เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 241: เริ่มทดสอบท่าร่าง

บทที่ 241: เริ่มทดสอบท่าร่าง

บทที่ 241: เริ่มทดสอบท่าร่าง


เฉินอวี่โคจรปราณแท้ภายในร่างกายตามที่ระบุไว้ในศาสตร์ลับ และกระตุ้นพละกำลังของร่างกายออกมา

รอบกายของเขาค่อยๆ ปรากฏกระแสลมอาฆาตสายแล้วสายเล่าขึ้นมา ทำให้ร่างทั้งร่างดูดุดันและโหดเหี้ยมขึ้นมาหลายส่วน

โฮก!

เสียงคำรามของสายลมดังขึ้น ร่างของเฉินอวี่พุ่งทะยานออกไปท่ามกลางลมพายุสีดำ พุ่งตรงไปยังโขดหินยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป

“แรงต้านรุนแรงยิ่งนัก!”

ภายในหุบเขาพายุมารมีกระแสลมอาฆาตที่รุนแรงพัดอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งทิศทางของลมยังไม่ ความยากในการฝึกฝน 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 ของเฉินอวี่จึงเพิ่มขึ้นถึงสามถึงสี่ส่วน

ทว่าหากในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เฉินอวี่ยังสามารถสำแดง 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 ได้อย่างอิสระ แล้วหากอยู่ในสภาพแวดล้อมปกติเล่า?

ในช่วงแรก เฉินอวี่ก็ยังคงเป็นเหมือนตอนที่เข้าเรียน ที่ควบคุมพละกำลังไม่ได้จนต้องพุ่งตกลงไป

ปังง! ปังง! ปังง!

ภายในหุบเขาพายุมารมีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในหุบเขามีลมอาฆาตตามธรรมชาติ ทว่าศิษย์ที่อยู่ใกล้กับเฉินอวี่ก็ยังคงได้ยินเสียงนั้นได้อย่างชัดเจน

“เกิดอะไรขึ้น?”

“หรือว่ามีใครมาต่อสู้กันในหุบเขาพายุมาร?”

“เป็นไปไม่ได้ สำนักศึกษาอนุญาตให้ศิษย์ต่อสู้กันที่อื่นได้ ทว่าไม่อนุญาตให้ต่อสู้กันในสถานที่ฝึกฝนพิเศษ!”

สถานที่ฝึกฝนของสำนักศึกษาหลายแห่งเป็นสถานที่สำหรับกักตัวฝึกตน หากอนุญาตให้ต่อสู้ฆ่าฟันกัน แล้วถูกลอบสังหารในขณะที่กำลังฝึกฝนอยู่ ก็คงจะตายอย่างอยุติธรรมยิ่งนัก

ดังนั้นสำนักศึกษาไร้มารจึงมีกฎว่า ในสถานที่ฝึกฝนพิเศษ ห้ามต่อสู้กันเด็ดขาด

“เสียงนี้มัน?”

ต้วนห้าวเดินตามเสียงระเบิดนั้นมาอย่างช้าๆ

ในไม่ช้า เขาก็เห็นเงาพายุสีดำสนิทสายหนึ่ง ราวกับอสูรร้ายท่ามกลางพายุที่มืดมิด พุ่งทะยานไปมาอย่างบ้าคลั่ง

《เงาคลั่งมารทมิฬ》!

ต้วนห้าวจำได้ในทันที

“หรือว่าเป็นเขา?”

ทัศนวิสัยในหุบเขาพายุมารค่อนข้างต่ำ ต้วนห้าวยากที่จะมองเห็นร่างนั้นได้อย่างชัดเจน ทว่าในใจกลับหวนนึกถึงร่างของคนผู้หนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“ในสภาพแวดล้อมเช่นหุบเขาพายุมาร ท่าร่างของเขากลับไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย!”

ต้วนห้าวกำหมัดแน่นและหันหลังเดินจากไป

เขากับเฉินอวี่มีการแข่งขันกันโดยใช้ 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 เป็นเดิมพัน เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

อีกด้านหนึ่ง ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างกำยำคนหนึ่ง ซึ่งก็คือเจิ้งสือเฟิง

เมื่อทราบว่าต้วนห้าวและเฉินอวี่ต่างก็เลือก 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 เขาก็ไม่อยากที่จะยอมแพ้ จึงยอมจ่ายราคาแพงเพื่อแลกเปลี่ยนบทต้นของศาสตร์ลับนี้มา

ทว่า ในสภาพแวดล้อมเช่นหุบเขาพายุมารนี้ เคล็ดวิชานี้กลับฝึกฝนได้ยากยิ่งนัก การฝึกฝนของเขาจึงเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นเลย

“เป้าหมายของข้าคือต้วนห้าว จะมายยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้!”

เจิ้งสือเฟิงกัดฟันและเดินจากไป

ในยามนี้

เฉินอวี่กำลังทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับ 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้คนรอบข้างมากนัก อย่างไรเสียในสถานที่ฝึกฝนพิเศษของสำนักศึกษาไร้มาร ก็ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยอยู่แล้ว

เขาค่อยๆ ทำความเข้าใจเทคนิคต่างๆ ได้มากขึ้นเรื่อยๆ อัตราการพุ่งชนจึงค่อยๆ ลดลง

ยิ่งไปกว่านั้น เฉินอวี่ยังค้นพบอีกว่า

การไม่ใช้ปราณแท้คุ้มครองร่างกาย และใช้เพียงพละกำลังของร่างกายพุ่งทะยานไปในหุบเขาพายุมารด้วยความเร็วสูงนั้น ยังช่วยขัดเกลาร่างทองแดงของเขาได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

อย่างไรเสียท่าร่างก็มีความเร็วที่สูงยิ่ง ลมอาฆาตที่รุนแรงนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ขอบเขตหลังกำเนิดระยะกลางทั่วไปได้รับบาดเจ็บได้เลย

สองชั่วยามผ่านไป เฉินอวี่ก็หยุดการฝึกฝนลง

ศาสตร์ลับนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมหาศาล อีกทั้งยังมีลมอาฆาตในหุบเขาพายุมารซ้ำเติมอีก ต่อให้เป็นเฉินอวี่ที่มีหัวใจลึกลับ พละกำลังก็ยังค่อยๆ หมดสิ้นไป

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า หากเป็นคนทั่วไปที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เกรงว่าฝึกซ้อมได้ไม่ถึงสิบครั้ง ก็คงต้องหยุดพักแล้ว

ในช่วงเวลาที่หยุดพัก เฉินอวี่ยังนั่งขัดสมาธิลง

ที่นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝน 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 เท่านั้น ทว่ายังส่งผลดีต่อ 《เคล็ดวิชาเทวะหยวนซา》 อีกด้วย

วิ้ง!

ไออาฆาตที่น่าตกใจภายในหุบเขาพายุมาร ปกคลุมไปทั่วร่างของเฉินอวี่ ช่วยผลักดันการโคจรของ 《เคล็ดวิชาเทวะหยวนซา》 และถูกเขาค่อยๆ ดูดซับเข้าไปในร่างกาย

ภายในทะเลปราณ ปราณแท้หยวนซาหมวนวนอย่างรวดเร็ว กลุ่มปราณแท้สีดำขลับนั้นก็สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง

ในยามนี้ เฉินอวี่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ภายในปราณแท้เมฆาทมิฬอันมหาศาลนั้น ปรากฏเส้นใยสีดำขลับสายเล็กๆ กลั่นตัวออกมาและพุ่งเข้าสู่กลุ่มปราณแท้สีดำขลับที่อยู่ตรงกลาง

“ที่นี่ การฝึกฝน 《เคล็ดวิชาเทวะหยวนซา》 ได้ผลดีกว่าถ้ำฝึกตนมากนัก!”

เฉินอวี่ลอบยินดีในใจ

ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนต้องแลกมาด้วยแต้มไร้มาร ในยามนี้แต้มไร้มารในมือของเขาจึงแทบไม่เหลือแล้ว

เวลาที่เหลืออยู่ เขาจึงสลับกันฝึกฝนในถ้ำฝึกตนและหุบเขาพายุมาร เพื่อไม่ให้ถึงเวลาที่กำหนดแล้วไม่มีที่อยู่ จนต้องกลับไปอยู่บ้านหินซอมซ่อที่เชิงเขาโลหิตพิฆาตอีก

เวลาสิบกว่าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในวันนี้ มีอาจารย์ที่ปรึกษาอีกท่านหนึ่งของสำนักศึกษาโลหิตพิฆาต นามว่าฉิวฉีหง มาบรรยาย

ทว่าเฉินอวี่ได้ยินมาว่า ศิษย์ใหม่นอกจากครั้งแรกที่จะได้รับชมฟรีแล้ว ในครั้งต่อๆ ไปที่อาจารย์ที่ปรึกษามาบรรยาย จะต้องมีการเรียกเก็บแต้มไร้มารจำนวนหนึ่ง

ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ไป

ยิ่งไปกว่านั้น ฉิวฉีหงผู้นั้นยังเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญสายโลหิต ในด้านการฝึกฝนจึงไม่อาจช่วยเฉินอวี่ได้มากเท่ากับหลิวเสวียนจงที่เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญสายอาฆาต

นอกจากเฉินอวี่แล้ว ก็ยังมีศิษย์ใหม่ที่ขาดแคลนแต้มไร้มารอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ไปเช่นกัน

ส่วนต้วนห้าวนั้นมีการแข่งขันกับเฉินอวี่อยู่ จึงมักจะกักตัวฝึกฝนอยู่ในหุบเขาพายุมารตลอดเวลา มีเพียงไม่กี่วันเท่านั้นที่จะกลับไปยังที่พักเพื่อพักผ่อน

ในการฝึกฝนศาสตร์ลับในหุบเขาพายุมารด้วยกันนั้น ต้วนห้าวมักจะแอบมาสังเกตการณ์ผลการฝึกฝนของเฉินอวี่อยู่บ่อยครั้ง

ทุกครั้งที่ได้เห็น ต้วนห้าวก็จะเดินจากไปพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว และยิ่งทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักเพื่อทรมานตนเอง เขาใช้เวลาอยู่ในหุบเขาพายุมารมากกว่าเฉินอวี่เสียอีก ราวกับตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่ในนั้น

ในวันนี้ เฉินอวี่ออกจากหุบเขาพายุมารและกลับมายังถ้ำฝึกตน

พบว่ามีชายหนุ่มชุดเกราะดำคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่แถวๆ ถ้ำฝึกตนของเขา

เฉินอวี่ไม่ได้สนใจ เขาหยิบป้ายประจำตัวออกมาและเปิดม่านแสงของถ้ำฝึกตน เตรียมตัวที่จะเข้าไปข้างใน

“ช้าก่อน!”

เสียงตะโกนเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง

“มีธุระอะไรหรือ?”

เฉินอวี่มีสีหน้าที่ดูประหลาดใจ

เขาไม่เคยพบคนผู้นี้มาก่อน เหตุใดอีกฝ่ายจึงมาดักรออยู่หน้าถ้ำฝึกตนของเขา และเสียงตะโกนเมื่อครู่นี้ก็เห็นได้ชัดว่าแฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตร

“เจ้าเด็กนี่เองหรือ ที่แย่งชิงถ้ำฝึกตนของข้าไป?”

ชายหนุ่มชุดเกราะดำผู้นั้นมีสายตาที่ดุร้าย จ้องมองมาที่เฉินอวี่

ชายหนุ่มชุดเกราะดำผู้นี้อาศัยอยู่ในถ้ำฝึกตนแห่งนี้มาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว เมื่อไม่นานมานี้เขาออกไปทำภารกิจด้านนอกและหลงลืมที่จะจ่ายค่าธรรมเนียม ผลสุดท้ายเมื่อกลับมา ถ้ำฝึกตนที่ตนเองอาศัยอยู่มาหนึ่งปีก็กลายเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว และภายในถ้ำฝึกตนนั้นก็ยังมีของใช้ส่วนตัวของเขาอยู่อีกไม่น้อย

เฉินอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้คนผู้นี้ก็คือผู้อาศัยเดิมของถ้ำฝึกตนแห่งนี้นี่เอง

ทว่าระยะเวลาการใช้งานของชายหนุ่มชุดเกราะดำนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ดูแลสำนักศึกษาโลหิตพิฆาตจึงได้จัดสรรให้กับตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ปกติและสมเหตุสมผลยิ่งนัก

“ประสาท!”

เฉินอวี่ปรายมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งและเดินเข้าถ้ำฝึกตนไป

“เจ้า…… คงจะเป็นศิษย์ใหม่ ศิษย์ใหม่ไม่รู้กฎเกณฑ์ เช่นนั้นก็ให้พี่สื่อของเจ้าช่วยสั่งสอนเสียหน่อย!”

ชายหนุ่มชุดเกราะดำเมื่อเห็นท่าทางของเฉินอวี่เช่นนั้น ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

สำนักศึกษาโลหิตพิฆาตมีคนไม่มากนัก เขาไม่เคยเห็นชายหนุ่มสวมเกราะหนังสัตว์ผู้นี้มาก่อน จึงมั่นใจว่าเป็นศิษย์ใหม่

การที่ศิษย์เก่ารังแกศิษย์ใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ เขาสั่งสอนมานักต่อนักแล้ว และทุกครั้งยังสามารถรีดไถแต้มไร้มารมาได้บ้าง

ฟุ่บ!

ในมือของชายหนุ่มชุดเกราะดำปรากฏหอกยาวเกล็ดดำเล่มหนึ่งขึ้นมา บนหอกนั้นมีลมพายุอาฆาตสีดำพัดวนอยู่อย่างรุนแรง ในยามที่แทงออกมา ไออาฆาตก่อตัวเป็นรูปเสือดาวที่ดุร้ายตัวหนึ่ง

“หึ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

สีหน้าของเฉินอวี่พลันเย็นเยียบลง

แม้ว่าการฆ่าฟันกันในสำนักศึกษาไร้มารจะถือเป็นเรื่องปกติ ทว่าเพียงเพราะเรื่องเพียงเท่านี้ก็ถึงขั้นลงมือลงไม้กันแล้ว ช่างทำให้เขาเปิดหูเปิดตาเสียจริง

โคจรปราณแท้ เฉินอวี่ซัดหมัดออกไปครั้งหนึ่ง

ตูมม!

บนหมัดที่เปล่งประกายสีทองแดงนั้น มีลมพายุอาฆาตสีดำขลับห้อมล้อมอยู่อย่างหนาแน่น ในยามที่ซัดออกมา ก่อตัวเป็นรูปงูยักษ์ที่กำลังอ้าปากกว้างอย่างน่าสยดสยอง

ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญสายอาฆาตด้วยกัน ไออาฆาตจากหมัดที่เฉินอวี่ซัดออกมานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าชายหนุ่มชุดเกราะดำเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ

“จะเป็นไปได้อย่างไร? ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งมา ถึงกับมีไออาฆาตถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

สีหน้าของชายหนุ่มชุดเกราะดำเคร่งเครียดขึ้น

เขาเคยมักจะเลือกศิษย์ใหม่ที่ดูอ่อนแอเพื่อรังแก ทว่าคราวนี้ดูเหมือนจะเจอของแข็งเข้าเสียแล้ว

ทว่าเขาได้ลงมือไปแล้ว ย่อมไม่อาจถอยหลังได้ เขาไม่เชื่อว่าระดับการฝึกตนในขอบเขตหลังกำเนิดระยะปลายของตนเอง จะพ่ายแพ้ให้กับเด็กน้อยในขอบเขตหลังกำเนิดระยะกลางผู้นี้ได้

ปัง!

ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างจัง

ชายหนุ่มชุดเกราะดำส่งเสียงหึออกมาคำหนึ่ง ร่างกายเซถอยไปหลายก้าวจึงหยุดลงได้

ในทางกลับกัน เฉินอวี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าของชายหนุ่มชุดเกราะดำแดงซ่านขึ้นเล็กน้อย ในการปะทะกันครั้งแรก เขากลับเป็นฝ่ายที่ถูกศิษย์ใหม่ผู้นี้ซัดจนกระเด็นออกมา

ทว่าเมื่อครู่นี้เขาก็ยังไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ ใครจะไปคิดว่าเพียงขอบเขตหลังกำเนิดระยะกลาง จะสามารถซัดเขาจนกระเด็นออกมาได้

วูบ!

ชายหนุ่มชุดเกราะดำคำรามออกมาเบาๆ ปราณอาฆาตที่บ้าคลั่งระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา

ความผันผวนของปราณแท้บนหอกยาวเกล็ดดำนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

การต่อสู้ของทั้งสองคนทำให้ศิษย์ที่อยู่ภายในถ้ำฝึกตนบริเวณใกล้เคียงต่างก็ตกใจจนต้องออกมาดู

“สื่อเวยนี่ก็จริงๆ เลย เพิ่งกลับมาก็รังแกศิษย์ใหม่เสียแล้ว!”

ศิษย์เก่าคนหนึ่งที่รู้จักกับสื่อเวยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“เอ๊ะ? ศิษย์ใหม่คนนี้ดูคุ้นๆ นะ!”

เฉินอวี่เอาชนะอาจารย์ได้ในการทดสอบเข้าเรียน ชื่อเสียงของเขาจึงโด่งดังมาก ศิษย์เก่าจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้จักเขา

ยิ่งไปกว่านั้น ในทางลับยังมีคนเสนอแต้มไร้มารสิบหมื่นแต้มเพื่อแลกกับการหักขาของเฉินอวี่หนึ่งข้าง ทำให้ชื่อเสียงของเฉินอวี่ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ทว่าสื่อเวยที่เพิ่งจะกลับมาจากภารกิจด้านนอก ย่อมไม่ทราบเรื่องนี้

“ยังจะเอาอีกหรือ?”

เฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มออกมา

ดูเหมือนว่าศิษย์เก่าจะคุ้นชินกับการรังแกศิษย์ใหม่เสียจนไม่มีความระมัดระวังเลยแม้แต่น้อย

โฮก!

เสียงคำรามของสายลมที่ดุดันดังขึ้น รอบกายของเฉินอวี่ถูกห้อมล้อมไปด้วยลมพายุอาฆาตสีดำ

ในขณะเดียวกัน ร่างของเฉินอวี่ก็พุ่งทะยานขึ้นมาราวกับอสูรร้ายสีดำ แฝงไปด้วยไออาฆาตที่น่าตกใจ พุ่งเข้าใส่สื่อเวยโดยตรง

“รวดเร็วยิ่งนัก!”

สื่อเวยที่เพิ่งจะลงมือไปมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

ความเร็วและอานุภาพเช่นนี้ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย

เพียงพริบตาเดียว

เฉินอวี่ก็พุ่งเข้าประชิดตัวสื่อเวย หมัดข้างหนึ่งที่ห้อมล้อมไปด้วยปราณแท้หยวนซาซัดออกไปอย่างแรง

สื่อเวยไม่อาจตอบโต้ได้ทัน

ปัง!

ในยามคับขัน สื่อเวยใช้หอกขวางไว้เพื่อต้านทาน ทว่าก็ยังถูกหมัดของเฉินอวี่ซัดจนกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้ง และกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

“การพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงของ 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 ทำให้ความรุนแรงในการโจมตีของข้าเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย!”

เฉินอวี่สัมผัสได้ถึงการโจมตีเมื่อครู่นี้

เขายังไม่ได้ใช้กลุ่มปราณแท้สีดำขลับ และยังไม่ได้ใช้ร่างปราณทองแดงอย่างเต็มกำลัง อีกทั้งหัวใจก็ยังไม่ได้สะสมพลังงานไว้ ทว่าสื่อเวยที่มีระดับขอบเขตหลังกำเนิดระยะปลาย กลับยากที่จะตอบโต้ได้ทัน และถูกหมัดของเฉินอวี่ซัดจนกระเด็นไป

ต้องทราบว่า เฉินอวี่เพิ่งจะฝึกฝน 《เงาคลั่งมารทมิฬ》 ได้เพียงสิบกว่าวันเท่านั้น แม้แต่กระบวนท่าแรกก็ยังไม่สู้จะชำนาญนัก

หลังจากซัดสื่อเวยจนกระเด็นไปแล้ว เฉินอวี่ก็เดินกลับเข้าถ้ำฝึกตนไป

ด้านนอก

มีศิษย์ใหม่เพียงไม่กี่คนที่ทราบถึงพละกำลังของเฉินอวี่ จึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก

ทว่าพวกศิษย์เก่าต่างก็พากันแตกตื่นขึ้นมาทันที

พละกำลังของสื่อเวยนั้นถือได้ว่ามีชื่อเสียงอยู่ในหมู่ศิษย์เก่า ทว่ากลับถูกศิษย์ใหม่ผู้หนึ่งเอาชนะได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

“คนผู้นี้คือใครกัน?”

“ข้ารู้ เขาคือเฉินอวี่ คนที่เอาชนะอาจารย์กู่ลี่ฝูได้ในการทดสอบเข้าเรียนนั่นแหละ!”

ไกลออกไป สื่อเวยนั่งอยู่บนพื้นอยู่ครู่หนึ่งจึงพอจะฟื้นตัวกลับมาได้

ในยามนี้เขาแทบไม่อาจจะเชื่อเลยว่า ตนเองจะพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ใหม่ผู้หนึ่งได้จริงๆ

“พี่หลิว พี่ไช่ ศิษย์ใหม่คนนั้นมันเรื่องอะไรกันแน่?”

สื่อเวยเดินไปหาศิษย์เก่าไม่กี่คนที่เขารู้จะเพื่อสอบถาม

“เจ้าไม่รู้อะไร ศิษย์ใหม่รุ่นนี้มีอัจฉริยะที่น่าทึ่งปรากฏตัวขึ้นมาหลายคน!”

ชายหนุ่มรูปร่างอวบเล็กน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามา

เพียงคำพูดไม่กี่คำ สื่อเวยก็ได้รับทราบถึงวีรกรรมของเฉินอวี่แล้ว

“หรือว่าจะปล่อยให้พวกศิษย์ใหม่กลุ่มนี้โอหังถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

สื่อเวยมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

การพ่ายแพ้ให้กับคนอื่นถือเป็นเรื่องปกติ ทว่าการพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ใหม่ที่มีระดับการฝึกตนต่ำกว่าตนเอง เรื่องนี้ทำให้เขายากที่จะยอมรับได้

จบบทที่ บทที่ 241: เริ่มทดสอบท่าร่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว