- หน้าแรก
- ระบบงานพาร์ทไทม์สุดโกง
- บทที่ 24 – มีเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้
บทที่ 24 – มีเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้
บทที่ 24 – มีเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้
“โอ้?”
สายตาที่เฉียบคมดั่งเหยี่ยวของอู๋เยี่ยนกวาดมองผ่านเหอเลี่ยง ในแววตามีความสงสัยแฝงอยู่เล็กน้อย
ตาแก่โจวป๋อคนนี้ ถึงกับปล่อยให้นักเรียนที่ชื่อเหอเลี่ยงคนนี้มาดูโจทย์พร้อมกับหวังอ้าวเชียวหรือ?
เหอเลี่ยงเองก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าท่านโจวจะพูดออกมาเช่นนั้น
แต่ในเมื่อผู้ใหญ่ร้องขอ เขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้
“ได้ครับ” เขาตอบตกลงอย่างนอบน้อม
“หึ!” หวังอ้าวหรี่ตาลงปรายตามองเหอเลี่ยง แล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ ในลำคอเพื่อแสดงความไม่พอใจ
เหอเลี่ยงไม่ได้สนใจท่าทีเป็นศัตรูของหวังอ้าว เขาตั้งใจอ่านโจทย์ตรงหน้าอย่างจริงจัง
“โจทย์ข้อนี้ หลัก ๆ แล้วเป็นการทดสอบเรื่องพันธุศาสตร์...” เหอเลี่ยงพึมพำกับตัวเองในใจ
โดยปกติแล้วโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับพันธุศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวพันกับการคำนวณ
โจทย์ข้อนี้ก็เช่นกัน
ปริมาณการคำนวณมหาศาล และแนวคิดมีโอกาสสับสนได้ง่ายมาก ซึ่งนั่นทำให้ระดับความยากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
“แถมยังต้องอนุมานกลับไปสองขั้นตอนเพื่อตัดสินสถานะของยีนทางพันธุกรรมอีกด้วย” เหอเลี่ยงเลิกคิ้ว
วินาทีต่อมา ทั้งเขาและหวังอ้าวก็หันไปมองโจวป๋อพร้อมกัน แล้วถามขึ้นว่า “ท่านโจวครับ ขอถามหน่อยว่าที่นี่มีกระดาษทดไหมครับ?”
ทั้งคู่พูดพร้อมกันราวกับนัดกันมา
สีหน้าของหวังอ้าวหม่นลงเล็กน้อย นี่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาที เหอเลี่ยงอ่านโจทย์จบพร้อมกับเขาแล้วหรือ?
โจวป๋อยิ้มบาง ๆ พยักหน้าพร้อมหยิบกระดาษเอสี่สองแผ่นและปากกาหมึกซึมสีดำสองด้ามยื่นให้ทั้งคู่
“เอาไปใช้เถอะ ตาแก่คนนี้ถึงจะมีอย่างอื่นไม่เยอะ แต่กระดาษทดน่ะมีเหลือเฟือ”
แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนของเมืองเซินเจิน แต่เขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหุยหงของเมืองเซินเจิน
ดังนั้น เขาจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับคะแนนของนักเรียนระดับหัวกะทิเหล่านี้
แน่นอนว่าไม่ได้หวังผลประโยชน์
แต่เขามีความหวังจากใจจริงว่า อนาคตของประเทศจีนจะมีปรมาจารย์ด้านชีววิทยาเพิ่มขึ้นอีกมาก
“โครงการหุยหงครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ใช่แค่การคัดเลือกเพื่อรับโควตาเข้าศึกษาต่อเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว”
“นักเรียนที่สามารถผ่านโควตาได้ ทรัพยากรสนับสนุนการเรียนน่าจะถูกเทมาให้อย่างมหาศาล” ความคิดหนึ่งแล่นผ่านหัวของโจวป๋อไป
ทว่าใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ทั้งสองใบตรงหน้า ได้เริ่มจรดปากกาเขียนข้อสอบลงไปบนกระดาษอย่างรวดเร็วแล้ว!
กระบวนการพิสูจน์ของทั้งหวังอ้าวและเหอเลี่ยงดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
เมื่อไล่เรียงลงไป ตรรกะมีความสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง!
อู๋เยี่ยนเลิกคิ้ว “น่าสนใจใช้ได้”
ทั้งสองคนคำนวณต่อไปเรื่อย ๆ ภายในห้องเงียบสงัด ไม่มีใครส่งเสียงรบกวนพวกเขาเลย
ผ่านไปประมาณสิบห้านาที หวังอ้าวก็หยุดเขียน!
เขาเหลือบมองเหอเลี่ยงที่ยังคงคำนวณอยู่ด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย ในใจแค่นหัวเราะ: “เอาอะไรมาสู้กับฉัน?”
จากนั้นเขาก็ปิดฝาปากกาแล้วกล่าวกับโจวป๋อและอู๋เยี่ยนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า “ท่านโจว อาจารย์ครับ ผมคำนวณหาคำตอบสุดท้ายได้แล้วครับ”
โจทย์ที่สามารถทำให้ปรมาจารย์ระดับโจวป๋อและอู๋เยี่ยนต้องมานั่งถกเถียงกันได้นั้น หากไม่ใช่โจทย์ที่ถกเถียงกันก็ต้องเป็นโจทย์ที่ยากระดับสุดยอด!
ด้วยระดับความยากของโจทย์ข้อนี้ หวังอ้าวสามารถทำได้ภายในสิบห้านาที ถือว่าน่าตกใจมาก!
แววตาของโจวป๋อฉายประกายทึ่ง
ครูจงส่ายหัวเบา ๆ ในแววตามีความรู้สึกเสียดาย
แต่เขาก็คิดว่าผลลัพธ์นี้ก็เป็นไปตามคาด
“เหอเลี่ยง แม้จะเป็นหัวกะทิด้านชีววิทยาที่เป็นมือหนึ่งมือสองของเขตหลงก้าน แต่ถ้าเทียบกับนักเรียนระดับที่แย่งชิงอันดับหนึ่งอันดับสองของเมืองเซินเจินได้แบบหวังอ้าวแล้ว ก็ยังถือว่าด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย”
แม้ลูกศิษย์ตัวเองจะสู้เขาไม่ได้ แต่เขาก็คิดว่าหลังจากนี้เหอเลี่ยงน่าจะมีความสุขุมและมีความมุ่งมั่นมากกว่านี้
“ผลลัพธ์นี้ ก็ไม่ได้แย่หรอก” ครูจงพยักหน้าเบา ๆ
เพียงแต่เขาก็ยังกังวลอยู่อีกเรื่อง
“เหอเลี่ยง จะทำโจทย์ข้อนี้ได้จริง ๆ หรือเปล่านะ?”
ทำช้าไม่เป็นไร แต่กลัวที่สุดคือทำไม่ได้ เพราะหน้าแตกยับเยินแน่นอน
ยังไม่ทันได้กังวลนานนัก เหอเลี่ยงก็หยุดเขียนเช่นกัน
กร๊อบ
เสียงปิดฝาปากกาทำให้หวังอ้าวและอู๋เยี่ยนต้องหรี่ตาลง
“ความเร็วระดับนี้ ช้ากว่าฉันแค่หนึ่งหรือสองนาทีเท่านั้น” หวังอ้าวลดความดูแคลนลงไปเล็กน้อย
“ทำเสร็จแล้วหรือ?” โจวป๋อมองเหอเลี่ยงด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ท่านโจว” เหอเลี่ยงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“คำตอบของพวกเธอสองคนคืออะไรล่ะ?” อู๋เยี่ยนอดใจไม่ไหวจึงถามขึ้นทันที
“AaBBCCDd!” เหอเลี่ยงและหวังอ้าวตอบออกมาพร้อมกัน
น้ำเสียงของพวกเขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ามั่นใจในคำตอบนี้มาก
หวังอ้าวเลิกคิ้ว ดูท่าเจ้าหมอนี่จะมีดีอยู่บ้างถึงได้ตอบคำตอบเดียวกันกับเขา
เขาลดความดูแคลนลงไปอีกนิด
แต่... ก็แค่นั้นแหละ!
“ก็ยังช้ากว่าฉันอยู่ดี!” เขาแค่นหัวเราะในใจพลางรู้สึกภูมิใจ
สิ่งที่คนเรากลัวที่สุดคือการเปรียบเทียบ!
และในเมื่อเขาทำเร็วกว่าเหอเลี่ยง นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ!
ครูจงเลิกคิ้วขึ้นฉับพลัน มองไปยังกระดาษทดของเหอเลี่ยงแล้วถามด้วยความสงสัยว่า: “เหอเลี่ยง ลำดับที่สองของเธอนี่หมายความว่ายังไง?”
เหอเลี่ยงยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้พลางกล่าวอย่างสงบว่า: “ผมใช้วิธีแก้โจทย์สองแบบครับ”
สีหน้าของหวังอ้าวแข็งค้างทันที!
ครูจงก็อึ้งไปเช่นกัน แทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป!
“วิธีแก้โจทย์สองแบบ?!”
ทุกคนรีบกรูเข้าไปดู
พวกเขาไล่ดูลงไปแล้วพบว่าเหอเลี่ยงใช้วิธีแก้โจทย์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงสองแบบจริง ๆ!
“ซี้ด!” ครูจงสูดหายใจเข้าลึก ๆ
โจทย์ประเภทนี้มีระดับความยากสูงยิ่งนัก การที่เหอเลี่ยงสามารถใช้อัลกอริทึมในการแก้โจทย์หาคำตอบได้ถึงสองแบบภายในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างที่สุด!
หวังอ้าวไม่อยากเชื่อความจริงข้อนี้เลยแม้แต่น้อย!
นั่นไม่ได้หมายความว่าระดับของเขาด้อยกว่าเหอเลี่ยงหรอกหรือ?
อย่างน้อยในแง่ของผลงานก็เป็นเช่นนั้น!
ความหยิ่งผยองเมื่อครู่นี้ ถูกเหอเลี่ยงทลายลงจนหมดสิ้นในพริบตา!
อู๋เยี่ยนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เพราะเมื่อครู่นี้นางยังอวดลูกศิษย์คนโปรดของตัวเองต่อหน้าโจวป๋ออยู่เลย
นางนึกอะไรบางอย่างออกจึงตบไหล่หวังอ้าวเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า: “โจทย์ประเภทนี้ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรนักหรอก”
“การแข่งขันชีววิทยาไม่ได้ทดสอบแค่โจทย์ยาก แต่ทดสอบความกว้างขวางของความรู้ต่างหาก!”
ทันทีที่พูดจบ ดวงตาของหวังอ้าวก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
นั่นสิ!
การแข่งขันชีววิทยาระดับมัธยมปลาย นอกจากโจทย์ยากบางข้อแล้ว ที่เหลือก็เป็นการทดสอบความกว้างของความรู้ทั้งนั้น
เนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนน้อยเป็นเนื้อหา ม.ปลาย ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาระดับมหาวิทยาลัย หรือกระทั่งเป็นเนื้อหาที่ใช้เรียนในระดับปริญญาโทด้วยซ้ำ!
“แถมโจทย์ข้อเดียวจะตัดสินอะไรได้?” เขาส่อยความมั่นใจคืนมาทีละน้อย: “มันก็แค่บอกได้ว่าเขาคุ้นเคยกับแนวคิดแบบนี้ แล้วบังเอิญตอบได้ก็เท่านั้น!”
ฉันคือหวังอ้าวนะ!
คะแนนโครงการหุยหงของฉันคือ 281 เชียวนะ!
อู๋เยี่ยนหันไปทางโจวป๋อพลางกล่าวว่า: “ตาแก่ ที่นี่เธอมีข้อสอบสำรองของโครงการหุยหงอยู่ใช่ไหม?”
ดวงตาของโจวป๋อหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะยอมรับ “ฉันมีข้อสอบสำรองจริง ๆ”
ข้อสอบแข่งขันชีววิทยาของโครงการหุยหงไม่ได้มีแค่ชุดเดียว
มีการเตรียมไว้ทั้งหมดสามชุด เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ
“เอาออกมาให้ลูกศิษย์ฉันกับเขาลองทำดูไหมล่ะ?” อู๋เยี่ยนหรี่ตาลง พูดออกมาตรง ๆ
จงหลินเป็นลูกศิษย์สายตรงของโจวป๋อ เหอเลี่ยงในแง่หนึ่งก็นับว่าเป็นลูกศิษย์ของโจวป๋อเช่นกัน
นางต้องการจะพิสูจน์ว่า ลูกศิษย์ของนางนั้นยอดเยี่ยมที่สุด!
สีหน้าของหวังอ้าวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที จ้องมองเหอเลี่ยงไม่วางตา
เขาคลุกคลีกับชีววิทยามาตั้งแต่เด็ก ในเรื่องความกว้างขวางของความรู้นั้น เขามีความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยม!
โจวป๋อลังเลเล็กน้อยหันไปมองเหอเลี่ยง: “เหอเลี่ยง เธอคิดว่ายังไง?”
เหอเลี่ยงมีสีหน้าสงบนิ่ง ภายใต้สายตาของทุกคน เขายิ้มอย่างสบาย ๆ แล้วกล่าวว่า
“มีเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้ล่ะครับ?”
[จบบท]