- หน้าแรก
- วิถีซุปตาร์ฉบับมือโปร
- บทที่ 29 - นักแสดงโดยกำเนิด
บทที่ 29 - นักแสดงโดยกำเนิด
บทที่ 29 - นักแสดงโดยกำเนิด
บทที่ 29 - นักแสดงโดยกำเนิด
༺༻
เมื่อดูจากท่าทางของผู้หญิงคนนี้ที่ไหล่ซ้ายเอียงไปทางขวา เธอควรจะระแวงผู้ชายคนนี้เป็นอย่างมาก
"ฉันไม่ได้หนี คุณเข้าใจผิดแล้ว" ผู้หญิงคนนั้นกล่าว "ทำไมฉันต้องหนีด้วย?"
"เมื่อคืนพอเห็นว่าฉันตามแกมา แกก็รีบวิ่งหนีทันทีไม่ใช่เหรอ?" ชายคนนี้พ่นลมหายใจเบา ๆ "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกกำลังวางแผนอะไรอยู่ ผู้หญิงที่แกตามไปเมื่อวานน่ะ เป็นตำรวจใช่ไหม?"
หลู่เหยียนเหอเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ
ผู้หญิงคนนั้นบอก "ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร"
"ฉันขอเตือนแกไว้เป็นครั้งสุดท้าย อย่าคิดว่าแกจะแอบทำอะไรลับหลังพวกเราได้โดยที่พวกเราไม่รู้ ตอนที่พวกเราพาแกออกมา ก็เห็นว่าแกเป็นคนว่านอนสอนง่าย ครั้งนี้ฉันเห็นแก่ที่พวกเราเป็นคนบ้านเดียวกัน เรื่องที่แกแอบไปติดต่อตำรวจฉันจะไม่บอกคนอื่น แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน" ชายคนนั้นข่มขู่
"ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูดจริง ๆ นะคะพี่หู่ เมื่อคืนฉันออกมาเดินเล่นแก้เซ็งแล้วถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งตามมา คงจะมาปล้นกระเป๋าตังค์ฉัน ฉันเลยวิ่งหนีน่ะค่ะ" ผู้หญิงคนนั้นกล่าว "คุณไปเห็นฉันที่ไหนเหรอคะ? แล้วทำไมคุณไม่รีบออกมาช่วยฉันล่ะ?"
"แกจะไม่ยอมรับก็ช่างเถอะ ยังไงฉันก็พูดไว้แค่นี้" ชายคนนั้นพูดจบก็ยิ้มออกมา "เหอถิง อย่าลืมสิว่าบ้านเกิดแกอยู่ที่ไหน พวกเราน่ะรู้ดี แกจะทำร้ายตัวเองก็ช่างมันเถอะ แต่แกอยากจะทำให้สามีกับลูกของแกเดือดร้อนไปด้วยหรือไง?"
ร่างกายของผู้หญิงคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"พี่หู่ คุณ คุณอยากจะทำอะไรคะ?"
"ตอนนี้ฉันยังไม่ทำอะไรหรอก แต่หลังจากนี้จะทำอะไร มันก็ขึ้นอยู่กับการแสดงออกของแกแล้วล่ะ"
ในตอนนั้นเอง รถเมล์ก็ถึงป้ายจอดพอดี
ชายคนนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ลุกขึ้นแล้วเดินลงจากรถไป
ผู้หญิงคนนั้นรีบตามไปทันที
หลู่เหยียนเหอเห็นว่า ทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นลงจากรถ เธอก็รีบคว้าแขนชายคนนั้นไว้ ดูเหมือนเธอกำลังอ้อนวอนบางอย่างอย่างหนักแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความขอร้องอย่างสุดชีวิต
ชายร่างกายกำยำคนนั้นเผยรอยยิ้มออกมา ตบไหล่เธอเบา ๆ แต่เขาก็ผลักเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี
รถเมล์เคลื่อนตัวออกไปแล้ว
หลู่เหยียนเหอรีบถอนสายตากลับมาทันที
เดี๋ยวนะ จู่ ๆ เรื่องมันก็กลายเป็นหนังแนวสืบสวนระทึกขวัญไปแล้วเหรอ?
หลังจากที่ได้เป็นพยานการสนทนาทั้งหมดระหว่างชายหญิงคู่เมื่อครู่ หลู่เหยียนเหออดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในภวังค์ความนึกคิด หรือว่าเขาจะไปติดร่างแหอยู่ในเหตุการณ์ลึกลับบางอย่างเข้าเสียแล้ว?
ฉากเมื่อครู่ดูเหมือนช่วงเริ่มต้นของหนังอาชญากรรมอย่างบอกไม่ถูก
นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ระหว่างทางไปโรงเรียนกลับบังเอิญไปเจอคนลึกลับสองคนกำลังสนทนาเรื่องลึกลับกัน และดันไปได้ยินความลับที่ไม่ควรได้ยินเข้า......
หลู่เหยียนเหอรู้สึกว่าขนแขนของเขากำลังตั้งชันขึ้นมาเลยทีเดียว
เชี่ย คงจะไม่ "โชคดี" ขนาดนั้นหรอกนะ?
หลู่เหยียนเหอไม่ลังเล เขาบอกเรื่องนี้ในกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีเขา เหยียนเหลียง และหลี่จื่อไป่ทันที
ทว่าในตอนนั้น หลี่จื่อไป่ยังไม่ตื่น ส่วนเหยียนเหลียงก็ยังคงวิ่งจ็อกกิ้งอยู่ จึงไม่มีใครเห็นข้อความในกลุ่มเลย
หลู่เหยียนเหอคิดว่า เรื่องนี้ยังไงก็เกี่ยวข้องกับชิวหลิง เขาจึงส่งข้อความต่อไปให้ชิวหลิงด้วย
ชิวหลิงตอบข้อความกลับมาทันทีว่า: "พวกเขายังอยู่บนรถไหม?"
หลู่เหยียนเหออึ้งกับความเร็วในการตอบกลับของชิวหลิงมาก
เขาบอกว่า: "เปล่าครับ ลงรถไปแล้ว"
ชิวหลิงโทรศัพท์กลับมาหาเขาทันที
"หลู่เหยียนเหอ เธอนั่งรถเมล์สายไหน แล้วพวกเขาลงรถที่ป้ายไหน?"
หลู่เหยียนเหอตอบกลับไป
"ตกลงค่ะ เรื่องนี้ฉันจะรีบไปตรวจสอบทันที" ชิวหลิงกล่าว "ถ้าเธอเจอคนสองคนนั้นอีก ให้รักษาระยะห่างจากพวกเขาไว้ อย่าพาตัวเองไปเสี่ยงกับอันตรายนะคะ ฉันหมายถึง ถ้ามันมีอันตรายเกิดขึ้นจริง ๆ น่ะนะ"
"ตกลงครับ" หลู่เหยียนเหอขานรับ "คุณตำรวจชิวครับ เมื่อวานคุณได้วิดีโอวงจรปิดมาไหมครับ? คุณรู้จักผู้หญิงคนนั้นไหม?"
"ไม่รู้จักค่ะ ฉันเห็นหน้าตาเธอจากกล้องวงจรปิดแล้ว ฉันไม่รู้จักคนคนนี้เลย"
"เมื่อกี้ผมได้ยินผู้ชายคนนั้นเรียกเธอว่าเหอถิง และผู้หญิงคนนั้นเรียกผู้ชายคนนั้นว่าพี่หู่ครับ" หลู่เหยียนเหอกล่าว
ชิวหลิงชะงักไป "พี่หู่เหรอคะ?"
หลู่เหยียนเหอ "ครับ พี่หู่ ทำไมเหรอครับ คุณคุ้นกับชื่อนี้บ้างไหม?"
ทว่าชิวหลิงกลับไม่ได้ตอบคำถาม เธอรีบร้อนวางสายไป
ปฏิกิริยาของชิวหลิงทำให้หลู่เหยียนเหอรู้สึกติดใจเป็นพิเศษ ชิวหลิงนึกอะไรออกงั้นเหรอ?
แต่ชิวหลิงวางสายไปแล้ว หลู่เหยียนเหอจึงทำได้เพียงแค่สงสัยอยู่แบบนั้นโดยไม่อาจถามหาคำตอบได้
หลู่เหยียนเหอมาเจอเฉินซือฉีที่หน้าประตูโรงเรียนพอดี
เธอเพิ่งจะลงมาจากรถของที่บ้าน
แสงแดดพาดผ่านกิ่งก้านใบของต้นการบูรที่หน้าประตูโรงเรียน ตกกระทบลงบนใบหน้าของเธอพอดี
ในตอนนี้ ภาพที่เฉินซือฉีสะพายกระเป๋านักเรียนลงจากรถด้วยใบหน้าเรียบเฉยนั้น ดูสวยงามอย่างบอกไม่ถูก
พูดกันตามตรง เฉินซือฉีเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง
แต่คงเป็นเพราะความประทับใจแรกเห็น รวมถึงท่าทางที่เธอแสดงออกมาในเวลาต่อมา ในใจของหลู่เหยียนเหอจึงมีภาพลักษณ์ของลูกสาวเศรษฐีที่นิสัยแปลก ๆ และเย่อหยิ่งอยู่บ้าง
ถ้าไม่ใช่เพราะงานปาร์ตี้วันเกิดของเธอ หลู่เหยียนเหอคงไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเกินหนึ่งครั้งหรอก......เอาเถอะ เขาพูดเกินจริงไปหน่อย ถ้าเห็นก็คงจะต้องมองตามไปหลายทีแหละ
แต่จะว่าไป เพราะเรื่องงานปาร์ตี้วันเกิด หลู่เหยียนเหอจึงมีความเข้าใจต่อท่าทาง "คนนอกห้ามเข้า" ของเฉินซือฉีมากขึ้น และเพราะแบบนั้นจึงมีความคิดที่ว่า "จะเป็นเพื่อนกับเธอก็ได้นะ" เพิ่มขึ้นมาบ้าง
"เฉินซือฉี ทำไมเธอเดินคนเดียวอีกล่ะ?" หลี่หลิน คนที่คอยค่อนแคะเฉินซือฉีในงานปาร์ตี้วันเกิด กำลังยืนคุยหัวเราะอยู่กับเพื่อน ๆ ที่ด้านหน้า เมื่อเธอหันมาเห็นเฉินซือฉีเดินเข้ามา เธอก็รีบทักทายขึ้นทันที "พวกเพื่อน ๆ ที่ไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของเธอล่ะ? ทำไมหายหน้าหายตาไปหมดเลย?"
เฉินซือฉีถูกหลี่หลินขวางทางไว้ ใบหน้าของเธอเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ไม่ใช่เรื่องของเธอ" เฉินซือฉีมองหลี่หลินด้วยความรังเกียจ
"ฉันว่านะ วันนั้นเธอคงจะจ้างคนมาเข้าฉากล่ะมั้ง?" หลี่หลินไม่ได้โกรธไปกับท่าทางของเฉินซือฉี แต่เธอกลับพยายามยั่วยุเฉินซือฉีต่อ
"เธอมีปัญหาทางสมองหรือเปล่า?" เฉินซือฉีไม่มีความรู้สึกผิดที่ความลับถูกเปิดเผยออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม จ้องมองหลี่หลินด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความแน่วแน่อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ "จัดงานวันเกิดแล้วต้องจ้างคนมาเข้าฉากเนี่ยนะ? ทำไมวัน ๆ เธอเอาแต่จ้องจับผิดฉัน อิจฉาฉันงั้นเหรอ? อิจฉาจนถ้าไม่จ้องมองฉัน เธอก็จะไม่มีแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่ต่อเลยหรือไง? เดิมทีฉันสร้างเงามืดในใจให้เธอได้ลึกขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? หลี่หลิน นี่ก็ชั้นมัธยมปลายปีที่หกแล้ว เอาความใส่ใจพวกนี้ไปใช้กับการอ่านหนังสือดีกว่านะ พยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีกว่าฉันให้ได้ ถึงตอนนั้นเธอจะได้ยืดอกภูมิใจได้บ้าง ไม่ต้องถูกฉันเหยียบไว้ใต้เท้าอยู่แบบนี้"
เฉินซือฉีพูดประโยคเหล่านี้ออกมาโดยไม่ติดขัดแม้แต่คำเดียว แถมยังเหน็บแนมหลี่หลินแบบเจ็บแสบสุด ๆ จนทำเอาหลี่หลินถึงกับกระทืบเท้าด้วยความโกรธอยู่ตรงนั้น
"เฉินซือฉี เธอเอาหน้าที่ไหนมาบอกว่าฉันถูกเธอเหยียบไว้ใต้เท้า! ฉันกับเธอไม่เหมือนกันนะ!"
เฉินซือฉีบอก "งั้นก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำสิ วัน ๆ เอาแต่จ้องมองฉัน เธอว่างมากนักเหรอ?"
เธอเลิกคิ้วขึ้น เดินผ่านไหล่ของหลี่หลินไปอย่างมีอำนาจ และเดินตรงไปข้างหน้าต่อไป
หลู่เหยียนเหอที่เป็นพยานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้านหลังถึงกับกะพริบตาด้วยความตกใจ พร้อมบ่นพึมพำกับตัวเองว่า: "ยัยนี่เจ๋งแฮะ ถูกจับได้ว่าจ้างคนมาเข้าฉากในงานวันเกิดแต่หน้าไม่เปลี่ยนสี แถมหัวใจไม่เต้นแรงเลยด้วยซ้ำ สภาพจิตใจดีเลิศเกินคาด เป็นนักแสดงโดยกำเนิดจริง ๆ"
༺༻