- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 1 อุจิวะในอีสต์บลู
บทที่ 1 อุจิวะในอีสต์บลู
บทที่ 1 อุจิวะในอีสต์บลู
บทที่ 1 อุจิวะในอีสต์บลู
หมู่บ้านโคโค่, อีสต์บลู
“ชิกะ วันนี้จะออกทะเลงั้นเหรอ?”
หญิงชรายืนอยู่ที่หน้าร้านขายเนื้อเอ่ยทักทายชายหนุ่ม... ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ส่วนสูงเกือบสองเมตร สีหน้าดูเย็นชาและห่างเหิน ผมสีดำถูกมัดรวบไว้อย่างลวก ๆ ผิวขาวซีด สวมเสื้อคลุมสีดำที่มีลวดลายคล้าย ‘ไม้ปิงปอง’ อยู่กลางหลัง มือสวมถุงมือสีน้ำตาลคู่หนึ่ง
สิ่งที่น่าจดจำที่สุดคือดวงตาของเขา... สีม่วงเข้ม ล้อมรอบด้วยลวดลายวงกลมสีดำแผ่ขยายออกไปเป็นชั้น ๆ แผ่ออร่าแห่งความลึกลับและอันตราย
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าเย็นชาของชายหนุ่ม เขาพยักหน้าตอบรับหญิงชรา
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อ อุจิวะ ชิกะ... พูดให้ถูกคือ เขาไม่ได้เป็นคนของโลกใบนี้ เดิมทีเขามาจากดาวเคราะห์ที่เรียกว่า ‘โลก’ เป็นเด็กกำพร้า ด้วยเหตุบังเอิญบางอย่าง เขาได้ข้ามมิติไปสู่โลกของ ‘นารูโตะ’ มังงะจากโลกเดิม และกลายเป็นสมาชิกของตระกูลอุจิวะ
ที่นั่น พ่อแม่ในชีวิตที่สองตั้งชื่อให้เขาว่า อุจิวะ ชิกะ ก่อนจะจบชีวิตลงในสนามรบ... เขาอาศัยความทรงจำจากชาติก่อน ตีสนิทกับ นามิคาเสะ มินาโตะ ในช่วงวัยรุ่น หลังจากเรียนรู้วิชา ‘เทพสายฟ้าเหิน’ จนมั่นใจว่ามีพลังพอจะปกป้องตัวเองได้ เขาจึงใช้ภารกิจหนึ่งเป็นโอกาสแกล้งตายและหลบซ่อนตัวอยู่นอกโคโนฮะ
เขาซุ่มพัฒนาตัวเองอยู่นอกหมู่บ้าน ใช้ข้อมูลจากความทรงจำบนโลกทำข้อตกลงกับ โอโรจิมารุ... ในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของโอโรจิมารุ เขาก็ผสานพลังของอุจิวะและเซนจูจนเบิก ‘เนตรสังสาระ’ ของตนเองได้สำเร็จ
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับความปิติที่เบิกเนตรได้ โอโรจิมารุก็ลอบกัดเขา... เขาใช้พลังเนตรที่เพิ่งกำเนิดมากเกินไป บวกกับใช้วิชามิติที่ยังไม่ชำนาญ จนหมดสติไปในที่สุด
เมื่อได้สติอีกครั้ง เขาก็มาอยู่บนเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง และร่างกายก็ย้อนกลับไปอยู่ในสภาพเด็กหกขวบ
เขารีบตรวจสอบสภาพร่างกายหลังการข้ามมิติ โชคดีที่ ‘เซลล์ฮาชิรามะ’ และ ‘เนตรสังสาระ’ ที่เขาแลกมาด้วยความยากลำบากยังคงอยู่ แต่เพราะร่างกายย้อนวัยและการใช้พลังเนตรเกินขีดจำกัด ทำให้เขาดึงพลังออกมาใช้ได้ไม่มากนัก
เนื่องจากไม่ใช่การข้ามมิติครั้งแรก เขาจึงปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว... หลังจากสำรวจเกาะอยู่หนึ่งวัน เขาก็พบหมู่บ้านที่ชื่อว่า ‘หมู่บ้านโคโค่’
เมื่อได้เห็นหญิงสาวผมสีไวน์แดงกับเด็กหญิงตัวน้อยสองคน...ที่ชื่อว่า เบลเมียร์...ความทรงจำอันเลือนรางก็เตือนสติเขาอีกครั้ง: ครั้งนี้ เขามาโผล่ในโลกของ ‘วันพีซ’
ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็ต้องอยู่ให้ได้... ชาวบ้านที่นี่ซื่อและมีน้ำใจ แม้ดวงตาของเขาจะทำให้พวกเขากลัว แต่ ‘คุณยายริซ่า’ เจ้าของร้านขายเนื้อ เห็นเขาเป็นเพียงเด็กหกขวบที่ร่อนเร่มาเพียงลำพัง จึงทนดูไม่ได้และรับเลี้ยงเขาไว้... เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่นั้นมา รอคอยให้ร่างกายเติบโตและปรับตัวเข้ากับพลังเนตร... จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปสิบปีแล้ว
ปีนี้ เขาอายุสิบหก
“ได้เวลาแล้ว... แม้การฝืนใช้พลังในตอนนั้นจะทำให้ความสามารถเฉพาะตัวของเนตรสังสาระยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่ แต่ด้วยความพิเศษของอาหารและปัจจัยอื่น ๆ ในโลกวันพีซ ร่างกายของชั้นดูเหมือนจะพัฒนาไปไกลกว่าแต่ก่อนมาก... เซลล์ฮาชิรามะผสานเข้ากับร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นโลกที่ผู้คนอึดถึกราวกระสอบทราย... นี่ถือเป็นเรื่องร้ายกลายเป็นดีสินะ?”
อุจิวะ ชิกะ พึมพำกับตัวเอง
เขากำหมัดแน่น สัมผัสถึงขุมพลังที่พลุ่งพล่านภายใน...
จากระดับพลังในอนิเมะชาติก่อน ชิกะประเมินว่า หากไม่นับความสามารถพิเศษต่าง ๆ พลังกายเพียว ๆ ของเขาในตอนนี้เทียบได้กับ ‘พลเรือโท’ ทั่วไป ซึ่งยังห่างชั้นกับ ‘พลเรือเอก’ อยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นและการสัมผัสกับระบบพลังของโลกวันพีซ การก้าวข้ามตัวตนในอดีตและกลายเป็นยอดฝีมือของโลกนี้เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และคงใช้เวลาไม่นานนัก
“ได้เวลาออกไปดูโลกกว้างแล้ว... ในโลกวันพีซนี้ บางทีชั้นอาจจะกลายเป็น ‘เซียนหกวิถี’ ที่แท้จริงก็ได้”
ในชีวิตนี้ เขาวางแผนจะเข้าร่วม ‘กองทัพเรือ’ ชั่วคราว
การเข้ากองทัพเรือนั้น เหตุผลหนึ่งเพราะในฐานะคนที่มาจากโลก เขาค่อนข้างอินกับระบบทหารและต่อต้านการเป็นโจรสลัดมากกว่า... ถึงกองทัพเรือในวันพีซจะมีความเน่าเฟะอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ยังถือเป็นฝ่ายดี และยังไงเสีย กองทัพเรือก็คือผู้ถือกฎหมาย
ส่วนโจรสลัด นอกจากกลุ่มพระเอกและข้อยกเว้นไม่กี่กลุ่ม ส่วนใหญ่ก็คือวายร้ายที่ปล้นฆ่าชิงทรัพย์และทำชั่วสารพัด ชิกะไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นพ่อพระ ในโลกนารูโตะใครหาเรื่องเขาก็ฆ่าไม่เลี้ยง แต่เขาก็ยังมีเส้นศีลธรรมของตัวเองอยู่
อีกเหตุผลหนึ่ง การเข้ากองทัพเรือจะช่วยให้เขาเรียนรู้ระบบพลังของโลกนี้ และมีโอกาสเข้าถึงจุดเด่นของโลกวันพีซมากขึ้น: ‘ผลปีศาจ’
เขาไม่ได้กะจะกินผลปีศาจ... ด้วยเนตรสังสาระ เขาสามารถควบคุมการแปรคุณสมบัติจักระได้ทั้งหกธาตุ ผลสายโรเกียจึงแทบไม่มีความหมายสำหรับเขา...
คาถานินจานับพันที่ก๊อปปี้มาด้วยเนตรวงแหวนก็ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังสายพารามีเซีย... ส่วนสายโซออนยิ่งไร้ประโยชน์ เพราะเขามีกายเซียนจากเซลล์ฮาชิรามะอยู่แล้ว
แล้วทำไมต้องเพิ่มจุดอ่อนเรื่องว่ายน้ำให้ตัวเองด้วยล่ะ?
แต่เขามีสมมติฐานหนึ่งที่อยากพิสูจน์: ‘วิถีเปรต’ ของเนตรสังสาระจะส่งผลต่อพลังหรือผู้ใช้ผลปีศาจหรือไม่? และเขาจะใช้พลังของผลปีศาจมาวิวัฒนาการเนตรสังสาระให้ไปไกลกว่าเดิมได้รึเปล่า?
เขามีลางสังหรณ์ว่า นี่อาจเป็นโอกาสในการทะลวงขีดจำกัดของเขา
เก็บความคิดเหล่านั้นไว้ก่อน ชิกะตัดสินใจจะไปตกปลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกทะเล... ครั้งนี้เขาจะจับให้เยอะหน่อย เพราะหลังจากเขาไปแล้ว เสบียงของคุณยายอาจจะขาดแคลนได้