- หน้าแรก
- วิถีใจนิรันดร์สะท้านภพ
- บทที่ 308: การหักหลัง
บทที่ 308: การหักหลัง
บทที่ 308: การหักหลัง
ท่ามกลางฝุ่นทรายสีเหลือง เฉินอวี่ปัดฝุ่นตามร่างกายแล้วลุกขึ้นยืน
ร่างจริงรูปหล่อทองแดงที่บรรลุขั้นเล็ก ประกอบกับการขยายร่างยักษ์ ทำให้พลังป้องกันของเขาพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับที่น่าตกใจ
หางของกิ้งก่าปีศาจอัคคีเพียงแค่ฟาดผ่านร่างกายของเขาไปเท่านั้น ความเสียหายที่ได้รับจึงไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด
ทว่าหากเปลี่ยนเป็นขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้นทั่วไป เกรงว่าคงจะสิ้นชีพไปนานแล้ว
“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
จินจัวเฟิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูร้อนรน
“เป็นเพียงรอยถลอกเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมากขอรับ”
เฉินอวี่เอ่ยอย่างราบเรียบ
สัญชาตญาณบอกเขาว่า เมื่อครู่นี้จินจัวเฟิงดูเหมือนจะจงใจขยับเข้ามาใกล้เขา เพื่อที่จะยืมมือของกิ้งก่าปีศาจอัคคีมาสังหารเขา
แต่เฉินอวี่และจินจัวเฟิงดูเหมือนจะไม่มีความแค้นต่อกัน แล้วเหตุใดอีกฝ่ายถึงต้องต้องการจะทำร้ายเขาด้วย?
เมื่อครั้งก่อนในป่าหมอกพิษ จินจัวเฟิงยังเป็นฝ่ายเป็นฝ่ายช่วยจับนักฆ่าหญิงเอาไว้ให้ ซึ่งนั่นทำให้เฉินอวี่มีความประทับใจต่อศิษย์พี่ผู้นี้ค่อนข้างดี
“เจ้าหนู เจ้านั่นมันจงใจจะทำร้ายเจ้าชัดๆ”
ราชันอัคคีที่อยู่ไกลออกไปส่งกระแสจิตบอก
เนื่องจากการต่อสู้ในครั้งนี้มีระดับที่ใกล้เคียงกับขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิด เฉินอวี่จึงไม่ได้ให้ราชันอัคคีเข้าร่วมด้วย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกของมันเป็นเพียงสัตว์อสูรขอบเขตหลังกำเนิดจุดสูงสุดเท่านั้น
นี่เป็นผลมาจากการที่เฉินอวี่ไม่ได้มอบทรัพยากรการฝึกฝนให้แก่ราชันอัคคี หากมันได้รับทรัพยากรจำนวนมหาศาล เกรงว่าในเวลาไม่นานมันคงจะก้าวข้ามเฉินอวี่ไปได้แล้ว
ราชันอัคคีที่อยู่ในสถานะสังเกตการณ์จึงมองเห็นภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจนกว่า และประกอบกับตัวมันเองที่เป็นอสูรเฒ่าที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
เฉินอวี่พยักหน้าเห็นด้วย
ในเมื่อราชันอัคคีก็พูดเช่นนี้ เขาก็มั่นใจได้เลยว่าจินจัวเฟิงนั้นจงใจ
แต่ยามนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดโปงเรื่องนี้ เพราะเขายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะพิสูจน์เรื่องทั้งหมดได้
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ยามนี้เฉินอวี่เริ่มเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พวกเรามาสู้กันต่อเถิด ดึงเวลากิ้งก่าปีศาจอัคคีตัวนี้เอาไว้จนกว่ามันจะหมดแรงตายไปเอง”
จินจัวเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมและทำหน้าที่เป็นผู้นำทีม
ไกลออกไป
“ศิษย์พี่จิน เหตุใดพวกเราไม่ลงมือฆ่าเจ้าเด็กนี่ไปเลยล่ะ”
ชายหนุ่มผมยาวส่งกระแสจิตบอกจินจัวเฟิงในที่ลับ
“ไม่ได้ เจ้าเด็กนี่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง และพลังฝีมือของมันเองก็ไม่เลวเลย ในมือของมันอาจจะมีไพ่ตายสำหรับเอาชีวิตรอดที่รองเจ้าสำนักมอบให้ก็ได้ หากประมาทเพียงนิดเดียว คนที่จะตายอาจจะเป็นพวกเราเอง”
จินจัวเฟิงรีบปฏิเสธทันที
“เหอะๆ”
ชายหนุ่มผมยาวเหยียดยิ้มออกมาอย่างดูแคลน และคิดว่าจินจัวเฟิงนั้นขี้ขลาดเกินไป
“เจ้าสบายใจได้ เรื่องที่ข้ารับปากกับหลัวห้าวเทียนเอาไว้ ข้าจะพยายามทำให้สำเร็จ”
จินจัวเฟิงส่งกระแสจิตบอกอีกครั้ง
ภายในสำนักศึกษา เขามีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับหลัวห้าวเทียน
ตระกูลหลัวถือเป็นตระกูลที่อยู่ในระดับต้นๆ ของสิบตระกูลโบราณ ในขณะที่ตระกูลจินของเขานั้นเป็นเพียงตระกูลระดับสองเท่านั้น ล่าสุดตระกูลของเขากำลังประสบกับปัญหาบางอย่าง หากตระกูลหลัวยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ปัญหานั้นก็จะคลี่คลายไปได้
เมื่อตอนที่เขาไปขอร้องหลัวห้าวเทียน หลัวห้าวเทียนได้ยื่นเงื่อนไขให้เขากำจัดศิษย์คนหนึ่งของสำนักศึกษาโลหิตพิฆาตทิ้งเสีย
ในตอนนั้นจินจัวเฟิงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก และคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ภายหลังจากที่มีข่าวว่าเฉินอวี่ได้กลายเป็นศิษย์ของรองเจ้าสำนักแพร่ออกไป เขาก็เริ่มตระหนักได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพียงใด
แม้ว่าในยามนี้จินจัวเฟิงจะพูดเช่นนั้น แต่เขาจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อทำงานให้หลัวห้าวเทียนได้อย่างไร
หากในมือของเฉินอวี่มีไพ่ตายอะไรบางอย่าง หรือเรื่องการสังหารเฉินอวี่ถูกเปิดเผยออกไป ตัวเขาก็คงจะไม่มีทางรอดเช่นกัน
“หวังว่าศิษย์พี่จินจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยนะขอรับ”
ชายหนุ่มผมยาวหัวเราะออกมา
“มันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว หากจัดการเรื่องนี้ไม่ดี พวกเราทั้งสองคนก็คงจะไม่มีทางรอดเหมือนกัน”
น้ำเสียงของจินจัวเฟิงแฝงไปด้วยคำตักเตือน
ชายหนุ่มผมยาวคนนี้เป็นคนของหลัวห้าวเทียนที่ถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือเขาในการจัดการกับเฉินอวี่
แต่ในสายตาของจินจัวเฟิง คนผู้นี้คือคนที่หลัวห้าวเทียนส่งมาเพื่อคอยจับตาดูเขาเสียมากกว่า
จินจัวเฟิงไม่ได้สนใจเรื่องอื่น หากไม่มีความมั่นใจสิบส่วน เขายอมที่จะไม่ลงมือเลยจะดีกว่า
“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง อวี่หยวน หญิงสาวร่างบางเอ่ยขึ้น
กิ้งก่าปีศาจอัคคีมีร่างกายที่ใหญ่โตและมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง การที่คนทั้งสี่จะร่วมมือกันเพื่อสังหารมันในทันทีนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มีเพียงแต่จะต้องรอให้พลังสายเลือดของมันหมดไปและอยู่ในสภาวะอ่อนแอเท่านั้น ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะสังหารมันได้
หากขาดเฉินอวี่ไปเพียงคนเดียว การที่พวกเขาสามคนที่เหลือจะรับมือกับมันก็คงจะยุ่งยากมากขึ้นไปอีก
ตูม ตูม บึ้ม!
ทั้งสี่คนยังคงร่วมมือกันโจมตีกิ้งก่าปีศาจอัคคีอย่างต่อเนื่อง
กิ้งก่าปีศาจอัคคีโกรธแค้นยิ่งนัก มันระเบิดการโจมตีออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าจินจัวเฟิงกลับไม่ยอมปะทะกับมันตรงๆ ทำให้การรับมือเป็นไปได้อย่างค่อนข้างง่ายดาย
เฉินอวี่ อวี่หยวน และชายหนุ่มผมยาว ต่างรักษาระยะห่างจากกิ้งก่าปีศาจอัคคีเอาไว้ ตราบใดที่มันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีใครคนใดคนหนึ่งอย่างสุดกำลัง พวกเขาก็ย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะถอยฉากออกมาได้ทัน
ในชั่วพริบตาหนึ่ง
“วิชาสูบโลหิต!”
จินจัวเฟิงสะบัดมืออีกข้างขึ้นและซัดฝ่ามือออกไปหนึ่งครั้ง
เห็นเพียงเงาฝ่ามือสีแดงที่เลือนรางพุ่งเข้ากระแทกและระเบิดออกที่ด้านขวาของกิ้งก่าปีศาจอัคคี
ในทันใดนั้น เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลทางด้านขวาของกิ้งก่าปีศาจอัคคีก็พุ่งออกมาด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมหลายเท่า
กิ้งก่าปีศาจอัคคีนั้นมีความสามารถในการป้องกันและฟื้นฟูร่างกายที่สูงมาก ตราบใดที่บาดแผลไม่ฉกรรจ์นัก มันก็ย่อมจะฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว แต่ในยามนี้จินจัวเฟิงได้เรียกใช้วิชาสูบโลหิตเพื่อขัดขวางการฟื้นฟูร่างกายของมัน และบังคับให้เลือดไหลออกมามากขึ้น
โฮก~
กิ้งก่าปีศาจอัคคีคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น มันมีสติปัญญาที่ไม่ต่ำทรามและรู้ดีว่าตัวเองคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมนุษย์เหล่านี้
บึ้ม วู้ๆ~
ลวดลายบนเกล็ดทั่วทั้งร่างของมันเริ่มมีเปลวไฟสีแดงพุ่งออกมา และกลายเป็นกระแสเพลิงไหลมารวมกันที่ปากของมัน
ในวินาทีนั้น ภายในรัศมีหลายสิบจั้งก็แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของเปลวไฟที่คลุ้มคลั่ง
“ไม่ท่าแล้ว อสูรตัวนี้มันคลุ้มคลั่งไปแล้ว!”
จินจัวเฟิงแผดเสียงตะโกนออกมา
นอกจากจินจัวเฟิงที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว อีกสามคนที่เหลือต่างสัมผัสได้ถึงวิกฤตที่รุนแรงมหาศาล
ภายใต้สภาวะคลุ้มคลั่งของกิ้งก่าปีศาจอัคคี การโจมตีที่รุนแรงที่สุดในวงกว้างกำลังจะระเบิดออกมา ซึ่งมันเพียงพอที่จะสังหารยอดฝีมือขอบเขตก่อกำเนิดทั่วไปที่อยู่ใกล้เคียงได้
“หืม?”
เฉินอวี่พบว่าจินจัวเฟิงมีท่าทีที่จงใจจะขยับเข้ามาใกล้เขาอีกแล้ว
ในการออกล่ากิ้งก่าปีศาจอัคคีในครั้งนี้ จินจัวเฟิงคือกำลังหลักและเป็นคนที่กิ้งก่าปีศาจอัคคีโกรธแค้นมากที่สุด
ดังนั้นเป้าหมายหลักของการโจมตีของมันย่อมต้องเป็นจินจัวเฟิง
บึ้ม!
เปลวไฟมหาศาลพุ่งออกมาจากปากของกิ้งก่าปีศาจอัคคี และกลายเป็นพายุหมุนเพลิงสีแดงเข้มที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณกว้างขวาง เกิดเป็นพายุเพลิงที่รุนแรงมหาศาลพัดพาทุกสิ่ง
“ศิษย์พี่จิน ช่วยข้าด้วย!”
เฉินอวี่ไม่ได้เอ่ยคำอื่น เขาเรียกใช้วิชาลับท่าร่างและพุ่งเข้าหาจินจัวเฟิงอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อจินจัวเฟิงต้องการจะเข้าใกล้เขาเพื่อให้เขารับการโจมตีแทนไม่ใช่หรือ?
เช่นนั้นเฉินอวี่ก็จะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาจินจัวเฟิงเองเลย
อย่างที่คำโบราณว่าไว้ สถานที่ที่อันตรายที่สุด บางทีอาจจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็ได้
โฮก~
เฉินอวี่ที่เรียกใช้วิชาลับท่าร่างแล้วนั้นเปรียบเสมือนวายุทมิฬที่พุ่งทะยานมาหยุดอยู่ด้านหลังของจินจัวเฟิงอย่างรวดเร็ว
หากจินจัวเฟิงไม่ยอมช่วยเหลือเขา เฉินอวี่ก็ย่อมสามารถกล่าว...จินจัวเฟิงนั้นต้องการจะทำร้ายเพื่อนร่วมทีม และไม่ยอมช่วยเหลือในยามวิกฤต
และหากจินจัวเฟิงฉวยโอกาสนี้ลงมือกับเขา เขาก็จะใช้ไพ่ตายสำหรับเอาชีวิตรอดที่อาจารย์มอบให้เพื่อสังหารจินจัวเฟิงทิ้งทันทีโดยไม่ลังเล
“อะไรกัน?”
จินจัวเฟิงอึ้งไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าเฉินอวี่จะทำเช่นนี้
ในเมื่ออยู่ในทีมเดียวกัน เขาย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องเพื่อนร่วมทีม
หากในยามนี้เขาทอดทิ้งเพื่อนร่วมทีม ย่อมเท่ากับเป็นการยอมรับในเจตนารมณ์ที่ชั่วร้ายของตัวเอง และหากเฉินอวี่รอดชีวิตไปได้ เรื่องราวก็จะยุ่งยากมากยิ่งขึ้น
“บัดซบ!”
เมื่อความคิดหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จินจัวเฟิงก็ตระหนักได้ว่ายามนี้ไม่มีเวลาให้เขาได้คิดอะไรอีกแล้ว
บึ้ม!
เขาระเบิดฝ่ามือออกไปหนึ่งครั้ง เกิดเป็นคลื่นโลหิตมหาศาลพุ่งเข้าปะทะ
ในขณะเดียวกัน หอกยาวสีเลือดในมือก็กวัดแกว่งอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นเงาหอกสีเลือดมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจม
ทว่าความแข็งแกร่งของจินจัวเฟิงนั้นเห็นได้ชัดว่ายังเทียบไม่ได้กับกิ้งก่าปีศาจอัคคีในยามคลุ้มคลั่ง
ตูม!
คลื่นความร้อนจากเปลวไฟกระแทกเข้าที่ร่างกายของจินจัวเฟิง จนร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปไกลหลายจั้ง
ส่วนเฉินอวี่นั้นกลับไม่ได้เป็นอะไรมากนัก เพราะเขาหลบอยู่ด้านหลังของจินจัวเฟิงตลอดเวลา และประกอบกับร่างจริงรูปหล่อทองแดงของเขานั้นมีความต้านทานต่อเปลวไฟที่แข็งแกร่งยิ่ง
แม้ว่าเขาจะถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นไปเช่นกัน แต่บาดแผลที่ได้รับนั้นถือว่าเล็กน้อยมาก
“หึ”
ชายหนุ่มผมยาวปรายตามองจินจัวเฟิงไปครั้งหนึ่ง
ในสายตาของเขา เมื่อครู่ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะสังหารเฉินอวี่ทิ้งเสีย แต่จินจัวเฟิงกลับไม่ยอมลงมือ หรือว่าจินจัวเฟิงจะระมัดระวังตัวเกินไปกันแน่
“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
หลังจากที่จินจัวเฟิงลุกขึ้นยืน เขาก็หันมามองทางเฉินอวี่
เขารู้ดีว่าเฉินอวี่น่าจะเริ่มระแคะระคายอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว
หลังจากนี้เขาจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น หากไม่มีโอกาสที่ดีจริงๆ เขายอมที่จะไม่ลงมือเลยจะดีกว่า
“ต้องขอบคุณศิษย์พี่จินมากขอรับ”
เฉินอวี่แย้มยิ้มออกมา
อีกด้านหนึ่ง กิ้งก่าปีศาจอัคคีหลังจากที่ระเบิดการโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกมาแล้ว มันก็เข้าสู่สภาวะอ่อนแอทันที
“บุกเลย! ยามนี้คือตอนที่มันอ่อนแอที่สุด!”
จินจัวเฟิงแผดเสียงตะโกนสั่ง
ทั้งสี่คนพุ่งออกไปอีกครั้งและเริ่มรุมโจมตีกิ้งก่าปีศาจอัคคีอย่างบ้าคลั่ง
บาดแผลบนร่างกายของกิ้งก่าปีศาจอัคคีเริ่มฉกรรจ์มากขึ้นเรื่อยๆ เลือดไหลนองไปทั่วพื้น
โฮก!
หางขนาดมหึมาของกิ้งก่าปีศาจอัคคีฟาดออกมาหนึ่งครั้ง เกิดเป็นพายุเพลิงพัดพาทั้งสี่คนให้ถอยหลังกลับไป
ในวินาทีต่อมา กิ้งก่าปีศาจอัคคีก็ออกวิ่งและมุดหายลงไปในหลุมขนาดมหึมาที่อยู่ไม่ไกลนัก
หลุมยักษ์แห่งนี้ก็คือสถานที่ที่กิ้งก่าปีศาจอัคคีพุ่งออกมาจู่โจมพวกเขาก่อนหน้านี้
ภายในหลุมนั้นมืดสนิทและดูเหมือนจะทอดยาวลงไปสู่ใต้ดิน
“ตามไป! กิ้งก่าปีศาจอัคคีได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว จะปล่อยให้มันหนีไปเช่นนี้ไม่ได้!”
อวี่หยวนเอ่ยขึ้น
คนอื่นๆ เองก็เห็นด้วย
เพราะการสังหารกิ้งก่าปีศาจอัคคีได้เท่านั้นถึงจะได้รับรางวัลที่มหาศาล หากปล่อยให้มันหนีไปได้เช่นนี้ ย่อมเท่ากับว่าพวกเขาต้องมาเสียเที่ยว
“มา เข้ามาในถุงสัตว์เลี้ยงเร็ว”
เฉินอวี่เอ่ยบอกราชันอัคคี
“เหอะ!”
ราชันอัคคีแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจและไม่ยอมเข้าไปข้างใน
“จินจัวเฟิงแสดงเจตนาที่เป็นศัตรูต่อข้าอย่างชัดเจน หลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากเจ้าไม่ยอมไปกับข้า หรือว่าเจ้าอยากจะให้จินจัวเฟิงฆ่าข้าตายกันแน่?”
เฉินอวี่ถามออกไป
พันธสัญญาแห่งความเท่าเทียมนั้นระบุไว้ว่า เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในอันตราย อีกฝ่ายมีหน้าที่ที่จะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ในที่สุด ราชันอัคคีก็ยอมเข้าไปในถุงมิติ
จากนั้น ทั้งสี่คนก็มุดหายลงไปในหลุมยักษ์เพื่อตามล่านักฆ่ากิ้งก่าปีศาจอัคคีต่อ
เมื่อกระโดดลงไปและเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็ปรากฏอุโมงค์ใต้ดินที่กว้างขวาง ภายในอุโมงค์มีอุณหภูมิที่สูงมากและแผ่รังสีมารออกมาเป็นระยะๆ อุโมงค์นั้นคดเคี้ยวและทอดยาวไปไกลแสนไกล
“อุโมงค์ใต้ดินใหญ่โตเพียงนี้ บางทีอาจจะเป็นรังของกิ้งก่าปีศาจอัคคีก็ได้นะ”
อวี่หยวนเอ่ยเตือน
“หึหึ ไม่แน่ว่าข้างในอาจจะมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่มากมายก็ได้”
ชายหนุ่มผมยาวหัวเราะออกมา
ทั้งสี่คนต่างรีบพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกัน
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงโถงถ้ำใต้ดินขนาดมหึมา และได้พบกับกิ้งก่าปีศาจอัคคีที่นี่
“ศิลาอัฐิมาร!”
ดวงตาของชายหนุ่มผมยาวเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น
เห็นได้ชัดว่า ที่ผนังถ้ำด้านหนึ่งเต็มไปด้วยศิลาอัฐิมาร จากสัมผัสของเขาบอกได้ว่าศิลาอัฐิมารส่วนใหญ่มีคุณภาพที่สูงมาก
ในฐานะผู้ฝึกสายมาร ศิลาอัฐิมารเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนของเขายิ่ง
“หอกเทพโลหิต!”
จินจัวเฟิงเป็นผู้นำทัพและระเบิดวิชาการต่อสู้ที่แข็งแกร่งออกมาทันที
บึ้ม~
รังสีหอกสีเลือดขนาดมหึมาแผ่กลิ่นอายคาวเลือดพุ่งเข้ากระแทกศีรษะของกิ้งก่าปีศาจอัคคี
ชายหนุ่มผมยาวฟันดาบออกไปเกิดเป็นวงพระจันทร์สีดำขลับ อวี่หยวนสะบัดแส้เกิดเป็นเงาแส้นับชั้นฟาดเข้าที่บาดแผลของกิ้งก่าปีศาจอัคคี
เฉินอวี่เหวี่ยงกระบี่และบุกเข้าจู่โจมกิ้งก่าปีศาจอัคคี
ตูม ตูม บึ้ม!
ภายในโถงถ้ำใต้ดิน ทั้งสี่คนและกิ้งก่าปีศาจอัคคีเปิดฉากต่อสู้กันอีกครั้ง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถงถ้ำ
กิ้งก่าปีศาจอัคคีเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ และดูเหมือนจะยันไว้ได้อีกไม่นานแล้ว
“ฆ่า!”
จินจัวเฟิงแทงหอกออกไปอย่างรุนแรง เกิดเงาหอกสีแดงขนาดมหึมาพุ่งพุ่งทะยานออกมา
กิ้งก่าปีศาจอัคคีพยายามหลบหลีกอย่างสุดกำลัง เงาหอกที่แหลมคมเหล่านั้นจึงพลาดไปถูกที่ขอบของผนังศิลาอัฐิมารที่อยู่ด้านหลังแทน
ปังครืน!
ที่ผนังถ้ำถูกเงาหอกซัดจนเป็นรูโหว่ขนาดเล็ก เศษหินอัฐิมารร่วงหล่นลงมา และมีกลิ่นอายมารที่รุนแรงพวยพุ่งออกมาจากข้างในนั้น
บริเวณรอบๆ รูโหว่นั้นเริ่มเกิดรอยร้าวขยายวงกว้างออกไป และในทันใดนั้นก็มี “หนอนอัฐิมาร” ตัวอ้วนท้วนตัวหนึ่งมุดออกมา ดวงตาขนาดเท่าเม็ดถั่วของมันมืดมิดสนิทและแผ่รังสีความเย็นเยียบออกมา
เมื่อหนอนอัฐิมารตัวแรกมุดออกมาแล้ว ก็มีแมลงและงูชนิดอื่นๆ มุดตามออกมาอีกหลายตัว
“ไม่ท่าแล้ว บริเวณเหมืองอัฐิมารนั่นมีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมาก!”
สีหน้าของชายหนุ่มผมยาวเปลี่ยนไปทันที
จากสัมผัสที่ได้รับ สัตว์อสูรเหล่านี้เกือบทั้งหมดอยู่ในระดับขอบเขตก่อกำเนิดระยะปลาย และมีจำนวนมากกว่ายี่สิบตัว
สัตว์อสูรที่ถูกความมืดครอบงำเหล่านี้เดิมทีก็มีความแข็งแกร่งที่สูงมากอยู่แล้ว และเมื่อรวมกับจำนวนที่มหาศาลขนาดนี้ แถมยังมีกิ้งก่าปีศาจอัคคีอยู่ข้างๆ อีก ต่อให้เป็นพวกเขาทั้งสี่คนก็ไม่อาจจะต้านทานไหวได้
“พวกเราถอยกันก่อนเถิด!”
จินจัวเฟิงแผดเสียงตะโกนสั่ง
เมื่อครู่เขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกิ้งก่าปีศาจอัคคี และหลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน พลังฝีมือของเขาก็ไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว
“ศิษย์พี่จิน พวกเราถอยก่อน...”
ชายหนุ่มผมยาวส่งกระแสจิตพูดคุยในที่ลับ
จากนั้น ทั้งสองคนก็รีบหนีออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือของชายหนุ่มผมยาวกางออกเป็นรูปกรงเล็บ ภายในมือควบแน่นไปด้วยกลุ่มก้อนปราณมารสีดำขนาดเล็กที่แผ่คลื่นพลังที่แปลกประหลาดออกมา
ในยามที่เฉินอวี่และอวี่หยวนกำลังจะถอยฉากออกมา อุโมงค์ที่กว้างขวางนั้นก็เกิดการระเบิดและถล่มลงมาอย่างกะทันหัน
บึ้ม!
เศษหินขนาดมหึมาจำนวนมากร่วงหล่นลงมาปิดกั้นเส้นทางของทั้งสองคนเอาไว้
จากนั้น ก็มีเสียงระเบิดดังตามมาจากด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง อุโมงค์ที่อยู่ตรงหน้าถูกทับถมจนแน่นหนามากยิ่งขึ้น
“ไม่ท่าแล้ว อุโมงค์ถล่มลงมาเสียแล้ว!”
สีหน้าของอวี่หยวนขาวซีดราวกับคนตาย
อีกด้านหนึ่ง
“เจ้าทำเช่นนี้มันเสี่ยงเกินไปแล้ว!”
จินจัวเฟิงเอ่ยเตือนออกมาเบาๆ
“เหอะๆ พวกเขาไม่มีทางรู้หรอก ต่อให้รู้แล้วจะทำอะไรได้ ในเมื่อพวกเขาไม่มีชีวิตที่จะรอดออกมาได้อยู่แล้วนี่”
ชายหนุ่มผมยาวเหยียดยิ้มอย่างชั่วร้าย
วิชาลับที่เขาเพิ่งจะเรียกใช้ไปเมื่อครู่นี้ คือรางวัลที่เขาได้รับจากการออกไปทำภารกิจครั้งหนึ่ง วิชาลับนี้สามารถชักนำให้ปราณมารในบริเวณใกล้เคียงเกิดการคลุ้มคลั่งและระเบิดออกมาได้อย่างเงียบเชียบ
ในการต่อสู้นั้น วิชาลับนี้อาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก
แต่ในส่วนลึกของใต้ดินที่เป็นแหล่งรวมของปราณมารเช่นนี้ เมื่อเรียกใช้วิชาลับนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงน่าตกใจยิ่งนัก
“ไปกันเถิด”
ชายหนุ่มผมยาวเอ่ย กลุ่มก้อนปราณมารสีดำในมือของเขาสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง
วิ้ง บึ้ม!
ชั้นดินด้านบนสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะถล่มลงมาเสียงดังสนั่น
อุโมงค์แห่งนี้ถูกฝังกลบไปเป็นระยะทางกว่าสิบจั้ง ชายหนุ่มผมยาวถึงจะยอมหยุดมือ
“ภารกิจเสร็จสิ้น เมื่อกลับไปแล้วหากรองเจ้าสำนักถามถึงสาเหตุการตายของเฉินอวี่ พวกเราก็แค่บอกว่า ในระหว่างที่กำลังไล่ล่านักฆ่ากิ้งก่าปีศาจอัคคีลงไปที่ใต้ดิน จู่ๆ อุโมงค์ก็เกิดการถล่มลงมา และมีเพียงพวกเราสองคนเท่านั้นที่หนีรอดออกมาได้ เจ้าสบายใจได้ ต่อให้เป็นรองเจ้าสำนัก ก็ไม่มีทางที่จะสืบหาเบาะแสอะไรได้”
ชายหนุ่มผมยาวหัวเราะออกมา เขามั่นใจในวิธีการของตัวเองยิ่งนัก
นอกจากนี้ ครั้งนี้ที่เขาสามารถกำจัดเฉินอวี่ทิ้งได้ เขาถือเป็นผู้ที่มีความดีความชอบมากที่สุด และเขาเชื่อว่าหลัวห้าวเทียนจะไม่มีวันปฏิบัติกับเขาอย่างเลวร้าย
“น่าเสียดายศิษย์น้องอวี่หยวนจริงๆ”
จินจัวเฟิงเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ
อวี่หยวน หญิงสาวร่างบางคนนั้นมีความรู้สึกที่ดีต่อจินจัวเฟิง และมักจะเป็นฝ่ายเข้าหาจินจัวเฟิงอยู่เสมอ
แต่จินจัวเฟิงก็รู้ดีว่านางไม่ได้มีความรักให้แก่เขาจริงๆ เพียงแต่เห็นในพละกำลังและศักยภาพของเขาเท่านั้น
ในส่วนลึกของใต้ดิน
“ศิษย์พี่จิน ช่วยพวกเราด้วย!”
อวี่หยวนร้องเรียกขอความช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง
นางหวังว่าจินจัวเฟิงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งจะช่วยขุดอุโมงค์เพื่อเปิดทางให้พวกเขาได้รอดชีวิต
ทว่าสิ่งที่ดังแว่วมาจากด้านหน้า กลับมีเพียงเสียงดินถล่มที่ดังตามมาเป็นระลอกๆ เท่านั้น
“ศิษย์น้องเฉิน ครั้งนี้พวกเราจบสิ้นแล้วจริงๆ”
อวี่หยวนแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาและสะอื้นเบาๆ
ทว่าเมื่อนางหันไปมองเฉินอวี่ นางก็ต้องชะงักไป
เฉินอวี่ในยามนี้ นอกจากจะมีสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อยแล้ว เขาก็ยังคงมีท่าทีที่สุขุมยิ่งนัก และไม่ได้แสดงท่าทีสิ้นหวังออกมาเลยแม้แต่น้อย