- หน้าแรก
- รวมมิตรยุทธจักร ฉันเปิดเผยข้อมูลทำเอาจอมยุทธ์ถึงกับสติหลุด
- บทที่ 4 ทะเลเป่ยหมิงมีปลา ความใจกว้างคือความยิ่งใหญ่
บทที่ 4 ทะเลเป่ยหมิงมีปลา ความใจกว้างคือความยิ่งใหญ่
บทที่ 4 ทะเลเป่ยหมิงมีปลา ความใจกว้างคือความยิ่งใหญ่
“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้หรือไม่?” อิ๋งเจิ้งหันศีรษะไปถามเก้อเนี่ย
ภายในใจเขารู้สึกอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าเก้อเนี่ยผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์
จะมีตบะระดับที่สะเทือนเลือนลั่นจนสามารถสลักตัวอักษรบนหน้าผาพันจั้งได้หรือไม่
เก้อเนี่ยส่ายศีรษะเบา ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง ปราณกระบี่อันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น
ทำให้ผู้เป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเขายังรู้สึกละอายใจว่าตนเองด้อยกว่า
“พวกเจ้าเคยได้ยินวิชาพลังภูตอุดรมาก่อนหรือไม่?” เก้อเนี่ยหันไปถามจ้าวเกา จ้าวเกาก็ส่ายศีรษะเช่นกัน แสดงว่าตนไม่เคยได้ยินมาก่อน
ในเวลานี้ ผู้คนบนเขาบู๊ตึ้งต่างทอดสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังไปยังเตียซำฮง
“ท่านอาจารย์ ท่านว่าพลังภูตอุดรนี้ร้ายกาจถึงเพียงนั้นจริงหรือขอรับ?”
ยู้เน้ยจิวเค้นสมองค้นหาในความทรงจำของตน แต่กลับพบว่าไม่เคยได้ยินวิชาพลังภูตอุดรมาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะถามเตียซำฮง
เตียซำฮงมีความรู้กว้างขวาง เชี่ยวชาญคัมภีร์เต๋า เมื่อได้ยินคำว่า “พลังภูตอุดร” ก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ทันที
เขาพลางส่ายศีรษะแสดงว่าตนเองก็ไม่รู้รายละเอียดของวิชานี้ พลางเผยให้เห็นสีหน้าหวั่นไหว
“ช่างโอหังนัก ถึงกับกล้าใช้คำว่า ‘เป่ยหมิง(ทะเลเหนือ)’ มาตั้งชื่อวิชานี้”
และในวัดเส้าหลินแห่งซ่งใต้ เมื่อหลวงจีนกวาดลานเห็นตัวอักษร “(北冥神功 เป่ยหมิงเสินกง) พลังภูตอุดร” บนใบหน้าก็ปรากฏสีหน้ารำลึกความหลัง
“ไม่คิดเลยว่าบนโลกนี้ยังมีคนที่รู้จักพลังภูตอุดร” เขามีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว และก็บังเอิญได้รู้ถึงการมีอยู่ของพลังภูตอุดร
“ยอดวิชาระดับเทพ พลังภูตอุดรมีคุณสมบัตินี้จริง ๆ”
ด้วยยอดฝีมืออย่างเขาที่แทบจะเรียนรู้ 72 ยอดวิชาเส้าหลินจนหมดสิ้น เขาย่อมรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังภูตอุดร
“ใครรู้จักพลังภูตอุดรบ้าง?”
“พลังภูตอุดรนี้ หรือว่าจะร้ายกาจกว่าคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเส้าหลิน หรือคัมภีร์กระบี่เมตไตรยแห่งเรือนฌาณเมตไตรยอีกหรือ?”
“ชื่อฟังดูน่าเกรงขามยิ่งนัก แต่ไม่รู้ว่าของจริงจะร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือไม่” ในโลกยุทธภพ ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ทว่าเห็นได้ชัดว่า ผู้ที่รู้จักวิชาพลังภูตอุดรนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
“พลังภูตอุดรของน้องรอง ร้ายกาจถึงเพียงนี้จริงหรือ?” ในสถานที่ที่ห่างจากหมู่ตึกจู้เสียนสือลี้ เฉียวฟงประคองอาจู แหงนหน้ามองขึ้นไปยังขอบฟ้าเช่นกัน วันนี้เดิมทีเป็นงานชุมนุมผู้กล้าแห่งหมู่ตึกจู้เสียน ที่เซวียหมู้ฮวาและเจ้าของหมู่ตึกจู้เสียนทั้งสองจัดขึ้นเพื่อกำจัดเขาเฉียวฟง แต่เฉียวฟงเป็นคนองอาจห้าวหาญ แม้จะเป็นถ้ำมังกรบึงพยัคฆ์ก็ไม่หวาดหวั่น ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อช่วยอาจู เขาจำเป็นต้องมา ทว่าหน้าจอแสงฉายภาพที่ปรากฏขึ้นบนขอบฟ้าอย่างกะทันหัน ได้ดึงดูดความสนใจของเขา เขาจึงหยุดฝีเท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นและยืนดู
ผ่านไปไม่นาน ตัวอักษรขนาดใหญ่ “พลังภูตอุดร” ที่เดิมทีปรากฏอยู่บนขอบฟ้า ก็ค่อย ๆ สลายไปราวกับละอองฝนแสงที่เจิดจรัส หน้าผาสูงพันจั้งนั้นก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ตามมาด้วยภาพใหม่ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสง ทุกคนในที่นั้นตึงเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา แต่ละคนกลั้นหายใจ สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอแสงด้วยเกรงว่าจะพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป
“มอ...” เสียงคำรามอันทรงพลังและดังกึกก้องกังวานไปทั่วฟ้าดินดังขึ้นบนขอบฟ้า ทุกคนเพ่งมองไป เพียงเห็นคุนเผิงขนาดมหึมากำลังแหวกว่ายอย่างอิสระในทะเลเป่ยหมิง บางครั้งมันก็พุ่งดิ่งลงไปในก้นทะเลเป่ยหมิงอันลึกล้ำ บางครั้งก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นเก้า คุนเผิงตัวนี้มีความยาวหลายพันลี้ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าทะเลเป่ยหมิงอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตนี้ กลับดูเล็กจ้อยไปถนัดตา ในตอนนั้นเอง บนหน้าจอแสงก็ปรากฏตัวอักษรแถวหนึ่งขึ้นมา——[ไท่อี่จุดไฟกำแพงบูรพายามวิกาล สระสวรรค์แปรเปลี่ยนปลาเป่ยหมิงตามกาล] ขณะที่ทุกคนยังคงจมอยู่กับภาพอันน่าตื่นตะลึงนี้และเต็มไปด้วยความสงสัย คุนเผิงกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน และถูกแทนที่ด้วยคุณชายในชุดขาว คุณชายผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาเหนือธรรมดา ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความสง่างาม
“คือน้องรอง!” เฉียวฟงและอาจูสบตากัน แทบจะร้องออกมาพร้อมกัน เพียงมองแวบเดียวก็จำได้ว่าคนบนท้องฟ้าคือต้วนอี้
“คุณชายต้วนไปปรากฏตัวบนท้องฟ้าได้อย่างไรกัน?” อาจูเต็มไปด้วยความสงสัย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
จากนั้น บนหน้าจอแสงก็ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาอีกหลายแถว
[เรือใหญ่เรือน้อยล้วนบรรทุก ปลาใหญ่ปลาเล็กล้วนรองรับ]
[ครอบคลุมวรยุทธทั่วหล้า]
[วรยุทธทั่วหล้าล้วนถูกข้านำมาใช้]
[กำลังภายในใด ๆ ล้วนเป็นน้ำแห่งเป่ยหมิง]
เมื่อเห็นเนื้อหาเหล่านี้ ชาวยุทธในยุทธภพก็พอจะเดาออก พวกเขาเข้าใจว่าพลังภูตอุดรเป็นวิชาที่สามารถดูดซับกำลังภายในของผู้อื่นได้ ความจริงแล้ว ในโลกยุทธภพ วิชาที่ดูดซับพลังของผู้อื่นไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างเช่น มหาเวทดูดดาว มหาเวทดูดพลัง มหาเวทสลายพลัง ล้วนจัดอยู่ในวรยุทธประเภทนี้
“วิชาดูดซับกำลังภายในของผู้อื่นแม้จะนับว่าเป็นยอดวิชา แต่เพียงแค่นี้ ก็คงยังไม่ถึงระดับยอดวิชาระดับเทพกระมัง” ในฝูงชนมีคนตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
“ไม่แน่ว่าพลังภูตอุดรอาจมีจุดเด่นเฉพาะตัว ไม่อาจด่วนสรุปได้ง่าย ๆ” ก็มีคนคาดเดาเช่นนี้
“พวกเจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ? มันเปรียบจุดตันเถียนเป็นดั่งเป่ยหมิง หมายความว่าสามารถดูดซับพลังได้อย่างไร้ขีดจำกัด นี่ไม่ใช่สิ่งที่มหาเวทดูดพลังเหล่านั้นจะนำมาเทียบเคียงได้เลย”
มีคนวิเคราะห์ ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ขอบฟ้า ภายในใจตั้งตารอให้หน้าจอแสงมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
เพียงเห็นในภาพมีคนกลุ่มหนึ่งถูกจับร้อยเข้าด้วยกัน ต้วนอี้ยื่นมือไปจับหนึ่งในนั้น จากสเปเชียลเอฟเฟกต์ในภาพสามารถเห็นได้ว่า กำลังภายในของคนที่ถูกจับร้อยเหล่านั้น ราวกับกระแสน้ำที่ทะลักทลาย พุ่งทะลักเข้าสู่ร่างกายของต้วนอี้อย่างบ้าคลั่ง และต้วนอี้ก็ยอมรับไว้ทั้งหมดโดยไม่ปฏิเสธ
“กำลังภายในของแต่ละคนมีธาตุที่แตกต่างกัน กำลังภายในมากมายผสมปนเปกันเช่นนี้ จะต้องสับสนวุ่นวายเป็นแน่”
“ดูดซับกำลังภายในของคนมากมายในครั้งเดียวเช่นนี้ นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ!”
นอกทะเลสาบซีหู ยิ่มอั้วฮั้งที่เพิ่งถูกช่วยเหลือออกมาเห็นฉากนี้ บนใบหน้าก็เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างดูแคลน ตัวเขาเองก็ฝึกวิชาดูดซับพลังของผู้อื่น
ย่อมรู้ซึ้งถึงความเสี่ยงอันใหญ่หลวงที่แฝงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ดูดซับกำลังภายในของคนหลายคนในครั้งเดียวเช่นนี้ ก็เปรียบเสมือนการกลืนยาพิษร้ายแรง
การจะหลอมรวมกำลังภายในเหล่านี้ให้เข้ากันนั้น เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
ทว่าไม่นาน เขาก็พบว่าต้วนอี้เพียงแค่มีสีหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย ก็สามารถย่อยสลายและดูดซับกำลังภายในทั้งหมดที่ดูดมาได้อย่างง่ายดาย
“ท่านพ่อ ฝ่ายตรงข้ามฝึกพลังภูตอุดร ไม่เหมือนกับมหาเวทดูดดาวนะเจ้าคะ” ยิ่มเอี่ยงเอี๊ยงอดไม่ได้ที่จะเตือนบิดา นางตระหนักดีในใจว่า วรยุทธสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน หากพลังภูตอุดรอ่อนด้อยถึงเพียงนั้นจริง ก็คงไม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสงที่ขอบฟ้าเป็นแน่
“มหาเวทดูดพลังของข้าก็สามารถทำเช่นนี้ได้ พลังภูตอุดรนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก”
ในหมู่ตึกพิทักษ์มังกร หลังจากจูอู๋ซื่อเห็นฉากนี้ ในใจก็รู้สึกว่าพลังภูตอุดรแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้ต่างจากมหาเวทดูดพลังของตนมากนัก
[จบบท]