- หน้าแรก
- ราชันหอกเก้าดารา
- บทที่ 46 - พญาคชสารจุติ! สงบเสงี่ยมเจียมตัว
บทที่ 46 - พญาคชสารจุติ! สงบเสงี่ยมเจียมตัว
บทที่ 46 - พญาคชสารจุติ! สงบเสงี่ยมเจียมตัว
บทที่ 46 - พญาคชสารจุติ! สงบเสงี่ยมเจียมตัว
เย่ฟานคว้าอันดับหนึ่งของเมืองได้ ทั้งในด้านวรยุทธ์และคะแนนรวม
ครอบครัวของเย่ฟานมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาเชิญอาจารย์หม่าครูประจำชั้น และอาจารย์ฟางครูสอนวรยุทธ์
พร้อมด้วยโจวเหลียง หลิวลิ่ว รวมถึงอู๋เสีย หัวหน้าหน่วยเมืองเจียงหนิงแห่งตำหนักดาวดารา และสมาชิกหน่วยที่หนึ่ง มารวมตัวกันที่ห้องส่วนตัวของหอเทาเที่ย
แขกผู้มีเกียรติทยอยเดินทางมาร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
หลังจากผ่านการดื่มไปหลายจอกและรับประทานอาหารรสเลิศอีกหลายจาน
“ครูขออวยพรให้เย่ฟาน ในการสอบคัดเลือกวรยุทธ์ที่จะถึงนี้ วิชาสายสามัญรุ่งโรจน์ประดุจดอกงาบานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ”
“และครั้งนี้เธอได้สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง กลับไปครูจะยื่นเรื่องขอทุนการศึกษาที่สูงที่สุดของโรงเรียนให้เธอ นั่นคือทุนการศึกษาท่านผู้อำนวยการ”
อาจารย์หม่าชูแก้วขึ้นเพื่อกล่าวแสดงความยินดี
“ขอบคุณครับอาจารย์”
เย่ฟานลุกขึ้นยืนและยกแก้วคารวะกลับอย่างนอบน้อม
“อาจารย์ครับ แบบนี้คะแนนสายสามัญของเย่ฟานจะแซงหน้าเด็กสายศิลป์อย่างผมแล้วนะ จะไม่เหลือที่ยืนให้พวกผมเลยหรือไงกัน?!”
โจวเหลียงทำหน้าเศร้าราวกับโลกจะแตก
“ฮ่าๆ...”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะลั่น
“เย่ฟาน ครูยังขอมอบประโยคเดิมให้เธอ ‘ทะเลกว้างให้ปลาโลดแล่น ท้องฟ้าสูงให้วิหคโบยบิน’ ครูขออวยพรให้เธอรุ่งโรจน์ในวิถีวรยุทธ์!”
อาจารย์ฟางมองเย่ฟานด้วยความพึงพอใจถึงขีดสุด
นี่คือลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาแล้ว
และเกรงว่าหลังจากนี้คงยากที่จะมีใครมาเทียบเคียงได้อีก
“อาจารย์ฟาง ผมก็ขออวยพรให้อาจารย์เช่นกันครับ!”
เย่ฟานกล่าวขอบคุณจากใจจริง
ในยามที่เขายังไม่มีชื่อเสียง เป็นเพียงเด็กหนุ่มดื้อรั้นที่รู้เพียงว่าความขยันสามารถทดแทนส่วนที่ขาดได้
อาจารย์ฟางคือผู้เปิดประตูสู่วรยุทธ์ให้แก่เขา และยังคอยแอบชี้แนะเขาเป็นการส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากนั้น ทุกคนต่างก็กล่าวคำอวยพรออกมา
“เฮ้อ วันนี้ทดสอบจำลองเสร็จแล้ว พอจะผ่อนคลายได้บ้างล่ะนะ”
หลังจากอิ่มหนำสำราญ โจวเหลียงพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอุรา
“พี่เย่ คืนนี้ผมขอไปรับคำชี้แนะจากพี่หน่อยได้ไหมครับ?”
หลิวลิ่วมองเย่ฟานด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ได้สิ ไปที่ห้องฝึกวรยุทธ์ใต้ดินบ้านฉันเลย”
เย่ฟานพยักหน้าตกลง
“เลิกขยันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ผมรู้อยู่แล้วว่าอยู่กับยอดนักสู้มือวางอันดับหนึ่งและสองของห้องน่ะไม่มีคำว่าพักหรอก ไม่ได้การละ ผมต้องกลับไปทบทวนวิชาสายสามัญบ้างแล้ว!”
โจวเหลียงดีดตัวขึ้นมาใหม่ ถูกกระตุ้นจนไฟในการต่อสู้ลุกโชนอีกครั้ง
มื้อนี้หมดเงินไปหลายหมื่นหยวน
ถึงแม้เย่จวินและแลนชุ่ยฟางจะแอบเสียดายเงินอยู่บ้าง
แต่พวกเขารู้ว่าเงินนี้ใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า จึงไม่มีท่าทีตระหนี่ถี่เหนียวแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เมิ่งสยงยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเจียงหนิงได้จ่ายเงินชดเชยให้ครอบครัวของพวกเขาถึงห้าล้านหยวน
ตอนนี้มีเงินเต็มกระเป๋า ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตาม นิสัยประหยัดมัธยัสถ์ของพวกเขาก็ยังคงไม่หายไป
สมกับคำที่ว่า ‘ขี่จักรยานไปบาร์... อะไรควรประหยัดก็ประหยัด อะไรควรจ่ายก็จ่าย’
ก่อนจะแยกย้ายกันไป
อู๋เสียเดินเข้าไปหาเย่ฟาน
“ลุงอู๋ครับ?”
เย่ฟานมองอู๋เสีย เห็นว่าพลังเลือดลมของอีกฝ่ายเพิ่มพูนขึ้นมากจนถึงขอบเขตดาราจักรระดับสองแล้ว เขาก็พลอยยินดีไปด้วย
“เสี่ยวฟาน เตรียมตัวไว้ให้ดี พรุ่งนี้หรืออย่างช้าก็มะรืนนี้ ท่านเจ้าตำหนักหยินจะเดินทางมาที่เมืองเจียงหนิงด้วยตัวเอง เธอต้องไปต้อนรับกับฉันนะ”
อู๋เสียกล่าว
“ท่านเจ้าตำหนักหยินจะมาเองเลยเหรอครับ?”
เย่ฟานประหลาดใจเล็กน้อย
“มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ?”
เย่ฟานถามต่อ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เสียยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางกล่าวว่า “ความลับสวรรค์ไม่อาจแพร่งพราย”
เย่ฟานพูดไม่ออก
ลุงอู๋นี่ก็ขี้เล่นเหมือนกันแฮะ
“อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกเธอ คือรายนามมังกรดรุณประจำปีของเครือข่ายการต่อสู้ดาราจักรออกมาแล้ว
ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจนถึงก่อนสอบคัดเลือกวรยุทธ์ ช่องทางพิเศษสำหรับรายนามมังกรดรุณจะเปิดออก”
“ที่นั่นเป็นศูนย์รวมของเหล่าอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมและสัตว์ประหลาดที่สุดในหัวเซี่ยที่มีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี!”
“เธอเองก็ลองไปประชันดูสักหน่อยสิ ถ้าสามารถติดอันดับได้ ตำหนักดาวดาราจะมีรางวัลใหญ่มอบให้อย่างแน่นอน!”
อู๋เสียมองเย่ฟานด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เย่ฟานยังเด็กเกินไปจริงๆ
เขาเพิ่งจะอายุสิบแปดปีพอดี
ซึ่งถือเป็นอายุขั้นต่ำสุดที่จะติดอันดับรายนามมังกรดรุณได้
หากเย่ฟานอายุยี่สิบปี
อู๋เสียไม่กังวลเลย เพราะด้วยความสามารถระดับสัตว์ประหลาดของเย่ฟาน เขาจะติดอันดับได้อย่างง่ายดายแน่นอน
แต่ในวันนี้คงต้องพึ่งโชควาสนาของเจ้าหนูคนนี้แล้ว
เพราะรายนามมังกรดรุณนี้คือตัวแทนของกลุ่มสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดในหัวเซี่ยที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปี
“รายนามมังกรดรุณ?”
พอได้ยินชื่อนี้ เย่ฟานก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที
ยิ่งอู๋เสียบอกว่าถ้าหากติดอันดับได้ ตำหนักดาวดาราจะมีรางวัลใหญ่ให้
ยิ่งทำให้เย่ฟานปรารถนาที่จะลองดู
“ตกลงครับลุงอู๋ เดี๋ยวผมจะเข้าไปเช็กในเครือข่ายการต่อสู้ดาราจักรดู อืม ยังพอมีเวลาก่อนจะถึงวันสอบคัดเลือกวรยุทธ์จริง
ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อนแล้วกัน คือต้องมีชื่ออยู่บนรายนามมังกรดรุณให้ได้!”
เย่ฟานกล่าวอย่างฮึกเหิม
“ดี! มีอุดมการณ์มาก!”
อู๋เสียตบไหล่เย่ฟานพลางกล่าวชมเชย
จากนั้นเย่ฟานก็พาหลิวลิ่วไปฝึกฝนต่อที่ห้องฝึกวรยุทธ์ใต้ดินบ้านตัวเอง
......
ณ กรมตำรวจเมืองเจียงหนิง
“คุณนักรบอิงชง จากการสืบสวนพบว่าคุณถูกคนธรรมดาโจมตีก่อนจึงต้องลงมือเพื่อป้องกันตัว ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายครับ”
“อีกทั้งท่านผู้อาวุโสเซี่ยงซานได้มาประกันตัวคุณด้วย เพียงแค่คุณเซ็นชื่อตรงนี้ก็กลับได้แล้วครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับอิงชงจมูกเหยี่ยว
อิงชงแทบจะพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้เขาพยายามอธิบายไปตั้งหลายรอบแล้ว
แต่ไม่มีใครฟังเลย
จนกระทั่งรองอธิบดีเซี่ยงซานเดินทางมาด้วยตัวเอง
พวกตำรวจถึงได้เร่งความเร็วในการสืบสวนให้
เพราะยอดฝีมือขอบเขตขุนเขาธาตรีอย่างเซี่ยงซานนั้นถือเป็นกำลังหลักของนักรบเผ่าพันธุ์มนุษย์ และได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง
เมื่อเซี่ยงซานมาประกันตัว และอิงชงก็ไม่ได้ทำความผิดร้ายแรง
เขาจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา
ส่วนไอ้ขี้เมาจอมหื่นนั่น ก็ถือว่าสมควรแล้วล่ะ
“เอาล่ะ อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย รีบเซ็นชื่อซะ”
เซี่ยงซานผู้มีรูปร่างกำยำกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ
อิงชงคนนี้ช่างเป็นพวกที่ทำเรื่องใหญ่เสียงาน แต่กลับสร้างเรื่องเล็กน้อยให้วุ่นวายได้จริงๆ
สั่งให้มาสืบเบื้องลึกเบื้องหลังของเย่ฟานเพื่อดึงตัวเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์เจียงหนาน
แต่หมอนี่กลับทำงานไม่สำเร็จ แถมยังหาเรื่องใส่ตัวจนเน่าไปทั้งตัว
เดือดร้อนถึงเขาต้องวิ่งโร่มาตามล้างตามเช็ดความซวยให้
เขาแทบอยากจะซัดหมัดใส่อิงชงสักปั้งจริงๆ!
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็เดินออกมาจากกรมตำรวจ
“ท่านรองอธิบดีครับ ผมทำงานพลาดไป ขอท่านโปรดลงโทษด้วยครับ”
อิงชงเดินคอตก
ยิ่งมองหมอนี่ เซี่ยงซานก็ยิ่งโมโห
“ไปเถอะ”
เซี่ยงซานโบกมือเตรียมจะก้าวขึ้นเครื่องบินส่วนตัว
“ท่านครับ ผมสงสัยว่าเย่ฟานคนนั้นอาจจะเป็นเพียงพวกที่ดังแค่ประเดี๋ยวประด๋าว มีโอกาสสูงที่ช่วงหลังจะไปไม่รอด เพราะฉะนั้นถึงจะดึงตัวมาไม่ได้ก็ไม่น่าเสียดายหรอกครับ”
อิงชงแอบสาปแช่งเย่ฟานในใจนับครั้งไม่ถ้วน อยากจะเห็นเขาตกต่ำลงมาเหลือเกิน
เพียะ!
ทว่า วินาทีต่อมาสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นฝ่ามืออันหนักหน่วงและทรงพลัง
ฝ่ามือนั้นรุนแรงมากจนอิงชงรู้สึกหูอื้อตาลาย ราวกับถูกรถบรรทุกหนักชนเข้าอย่างจัง
“ไอ้โง่ อยู่ในคุกจนสมองขึ้นสนิมไปแล้วหรือไง ข่าวนี้ แกดูเอาเองแล้วกัน”
พูดจบเขาก็โยนอุปกรณ์สื่อสารให้อิงชง
ข่าวด้านบนสุดที่มีสัญลักษณ์รูปไฟสีแดงแสดงความเป็นข่าวยอดฮิต เขียนว่า:
เย่ฟาน เยาวชนอัจฉริยะของเมืองเรา ทำคะแนนสอบรวมของเมืองได้สูงถึง 729 คะแนน ตำแหน่งอันดับหนึ่งวรยุทธ์ของมณฑลอาจอยู่แค่เอื้อม!
เมื่อเห็นพาดหัวข่าว
อิงชงยังคงไม่ยอมแพ้
เขารีบเลื่อนดูจนเห็นภาพเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและดุดัน รูปร่างสูงใหญ่ที่ถือหอกยาว
ความหวังลมๆ แล้งๆ ของเขามลายหายไปสิ้น
ในตอนนี้ เขาไม่เพียงแต่รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและเริ่มจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวลงจริงๆ แล้ว
แต่เขายังเริ่มมีความรู้สึกหวาดกลัวเกิดขึ้นมาในใจด้วย...
(จบแล้ว)