- หน้าแรก
- สลับวิวาห์ภรรยาทหารยุค มิติลับของนางเอกถูกกวาดจนเกลี้ยง
- บทที่ 1: ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหลังระเบิดตัวเองตาย
บทที่ 1: ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหลังระเบิดตัวเองตาย
บทที่ 1: ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหลังระเบิดตัวเองตาย
บทที่ 1: ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหลังระเบิดตัวเองตาย
"พอแล้ว..."
ท่ามกลางความมืดมิด เสียงครวญครางสั่นสะท้านเจือเสียงสะอื้นไห้ฟังสั่นเครือและน่าสงสาร ยิ่งกระตุ้นให้หางตาของชายหนุ่มแดงก่ำขึ้นไปอีก
เซี่ยอวี่ออกแรงบีบแน่น ทิ้งรอยนิ้วมือทั้งห้าไว้บนผิวขาวเนียนละเอียดในพริบตา
หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเกิดความขัดเขินจนต้องกัดลงบนไหล่แกร่งของชายหนุ่มอย่างแรง
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการหรือไง" น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า ริมฝีปากปัดผ่านใบหูขาวสะอาดจนคนตัวเล็กในอ้อมแขนสั่นสะท้าน แววตาของเขาหม่นแสงลงวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดุดันลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม...
เมื่อฉางซุ่ยซุ่ยตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เธอถึงกับสูดปากทันทีที่ขยับตัว ทั่วทั้งร่างปวดร้าวราวกับถูกทุบตีมาอย่างหนัก
เธอก้มมองร่างกายที่ค่อนข้างแห้งสบายของตนเองแล้วตกอยู่ในความเงียบ เธอซึ่งเป็นคนจากยุควันสิ้นโลก ได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่อง "เกิดใหม่ยุค 70: ภรรยาแสนดีรสแซ่บ" เสียแล้ว
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ เธอดันกลายมาเป็นตัวประกอบหญิงที่ต้องตายอนาถในหนังสือ ซึ่งก็คือ ฉางซุ่ยซุ่ย ลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ของนางเอก
ในชาติที่แล้ว ฉางเหมยลี่ นางเอกของเรื่อง ได้แต่งงานกับยุวชนปัญญาจากบ้านพักในเขตเมืองเพื่อแลกกับโควตาการกลับเข้าเมือง จากนั้นก็บีบบังคับให้ลูกพี่ลูกน้องของตนแต่งงานกับอดีตคู่หมั้นแทน
ทว่ากลับกลายเป็นว่าผู้ชายที่นางเอกแต่งงานด้วยนั้นดีแต่เปลือกภายนอก เธอไม่เคยตั้งครรภ์ ซ้ำยังถูกแม่สามีใจร้ายทั้งด่าทอและทุบตี แถมสามีก็ยังรังเกียจเดียดฉันท์
ด้วยความบังเอิญ เธอได้เห็นในโทรทัศน์ว่าลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ที่แต่งงานกับลูกชายผู้ใหญ่บ้านได้กลายเป็นคุณนายท่านผู้บัญชาการ มีชีวิตที่หรูหราสุขสบาย เมื่อนั้นเธอถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองได้พลาดอะไรไป
เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ร้องไห้ฟูมฟายจนเผลอทำอาหารมื้อค่ำไหม้คากระทะ สามีของนางเอกที่เมามายกลับมาจึงลงมือทุบตีเธออย่างทารุณ นางเอกพลั้งมือฆ่าสามีตายเพื่อป้องกันตัว ท้ายที่สุดจึงถูกตัดสินประหารชีวิต
ก่อนตาย ชายผู้กลายเป็นท่านผู้บัญชาการได้มาพบเธอเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อมอบศักดิ์ศรีให้เธอในวาระสุดท้ายของชีวิต
สิ่งที่นางเอกไม่คาดคิดก็คือ เธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แม้จะสายไปเสียหน่อยเพราะเธอได้บอกเลิกกับพระเอกไปแล้ว นางเอกจึงวางแผนชั่วร้ายให้ลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ของตนถูกอันธพาลเอ้อร์ไหลจื่อล่วงละเมิด ส่วนตัวเองก็หันกลับไปตามตื๊อพระเอกอีกครั้ง
ตอนที่ฉางซุ่ยซุ่ยอ่านนิยายเรื่องนี้ เธอถึงกับช็อกกับบรรทัดฐานทางศีลธรรมของนางเอก ถ้าอยากจะตามจีบผู้ชายก็ลุยไปตรงๆ สิ จะมาทำร้ายพี่สาวของตัวเองไปเพื่ออะไรกัน!
อีกอย่าง ลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ก็ไม่ได้ชอบพระเอกเสียหน่อย ตอนนั้นเป็นนางเอกต่างหากที่อยากแต่งงานกับคนเมืองจนตัวสั่น และครอบครัวก็เห็นแก่หน้าของอีกฝ่าย จึงให้พี่สาวมารับช่วงแต่งงานแทน
การที่นางเอกไม่สำนึกบุญคุณก็นับว่าแย่พอแล้ว แต่นี่กลับเนรคุณตอบแทนความดีด้วยความแค้นเสียนี่ หึ! ถุย!
ฉางซุ่ยซุี่ยนวดคลึงเอวที่ปวดเมื่อย พลางนึกขึ้นได้ว่าเธอเพิ่งทะลุมิติมาเมื่อวาน แถมยังพบว่าตัวเองโดนวางยา ด้วยความสะลึมสะลือ เธอจึงเตะอันธพาลเอ้อร์ไหลจื่อจนล้มคว่ำแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต
จากนั้น... เธอก็มาจบลงที่เตียงของผู้ชายคนหนึ่ง
นี่คือยุค 70 เชียวนะ! การมีความสัมพันธ์ชายหญิงที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมอาจถึงตายได้!
ทว่าตอนนี้เธอกลับจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยคือใคร!
แต่ว่า... เอวเขาดุดันใช้ได้เลย แถมเหมือนจะมีซิกซ์แพ็กด้วย ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไรก็เถอะ...
"เธอ... ตื่นแล้วเหรอ"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังมาจากทางประตู
ฉางซุ่ยซุ่ยเงยหน้าขึ้นมองและเห็นชายหนุ่มผมเกรียน เบ้าตาลึกคมคาย กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น
เขามีผิวสีข้าวสาลี สวมเสื้อกล้ามสีขาว ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศ
ทว่า... รอยขีดข่วนและรอยฟันบนลำคอกับลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มนั้น ดูเด่นชัดจนเตะตาเสียเหลือเกิน
ฉางซุ่ยซุ่ยยืนยันได้ในทันทีว่าเขาคือผู้ชายที่เธอหลับนอนด้วยเมื่อคืน
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่จ้องหน้าเขาโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เซี่ยอวี่จึงประสานมือใหญ่ไว้บนตักเบาๆ แล้วเอ่ยต่อ "ฉันชื่อเซี่ยอวี่ เป็นทหารปลดประจำการ ปีนี้..."
"ขอโทษนะคะ! เมื่อคืนฉันไม่ได้ตั้งใจ! ฉะ... ฉันถูกวางยา แต่ฉันจะชดเชยให้คุณเอง..."
พอได้ยินคำว่า "ทหารปลดประจำการ" หัวใจของฉางซุ่ยซุ่ยก็กระตุกวูบด้วยความปวดร้าวในทันที
ในฐานะคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในยุควันสิ้นโลก เธอมีความผูกพันและเคารพเทิดทูนทหารเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกหรือจวบจนวาระสุดท้ายก่อนตาย ทหารยังคงเป็นบุคคลที่เธอให้ความชื่นชมมาโดยตลอด
พวกเขามักจะยืนหยัดอยู่บนแนวหน้าที่อันตรายที่สุดเพื่อคอยปกป้องคุ้มครองประชาชน แม้ในเวลาต่อมาระเบียบสังคมจะล่มสลายลง แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่พยายามดิ้นรนเพื่อสร้างระเบียบขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ...
เซี่ยอวี่รับฟังคำพูดของหญิงสาวแล้วจู่ๆ ก็แค่นยิ้มเย้ยหยันตัวเอง
นั่นสินะ เขาแอบคาดหวังอะไรอยู่กัน?
ยุวชนปัญญาที่งดงามถึงเพียงนี้จะยินยอมแต่งงานกับคนพิการอย่างเขาได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังเป็นคนพิการที่กลายสภาพเป็นเพียงชาวนาเปื้อนโคลนไปแล้วอีกต่างหาก
ตอนแรกเขาคิดเอาไว้ว่า ในเมื่อเขาได้ครอบครองร่างกายของเธอแล้ว เขาก็ควรจะยืดอกรับผิดชอบเยี่ยงลูกผู้ชาย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ต้องการมัน
เซี่ยอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนรถเข็นตรงไปยังตู้เตี้ยข้างเตียง เขาหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากข้างใน เมื่อเปิดออกก็พบปึกธนบัตรและคูปองจำนวนหนึ่ง เขาหยิบมันออกมาแล้ววางลงบนมือของฉางซุ่ยซุ่ยโดยตรง
"เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายเสียหายเสมอ เธอรับเงินกับคูปองพวกนี้ไปเถอะ ถือเสียว่าเรื่องนี้จบลงแค่นี้ ฉันจะไม่ไปวุ่นวายกับเธออีก ถ้าเธอมีข้อเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม ฉันจะพยายามทำให้เต็มที่ถ้ามันไม่เกินความสามารถ..."
ฉางซุ่ยซุ่ยก้มมองปึกเงินและคูปองในมือ สลับกับมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า
เขาชื่อเซี่ยอวี่อย่างนั้นหรือ?
ในนิยายเคยกล่าวถึงเขาอยู่ไม่กี่ครั้ง เป็นเพียงตัวละครที่เป็นดั่งเครื่องมือปูพื้นเพเท่านั้น เซี่ยอวี่ ผู้เป็นอาแท้ๆ ของพระเอก เคยเป็นบุคคลสำคัญในกองทัพ ทว่าหลังจากปฏิบัติภารกิจหนึ่ง เขากลับต้องสูญเสียการใช้งานของขาทั้งสองข้างไป เขาเดินทางกลับมายังหมู่บ้าน และผูกคอตายในอีกครึ่งปีต่อมา
อย่างไรก็ตาม ชื่อของเซี่ยอวี่ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในภายหลัง โดยทำหน้าที่เป็นดั่งไอเทมลับของพระเอก เส้นสายในอดีตและบุญคุณที่ผู้อื่นเคยติดค้างเขา ล้วนตกทอดไปสู่พระเอกจนหมดสิ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พระเอกเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
ยิ่งฉางซุ่ยซุ่ยจ้องมองเซี่ยอวี่ เธอก็ยิ่งรู้สึกเวทนาเขาจับใจ จากเนื้อหาในหนังสือนั้น เขาเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง หากยังอยู่ในยุควันสิ้นโลก การรักษาขาทั้งสองข้างของเขาคงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือด้วยพลังธาตุไม้ของเธอ
ทว่าตอนนี้... คงจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว
หลังจากถูกวางยาเมื่อคืน เธอพยายามใช้พลังเพื่อถอนพิษให้ตัวเอง แต่กลับไม่สามารถรีดเร้นพลังออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
เธอใช้พลังทั้งหมดเพื่อระเบิดตัวเองในยุควันสิ้นโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้พลังสูญสลายไปเท่านั้น แต่มิติเก็บของก็หายไปด้วย เสบียงมูลค่านับพันล้านของเธอ! เธอละอิจฉาพวกผู้รอดชีวิตที่เก็บ "ไอเทมดรอป" ของเธอไปได้จริงๆ
ขณะที่คิดเช่นนั้น ฉางซุ่ยซุ่ยก็ลองกระตุ้นพลังของตนเองดูอีกครั้ง
วินาทีต่อมา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดพลันมลายหายเป็นปลิดทิ้ง
ฉางซุ่ยซุ่ย : ???
เธอก้มมองมือเล็กๆ ของตนเองอย่างเงียบงัน พลังมันกลับมาใช้ได้อีกครั้งงั้นหรือ?!
ถึงแม้พลังจะยังมีเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่มันก็มากพอที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้างของเซี่ยอวี่ได้ หากเธอหาวิธีฟื้นฟูพลังกลับมาได้เมื่อไหร่ เธอก็จะสามารถรักษาเขาให้หายขาดได้อย่างแน่นอน! ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อคืนก็แล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาที่ฉางซุ่ยซุี่ยมองไปยังเซี่ยอวี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้น "ฉันขอรับเงินไว้ก็แล้วกันนะคะ แต่คุณช่วยชีวิตฉันไว้เมื่อคืน ฉันยังต้องตอบแทนบุญคุณคุณ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ฉันพอจะมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง ให้ฉันช่วยรักษาขาของคุณดีไหมคะ คุณคิดว่ายังไง"
"ไม่ต้องหรอก ขาของฉัน ฉันรู้ดีที่สุด ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาแล้ว" เซี่ยอวี่ยิ้มขื่น ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมาสงบนิ่งเยือกเย็นในชั่วพริบตา
ขาของเขาผ่านการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองหลวงมาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายท่านต่างลงความเห็นตรงกันว่าไม่มีโอกาสรักษาให้หายได้อีก
เขาเคยตั้งความหวังไว้ว่าอาจจะมีหมอเทวดาที่ไหนสักแห่งสามารถรักษาขาของเขาได้ แต่หลังจากต้องออกตามหาและพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ถอดใจและหมดหวังกับขาทั้งสองข้างนี้ไปโดยปริยาย
"ยุวชนปัญญาฉาง เธอ..."
เขาเพิ่งจะเอ่ยปากพูดได้เพียงครึ่งประโยค ก็ต้องชะงักงันและลุกลี้ลุกลนกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า...