เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : เหตุผลของการปฏิเสธ

ตอนที่ 2 : เหตุผลของการปฏิเสธ

ตอนที่ 2 : เหตุผลของการปฏิเสธ


ช่วงเช้าเวลา 06.30 น. หยางเทียนลุกจากเตียงหลังจากที่จัดความเรียบร้อย เขาก็สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีขาว

เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น หยางเทียนเขาจึงต้องหวีผมของเขา

พ่อแม่ของหยางเทียนกำลังจะไปทำงาน และอาหารเช้าก็พร้อมแล้ว หยางเทียนกินข้าวต้มของเขา ตามด้วยกินขนมปังหนึ่งชิ้นแล้วมุ่งหน้าออกไปที่ประตู

เมื่อเห็นลูกชายของพวกเขารีบวิ่งออกไปที่ประตูแบบนั้น หยางหลิน และ หวังฮงต่างก็ถอนหายใจ พวกเขารู้ว่าหยางเทียนกำลังจะไปไหน ซึ่งทำให้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมือง!

เกือบทุกปีสถาบันการทหารต่างๆ จะเปิดรับสมัครเพื่อหาคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้าสู่สถาบันการศึกษาของตน

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารนี้ในฐานะนักเรียนและกลายเป็นนักรบในท้ายที่สุด

มันเป็นเรื่องของโชคที่ในแต่ละปีมีเพียงพันคนที่ได้รับเลือก จากผู้สมัครจำนวนหลายหมื่นคน ดังนั้นโอกาสที่จะไม่ถูกเลือกจึงมีสูงมาก

โรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ย เป็นหนึ่งในสามโรงเรียนเตรียมทหารที่สำคัญในเมืองเทียนซง และพวกเขาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ด้วยเหตุนี้จึงสามารถลงโฆษณาทางโทรทัศน์ได้ ในขณะเดียวกันนั้น สถาบันเตรียมทหารอื่นๆ ก็รับทรานส์ฮิวแมนที่กินแกนอสูรเข้าไปบ้างแล้ว

หลังจากออกจากบ้าน หยางเทียนได้โทรหาโจวห่าวและตกลงที่จะไปเจอกันที่ตรงทางเข้าของโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ย จากนั้นพวกเขาก็ไปสัมภาษณ์ด้วยกัน

เทียนซงเป็นเมืองที่กว้างใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร หลังจากที่หยางเทียนวางสาย เขาก็ขึ้นรถบัส และเดินทางไปโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ย

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หยางเทียนก็มาถึงทางเข้าหลักของโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ย

ทันทีที่ลงจากรถบัส โจวห่าวก็เห็นเขาในทันที

“หยางเทียน ฉันมาถึงก่อนนายสิบนาที ฉันลงทะเบียนให้นายแล้ว และก็ได้หมายเลขมาแล้ว” โจวห่าวส่งหมายเลขดังกล่าวให้หยางเทียนในขณะที่เขาพูด

‘’ขอบใจนะ’’ หยางเทียนกล่าวขอบคุณ และรับหมายเลขไปด้วยความเต็มใจ

“เราเป็นพี่น้องกันนิไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” โจวห่าวต่อยเข้าไปที่หยางเทียนเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เมื่อคืนนี้นายกับฉินเฟยได้ทำอะไรหรือเปล่า? พวกเราทุกคนก็เรียนจบกันแล้ว โอกาสข้างหน้าอาจมีไม่มากนัก”

หยางเทียนรู้ดีว่าโจวห่าวกำลังบอกเป็นนัยว่าอะไร เขายิ้มและตอบกลับไปว่า “ความก้าวหน้าของพวกเราไม่เร็วเท่ากับนายและหลีหยางหรอก เราแค่ไปเดินเล่นกันเมื่อคืน จากนั้นคนขับรถของเธอก็มารับกลับไป”

โจวห่าวส่ายหัวไปมา และมองไปที่หยางเทียน เขาคิดว่าหยางเทียนนั้นไร้เดียงสาเกินไป

ในขณะนั้นทั้งสองก็เข้าแถวรอเพื่อเข้ารับการทดสอบ

ที่นั่นมีผู้ปรารถนาที่จะเข้าร่วมการทดสอบมากมาย หยางเทียนรู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวที่มีความฝันที่อยากจะเป็นนักรบ

ในวันนั้นมีผู้เข้าร่วมการทดสอบกว่าพันคน และในที่สุดหยางเทียน และโจวห่าวก็ได้เข้าทดสอบในเวลาเที่ยงพอดี

กระบวนการทดสอบนั้นง่ายมาก ขั้นแรกคือการตรวจเลือด จากนั้นสแกนร่างกายเพื่อหาอาการบาดเจ็บหรือโรค และสุดท้ายคือการทดสอบความแข็งแกร่ง ความทนทานของร่างกาย

ตลอดการทดสอบ ร่างกายของหยางเทียน และโจว ห่าวไม่พบความผิดปกติใดๆ

หลังจากนั้นเป็นการทดสอบความแข็งแกร่ง และความทนทานของร่างกาย

หยางเทียนยืนอยู่หน้าเครื่องทดสอบ และทุ่มเทอย่างกำลังอย่างเต็มที่เพื่อโจมตีเครื่องทดสอบ ขณะที่เขาทำเช่นนั้นมีเสียงดังกึกก้อง และมีตัวเลขปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือเครื่องทดสอบ

230 กิโลกรัม!

เมื่อดูคะแนนสอบแล้ว โจวห่าวซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เขา ก็ยิ้มและตบไปที่ไหล่ของหยาง เทียนก่อนจะพูดว่า “หยางเทียน ฉันไม่คิดว่านายจะแข็งแกร่งเท่าฉัน แต่จะยังไงก็ตามไม่ใช่เล่นๆเลยนะนายน่ะ!”

หยางเทียนพยักหน้า “อย่าดูถูกกันแบบนั้นซิ เห็นแบบนี้ฉันก็ฝึกอยู่ทุกวันนะ”

ค่าพละกำลังของโจวห่าวคือ 233 กิโลกรัม

เมื่อเทียบกับบันทึกการทดลองก่อนหน้านี้ ทั้งสองมีความแข็งแกร่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย ผลคะแนนที่บันทึกก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าผู้เข้ารับการทดสอบทำคะแนนได้เฉลี่ยที่ 195 กิโลกรัม

ตัวบันทึกผลจากเครื่องทดสอบบันทึกผลลัพธ์ของหยางเทียน และโจวห่าวอย่างรวดเร็ว เมื่อพิจารณาจากอายุของพวกเขาแล้ว ช่างน่าประทับใจมากที่พวกเขาสามารถบรรลุผลดังกล่าวได้

ถัดไปคือการทดสอบความทนทานของร่างกาย

การทดสอบนี้ง่ายมาก พวกเขาต้องสะพายเป้หนักๆ และวิ่งไปตามเส้นทางภายในโรงเรียนเตรียมทหาร พวกเขาจำเป็นต้องวิ่งด้วยความเร็ว 100 เมตรต่อนาที ยิ่งวิ่งได้นานเท่าไรก็ยิ่งมีความอดทนมากเท่านั้น

หากอยู่ได้หนึ่งชั่วโมงพวกเขาจะผ่านไปด้วยคะแนน 60 คะแนน ทุก ๆ สิบนาทีหลังจากนั้น จะมีการเพิ่มอีก 5 คะแนน ไปเรื่อยๆจนกว่าจะวิ่งต่อไปไม่ไหว

เมื่อหยางเทียน และ โจวห่าวมาถึงยังสถานที่ทดสอบ พวกเขาได้เห็นผู้คนมากมาย บ้างก็เพิ่งจะเริ่มทดสอบซึ่งดูแล้วไม่มีท่าทางที่จะกังวลใดๆ ในขณะที่คนอื่นที่เริ่มวิ่งมานานแล้วมีอาหารหอบอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นแล้วทุกคนก็ยังคนฝืนที่จะวิ่งต่อไปถึงแม้ว่าสีหน้าจะดูหมดแรงแล้วก็ตาม

“เริ่มการทดสอบได้!”

หลังจากที่สะพายเป้หนักๆขึ้นบนหลัง หยางเทียน และโจวห่าวก็เริ่มออกวิ่ง

ก่อนถึงเวลาหนึ่งชั่วโมง หยางเทียนรู้สึกถึงขาของเขาที่เริ่มหนักอึ้งและเริ่มอืดลงในทุกๆที กระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ที่หลังนั้นเริ่มให้ความรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่มีทาง! ฉันจะต้องได้คะแนนมากกว่านี้! และกลายเป็นนักรบให้ได้!” หยางเทียนพูดกับตัวเองพลันกัดฟันอดทนก้าวขาต่อไป

และในที่สุดเวลาก็ผ่านไป 1 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เขานั้นได้ 60 คะแนนไปในที่สุด

น้ำหนักของเป้สะพายหลังได้รับการปรับปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อให้คนส่วนใหญ่สามารถทนต่อมันได้

ประมาณหนึ่งชั่วโมง นั่นหมายความว่าผู้สมัครส่วนใหญ่จะถูกคัดออกในช่วงนั้น

60 คะแนนงั้นเหรอต่ำเกินไป

'ฉันต้องเป็นนักรบให้ได้!'

ด้วยคำพูดนี้ในหัวของเขา หยางเทียน’กัดฟันและอดทน

1 ชั่วโมง 10 นาที , 65 คะแนน

1 ชั่วโมง 20 นาที , 70 คะแนน

2 ชั่วโมง 10 นาที , 95 คะแนน!

หยางเทียนไม่สามารถเดินต่อได้มากกว่านี้แล้ว ขณะนั้นเองตัวเขาก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังกึกก้อง

โจวห่าวเสร็จสิ้นการทดสอบก่อนหยางเทียน เพียง 10 นาที และเขาก็อดที่จะตกใจไม่ได้และรีบวิ่งไปหาหยางเทียนในทันที ในขณะเดียวกันนั้นหน่วยปฐมพยาบาลก็มาถึงหยางเทียน และเริ่มปฐมพยาบาลในทันที

ในไม่กี่นาทีถัดมาหยางเทียนก็เริ่มรู้สึกตัวในที่สุด

“เฮะ เฮะ..เฮะ!” หยางเทียนหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่เป็นกังวลของโจว ห่าว

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบหยางเทียน และโจวห่าวก็มารอผลลัพท์กันอย่างใจจดใจจ่อ

เวลา 19.00 ในที่สุดผลลัพท์ก็ถูกประกาศ

“เป็นไปได้ยังไง! คะแนนของฉันสูงกว่าของนาย, แล้วทำไมนายถึงได้รับเลือก, แต่ของฉันไม่ถูกเลือก? ทำไมกัน? มันเกิดอะไรขึ้น…”

เมื่อทั้งสองได้รู้ผลลัพธ์แล้ว หยางเทียนก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาได้เห็น

ซึ่งก็เพราะว่า โจวห่าวได้รับจดหมายจากโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ยว่าผ่านการทดสอบ

ในขณะที่ หยางเทียนนั้นได้รับจดหมายปฏิเสธ โดยมีเนื้อหาว่า

[ขออภัย คุณไม่เหมาะที่จะเป็นนักรบ]

เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ก็ทำให้ความฝันของหยางเทียนพังทลายไปในทันที

เพื่อที่จะเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ยหลังจากที่เขาเรียนจบมัธยมปลาย หยางเทียนได้ตื่นขึ้นทุกวันก่อนรุ่งสางเพื่อฝึกร่างกายของเขา สามปีผ่านไปเหมือนหนึ่งวัน และถึงแม้สภาพอากาศเลวร้ายก็ไม่หยุดยั้งความตั้งใจของเขาได้

เขาเข้ารับการทดสอบเหล่านี้ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นอยู่นอกเหนือความคาดหมายและความเข้าใจของ หยางเทียน

“หยางเทียน อย่าตื่นเต้นเกินไป ครั้งนี้ถึงจะทำไม่ได้ แต่มันก็มีครั้งหน้าเสมอ! ในอนาคตเมื่อฉันได้เป็นนักรบและได้รับแกนอสูร ฉันจะช่วยให้นายก้าวขึ้นเป็นทรานส์ฮิวแมน และนายก็จะได้เข้าร่วม โรงเรียนเตรียมทหารที่ อื่น ๆได้ …”

โจวห่าวเข้าใจว่าหยางเทียนรู้สึกอย่างไรและพยายามปลอบใจเขา

ครู่ต่อมา หยางเทียนก็สงบลงในที่สุด เขาก็พูดกับ โจวห่าว ว่า “ไปกันเถอะ! ฉันจะกลับมาปีหน้า! ในตอนนี้ฉันอาจจะยังเด็กอยู่ แต่ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะทำมันไม่ได้!”

ทั้งสองเพิ่งออกจากประตูหลักของโรงเรียนเตรียมทหารเฉินเหว่ย และได้สังเหตุเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง

เขายิ้มมาที่หยางเทียน ในขณะที่เดินมาหาเขา

“หยางเทียน ที่นายไม่ได้รับเลือก! นายรู้ไหมว่าทำไม?” ชายหนุ่มหยุดอยู่ตรงหน้าหยางเทียนและมองเขาขณะที่เขาพูดด้วยท่าที่ที่ไม่เป็นมิตร

หยางเทียน และโจวห่าวรู้ได้ในทันทีว่าคนคนนี้ คือซุนยู ซึ่งเป็นคนที่มอบดอกไม้ให้กับฉินเฟยที่หน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้

“แกเป็นคนทำอย่างงั้นเหรอ?” หยางเทียน ได้พูดขึ้นพลันกัดฟันแน่น

ซุนยูหัวเราะ "แน่นอน! ผลคะแนนของแกไม่ได้แย่จริงๆ! ในการทดสอบเหล่านี้ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่าหมื่นคน ผลลัพธ์ของแกอาจพูดได้ว่าอยู่ในร้อยอันดับแรก แต่ว่าก็น่าเสียดาย! ปลาตีนอย่างนายหวังกินเนื้อหงส์ ความใฝ่ฝันของแกที่จะได้อยู่กับฉินเฟยนะเหรอ ขอบอกเลยว่าแกนะเป็นเพียงแค่ตั๊กแตนตัวต่ำในดิน แกจะไม่มีวันกลายเป็นนกอินทรีบนท้องฟ้า!”

“แม่งเอ้ย!” ซุนยูเพิ่งจะด่าเสร็จไม่ทันไร หยางเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนใส่และชกหน้าเข้าไปที่หน้าซุนยู

อย่างไรก็ตาม หมัดของหยางเทียนไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ซุนยูก็ใช้มือรับและเบี่ยง ผลักเขาออกไปอย่างง่ายดาย

แม้ว่าแรงผลักนี้จะดูไม่มากนัก แต่หยางเทียนก็ล้มลงกับพื้น

“ฝีมือแกห่างไกลเกินกว่าที่จะสู้กับนักรบระดับหนึ่งอย่างฉัน” ซุนยูมองลงไปที่หยางเทียนที่ยังคงอยู่บนพื้นขณะที่เขาพูดอย่างเยาะเย้ย “ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฉันอยากเห็นแกอับอาย และถูกปฏิเสธโดยตระกูลฉิน ฉันคงฆ่าแกไปนานแล้ว ที่ผ่านมาหัดรู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง เด็กน้อย มีอะไรอีกมากมายที่แกยังไม่เข้าใจ!”

เมื่อซุนยูพูดจบ เขาก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และเช็ดมือก่อนที่จะขว้างไปที่หยางเทียน จากนั้นเขาก็หันหลังและเดินจากไป

หยางเทียนลุกขึ้น และกัดฟันแน่นขณะที่เขามองดูซุนยูจากไป เขาสาบานกับตัวเองอย่างเงียบๆ ว่าสักวันหนึ่งเขาจะแก้แค้นคนคนนี้และตอบแทนเขาสำหรับความอัปยศนี้อย่างสาสม

จบบทที่ ตอนที่ 2 : เหตุผลของการปฏิเสธ

คัดลอกลิงก์แล้ว