- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 51 กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง
บทที่ 51 กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง
บทที่ 51 กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง
บทที่ 51 กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง
ค่ายฝึกทหารเรือ
เซเฟอร์เองก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับชิกะเช่นกัน ตอนแรกเขาตกใจ แต่เมื่ออารมณ์สงบลง สิ่งที่เหลืออยู่คือความภาคภูมิใจอันเปี่ยมล้น ใช่แล้ว... เขาภูมิใจในตัวชิกะมาก
หวนนึกถึงทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับชิกะในค่ายฝึก เซเฟอร์ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วหัวเราะเบา ๆ พึมพำกับตัวเองว่า
“ไม่นึกเลยว่าจะไปได้ถึงระดับนี้... ทำต่อไปนะ อนาคตของท้องทะเลเป็นของแกแล้ว... ชิกะ”
หอพักหญิง
เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งยื่นหนังสือพิมพ์ให้ไอน์อย่างตื่นเต้น พร้อมตะโกนลั่น
“ไอน์ ดูนี่สิ! อุจิวะ ชิกะ คนนั้นเจอปัญหาใหญ่แล้ว!”
ได้ยินดังนั้น ไอน์ที่ดูซึมเศร้าอยู่ก่อนหน้าก็เบิกตากว้างทันที คำพูดกำกวมของเพื่อนทำให้เธอคิดว่าชิกะกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
เธอคว้าหนังสือพิมพ์มาจากมือเพื่อน นิ้วมือสั่นระริกขณะไล่อ่านเนื้อหาข่าวทีละคำ... ในที่สุดไอน์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ชิกะปลอดภัยดี
เพื่อนร่วมห้องเห็นปฏิกิริยาของไอน์ก็แปลกใจ จึงพูดย้ำ
“เจ้าชิกะนั่นทำให้เรลี่บาดเจ็บเลยนะรู้ไหม? ราชาแห่งความมืดเรลี่เชียวนะ! มือขวาของราชาโจรสลัดน่ะ!”
ไอน์ยังคงสงบนิ่ง เพียงแค่พยักหน้ารับรู้ พอเห็นปฏิกิริยาเฉยชา เพื่อนร่วมห้องก็หมดสนุกและกลับไปที่เตียงของตัวเอง
พอลับหลังเพื่อน ไอน์ก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูเงียบ ๆ อีกครั้ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่รูปของชิกะอย่างอาลัยอาวรณ์ เธอยกมือขึ้นลูบรูปภาพนั้นโดยไม่รู้ตัว พลางกระซิบเสียงแผ่ว
“พวกเราอยู่คนละโลกกันจริง ๆ งั้นเหรอ?... ช้าลงหน่อยได้ไหม? นายไปไกลจนฉันตามไม่ทันแล้วนะ...”
บนเรือรบ
กิออนใช้นิ้วลูบไล้รูปถ่ายของชิกะในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างแผ่วเบา ก่อนจะแนบมันไว้กับหน้าอก พลางครุ่นคิดในใจ
“การต่อสู้ต้องอันตรายมากแน่ ๆ... ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้อยู่เคียงข้างนายในเวลาแบบนั้น...”
อีสต์บลู, หมู่บ้านโคโคยาชิ
นามิที่ตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย กำหนังสือพิมพ์ไว้แน่นด้วยสองมือ วิ่งหน้าตั้งกลับบ้าน แล้วตะโกนบอกโนจิโกะที่กำลังดูแลต้นส้มอยู่
“พี่โนจิโกะ! มีข่าวเกี่ยวกับพี่ชิกะด้วย!”
ฉับ!
พอได้ยินชื่อชิกะ โนจิโกะตื่นเต้นจนเผลอมือลั่น ตัดลูกส้มที่ยังไม่สุกหลุดออกมา
ถ้าเป็นปกติ เธอคงเสียดายแทบตาย แต่ไม่ใช่ครั้งนี้... เธอไม่มีเวลามาห่วงส้มลูกเล็ก ๆ นั่นหรอก
เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวก ๆ โนจิโกะรีบคว้าหนังสือพิมพ์จากมือนามิมาอ่านอย่างกระตือรือร้น
นามิกุมมือประสานไว้ที่หน้าอก พูดด้วยความชื่นชม
“พี่ชิกะสุดยอดไปเลย! อัดราชาแห่งความมืดเรลี่ซะกระเจิง ข่าวดังมาถึงที่นี่เลยแน่ะ!”
ได้ยินแบบนั้น และเห็นสีหน้าของนามิ โนจิโกะก็เอามือป้องปากหัวเราะคิกคัก
ยายนามิเนี่ยนะ... ตอนพี่ชิกะอยู่ด้วยก็เอาแต่เถียงเขา ทำท่าเหมือนไม่สนใจ แต่พอเขาจากไปก็พูดถึงแต่เขาตลอด แล้วดูตอนนี้สิ ออกอาการปลื้มซะออกนอกหน้า
โนจิโกะลูบหัวนามิเบา ๆ นามิหยีตาด้วยความชอบใจ แล้วพูดต่อ
“ไปบอกแม่เบลเมียร์กันเถอะ! แม่ยังไม่รู้เรื่องเลย!”
โนจิโกะพยักหน้า จูงมือนามิเตรียมตัวออกเดินทาง
ก้าวเท้าออกจากบ้าน เด็กสาวสองคนวิ่งไปตามถนนลูกรังในชนบทอย่างมีความสุข แต่ทันใดนั้น...
ปึก!
“โอ๊ย!”
นามิล้มก้นจ้ำเบ้า เอามือกุมหัวหลับตาปี๋ เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในความมืด
“เอ๊ะ? ทำไมมืดจัง?”
น้ำตาคลอเบ้าขณะเงยหน้ามองขึ้นไป... แล้วเธอก็ต้องตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
สิ่งมีชีวิตร่างยักษ์คล้ายมนุษย์ สูงเกือบสามเมตร ยืนตระหง่านค้ำหัวเธออยู่ ใบหน้าของมันเหมือนฉลาม ด้านหลังยังมีตัวประหลาดหน้าตาคล้ายปลาตัวอื่น ๆ ยืนเรียงราย กลิ่นคาวปลาคละคลุ้งจนนามิแทบอาเจียน
โนจิโกะที่ตามมาทันก็ตกใจกลัวไม่แพ้กัน แต่ในฐานะพี่สาว เธอฝืนใจแข็งรีบเข้าไปพยุงนามิให้ลุกขึ้น
นามิยืนขาสั่น มองดูสัตว์ประหลาดที่ขวางทาง แล้วถามเสียงตะกุกตะกัก
“พ-พวกแกเป็นใคร?”
สิ่งมีชีวิตนั้นก้มมองพวกเธอด้วยสายตาเย็นชา ส่งความหนาวเหน็บไปถึงขั้วกระดูก
เงียบไปครู่หนึ่ง มันก็แยกเขี้ยวฟันเลื่อยอันแหลมคม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงชวนสยอง
“มนุษย์เรอะ? ข้าคือเผ่าพันธุ์เงือกผู้สูงส่ง... พวกแก มนุษย์ชั้นต่ำ! ไปเรียกทุกคนในหมู่บ้านนี้มารวมตัวกันต้อนรับ ‘กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง’ ผู้ยิ่งใหญ่ซะ! ไม่งั้นข้าจะฆ่าให้เรียบไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!”
โนจิโกะตาเบิกโพลง เธอคว้ามือนามิที่กำลังสั่นกลัว แล้วออกแรงลากวิ่งหนีกลับเข้าหมู่บ้านสุดชีวิต
เบื้องหลังพวกเธอ อาร์ลอง กัปตันกลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง ยืนกอดอกแสยะยิ้มชั่วร้าย เขายกมือขึ้นแล้วตะโกนสั่ง
“เด็ก ๆ ! ไปแสดงให้พวกมนุษย์ชั้นต่ำมันเห็น ว่าพลังของพวกเรามนุษย์เงือกมันยิ่งใหญ่แค่ไหน!”
“โอ้วววว!!”
กลุ่มมนุษย์เงือกวิ่งไล่ตามเด็กสาวสองคน มุ่งหน้าตรงเข้าสู่หมู่บ้าน
“แม่เบลเมียร์! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีปีศาจบุกมาที่หมู่บ้าน! ฮือออ!”
โนจิโกะเจอเบลเมียร์ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เก็นโซ นายตำรวจประจำหมู่บ้านก็อยู่ที่นั่นด้วย ทันทีที่เห็นหน้าเบลเมียร์ โนจิโกะก็ปล่อยโฮออกมา
เธอเพิ่งจะอายุสิบสาม เมื่อกี้ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ในฐานะพี่สาวเธอจึงร้องไห้ไม่ได้ ถ้าร้องไห้แล้วนามิจะทำยังไง? แต่ตอนนี้ พออยู่ในอ้อมกอดของเบลเมียร์ เธอก็กลั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
เบลเมียร์กอดเธอแน่น ลูบหลังปลอบโยนเบา ๆ แล้วหันไปถามนามิ
“นามิ เกิดอะไรขึ้นลูก? ปีศาจที่โนจิโกะพูดถึงคืออะไร?”
นามิที่ยังช็อกอยู่ ได้สติกลับมาแล้วตอบว่า
“พวกมันตัวใหญ่ยักษ์... แล้วก็มีหน้าเป็นปลา! มันบอกว่าพวกมันคือกลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง!”
หน้าปลา? กลุ่มโจรสลัดอาร์ลอง?
หัวใจของเบลเมียร์ดิ่งวูบ เธอรู้จักชื่อนี้... กลุ่มโจรสลัดที่ประกอบด้วยมนุษย์เงือกล้วน ๆ
เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมนุษย์เงือกมาบ้าง พวกมันเกิดมาแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ โดยทั่วไปมีพละกำลังแขนมากกว่ามนุษย์ถึงสิบเท่า... และที่เลวร้ายที่สุดคือ พวกมันเกลียดมนุษย์
นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายแล้ว
สีหน้าของเบลเมียร์เคร่งเครียดขึ้นทันที ครู่ต่อมา เธอหันไปสั่งโนจิโกะ
“โนจิโกะ พานามิไปหาที่ซ่อน ห้ามออกมาจนกว่าแม่จะบอก เข้าใจไหม?”
โนจิโกะพยักหน้า... แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ส่ายหัวและคว้าชายเสื้อเบลเมียร์ไว้แน่น
“แล้วแม่ล่ะ? ทำไมแม่ไม่ไปกับเรา?”
เบลเมียร์ฝืนยิ้ม พยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เดี๋ยวแม่ตามไป แม่ต้องไปเตือนคนอื่น ๆ ก่อน”
โนจิโกะไม่เชื่อ ลางสังหรณ์บอกเธอว่ากำลังจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น
เมื่อเห็นลูกสาวไม่ยอมไป เบลเมียร์จึงจำต้องขึ้นเสียง
“ฟังแม่นะ! พานามิหนีไป! อย่าทำให้แม่ผิดหวัง!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เบลเมียร์ตะคอกใส่เธอ ปกติโนจิโกะเป็นเด็กดี เชื่อฟัง และไม่เคยทำให้เธอโกรธ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันบีบคั้นเหลือเกิน
โนจิโกะปาดน้ำตา แล้วดึงมือนามิที่ยังยืนงงอยู่ออกวิ่งไปทางบ้านอย่างเงียบ ๆ
เบื้องหลังพวกเธอ เบลเมียร์มองดูแผ่นหลังเล็ก ๆ สองแผ่นที่ค่อย ๆ ลับสายตาไปตามถนน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธอพึมพำแผ่วเบา
“โนจิโกะ นามิ... ลูกรักของแม่... พวกหนูต้องรอดนะ”