เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 หินคริสตัลประหลาด

บทที่ 1 หินคริสตัลประหลาด

บทที่ 1 หินคริสตัลประหลาด


แคว้นฉู่, สำนักอวิ๋นเยวี่ย

บนเนินเขาบริเวณรอบนอกของสำนัก มีบ้านเรือนกระจัดกระจายอยู่ประปราย

ที่นี่คือที่พักของ "ศิษย์สายนอก" แห่งสำนักอวิ๋นเยวี่ย

ในกระท่อมซอมซ่อหลังหนึ่ง ปรากฏแสงไฟรำไรให้เห็น

"วัสดุของหินคริสตัลก้อนนี้ ช่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนจริงๆ ..."

เด็กหนุ่มชุดชิงซาน (เสื้อคลุมยาวสีครามเข้ม) อายุราวสิบสี่สิบห้าปี ถือหินคริสตัลหยกประหลาดอยู่ในมือ พลางทอดถอนใจออกมาเบาๆ

ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังดูอ่อนเยาว์ ทว่าสะอาดสะอ้านและดูดี ดวงตาของเขากระจ่างใสและบริสุทธิ์

ในขณะนี้ เขามีสีหน้าตื่นเต้น จ้องมองหินคริสตัลหยกลึกลับในมือ

หินคริสตัลหยกก้อนนั้นโปร่งใสไร้ตำหนิ รูปทรงแปลกประหลาด ขนาดประมาณฝ่ามือเด็กทารก พื้นผิวเปล่งประกายผลึกสีเงินเทาลึกล้ำ

เมื่อมองดูแวบแรก มันคล้ายคลึงกับหัวใจคริสตัลอันงดงามประณีต

ภายใต้แสงไฟ.

ส่วนลึกของหินคริสตัลลึกลับ บางครั้งก็สลับแสงสีทองและเงิน บางครั้งก็มีสีสันหลากหลาย มีระลอกคลื่นสีเลือด... ราวกับกำลังแสดงสีสันทั้งหมดบนโลกใบนี้!

"มหัศจรรย์เกินไปแล้ว สมแล้วที่เป็นหินประหลาดที่ตกลงมาพร้อมกับ 'อุกกาบาตนอกพิภพ' ..."

เฉินอวี่ยากที่จะระงับความตื่นเต้นเอาไว้ได้

เด็กหนุ่มมีนามว่าเฉินอวี่ ปีนี้อายุยังไม่เต็มสิบห้าปี เขาเป็นศิษย์สายนอกระดับล่างสุดของสำนักอวิ๋นเยวี่ย

เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน.

ดาวตกดวงหนึ่งร่วงหล่นลงมาที่ขอบด้านนอกของสำนักอวิ๋นเยวี่ย ฝุ่นดินฟุ้งกระจายในทันที พื้นดินต่างก็สั่นสะเทือน

ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งสำนักพลันสั่นสะเทือนไปพร้อมกัน

นั่นเป็นเพราะว่า ในหลุมลึกที่ดาวตกร่วงหล่นลงมานั้น ได้ปรากฏ "อุกกาบาตนอกพิภพ"

อุกกาบาตนอกพิภพ นั่นคือวัสดุหลอมสร้างอาวุธที่ล้ำค่ายิ่งนัก อาวุธเทวะในตำนานหลายต่อหลายชิ้น ล้วนใช้ส่วนผสมของอุกกาบาตนอกพิภพ

อาวุธธรรมดาทั่วไป หากสามารถหลอมรวมกับเศษอุกกาบาตสักชิ้น ก็อาจทำให้ประเมินได้ว่าอาวุธธรรมดานั้นจะกลายเป็นอาวุธล้ำค่า

โชคของเฉินอวี่ ไม่เลวเลยจริงๆ !

ตอนที่เกิดเรื่อง เขาบังเอิญอยู่ใกล้เขตที่อุกกาบาตนอกพิภพตกพอดี

แม้จะอยู่ห่างออกไปถึงหนึ่งลี้ เขาก็ยังถูกคลื่นฝุ่นที่เกิดจากการตกของอุกกาบาตซัดเข้าใส่ จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขน

หลังจากเกิดเรื่องขึ้น.

ผู้คุมกฎระดับสูงของสำนักมาถึง ก็ได้ทำการปิดล้อมพื้นที่แห่งนี้ไว้ในทันที

ผลก็คือ บรรดาศิษย์ที่อยู่ใกล้และเก็บเศษอุกกาบาตได้ ล้วนต้อง "ส่งมอบ" ให้กับสำนักกันหมด

เฉินอวี่อยู่ค่อนข้างไกล เขาเก็บอุกกาบาตขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือได้สองสามชิ้น จึงเล็ดลอดสายตามาได้

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น.

เฉินอวี่ยังเก็บหินคริสตัลประหลาดที่ยังคงปล่อยความร้อนออกมาได้อีกก้อน ซึ่งมันติดอยู่กับอุกกาบาตนอกพิภพนั้น

นั่นก็คือ หินคริสตัลที่อยู่ในมือเขาตอนนี้!

"เมื่ออุกกาบาตตก ย่อมมีความเสียหายเกิดขึ้น แต่หินคริสตัลก้อนนี้ กลับยังคงสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน?"

ดวงตาของเฉินอวี่เป็นประกาย

เขามีสัญชาตญาณว่า มูลค่าของหินคริสตัลประหลาดก้อนนี้ จะต้องเหนือกว่าที่จินตนาการไว้ หรือแม้กระทั่งอาจสามารถเปลี่ยนชะตากรรมการเป็นศิษย์ระดับล่างสุดในสำนักของเขาได้...

ทว่า เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของตนเองในสำนัก สีหน้าของเด็กหนุ่มก็หม่นหมองลงเล็กน้อย

เฉินอวี่เข้าสำนักอวิ๋นเยวี่ยมาเกือบสามปีแล้ว

ตอนที่พึ่งเข้าสำนักใหม่ๆ เขาอายุเพียงสิบสองปี ภายใต้การสนับสนุนของตระกูล เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ "ขั้นหลอมกายา"

ขั้นหลอมกายา ตามความหมายของชื่อ ก็คือการเคี่ยวกรำร่างกาย เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อวางรากฐานสำหรับการฝึกวิถียุทธ์ที่แท้จริง

ข้อกำหนดการเข้าสำนักอวิ๋นเยวี่ยนั้น ไม่ถือว่าสูงนัก อายุต่ำกว่าสิบห้าปี และก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมกายาก็เพียงพอแล้ว

ด้วยความพยายามเกือบสามปี เฉินอวี่ได้ทะลวงจากช่วงต้นของขั้นหลอมกายา มาถึงช่วงปลายของขั้นหลอมกายาแล้ว

ตามคำบอกเล่าของบิดา หากพรสวรรค์เช่นนี้ถูกวางไว้ในตระกูลของโลกฆราวาส ก็นับว่าไม่เลว

ถึงกระนั้น.

หลังจากก้าวเข้าสู่โลกแห่งสำนักแล้ว เฉินอวี่จึงได้ตระหนักถึงความธรรมดาสามัญและความต่ำต้อยของตนเอง

"ยังเหลืออีกสองเดือน หากข้าไม่สามารถเลื่อนขึ้นสู่ 'ขั้นทะลวงชีพจร' ที่สูงกว่าได้ ก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากสำนัก!"

ดวงตาของเฉินอวี่หม่นลงเล็กน้อย

ศิษย์สายนอกที่เพิ่งเข้ามาใหม่ของสำนักอวิ๋นเยวี่ย ล้วนมี "ช่วงเวลาพิจารณา" กันทุกคน

กฎระเบียบของสายนอกระบุว่า: หลังจากเข้าสำนักมาสามปี หรืออายุครบสิบหกปีบริบูรณ์ หากยังคงติดอยู่ในขั้นหลอมกายา และไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ จะต้องถูกขับไล่ออกจากสำนัก!

ท้ายที่สุดแล้ว ขั้นหลอมกายาก็เป็นเพียงรากฐานขั้นเริ่มต้นของวิถียุทธ์ ซึ่งไม่ได้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปมากนัก

การที่จะถือว่าได้ก้าวผ่านประตูแห่งวิถียุทธ์อย่างแท้จริงนั้น จะต้องทะลวงขึ้นสู่ขั้นทะลวงชีพจรให้ได้เท่านั้น

นับว่าเฉินอวี่โชคร้ายนัก เพราะเหลือเวลาอีกเพียงสองเดือน ก็จะถึงกำหนดการประเมินแล้ว

ในขณะที่จิตใจของเฉินอวี่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้น.

ปัง ปัง!

เสียงเคาะประตูดังมาจากนอกกระท่อม และเขาก็มองเห็นเงาของคนบางคนอยู่ลางๆ

"ศิษย์สายนอก 'เฉินอวี่' รีบเปิดประตู! รับการตรวจค้นจากทีมคุมกฏ!"

เสียงเยียบเย็นของชายคนหนึ่งดังมา

ใจของเฉินอวี่กระตุกวูบ นั่นต้องเป็นผู้คุมกฎของสำนัก

หรือว่า การ "แอบเก็บของ" ที่บริเวณรอบนอกเขตอุกกาบาตของเขา จะถูกจับได้เสียแล้ว?

ไม่น่าจะเป็นไปได้สิ!

เฉินอวี่มั่นใจได้ว่า ตอนที่เขาเก็บเศษอุกกาบาตและคริสตัลลึกลับนั้น ไม่มีใครคนที่สองอยู่ตรงนั้น

เขารีบเก็บ "หินคริสตัลประหลาด" เข้าไปในอกเสื้อ แนบไว้ติดกับตัว

แอ๊ด!

ประตูห้องถูกเปิดออก ด้านนอกปรากฏชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำ โดยมีเด็กหนุ่มในชุดลำลองเดินตามหลังมา

ชายหนุ่มชุดดำผู้ซึ่งสวมเสื้อคลุมคุมบัญชา ดูจากความน่าเกรงขามแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้คุมกฎที่มีสถานะพิเศษ การมองเพียงครั้งเดียวของผู้คุมกฎผู้นั้น ให้ความรู้สึกราวกับถูกใบมีดเฉือนเข้าใส่เฉินอวี่ จนทำให้ผิวหนังของเขาขนลุกเกรียว

เด็กหนุ่มชุดชิงซานอีกคน อายุประมาณสิบห้าสิบหกปี หน้าตาถือว่าหล่อเหลา ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมเล็กน้อย ซึ่งทำลายความงดงามของเขาไปบ้าง

การแต่งกายของคนผู้นี้เหมือนกับเฉินอวี่แทบทุกประการ ล้วนเป็นชุดที่ศิษย์สายนอกสวมใส่

"หวังหลิงอวิ๋น เป็นเจ้านี่เอง..."

เฉินอวี่รู้จักเด็กหนุ่มชุดชิงซานผู้นี้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป

หวังหลิงอวิ๋น ผู้นี้คือศัตรูคู่อาฆาตของเขาในสำนัก!

ทั้งสองคนมาจากเมืองเซียงหยางในแคว้นฉู่ และตระกูลที่พวกเขาสังกัด ต่างก็เป็นศัตรูกัน

ในขณะนี้ สายตาของหวังหลิงอวิ๋นแฝงไว้ด้วยความสะใจเล็กน้อย

"หวังหลิงอวิ๋น นี่คือเฉินอวี่ที่เจ้าแจ้งความไว้งั้นรึ? เจ้าแน่ใจนะ ว่าเขาเดินออกมาจากบริเวณหลุมอุกกาบาต และได้พกพาเศษอุกกาบาตออกมาด้วย?"

ผู้คุมกฎในชุดคลุมสีดำ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา

สายตาของเขาหันไปมองเด็กหนุ่มชุดชิงซาน "หวังหลิงอวิ๋น" ที่อยู่ข้างๆ

บัดซบ!

เฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะสบถด่าในใจ หวังหลิงอวิ๋นคนนี้ถึงกับไปฟ้องสำนักเชียวหรือ

แต่ว่าเขาจำได้อย่างชัดเจนเลยว่า ตอนที่เขา "แอบเก็บของ" หวังหลิงอวิ๋นไม่ได้อยู่ที่นั่นเลยสักนิด

กลับเป็นตอนที่เขาเดินออกมาจากเขตหวงห้ามแล้วต่างหาก ที่บังเอิญเดินชนกับหวังหลิงอวิ๋นเข้า

"ท่านผู้คุมกฎขอรับ!"

หวังหลิงอวิ๋นเอ่ยด้วยท่าทางเคารพ: "ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยขอรับ ว่าไอ้เจ้านี่เดินออกมาจากบริเวณทุ่งอุกกาบาต ด้วยท่าทางผิดปกติ ข้าแน่ใจว่าแปดหรือเก้าในสิบส่วน เขาจะต้องพกพาเศษอุกกาบาตออกมาด้วย"

หลังจากพูดจบ เขาก็หัวเราะเยาะหยันอยู่ในใจ

ใช่แล้ว!

เขาเคยเดินชนกับเฉินอวี่ แต่ก็ไม่กล้ายืนยันสิบส่วนว่าเฉินอวี่จะได้เศษอุกกาบาตไป

เขาแค่สงสัยเท่านั้น

แต่ต่อให้เป็นเพียงข้อสงสัย เขาก็จะไม่เปิดโอกาสให้เฉินอวี่ได้สร้างผลงานหรอก!

อุกกาบาตนอกพิภพ มีมูลค่าสูงเด่นเพียงใด?

หากปล่อยให้เฉินอวี่แอบเก็บไปได้ชิ้นสองชิ้น แล้วนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรวิเศษล้ำค่า เกรงว่าคงจะเลื่อนขั้นไปสู่ขั้นทะลวงชีพจรได้

และเมื่อใดที่สามารถทะลวงไปยังขั้นทะลวงชีพจรได้ เฉินอวี่ก็จะสามารถตั้งหลักในสำนักอวิ๋นเยวี่ยได้อย่างมั่นคง — นี่คือสถานการณ์ที่หวังหลิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด!

"ตราบใดที่เฉินอวี่ถูกไล่ออกจากสำนัก ช่องว่างระหว่างเขากับข้า ก็จะยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตระกูลหวังของข้า ก็จะสามารถกดขี่ตระกูลเฉินของเขาได้อย่างเต็มที่ และเป็นใหญ่ในเมืองเซียงหยาง! ยิ่งไปกว่านั้น มู่เสวี่ยฉิงผู้นั้น ก็จะหมดความสนใจในตัวเขา และหันมาสนใจข้าแทน..."

หวังหลิงอวิ๋นลอบวางแผนในใจอย่างเงียบๆ พลางรู้สึกลำพองใจอยู่ไม่น้อย

"เฉินอวี่"

ผู้คุมกฎในชุดคลุมสีดำ เปิดปากพูด: "เจ้าได้พกเศษอุกกาบาตออกมาหรือไม่? หากเป็นความจริง จงส่งมอบออกมาแต่โดยดี แล้วจะได้ละเว้นโทษให้"

สายตาของผู้คุมกฎและหวังหลิงอวิ๋น ต่างจับจ้องไปที่เฉินอวี่อย่างไม่วางตา

"เป็นความจริงขอรับ"

ในสมองของเฉินอวี่ ความคิดแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว และได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ยอมรับแล้ว?

ใบหน้าของผู้คุมกฎชุดคลุมสีดำ เผยความรู้สึกประหลาดใจออกมาแวบหนึ่ง

"มีจริงๆ ด้วย..."

หวังหลิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกริษยา

ทีแรก เขาเพียงแค่สงสัย ไม่คิดเลยว่า เฉินอวี่จะได้เศษอุกกาบาตมาได้จริงๆ

หากลองคิดในมุมกลับกัน ถ้าเขาเป็นคนได้เศษอุกกาบาตนั้น เขาก็คงไม่ยอมส่งมอบให้แต่โดยดีเช่นกัน

เพราะการส่งมอบ อย่างมากก็ทำได้เพียงนำไปแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนสนับสนุนให้กับสำนัก ซึ่งเทียบไม่ได้กับมูลค่าที่แท้จริงของอุกกาบาตเลยสักนิด

"ดีล่ะ ที่ข้ามีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงไม่เปิดโอกาสให้เขารอดไปได้"

หวังหลิงอวิ๋นถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในไม่ช้า เฉินอวี่ก็นำเศษอุกกาบาตสองชิ้นที่เขาเก็บได้ ส่งมอบให้แก่ผู้คุมกฎ

"อืม แม้ว่าเจ้าจะพกพาเศษอุกกาบาตออกมา แต่ก็ยอมให้ความร่วมมือส่งมอบมันแต่โดยดี วันนี้ข้าจะละเว้นโทษให้เจ้า"

ผู้คุมกฎชุดคลุมดำพยักหน้า

หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ใช้เวลาค้นตัวภายในบ้านของเฉินอวี่อยู่ครึ่งค่อนวัน แต่ก็ไม่พบเศษอุกกาบาตชิ้นใดอีก

"ท่านผู้คุมกฎ ยังไม่ได้ค้นตัวไอ้หนูนี่เลยนี่ขอรับ?"

หวังหลิงอวิ๋นหรี่ตาลง เผยให้เห็นร่องรอยของความแหลมคม เขาไม่คิดจะปล่อยผ่านความเป็นไปได้ใดๆ ทั้งสิ้น

หัวใจของเฉินอวี่ "กระตุกวูบ" ขึ้นมาในทันที โดยพลันเขาก็สบถด่าบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของหวังหลิงอวิ๋นอยู่ในใจ

แม้เฉินอวี่จะยอมส่งมอบอุกกาบาตไปแล้ว แต่เขาได้ซ่อน "หินคริสตัลประหลาด" อันมีค่าและลึกลับมากกว่าไว้แนบกาย โดยไม่ได้ส่งมอบไป

โชคดีที่เฉินอวี่ได้คาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้แล้ว

เขาเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว: โดยจะยืนกรานว่า หินคริสตัลประหลาดก้อนนี้ เป็น "สมบัติประจำตระกูล" ของเขา

แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่สำนักกำลังตามหาคืออุกกาบาต ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า ยังมีหินคริสตัลประหลาดอยู่อีก

"ข้าได้ส่งมอบอุกกาบาตไปหมดแล้ว ท่านผู้คุมกฎสามารถตรวจค้นตัวข้าได้เลยขอรับ"

เฉินอวี่โบกมือด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย

ผู้คุมกฎในชุดคลุมสีดำพยักหน้าเล็กน้อย และเชื่อไปแล้วสักเจ็ดแปดส่วน

ถึงกระนั้น เขากลับคร้านที่จะลดตัวไปค้นตัวศิษย์สายนอกผู้หนึ่ง จึงให้หวังหลิงอวิ๋นทำหน้าที่แทน

"วางใจได้เลยขอรับ ท่านผู้คุมกฎ!"

หวังหลิงอวิ๋นมีใบหน้าที่กระตือรือร้น แสดงให้เห็นภาพความกระตือรือร้นอย่างมาก

เขา จะไม่ยอมเปิดโอกาสใดๆ ให้กับเฉินอวี่เด็ดขาด!

ฟุ่บ!

เงาสีเขียวพลันปรากฏขึ้น หวังหลิงอวิ๋นก็เข้ามาอยู่ข้างกายเฉินอวี่ และเริ่มทำการตรวจค้น

"ความเร็วช่างรวดเร็วยิ่งนัก!"

เฉินอวี่สัมผัสได้ถึงสายลมอันไร้รูปทรงพัดแรงที่ปกคลุมร่างของตนจนเซเล็กน้อย เกือบจะยืนไม่อยู่เสียด้วยซ้ำ

บนฝ่ามือของหวังหลิงอวิ๋นได้มีชั้น "พลัง" ที่มองไม่เห็นคลอรอบ แผ่เข้ามาทำให้เขารู้สึกอึดอัดที่เลือดลม และหายใจได้อย่างยากลำบาก

"พลัง" เหล่านั้นไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันก็แผ่พลังมหาศาลออกมา มากพอที่จะบดก้อนอิฐเป็นผงแป้งได้อย่างง่ายดาย

"พลังภายใน?"

ภายในใจของเฉินอวี่หม่นลง: "หวังหลิงอวิ๋นทะลวงถึง 'ขั้นทะลวงชีพจร' แล้วจริงๆ และเขาก็ไม่ใช่เพิ่งทะลวงไปที่ขั้นทะลวงชีพจรอีกด้วย..."

ที่เรียกกันว่าขั้นทะลวงชีพจร ก็คือการทะลวงผ่านเส้นชีพจรทั่วร่างกาย และบ่มเพาะพลังไร้รูปร่างอย่าง "พลังภายใน" ออกมา

หากสามารถฝึกฝนพลังภายในไปถึงขั้นหลอมรวมได้ ก็จะสามารถทำร้ายผู้คนได้จากระยะไกล บดขยี้แร่ทองคำและเหล็ก หรือเด็ดหัวศัตรูได้เพียงแค่สะกิดนิ้ว นี่ถึงจะครอบครองพลังแห่งวิถียุทธ์ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ซึ่งอยู่เหนือสังคมมนุษย์ปุถุชนทั่วไป

ในขณะที่ "ขั้นหลอมกายา" ซึ่งเฉินอวี่สังกัดอยู่ เป็นการเคี่ยวกรำร่างกาย เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง โดยเน้นไปที่การยกระดับทางร่างกายอย่างรอบด้าน ทว่ายังไม่อาจครอบครองพลังอย่าง "พลังภายใน" นี้ได้

"หึ... เมื่อมีข้าอยู่ เจ้าจะไม่มีโอกาสใดๆ ทั้งสิ้น!"

หวังหลิงอวิ๋นเริ่มทำการตรวจค้น

ในระหว่างกระบวนการนี้ เขาไม่ปล่อยวางรายละเอียดใดๆ แม้แต่หู ปาก เส้นผม และรักแร้ของเฉินอวี่ก็ยังไม่เว้น

ป.ล.

ฟังนิยายเรื่องนี้แบบ นิยาเสียงได้ที่ https://lin.ee/VAS764C

และสนับสนุนนิยายเสียงอีกเพียบของนิยายเป็ดได้ที่ www.นิยายเป็ด.com

จบบทที่ บทที่ 1 หินคริสตัลประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว