- หน้าแรก
- ระบบงานพาร์ทไทม์สุดโกง
- บทที่ 39 – ฟื้นตัวแล้วงั้นหรือ
บทที่ 39 – ฟื้นตัวแล้วงั้นหรือ
บทที่ 39 – ฟื้นตัวแล้วงั้นหรือ
ในขณะที่ไช่หมิงกำลังรู้สึกคันไม้คันมืออยู่นั้น เหอเลี่ยงและคณะก็ได้ขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางกลับโรงเรียนเฉิงเต๋อแล้ว
บนรถ จงหลินลูบเคราที่ค่อนข้างแข็งของตัวเอง พลางพูดเตือนนักเรียนทั้งสี่คน
“ถึงแม้จะสอบรอบที่สองเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ครูก็หวังว่าพวกเธอจะรู้จักยับยั้งชั่งใจและเตรียมตัวสอบเกาเข่าให้ดี”
“บางครั้งความคาดหวังยิ่งสูง ความผิดหวังก็ยิ่งมาก”
“ไม่ว่าพวกเธอจะได้รับสิทธิ์โควตาหรือไม่ ก่อนที่ผลคะแนนรอบที่สองจะประกาศออกมา ขอให้ตั้งใจเตรียมตัวสอบเกาเข่าให้เต็มที่”
เหอเลี่ยงรู้สถานการณ์ในใจเป็นอย่างดี “ผลคะแนนรอบที่สอง จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการภายในหนึ่งสัปดาห์”
ข้อสอบของเขตนี้มีเพียงห้าสิบชุดเท่านั้น!
หากไม่ติดว่าต้องมีการบรรจุหีบห่อรวมกันเพื่อส่งไปให้โจวเหล่า ผู้รับผิดชอบการสอบรวมของเมืองเซินเจินเป็นคนตรวจ
เพียงแค่หนึ่งหรือสองวัน ผลคะแนนก็จะออกมาแล้ว
“มะรืนนี้เป็นวันสอบซานโม่ เตรียมตัวกันให้ดีล่ะ” จงหลินกล่าวต่อ
การสอบซานโม่ของเขตหลงกาน!
ก่อนหน้านี้ที่เหอเลี่ยงสอบไป เป็นเพียงการสอบประจำเดือนครั้งสุดท้ายของโรงเรียนเท่านั้น
แต่ครั้งนี้ เป็นการสอบรวมกับนักเรียนทุกคนในเขตหลงกาน เพื่อจัดอันดับและวัดผลแพ้ชนะ!
นั่นย่อมมีคุณค่าและมีความหมายมากกว่า!
สีหน้าของกัวหลินและหลี่ซวี่ไม่เปลี่ยนไป แม้ช่วงนี้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการแข่งขันชีววิทยา แต่พื้นฐานความรู้เดิมของพวกเขายังคงมีอยู่
พวกเขายังคงเป็นนักเรียนระดับท็อปของชั้นปี
“อย่างน้อยที่สุด……ก็ยังเก่งกว่าพวกขยะทางฝั่งนั้นมากนัก!” สายตาของหลี่ซวี่เลื่อนไปมองเหอเลี่ยงที่นั่งอยู่ด้านหน้า
……
เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงวันจันทร์
การสอบซานโม่ของเขตหลงกานเริ่มต้นขึ้น นักเรียนจำนวนมากต่างกระตือรือร้น
ทุกครั้งที่มีการสอบ คือการตรวจสอบตนเองครั้งหนึ่ง
เหล่านักเรียนห้องหนึ่งเมื่อเห็นหลี่ซวี่กลับมา จิตใจต่างสั่นไหวและบังเกิดความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาในใจ
นักเรียนบางคนที่สนิทกับหลี่ซวี่เดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดกับหลี่ซวี่เบาๆ ว่า “หลี่ซวี่ ครั้งนี้ต้องสอบให้ดีๆ นะ เพื่อสยบความลำพองของเหอเลี่ยงลงบ้าง!”
สีหน้าของหลี่ซวี่ชะงักไปเล็กน้อย พลางถามกลับว่า “ความลำพองอะไร?”
กลุ่มเพื่อนสบตากันเองแล้วหัวเราะขมขื่น “หลี่ซวี่ หลายสัปดาห์มานี้เธอไปเข้าค่ายเก็บตัวที่โรงเรียนเน้นความเป็นเลิศของมณฑล เธอคงยังไม่รู้……”
“เหอเลี่ยงน่ะ ฟื้นตัวแล้ว!”
หลี่ซวี่ตัวสั่นสะท้าน เขารู้สึกแข็งทื่อไปหมด พลางพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจว่า “ฟื้นตัว? ฟื้นตัวอะไร?”
“ผลการเรียนฟื้นตัวแล้ว! คะแนนทั้งหกวิชาฟื้นตัวแล้ว!”
“การสอบประจำเดือนครั้งที่แล้ว ที่หนึ่งของชั้นปีคือเขา! ครูทุกคนตรวจสอบระดับความสามารถของเขาแล้ว เขาไม่ได้โกง!”
ข่าวนี้สำหรับหลี่ซวี่แล้ว ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ ทำเอาตัวเขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า!
ความถือดีที่เคยอยู่เหนือผู้อื่นของเขา จู่ๆ ก็ดูน่าสมเพชขึ้นมาทันที!
“ผลการเรียนฟื้นตัวแล้วงั้นหรือ?” สีหน้าของหลี่ซวี่เริ่มสงบนิ่ง แต่สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกลับกำแน่นจนสั่น!
ล้อกันเล่นหรือไง!
ไอ้ขยะนั่น มันกล้าดียังไง!
มันจะฟื้นตัวได้ยังไงกัน?!
เพื่อนกลุ่มนั้นพูดอะไรต่ออีกสองสามคำ แต่หลี่ซวี่ไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่นิดเดียว!
ส่วนเหอเลี่ยงที่นั่งอยู่ห้องข้างๆ ในเวลานี้กำลังครุ่นคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง
“ตอนนี้ตากงปี้ของผม มีอยู่ 550 แต้มแล้ว!”
ทะลุหลักห้าร้อยแล้ว!
“ควรจะแลกเปลี่ยนวิชาชีววิทยาระดับมัธยมปลายขั้นสุดยอด หรือจะไปแลกเปลี่ยนวิชาขั้นสูงอื่นๆ ดี?” เหอเลี่ยงลังเลอยู่ในใจ
ความรู้ในวิชาเรียน จากระดับกลางไปถึงระดับสูงใช้เพียง 200 ตากงปี้เท่านั้น
“โครงการฮุยหงจบลงแล้ว ไปแลกเปลี่ยนวิชาอื่นเถอะ!” ในที่สุดเหอเลี่ยงก็ตัดสินใจได้
ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตัดสินใจ เป็นเพราะต้องการเตรียมตัวสอบโครงการฮุยหงอย่างเต็มที่ เลยยังไม่ได้ใช้ความรู้วิชาอื่น
แต่ตอนนี้การสอบซานโม่มาถึงแล้ว เรื่องจึงเปลี่ยนไป
เมื่อชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว เหอเลี่ยงก็ตัดสินใจได้ในที่สุด
“ระบบ แลกเปลี่ยนวิชาฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายขั้นสูง และวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายขั้นสูง” เหอเลี่ยงกล่าวในใจ
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ในสมองของเขาก็เย็นวาบ ความรู้มากมายมหาศาลไหลทะลักเข้ามา
ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนที่เหอเลี่ยงแลกเปลี่ยนวิชาชีววิทยาระดับมัธยมปลายขั้นสูงครั้งแรกไม่มีผิด!
ดุจจุดแสงสว่างหนึ่งจุดที่ระเบิดออกในพริบตา
จุดความรู้มากมายนับไม่ถ้วนกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านหน้า อาจารย์เริ่มแจกข้อสอบแล้ว!
ทั้งหกวิชา สอบทั้งหมดสองวัน!
ข่าวการฟื้นตัวของเหอเลี่ยงได้แพร่ไปถึงหูของคนที่สนใจแล้ว
วันแรกหลังสอบเสร็จและกลับถึงหอพัก กัวหลินที่ได้ฟังเพื่อนร่วมห้องพูดถึงเรื่องนี้ก็อึ้งไปเลย
“นายบอกว่าไอ้กระจอกเหอเลี่ยงฟื้นตัวแล้วงั้นเหรอ?”
“พวกนายล้อเล่นกันอยู่ใช่ไหม?”
ลูกกระเดือกของกัวหลินขยับ เขาไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้
ความหวาดกลัวที่เคยถูกครอบงำในอดีตแพร่กระจายออกมาอีกครั้ง!
“ฉันไม่เชื่อ! รอให้สอบเสร็จก่อนเถอะ!” กัวหลินหน้าดำคร่ำเครียด เขาไม่ต้องการยอมรับผลลัพธ์นี้
“อีกอย่างเขาไม่ได้เรียนมาตั้งสามเดือน ฟื้นตัวแล้วจะเป็นยังไง ฉันไม่เชื่อหรอก! เขาจะสอบชนะฉันได้ยังไง!” กัวหลินพูดพล่อยๆ พร้อมแค่นเสียงเย็นชา
การสอบสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จงหลินเดินเข้ามาบอกนักเรียนทั้งสี่คนว่า “ข้อสอบรอบที่สองกำลังตรวจอยู่ คาดว่าอีกสองถึงสามวันน่าจะรู้ผล”
เหอเลี่ยงมีสีหน้าเรียบเฉย ดูนิ่งยิ่งกว่าหิน
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานของโจวป๋อ มีคนอยู่สามคน
โจวป๋อและอาจารย์อีกสองคนกำลังตรวจข้อสอบอยู่
ในส่วนของข้อสอบปรนัยนั้นใช้เครื่องตรวจ
“โจวเหล่า รอบนี้ข้อสอบปรนัยมีคนได้คะแนนเต็มถึงสี่คนค่ะ!” อาจารย์หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยความประหลาดใจ
คะแนนเต็มสี่คนนั้น มาจากนักเรียนทั้งหมดห้าร้อยคนจากสิบเขตใหญ่ของเมืองเซินเจิน!
“ข้อสอบปรนัยได้คะแนนเต็มสี่คน? เยอะขนาดนั้นเลยหรือ” ปลายปากกาในมือของโจวป๋อชะงักไป เขาแปลกใจเล็กน้อย
แม้คนที่มาสอบจะเป็นนักเรียนเก่งๆ ทั้งนั้น แต่เขาก็ยังคิดว่ามันเยอะไป
จากนั้นคนแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเขาคือเหอเลี่ยง ตามมาด้วยหวังอ้าว
“เจ้าเด็กสองคนนั้น มีโอกาสได้คะแนนเต็มสูงมาก ไม่แน่อาจจะเป็นพวกเขาที่ดึงค่าเฉลี่ยคะแนนเต็มให้สูงขึ้นก็ได้” โจวป๋อคาดการณ์ในใจ
อาจารย์คนนั้นรายงานต่อ
“นักเรียนที่ได้คะแนนเต็มสี่คน ได้แก่ เหอเลี่ยง, หวังอ้าว, หนิงเสวี่ย, เฉินหลี่!”
บนใบหน้าของโจวป๋อเผยรอยยิ้มออกมา เขาโบกมือ “ได้ งั้นมาตรวจข้อสอบอัตนัยกันเถอะ”
ข้อสอบปรนัย 100 คะแนน ส่วนข้อสอบอัตนัยมี 60 คะแนน
การตรวจข้อสอบนี้ ชื่อของผู้เข้าสอบถูกปิดทับเอาไว้
เพื่อให้ครูสามารถตรวจข้อสอบได้อย่างเป็นกลาง ป้องกันการลำเอียงจากการเห็นชื่อคนรู้จักแล้วตั้งใจให้คะแนนเพิ่ม
ข้อสอบชุดแรก โจวป๋อตรวจให้ได้ 39 จาก 60 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ปกติมาก
แต่ข้อสอบชุดที่สองที่โจวป๋อตรวจ คะแนนกลับสูงลิ่ว
สูงจนแม้แต่โจวป๋อยังแปลกใจ
“ข้อสอบชุดนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”
“60 คะแนน กลับทำได้ถึง 55 คะแนน!”
โจวป๋อตรวจทานข้อสอบอย่างตั้งใจอีกสองรอบ ถึงได้ยอมกรอกคะแนนสุดท้ายลงไป
ทว่าอาจารย์อีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง กลับส่งเสียงสูดลมหายใจเข้าลึก
“โจวเหล่าคะ คุณมาดูทางนี้หน่อย!”
โจวป๋อขยับคิ้วเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่อาจารย์คนนั้นพลางถามว่า “มีอะไรหรือ?”
อาจารย์คนนั้นมีใบหน้าค่อนข้างแดงก่ำและกล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า “มีข้อสอบชุดหนึ่งคะแนนข้อสอบอัตนัยได้……”
“ได้ไป 58 คะแนนค่ะ!”
[จบบท]