- หน้าแรก
- ยอดระบบจอมบงการ ภารกิจบังคับให้ข้าสารภาพรัก
- บทที่ 19: ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย
บทที่ 19: ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย
บทที่ 19: ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย
บทที่ 19: ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย
อิมามูระ ริวตะชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า "ใช่ไอ้หมอนั่นที่อยู่ชมรมเทนนิสห้อง C1 หรือเปล่าลูกพี่?"
ชิราคาวะ เซปิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีนั้นแล้วถามกลับ "หมอนั่นทำไมเหรอ?"
"ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ แต่ได้ยินมาว่าหมอนั่นจะเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งเทนนิสระดับมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติ การไปลงมือกับมันตอนนี้น่าจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่..." อิมามูระ ริวตะกล่าวอย่างระมัดระวัง
"แต่แน่นอนว่าถ้าชิราคาวะคุงสั่งให้ลุย ผมก็ไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น! ไม่รู้หรอกนะว่าไอ้เวรนั่นมันไปทำอะไรให้ชิราคาวะคุงขัดเคืองใจ! ต่อให้มันมีเก้าชีวิตก็คงไม่พอให้ชดใช้หรอก!"
ชิราคาวะ เซปิงรู้สึกปวดหัว "ฉันไม่ใช่ยากูซ่านะ ทำไมจะต้องไปเอาชีวิตหมอนั่นพร่ำเพรื่อด้วย? ฉันแค่จะให้พวกนายคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของมัน แล้วดูว่ามันมีจุดอ่อนอะไรบ้างหรือเปล่าก็เท่านั้น"
อาโอกิ โยสุเกะหายใจหอบถี่และพูดขึ้น "สะ...สะกดรอยตามเหรอ? น่าตื่นเต้นแฮะ..."
"เข้าใจแล้วครับ!" อิมามูระ ริวตะพูดอย่างตื่นเต้น "พวกเราจะช่วยชิราคาวะคุงหาจุดตายของมันให้เจออย่างแน่นอน!"
ชิราคาวะ เซปิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม "พวกนายพอจะมีเส้นสายในกลุ่มแยงกี้หญิงบ้างไหม? ฉันอยากจะหาคนมาช่วยงานสักสองสามคน"
อิมามูระ ริวตะกับอาโอกิ โยสุเกะมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความจนปัญญาในแววตาของอีกฝ่าย อิมามูระ ริวตะเอ่ยขึ้นว่า "ชิราคาวะคุง... ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากหาให้นะครับ แต่พวกเรายังรู้จักพวกนักเลงในโรงเรียนเมย์จูไม่ครบทุกคนเลย..."
"ปกติแล้วพวกเราต่างคนต่างอยู่... ขืนจู่ๆ โผล่หน้าไปก็คงโดนมองว่าไปหาเรื่องเปล่าๆ"
"ก่อนหน้านี้พวกเราสองคนก็กะจะรวมวงการนักเลงของโรงเรียนมัธยมปลายเมย์จูให้เป็นหนึ่งเดียวเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็มาโดนลูกพี่สยบไปซะก่อนไม่ใช่เหรอครับ?"
"แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้คิดว่าลูกพี่ทำอะไรผิดเลยนะ... นับว่าเป็นพระคุณอย่างสูงด้วยซ้ำที่ตอนนั้นลูกพี่ใช้ความแข็งแกร่งสั่งสอนให้พวกเราได้ตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง"
"ใช่แล้วครับ เพราะงั้นพวกเราถึงได้เฝ้ารอมาตลอด มีแต่ผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่างชิราคาวะคุงเท่านั้นที่คู่ควรจะพิชิตเมย์จู พิชิตทั้งจังหวัด และท้ายที่สุดก็ก้าวขึ้นไปพิชิตญี่ปุ่น!"
"ชิราคาวะคุง โปรดออกโรงเถอะครับ! วงการนักเลงญี่ปุ่นจะขาดลูกพี่ไปไม่ได้เด็ดขาด!" ขณะที่อิมามูระ ริวตะและอาโอกิ โยสุเกะพูด พวกเขาก็เริ่มเกาะขากางเกงของชิราคาวะ เซปิงแล้วร้องห่มร้องไห้ ราวกับเล่าปี่ไปเยือนกระท่อมหญ้าของขงเบ้งถึงสามครั้งเพื่อขอเชิญมาร่วมก๊ก
ชิราคาวะ เซปิง "..."
ไอ้เบื้อกนักเลงสองคนนี้เมื่อก่อนดวงซวยสุดๆ พวกมันวิ่งมาที่ห้อง A1 ของชิราคาวะ เซปิง เพราะอยากจะท้าสู้กับผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง แต่ดันโดนคนในห้องชี้ส่งเดชไปหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านการเรียนซะงั้น
ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ สองคนนี้ดันสู้ชิราคาวะ เซปิง ผู้ชายที่เก่งที่สุดเรื่องเรียนไม่ได้ด้วยซ้ำ ชิราคาวะ เซปิงเจียดเวลาจากการฟาร์มเลเวลมาอัดพวกมันจนหมอบ และพอแพ้ ทั้งสองคนก็เริ่มกอดคอกันร้องไห้โฮราวกับพบเจอความโศกสลดระดับภารกิจล้มเหลวทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มเสียด้วยซ้ำ
บางทีเสียงความฝันที่แตกสลายอาจจะปลุกพวกมันให้ตื่นขึ้น ทั้งสองคนปรึกษากันและตัดสินใจว่า ถึงแม้พวกเขาจะกลายเป็นนักเลงที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้ แต่พวกเขาก็สามารถเป็นนักเลงที่ยืนอยู่เคียงข้างนักเลงที่แข็งแกร่งที่สุดได้!
ถึงเราจะพิชิตโลกไม่ได้ แต่เราก็หาลูกพี่ไปพิชิตโลกแทนได้!
ดังนั้น พวกมันเลยเริ่มมาตามตื๊อชิราคาวะ เซปิง ประเคนคำเยินยอสารพัด แทบจะพรรณนาให้ชิราคาวะ เซปิงเป็นดั่งสายฟ้า เป็นดั่งแสงสว่าง และเป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียว
แม้ว่าชิราคาวะ เซปิงจะขี้เกียจเสวนาด้วยมาตลอด แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าสถานะการเป็นนักเลงของไอ้สองคนนี้มีประโยชน์อยู่ไม่น้อย หลังจากที่พวกนักเลงรู้ว่าเขาเป็นลูกพี่ของสองคนนี้ เสียงซุบซิบนินทาด้วยความอิจฉาลับหลังเขาก็ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
หากนักเรียนที่มีระดับสติปัญญาต่ำเตี้ยขนาดนี้ยังกลายเป็นนักเลงได้ คุณภาพของนักเรียนมัธยมปลายในญี่ปุ่นก็สมควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังแล้วล่ะ ไม่ใช่นักเรียนมัธยมปลายทุกคนที่จะกอบกู้โลกได้สักหน่อย
ชิราคาวะ เซปิงโยนขนมปังยากิโซบะที่เขาซื้อเผื่อไว้ให้พวกมัน แล้วกำชับว่า "ทำตัวให้มันฉลาดๆ หน่อย อย่าให้คนนอกสังเกตเห็นล่ะ"
"ไม่ต้องห่วงครับ! ชิราคาวะคุง ไว้ใจพวกเราได้เลย!" อิมามูระ ริวตะและอาโอกิ โยสุเกะถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างกระตือรือร้น แทบจะทนรอไม่ไหวที่จะพุ่งไปห้อง C1 เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนที่กล้าล่วงเกินลูกพี่ของตน
เขาไม่ได้อยู่บนดาดฟ้านานนัก หลังจากอธิบายจุดประสงค์ของตัวเองเสร็จ ชิราคาวะ เซปิงก็รีบเดินกลับไปที่ห้องเรียน ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เขาได้เห็นประธานชมรมอย่างสึกิมิ ซากุระซาวะ กำลังจับกลุ่มอยู่กับอาซาโนะ คาโอริ และอิโรฮะ โอรินิชิกิ
สึกิมิ ซากุระซาวะสังเกตเห็นชิราคาวะ เซปิงเดินกลับมา เธอจึงพูดขึ้นอย่างร่าเริง "ชิราคาวะ รีบมานี่เร็วเข้า! มีเด็กน่ารักสุดๆ อยากจะมาเข้าร่วมชมรมเขียนพู่กันของเราด้วยล่ะ!"
ชิราคาวะ เซปิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นฝีมือยัยโลลิอาซาโนะ คาโอริที่กำลังก่อเรื่องแน่ๆ การตามตื๊อเขาในห้องเรียนก็เรื่องนึง แต่นี่ถึงขั้นอยากจะมาเข้าชมรมเขียนพู่กันเลยเนี่ยนะ?
หรือว่าเป้าหมายของยัยนี่จะมีอะไรมากกว่าตัวเขา?
ชิราคาวะ เซปิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "เธอเป็นประธานชมรมเขียนพู่กันไม่ใช่หรือไง? ตัดสินใจเองเลยสิ"
"พูดอะไรแบบนั้นล่ะ! ชิราคาวะ นายคือมือขวาของฉันเลยนะ! ขุนพลคู่ใจของฉัน! คำแนะนำของนายมีผลกับฉันมากนะจะบอกให้!" สึกิมิ ซากุระซาวะพูดด้วยความตื่นเต้น "อาซาโนะซังน่ะน่ารักสุดๆ ไปเลย พอมีเธอเข้ามาร่วมด้วย ชมรมเขียนพู่กันของเราจะต้องเหมือนเสือติดปีกแน่นอน!"
อาซาโนะ คาโอริมองไปที่ชิราคาวะ เซปิงด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
"เอ๊ะ! ชมรมเขียนพู่กันเขาคัดคนจากหน้าตากับความน่ารักหรอกเหรอ?" โลกทัศน์ของอิโรฮะ โอรินิชิกิถึงกับพังทลาย
"อิโรฮะ โอรินิชิกิ เธอไม่รู้อะไรซะแล้ว!"
"จนถึงตอนนี้ ระดับสุนทรียภาพด้านหน้าตาของชมรมเขียนพู่กันเราเรียกได้ว่าไร้คู่แข่งในบรรดาชมรมทั้งหมดของโรงเรียนเชียวนะ สมาชิกใหม่จะให้ระดับห่างชั้นกันเกินไปก็คงไม่ได้หรอก~"
"อีกอย่าง ทักษะการเขียนพู่กันน่ะค่อยๆ ฝึกทีหลังก็ได้ แต่ถ้าพลาดเด็กน่ารักๆ แบบนี้ไป ฉันคงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ"
"อย่างนี้นี่เอง สึกิมิซัง วิสัยทัศน์ของคุณช่างล้ำลึกจริงๆ สมกับที่เป็นประธานชมรม..."
"แหมๆ~ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อิโรฮะ โอรินิชิกิ เธออยากจะเข้าด้วยไหมล่ะ? ชมรมของเรากำลังขาดคนพอดีเลย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าชมรมดนตรีเบาไปแล้วล่ะ~"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สึกิมิ ซากุระซาวะจึงหันสายตากลับมาที่ชิราคาวะ เซปิง
"ชิราคาวะ เราเป็นเพื่อนซี้ลูกผู้ชายเหมือนกันนะ นายจะทนดูประธานของนายตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้แล้วไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง~" สึกิมิ ซากุระซาวะคว้าแขนของชิราคาวะ เซปิงมาเขย่าอย่างเคยชิน
เหอะ ลูกผู้ชาย
ชิราคาวะ เซปิงเหลือบมองใบหน้าอันงดงามของสึกิมิ ซากุระซาวะ
ลูกผู้ชายเขาต้องถอดเสื้อโชว์อกเปลือยเปล่าให้กันดู ถ้าเธอถอดเสื้อให้ฉันดูได้ ฉันถึงจะยอมรับว่าเธอเป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน
"ไปรายงานสภานักเรียนเอาเองเถอะ อย่าหวังจะใช้ฉันเป็นคนเดินเรื่องให้เลย"
"ชิ! ชิราคาวะ นายเนี่ยไม่สุภาพเอาซะเลย ฉันอุตส่าห์เห็นว่าวันนี้นายไม่ไปชมรมเขียนพู่กัน ก็เลยตั้งใจมาหานายโดยเฉพาะเลยนะ"
สึกิมิ ซากุระซาวะทำปากยื่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างในทันที "แต่ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ถือว่าไม่เสียเที่ยว อย่างน้อยฉันก็ได้สมาชิกชมรมที่น่ารักสุดๆ มาคนนึง แล้วชมรมเขียนพู่กันของเราก็จะเติบโตแข็งแกร่งในเร็วๆ นี้แล้ว!"
"ขอบคุณค่ะท่านประธาน... ฉันจะตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักเลยค่ะ!" อาซาโนะ คาโอริกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าโชคชะตาจะหยิบยื่นโอกาสทองให้ขนาดนี้ ที่สึกิมิ ซากุระซาวะ ประธานชมรมเขียนพู่กัน เป็นฝ่ายริเริ่มเดินมาหาถึงห้อง A1 ด้วยตัวเอง
หลังจากพูดคุยกันไปได้สักพัก สึกิมิ ซากุระซาวะก็ถูกตกด้วยนิสัยและหน้าตาของอาซาโนะ คาโอริอย่างรวดเร็ว และยังฉวยโอกาสนี้ชักชวนให้เธอเข้าร่วมชมรมเขียนพู่กันอีกด้วย
เมื่อได้ยินดังนั้น อาซาโนะ คาโอริก็แทบจะหลุดขำออกมา
ว่าแล้วเชียว! ฉันว่าแล้วว่ามันต้องเป็นปัญหาที่ไอ้หนุ่มหน้าขาวนั่น! นึกว่าเสน่ห์ของฉันมันจู่ๆ ก็หายวับไปหมดซะอีก! โลกใบนี้ยังปกติดี คนที่ผิดปกติมีแค่ไอ้หน้าขาวนั่นคนเดียว!
ในห้องเรียนฉันเข้าใกล้นายไม่ได้ แต่ถ้าเป็นในชมรมล่ะก็ คราวนี้นายก็ไม่มีเหตุผลที่จะหลบหน้าฉันอีกแล้วใช่ไหมล่ะ!