- หน้าแรก
- ราชันหอกเก้าดารา
- บทที่ 68 - คัมภีร์อัสนีกังวาน การทดสอบจบการศึกษา!
บทที่ 68 - คัมภีร์อัสนีกังวาน การทดสอบจบการศึกษา!
บทที่ 68 - คัมภีร์อัสนีกังวาน การทดสอบจบการศึกษา!
บทที่ 68 - คัมภีร์อัสนีกังวาน การทดสอบจบการศึกษา!
“อาจารย์ชมเกินไปแล้วครับ ผมมันคนหัวช้า คงต้องอาศัยความขยันเข้าช่วยเท่านั้นแหละครับ”
เย่ฟานกล่าวอย่างถ่อมตัว
ความจริงแล้วเขารู้ตัวดี
ที่เขาสามารถตระหนักรู้ได้ในขั้นสุดท้ายนั้น เป็นเพราะเขาใช้พลังเหนือธรรมชาติเข้าช่วย
อีกทั้งดูเหมือนว่าการปลุกพลังแฝงธาตุอัสนีระดับ S จะช่วยให้เขาเข้าใจวิถีแห่งอัสนีได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปมากจริงๆ
ไม่อย่างนั้น ต่อให้ใช้เวลาฝึกถึงสองวัน แล้วใช้แต้มตระหนักรู้เพียงแต้มเดียว ก็คงยากที่จะบรรลุวรยุทธ์หอกระเบิดอัสนีได้สมบูรณ์ขนาดนี้
ได้ยินดังนั้น จินเผิงถึงกับหนังตากระตุก
เขาเริ่มสงสัยจริงๆ ว่าเจ้าเด็กนี่กำลังประชดเขาอยู่หรือเปล่า
แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานมายืนยัน
เจ้าเด็กนี่ใช้เวลาสามวันในการทำความเข้าใจกระบวนท่าที่เขาต้องใช้เวลาถึงสามเดือน ความเร็วในการตระหนักรู้นั้นไวกกว่าจินเผิงถึงสามสิบเท่า
"แบบนี้ยังกล้าบอกว่าตัวเองหัวช้าอีกเหรอ?
ถ้าเจ้าหัวช้า แล้วข้านี่ไม่ต้องเรียกว่าหมูเลยหรือไง?
ทว่าเย่ฟานก็วางตัวนอบน้อมมีมารยาทจริงๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีลำพองใจเลยแม้แต่น้อยหลังจากที่สำเร็จวิชาระเบิดอัสนี
แถมยังให้ความเคารพต่อเขาอย่างสม่ำเสมอ...
【ความสามารถทางวรยุทธ์ของคุณ เพลงหอกระดับสอง พัฒนาจาก 55% เป็น 60%】
【เจตจำนงวิถีหอกของคุณ เมล็ดพันธุ์แห่งเจตจำนงหอก พัฒนาจาก 83% เป็น 90%】
การเลื่อนระดับอาจจะมาช้าไปบ้าง แต่ไม่มีวันขาดหายไปแน่นอน
เย่ฟานพบว่า การฝึกฝนเพลงหอกธาตุอัสนีนี้ ช่วยส่งเสริมความสามารถทางวรยุทธ์ในวิถีหอกและเจตจำนงวิถีหอกของเขาให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
“อาจารย์ครับ ท่านบอกว่าถ้าผมเรียนรู้ท่านี้เสร็จให้มาหาท่านได้เลย” เย่ฟานกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายวิชา
“เจ้าเด็กนี่...”
"
เดิมทีจินเผิงคิดว่าวิชาระเบิดอัสนีท่าเดียวก็น่าจะเพียงพอสำหรับเย่ฟานในการมาฝึกพิเศษครั้งนี้แล้ว
นึกไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนี่จะเรียนรู้ได้ในเวลาเพียงสามวัน
“อืม... ได้ ข้าจะสอนเจ้าอีกท่า คือ ตาข่ายอัสนี!”
“ดูให้ดีนะ ข้าจะสาดส่องให้ดูหนึ่งรอบ!”
จินเผิงกล่าว
ได้ยินดังนั้น เย่ฟานก็ตั้งอกตั้งใจตาไม่กะพริบจ้องมองไปที่จินเผิง
การถูกเด็กหนุ่มจ้องมองขนาดนี้ ทำให้จินเผิงเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
“แค็กๆ!”
เขาแสร้งไอแก้เขิน ก่อนที่บนร่างกายจะปรากฏเส้นทางการไหลเวียนของพลังวิญญาณอัสนีขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าในครั้งนี้ เส้นทางการไหลเวียนกลับซับซ้อนกว่าตอนวิชาระเบิดอัสนีหลายเท่าตัวนัก
จินเผิงชูหอกยาวในมือขึ้นสูง ชี้ตรงไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด
กลิ่นอายของคนหนึ่งคน... ไม่สิ ปักษาหนึ่งตัวกับหอกหนึ่งเล่มในตอนนี้ ดูราวกับกำลังท้าทายสรวงสวรรค์ว่า ใครกันที่กล้ามาแตะต้องข้า?
(ครืน!)
จริงดังคาด ราวกับสวรรค์ได้รับคำท้าทาย ประกายสายฟ้าสีเงินพุ่งทะยานลงมาอย่างบ้าคลั่ง
มันฟาดลงบนปลายหอกของเย่ฟานที่จินเผิงถืออยู่อย่างรุนแรง
(วับ!)
ในวินาทีนั้นเอง
ที่ปลายหอกนั้น ราวกับปรากฏตาข่ายสายฟ้าขนาดมหึมาขึ้นมาห่อหุ้มประกายอัสนีสีเงินนั้นไว้ภายใน
และสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างดุดันก็ถูกสลายไปจนหมดสิ้นภายใต้การป้องกันของตาข่ายอัสนีนั้น
(อึก...)
เป็นอีกครั้งที่เย่ฟานต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความทึ่ง
ท่านี้มันโหดร้ายชะมัด ต้องมายืนรอให้ฟ้าผ่าเนี่ยนะ
“มองชัดเจนไหม?” จินเผิงถาม
“ชะ... ชัดเจนครับ” เย่ฟานตอบ
“ดี ท่านี้... อาจารย์เองก็ใช้เวลาตั้งครึ่งเดือนแน่ะ”
ความจริงแล้วท่านี้จินเผิงต้องใช้เวลาถึงครึ่งปี กว่าจะเริ่มจับทางได้
เมื่อมีบทเรียนจากครั้งก่อน ครั้งนี้เขาจึงลดเวลาที่ตัวเองใช้ลงเหลือเพียงครึ่งเดือน เขาคิดว่าแค่นี้น่าจะเพียงพอที่จะกดข่มเจ้าหนูตรงหน้าได้แล้วล่ะนะ
“จงฝึกฝนด้วยตัวเองซะ เมื่อเรียนรู้ได้แล้วค่อยมาหาข้าใหม่!”
จินเผิงโยนหอกคืนให้เย่ฟาน แล้วไพล่มือเดินจากไปอย่างสง่างามราวกับยอดฝีมือผู้ลึกลับอีกครั้ง
“อืม หัวใจฉันไร้ซึ่งความขลาดกลัว วิถีวรยุทธ์ของฉันแข็งแกร่งดั่งหินผา!”
เย่ฟานสลัดความกังวลทิ้งไป แววตาพลันกลับมาแน่วแน่อีกครั้ง
เหมือนกับครั้งแรก เย่ฟานเริ่มจากการทำความคุ้นเคยกับเส้นทางการหมุนเวียนของพลังวิญญาณก่อน จากนั้นจึงเริ่มทดลองสร้างตาข่ายอัสนี และรอรับบททดสอบจากสายฟ้า...
...
ในระหว่างที่เย่ฟานกำลังรับการฝึกพิเศษอยู่นั้น
การแข่งขันในสนามประลองมังกรดรุณก็ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
ในช่องแสดงความคิดเห็นสาธารณะ:
“ซี้ด... ชนะติดต่อกันสี่สิบนัดแล้ว! พวกนายรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ในสนามประลองมังกรดรุณม้ามืดตัวใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกแล้วนะ!”
“โหดขนาดนั้นเลยเหรอ? ชื่ออะไรน่ะ?”
“มีฉายาว่า พเนจรวายุ นามว่า ฉินเฟิง”
ที่หน้าจอระบบ ชายหนุ่มหน้าตาดีที่มุมปากเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ พิมพ์ชื่อและฉายาของตนเองลงในช่องแชทสาธารณะ
การทำตัวโดดเด่นท่ามกลางกระแสลม คือเป้าหมายของเขา!
ฉินเฟิงเป็นยอดอัจฉริยะอยู่แล้ว แถมยังมีฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
ทว่าเขากลับชื่นชอบการโอ้อวดเป็นชีวิตจิตใจ
“ว้าว พเนจรวายุ แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเป็นพี่ชายที่หล่อมากแน่ๆ!”
“ใครมีช่องทางติดต่อพี่ชายบ้างคะ น้องอยากรู้จักจังเลยค่ะ”
จริงดังคาด ไม่นานก็มีกลุ่มแฟนคลับสาวๆ เข้ามาส่งเสียงกรี๊ดกันเกรียวกราว
สิ่งนี้ทำให้ฉินเฟิงลูบผมหน้าม้าของตนเองอย่างลำพองใจ
“หึ ก็แค่ชนะสี่สิบนัดเองไม่ใช่เหรอ”
“พวกเธอต้องรู้ไว้นะว่า เมื่อไม่นานมานี้ ในสนามประลองมังกรดรุณก็มีอัจฉริยะจากมณฑลเจียงหนานปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนกัน”
“ชื่อว่าเย่ฟาน เขาชนะติดต่อกันถึงห้าสิบนัด แถมสื่อยังยกย่องให้เป็น ‘นักเรียนมัธยมปลายที่แข็งแกร่งที่สุด’ อีกด้วยนะ!”
นักรบคนหนึ่งกล่าวขึ้น
นั่นเป็นเพราะนักรบที่มีชื่อเสียงมักจะถูกขุดคุ้ยประวัติเสมอ
อย่างเย่ฟานก่อนหน้านี้
หรืออย่างฉินเฟิงที่เพิ่งจะสร้างชื่อ ก็ถูกขุดคุ้ยจนพบว่ามาจากมณฑลเจียงหนานเหมือนกัน
ดังนั้น ในฐานะที่ทั้งคู่เป็นนักเรียนปีสามและมาจากมณฑลเดียวกัน
จึงกลายเป็นหัวข้อเปรียบเทียบของผู้คนไปโดยปริยาย
“เหอะ... ‘นักเรียนมัธยมปลายที่แข็งแกร่งที่สุด’ งั้นเหรอ? เป็นไอ้กระจอกที่ไหนกันล่ะนั่น?”
ฉินเฟิงเหยียดยิ้มพลางกล่าวอย่างดูแคลน
เขาจึงรีบค้นหาชื่อของเย่ฟานทันที
ถึงได้รู้ว่าเจ้าเด็กนี่มีอันดับอยู่นอกทำเนียบหนึ่งพัน และยังไม่สามารถส่งคำท้าประลองได้
ความสนใจของเขาจึงมลายหายไปทันที
“ไอ้ไก่อ่อน กล้าดียังไงมาคิดจะประชันกับข้า? เหอะ!”
เขาถากถางอยู่ไม่กี่คำ
จากนั้นฉินเฟิงก็เริ่มเข้าไปพิมพ์ข้อความอวดดีตามช่องคอมเมนต์ต่างๆ ต่อไป
...
หิวก็กินเนื้อแรดหนังเหล็ก กระหายก็ดื่มยาเฉียงจีหมายเลขหนึ่ง
เย่ฟานพบว่ายาเฉียงจีหมายเลขหนึ่งนั้น การดื่มเข้าไปให้ความรู้สึกสบายกว่าการทาไปทั่วตัวเสียอีก
ถึงแม้จะรู้สึกแสบร้อนที่ลำคอไปบ้างก็เถอะ
เกรงว่าทาง บจก.จอห์นสันแอนด์จอห์นสันเทคโนโลยี คงไม่ได้คาดคิดว่ายาที่เขาแนะนำให้ใช้ภายนอก จะมีคนนำมาใช้ดื่มกินแบบนี้
หากร่างกายเหนื่อยล้าหรือจิตใจเริ่มอ่อนแรง เย่ฟานก็จะฝึกวิชาฝึกเทพนิรมิตว่างเปล่า
ในตอนนี้ แม้ความเจ็บปวดจะยังมหาศาลเหมือนเดิม แต่เย่ฟานก็สามารถทนรับมันได้โดยไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้ว
แน่นอนว่าเขานอนฝึกมันอย่างสงบ
จินเผิงยังแอบนึกว่าเขาหลับไปแล้วด้วยซ้ำ จึงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า การสอนคนอื่นฝึกวิชา พอเห็นคนคนนั้นพักผ่อนเขากลับรู้สึกโล่งใจเสียอย่างนั้น
ทว่าผ่านไปเพียงสองสามชั่วโมง เย่ฟานก็ดีดตัวลุกขึ้นมาใหม่ด้วยท่าทางที่กระปรี้กระเปร่าประดุจมังกรคะนองศึก
จินเผิง: ......
สี่วันผ่านไป!
เย่ฟานประสบความสำเร็จในการฝึกวิชาตาข่ายอัสนี ซึ่งจินเผิงเคยคุยโวว่าเขาใช้เวลาเพียงครึ่งเดือน (ความจริงคือครึ่งปี)
ความเร็วในการฝึกฝนของเย่ฟานไวกว่าจินเผิงถึง 45 เท่า!
จินเผิงถึงกับมึนงงไปหมดแล้ว
หลังจากนั้น เขาก็สอนวิชาที่สามให้เย่ฟานอีกหนึ่งท่า
ครั้งนี้เขาไม่กล้าพูดว่าตัวเองใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนแล้ว เพราะความจริงเขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม
ทว่าเย่ฟานกลับใช้เวลาเพียงห้าวันเท่านั้น!
ความเร็วในการฝึกฝนพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ไวกว่าจินเผิงถึง 72 เท่า!
จินเผิงรู้สึกว่าไม่ใช่เขาน่ะที่โง่ แต่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขาคงใช้ชีวิตได้เสียเปล่าจริงๆ
อย่างไรก็ตาม แม้จะสำเร็จวิชาทั้งสามท่าแล้ว เย่ฟานก็ยังคงวางตัวกับเขาเหมือนเดิม เขายังคงทำความเคารพในฐานะศิษย์อย่างนอบน้อมเสมอมา
จากการคลุกคลีกันตลอดสิบสองวันที่ผ่านมา จินเผิงจึงยอมรับในตัวเด็กหนุ่มที่มีความตระหนักรู้อันยอดเยี่ยมคนนี้อย่างหมดหัวใจ
ทว่าเจ้าเด็กนี่มันช่างเป็นนักรบจอมคลั่งเสียจริง!
“เย่ฟาน”
“ศิษย์อยู่นี่ครับ!”
“การฝึกพิเศษของเรากำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าคือศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ข้าเคยสอนมาตลอดหลายปีนี้ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบสองเรื่อง”
จินเผิงมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ราวกับเขามองเห็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
“สุดแต่ที่อาจารย์จะสั่งครับ!” เย่ฟานกล่าวอย่างนอบน้อม
“เรื่องแรก นี่คือคัมภีร์อัสนีที่ข้าเก็บสะสมไว้ มีชื่อว่า: คัมภีร์อัสนีกังวาล ข้าขอมอบมันให้แก่เจ้า!”
“และเรื่องที่สอง ก่อนจะจบการฝึกพิเศษนี้ ข้าต้องการให้เจ้าเข้ารับการทดสอบจบการศึกษาหนึ่งครั้ง”
จินเผิงกล่าว
“ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ”
เย่ฟานก้มศีรษะคำนับจินเผิงอย่างลึกซึ้ง...
(จบแล้ว)