- หน้าแรก
- รวมมิตรยุทธจักร ฉันเปิดเผยข้อมูลทำเอาจอมยุทธ์ถึงกับสติหลุด
- บทที่ 46 ยอดวิชาระดับเทพ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์
บทที่ 46 ยอดวิชาระดับเทพ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์
บทที่ 46 ยอดวิชาระดับเทพ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์
ในเวลานี้ นอกกระโจมปราณม่วงคละคลุ้ง แสงสีทองส่องประกายสว่างไสว
แม้จะอยู่ในกระโจม ปี่เสวียนก็ยังสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังระหว่างฟ้าดินกำลังพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นขุมหนึ่งกำลังปั่นป่วนทั่วทั้งโลก
ปี่เสวียนมีรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายอันแข็งแรงนั้นแทบจะชนกับหลังคากระโจม
เพียงเห็นเขาก้าวเท้าออกไปอย่างกว้างขวาง เพียงแค่สองก้าว ก็หายลับไปในกระโจมแล้ว
วินาทีต่อมา เขาก็ยืนอยู่เคียงข้างกับราชครูกิมลุ้นในค่ายทหารแล้ว
อีกด้านหนึ่ง ภายในสำนักงานใหญ่ของสมาคมใต้หล้า
“ครั้งนี้ไม่รู้ว่ายอดวิชาใดจะติดลำดับ?” คนที่มีลักษณะเหมือนหัวหน้าสาขาคนหนึ่งเอ่ยปากถาม
“จะเป็นวิชาสามส่วนคืนสู่ศูนย์ของข้า หรือจะเป็นเพลงดาบมารของจอมมารอันดับหนึ่ง?”
สงป้านั่งอยู่บนบัลลังก์สูงตระหง่าน กลิ่นอายความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมา ทุกท่วงท่าล้วนเผยให้เห็นถึงท่วงท่าของประมุขแห่งยุค
“หากสามส่วนคืนสู่ศูนย์ของข้าสามารถติดลำดับได้ เช่นนั้นภารกิจยิ่งใหญ่ในการรวบรวมยุทธภพให้เป็นหนึ่งเดียวของข้า ก็จะยิ่งราบรื่นขึ้น!”
ภายในดวงตาของสงป้าส่องประกายด้วยความทะเยอทะยาน ภายในคำพูดเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แม้ว่าในปัจจุบันผู้ช่วยคนสำคัญของเขาอย่างเนี่ยฟงและปู้จิ้งอวิ๋นจะทรยศต่อสมาคมใต้หล้าไปแล้ว แต่สงป้าก็ยังคงเชื่อมั่นว่าตนเองมีความสามารถที่จะรวบรวมยุทธภพให้เป็นหนึ่งเดียวได้
ความจริงแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ว่า สงป้าได้แอบฝึกฝนสามส่วนคืนสู่ศูนย์อย่างหนักมานานแล้ว และได้ฝึกฝนวิชานี้จนถึงขั้นระดับตำนานแล้ว
ในมุมมองของเขา บัดนี้เตียซำฮงปลีกวิเวกไม่สนใจเรื่องทางโลก อู๋หมิงก็ปลีกวิเวกจากยุทธภพ
ในยุทธภพนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางฝีเท้าของเขาได้อีกต่อไปแล้ว ต่อให้ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าเหล่านี้จะลงมือขัดขวาง สงป้าก็ไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
“ให้สิบสองอสูรเทียนฉือไปรวบรวมยอดวิชาระดับเทพเหล่านั้นให้มากขึ้น ต้องทำอย่างรวดเร็ว!”
สงป้าไม่เพียงแต่ต้องการจะเป็นใหญ่ในยุทธภพ แต่ยังปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาวเป็นอมตะอีกด้วย
“ขอรับ ท่านประมุข!” เหวินโฉ่วโฉ่วตอบรับแล้ว ก็ถอยหลังกลับไปปฏิบัติภารกิจอย่างจนใจ
ตัดภาพมาที่เขาบู๊ตึ้ง
มีศิษย์น้อยผู้หนึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเตียซำฮงว่า “ท่านปรมาจารย์ ก่อนหน้านี้มักจะปิดด่านฝึกฝน เหตุใดช่วงนี้ถึงไม่เห็นท่านปิดด่านเลยขอรับ?”
เตียซำฮงได้ยิน ดวงตาก็เบิกกว้าง แสร้งทำเป็นโกรธกล่าวว่า “อย่าพูดจาเหลวไหล! ปิดด่านจะไปสนุกเท่าการดูการจัดลำดับเหล่านั้นได้อย่างไร”
แม้จะกล่าวว่าช่วงนี้เตียซำฮงไม่ได้ปิดด่าน แต่จากการดูการจัดลำดับเหล่านี้ เขาก็ได้รับประโยชน์มากมาย แนวคิดวรยุทธอันแปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์หลากหลายชนิดผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ความเข้าใจของเขาที่มีต่อพลังเทพไท้เก๊กยิ่งลึกซึ้งขึ้น วิชานี้ผ่านการอนุมานของเขา ก็ยิ่งกลายเป็นลึกล้ำและพิศวงมากขึ้น
มองกลับที่หอสุราในเมืองเล็ก ๆ ก็ยังคงคึกคักเป็นพิเศษ
จงหลิงกะพริบตาคู่โตที่ชุ่มชื้นนั้น หันกลับไปมองสวีไหล เอ่ยถามว่า “พี่สวี ท่านลองทายดูสิว่าครั้งนี้จะจัดลำดับวรยุทธอะไร?”
เมื่อนางเอ่ยถาม เฉียวฟง ต้วนอี้ และคนอื่น ๆ ต่างก็หันมามองสวีไหล ภายในสายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภายในใจของทุกคนต่างก็ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของจงหลิงเช่นนี้ ดูเหมือนว่าสวีไหลจะสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าวรยุทธอะไรจะถูกจัดลำดับ
“ครั้งนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ!” สวีไหลยิ้มอย่างจนใจกล่าว ก่อนหน้านี้เขาเดาถูกติดกันสองครั้งแล้ว หากครั้งนี้ยังสามารถพูดได้อย่างแม่นยำอีก มู่หวั่นชิงและคนอื่น ๆ จะต้องสงสัยว่าเขาซ่อนความลับอะไรไว้แน่
จงหลิงและมู่หวั่นชิงได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเผยให้เห็นสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง พวกนางก็หันศีรษะกลับไป เพียงเห็นหน้าจอแสงปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า ตัวอักษรบนนั้นก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
[จัดลำดับสิบยอดวิชาระดับเทพแห่งยุทธภพ!]
[ยอดวิชาระดับเทพ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์]
ทันทีที่คำบรรยายในวิดีโอเอ่ยชื่อวรยุทธวิชานี้ออกมา ทั่วทั้งโลกยุทธภพก็เกิดความโกลาหลขึ้นในทันที
“พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์!” เพียงแค่ชื่อนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนเต็มไปด้วยจินตนาการ เห็นได้ชัดว่านี่คือวรยุทธอันน่ามหัศจรรย์ที่มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับการมีอายุยืนยาว
อิ๋งเจิ้งหลังจากได้รับข่าวนี้ ก็ตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
“ชื่อนี้ฟังดูน่าเกรงขามกว่าเคล็ดอมตะก่อนหน้านี้เสียอีก!” อิ๋งเจิ้งคิดในใจ “อีกทั้งการจัดลำดับนี้แม้จะกล่าวว่าไม่ได้จัดลำดับตามลำดับก่อนหลัง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ยิ่งปรากฏขึ้นทีหลัง ก็ยิ่งเป็น ‘ไพ่ตาย’ ที่ร้ายกาจขึ้นเท่านั้น”
“หากสามารถนำวิชานี้และเคล็ดอมตะมาไว้ในมือข้าได้ ข้าก็จะสามารถเพลิดเพลินกับความสุขดุจเทพเซียนได้ตลอดไป มีอายุยืนยาวเป็นอมตะ ปกครองใต้หล้านี้ไปตลอดกาล!” อิ๋งเจิ้งราวกับได้เห็นอนาคตอันสดใสของการมีอายุยืนยาวเป็นอมตะของตนเอง ภายในใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ชื่อนี้ ตั้งได้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!” บนเขาบู๊ตึ้ง เตียซำฮงอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เขาตระหนักดีในใจว่า วรยุทธที่สามารถเข้าสู่การจัดลำดับยอดวิชาระดับเทพได้นั้น จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่ใช่การพูดเกินจริงอย่างแน่นอน
“หรือว่าบนโลกนี้มีคนกำลังบำเพ็ญเซียนอยู่จริง ๆ? นี่คือขีดสุดของวิถีวรยุทธที่ข้าใฝ่ฝันหามาโดยตลอด!” เตียซำฮงได้สำรวจวิธีการมีอายุยืนยาวมาโดยตลอด และก็ได้ผลลัพธ์บางอย่างแล้ว บัดนี้เขาอายุเกือบร้อยยี่สิบปีแล้ว ร่างกายยังคงแข็งแรงเป็นอย่างมาก นี่ไม่ได้เป็นเพราะเขาอายุยืนยาวมาแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะเขาลงแรงอย่างมากในการไขว่คว้าการมีอายุยืนยาว
เพียงแต่ ความเข้าใจของเขาต่อการมีอายุยืนยาวยังไม่ลึกซึ้งพอ ไม่เหมือนกับผู้สร้างวรยุทธวิชานี้ ที่ได้หลอมรวมความลับของการมีอายุยืนยาวเข้าไปในวิชาแล้ว
อีกด้านหนึ่ง โค่วจงและสวีจื่อหลิงยังคงหลบซ่อนอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ที่เกิดขึ้นภายนอกเลยแม้แต่น้อย พวกเขาไม่รู้ว่า เพื่อตามหาพวกเขา ทั่วยุทธภพแทบจะพลิกแผ่นดินหาแล้ว
เมื่อเห็นวรยุทธที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนยาวปรากฏขึ้นมาอีกวิชาหนึ่ง ทั้งสองคนก็โล่งใจขึ้นมาทันที
“วรยุทธที่มีอานุภาพแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบได้กับวิชาที่สามารถทำให้คนมีอายุยืนยาวได้ ผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลเหล่านั้น ย่อมต้องปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาวเป็นอมตะมากกว่าอย่างแน่นอน ครั้งนี้มีวรยุทธแห่งความเป็นอมตะปรากฏขึ้นมาอีกวิชาหนึ่ง คาดว่าจะสามารถช่วยแบ่งเบาความกดดันให้พวกเราได้ไม่น้อย” โค่วจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หวังว่าวิชานี้ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์ จะมีผลข้างเคียงที่ทำให้คนเป็นหมันด้วย!” สวีจื่อหลิงกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มที่แฝงความชั่วร้าย
ที่แท้ ก่อนหน้านี้พวกเขาฝึกเคล็ดอมตะ แม้จะหยุดฝึกไปแล้ว แต่ปราณแท้ก่อกำเนิดของเคล็ดอมตะในร่างกายกลับไม่ถูกควบคุม โคจรเองอย่างต่อเนื่อง ดูดซับปราณวิญญาณระหว่างฟ้าดินอย่างไม่หยุดยั้ง กำลังภายในของพวกเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลข้างเคียงของเคล็ดอมตะ——การเป็นหมัน ทำให้พวกเขากังวลเป็นอย่างมาก หวั่นเกรงว่าวันใดวันหนึ่งผลข้างเคียงนี้จะระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น พวกเขาจึงแอบหวังในใจว่า วรยุทธแห่งความเป็นอมตะทั้งหมดจะมีข้อบกพร่องนี้
ในหุบเขาใบ้หูหนวก อู๋หยาจื่อท่อนล่างเป็นอัมพาต นั่งอยู่บนรถเข็นมาโดยตลอด เมื่อเขาเห็นตัวอักษร “พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์” สี่ตัวนี้ อารมณ์ก็พลันควบคุมไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมา
เขารีบสั่งซูซิงเหอ “เร็วเข้า รีบคุกเข่าลง! นี่คือสุดยอดวิชาของท่านปรมาจารย์ของเจ้า”
เมื่อซูซิงเหอได้ยินคำพูดนี้ ก็ทั้งประหลาดใจและไม่กล้าขัดขืน รีบเรียกศิษย์ที่อยู่ข้าง ๆ ให้คุกเข่าลงด้วยกัน
เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าสำนักของตนเอง นอกจากพลังภูตอุดรแล้ว ยังมีวรยุทธบำเพ็ญเซียนที่น่ามหัศจรรย์เช่นนี้อีกวิชาหนึ่ง และดูจากชื่อนี้แล้ว ดูเหมือนว่าจะร้ายกาจกว่าพลังภูตอุดรเสียอีก
“ถึงกับเป็นสุดยอดวิชาของท่านปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง!” ศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักสราญรมย์ก็พากันอุทานด้วยความประหลาดใจ
ดูท่าทางแล้ว วิชานี้ พลังอมตะมิชราชั่วฟ้าดินอนันต์ แม้แต่เจ้าสำนักสราญรมย์อย่างอู๋หยาจื่อก็ยังไม่เคยเรียน
[จบบท]