจมตีเต่าเรียกสมบัติเมื่อครู่ โจวยู่นิ่งเองก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจและเวลาไปไม่น้อย เขาจะยอมยกสมบัติบนตัวเต่าเรียกสมบัติให้คนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร

ในขณะนั้นเอง

ซ่า!

จากผิวน้ำปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งพุ่งทะยานออกมา ในมือถือหอกซัดสีดำขลับเอาไว้เล่มหนึ่ง

“พี่โจว ข้ามาช่วยท่านแล้ว”

เฉินอวี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย หัวใจสูบฉีดพลังระเบิดออกมา พลางเหวี่ยงหอกซัดในมือออกไปอย่างรุนแรง

หอกซัดเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะถูกแช่อยู่ในทะเลสาบพิษ ทว่าเฉินอวี่ยังทาพิษของเห็ดพิษมรกตเอาไว้อีกด้วย

“เจ้า…… ยังไม่ตายหรือ?”

สายตาของโจวยู่นิ่งพลันชะงักไป

ถูกเหยี่ยวครามยักษ์โจมตีเข้าอย่างจัง และร่วงลงสู่ก้นทะเลสาบพิษ ผ่านไปนานถึงเพียงนี้ เฉินอวี่กลับยังพุ่งออกมาได้อีก

พละกำลังในการเอาชีวิตรอดเช่นนี้ ต่อให้เป็นแมลงสาบก็ยังเทียบไม่ติดเลย

ทว่าในวินาทีถัดมา เขาก็ต้องชะงักไปอีกครั้ง

ฟิ้ว!

หอกซัดที่เฉินอวี่เหวี่ยงออกมา ลากเอาเงาหอกสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านอากาศไป ปลายหอกส่องประกายแสงสีทองที่หนาวเหน็บ เพียงพริบตาก็พุ่งผ่านระยะทางกว่าสิบจั้ง เข้าหาหลู่ชิวหลิงทันที

“อะไรกัน?”

หลู่ชิวหลิงเผยสีหน้าเหมือนเห็นผี ใบหน้าอันงดงามปรากฏความตกตะลึงขึ้นมา

นางไม่คาดคิดเลยว่า เฉินอวี่ที่ร่วงลงไปในทะเลสาบพิษ จะยังมีชีวิตอยู่

ไม่เพียงเท่านั้น หอกซัดที่เฉินอวี่เหวี่ยงออกมา ยังแฝงไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่ง จนทำให้นางสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม

ฟึ่บ!

หอกซัดกวาดผ่านปีกของเหยี่ยวครามยักษ์ไปอย่างรุนแรง โลหิตพุ่งกระจาย ขนเหยี่ยวที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าพุ่งกระจายลงมา

ทว่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ หอกซัดยังคงพุ่งต่อไปยังหลู่ชิวหลิงอย่างไร้ความเร็วที่ลดลง

ซ่า!

หลู่ชิวหลิงรีบหลบหลีกอย่างลนลาน หอกซัดเล่มนั้นพัดพาเอากระแสวายุกวาดผ่านแขนขวาของนางไป จนทำให้เสื้อผ้าบริเวณแขนเสื้อฉีกขาดไปบางส่วน

“นี่มัน……”

ลูกศิษย์รอบข้างต่างพากันอ้าปากค้าง เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา

เฉินอวี่ที่ร่วงลงไปในน้ำไม่เพียงแต่จะไม่ตาย ทว่ายังสามารถลอบโจมตีจนทำให้เหยี่ยวครามยักษ์ได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย

“ไม่ตาย!”

ดวงตาที่เย็นชาของเย่ลั่วเฟิ้ง ความเย็นชาเริ่มจางหายไปทีละน้อย

เมื่อจ้องมองไปที่เฉินอวี่อีกครั้ง เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูภาคภูมิใจนั้น เย่ลั่วเฟิ้งก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้มออกมาเล็กน้อย

ตูม ปัง!

เหยี่ยวครามยักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้อยู่บ้างแล้ว ในยามนี้ถูกหอกซัดของเฉินอวี่ทำร้ายเข้าที่ปีก พิษเริ่มลุกลามไปทั่ว จนทำให้มันไม่อาจรักษาความสมดุลเอาไว้ได้ และร่วงหล่นลงมา

ยิ่งไปกว่านั้น จุดที่เหยี่ยวครามยักษ์ร่วงหล่นลงมา ยังอยู่ใกล้กับทะเลสาบ ปีกอีกข้างหนึ่งจึงตกลงไปในน้ำพิษ

ตูม!

ฝุ่นละอองพุ่งกระจาย เหยี่ยวครามยักษ์แผดคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด พลางสะบัดน้ำพิษจนพุ่งกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นสายฝนพิษโปรยปรายลงมา

ผู้คนมากมายถูกน้ำฝนพิษสาดใส่ จนบนร่างกายปรากฏจุดสีดำขึ้นทันที

ทุกคนต่างพากันถอยหนี เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า

“เฉินอวี่ เจ้ากล้าดีอย่างไร……”

หลู่ชิวหลิงยืนขึ้น พลางกำหมัดแน่น ปราณแท้จริงสีเขียวจางๆ รอบกายสั่นสะเทือนไม่หยุด แผ่ซ่านกลิ่นอายที่อันตรายยิ่งนักออกมา

ทว่า เมื่อหลู่ชิวหลิงจ้องมองไปยังใจกลางทะเลสาบ กลับไม่พบแม้แต่เงาของเฉินอวี่เลย

เมื่อมองดูอีกครั้ง ของล้ำค่าบนกระดองของเต่าเรียกสมบัติ โดยเฉพาะของล้ำค่าที่มีอายุมากที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุด กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

โจวยู่นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาพลันหดแคบลง

ฟิ้ว!

กระบี่ยาวในมือวาดออกอย่างรุนแรง ฟันคมกระบี่ที่ร้อนระอุออกมาสายหนึ่ง จนทำลายต้นไม้โบราณในระยะไกลจนล้มระเนระนาด

ที่สุดทางนั้น เงาร่างของเฉินอวี่พลันปรากฏขึ้น

ในยามนี้ บนร่างกายของเขามีจุดสีดำและสีเขียวสลับกันไปมา พิษยังไม่ถูกกำจัดออกไปจนหมดสิ้น ทำให้ดูค่อนข้างจะสะบักสะบอมอยู่บ้าง

ทว่าเฉินอวี่กลับมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พลางวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ในยามนี้ โจวยู่นิ่งและหลู่ชิวหลิงย่อมเข้าใจแล้วว่า จะต้องเป็นเฉินอวี่ที่ฉวยโอกาสตกปลาในน้ำขุ่น ชิงเอาของล้ำค่าที่มีมูลค่าสูงสุดบนกระดองเต่าเรียกสมบัติไป

อย่างไรเสีย ในที่แห่งนี้ก็มีเพียงเฉินอวี่เท่านั้นที่อยู่ใกล้เต่าเรียกสมบัติที่สุด อีกทั้งยังมีความสามารถในการต้านทานพิษที่น่าทึ่งอีกด้วย

“หลู่ชิวหลิง ยังจะสู้กันต่ออีกหรือไม่?”

โจวยู่นิ่งรีบไล่ตามไปทันที

ศิษย์น้องขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้นคนหนึ่ง กลับมาตกปลาในน้ำขุ่นต่อหน้าต่อตาพวกเขา โจวยู่นิ่งรู้สึกว่าตนเองเสียหน้ายิ่งนัก

“เสี่ยวชิง!”

หลู่ชิวหลิงจ้องมองไปที่เหยี่ยวครามยักษ์ด้วยความปวดใจ จากนั้นก็จ้องมองไปยังทิศทางของเฉินอวี่ ด้วยความโกรธแค้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นางรีบนำยาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บมาให้เหยี่ยวครามยักษ์กิน พลางเก็บมันกลับเข้าสู่ถุงสัตว์เลี้ยง

“ตกลง ของล้ำค่าที่นี่ พวกเราสองคนแบ่งกันคนละครึ่ง”

หลู่ชิวหลิงกัดฟันเอ่ยออกมา

แม้พละกำลังของเหยี่ยวครามยักษ์จะได้รับความเสียหาย ทว่านางยังมีสัตว์อสูรเลี้ยงตัวอื่นๆ อีก ยิ่งไปกว่านั้นในที่แห่งนี้ยังมีลูกศิษย์จากสำนักศึกษาดาราเปี่ยมฟ้าอีกหนึ่งสองคน นางและทีมสำนักศึกษากระบี่สวรรค์จึงเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้

“ตกลง!”

โจวยู่นิ่งตอบตกลง

ทั้งสองคนร่วมมือกัน กลุ่มคนที่เหลือจากสำนักศึกษาไร้มารและสำนักศึกษาอวิ๋นหยาง ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ จึงจำต้องถอยหนีไป

“นังสารเลวเอ๋ย…… ทว่า ไอ้เด็กเฉินอวี่นั่นช่างร้ายกาจนัก”

เว่ยปินสบถออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะหัวเราะออกมา

การที่จะทำให้ยอดฝีมืออย่างหลู่ชิวหลิงต้องเสียท่าได้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้เลย

“ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้พาหนะของหลู่ชิวหลิงได้รับบาดเจ็บ ทว่ายังชิงเอาของล้ำค่าต่อหน้าต่อตาหลู่ชิวหลิงและโจวยู่นิ่งไปได้อีก!”

ลูกศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันถอดถอนใจ พลางลอบเป็นห่วงชีวิตของเฉินอวี่

หลู่ชิวหลิงต้องมาเสียท่าให้แก่เฉินอวี่ นางย่อมไม่มีทางปล่อยเฉินอวี่ไป

เพียงไม่นาน หลู่ชิวหลิงและโจวยู่นิ่งก็จัดสรรทรัพยากรเสร็จสิ้น

ทั้งสองกลุ่มมีคนจำนวนมาก

สุดท้ายแล้ว ผลประโยชน์ที่หลู่ชิวหลิงและโจวยู่นิ่งได้รับนั้น กลับด้อยกว่าของล้ำค่าไม่กี่อย่างที่เฉินอวี่ลอบชิงไปเสียด้วยซ้ำ

จบบทที่ บทที่ 331: ตกปลาในน้ำขุ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว