- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 2 ลูกค้ามาเยือน
บทที่ 2 ลูกค้ามาเยือน
บทที่ 2 ลูกค้ามาเยือน
บทที่ 2 ลูกค้ามาเยือน
สิ้นเสียงระบบ
ประตูกระจกที่มีตัวหนังสือคำว่า "ยินดีต้อนรับ" ถูกผลักออกอย่างแรง หญิงสาวอายุราว 20 ปีในสภาพมอมแมมคลานมุดเข้ามา
"ช่วยด้วย!!"
พร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาว ก็มีเสียงคำรามแหลมเล็กดังตามมา
ต้นตอของเสียงคือเงาดำนับสิบสายที่ตามหลังหญิงสาวมา
"นี่มัน— เผ่าปีกหนาม!"
เมื่อเห็นรูปร่างของเงาดำชัดเจน ข้อมูลของพวกมันก็ผุดขึ้นมาในหัวของสวีเทียนหลิน
ข้อมูลที่ระบบเสริมให้นั้นครอบคลุมมาก รวมไปถึงข้อมูลของหมื่นเผ่าพันธุ์ในมิติต่างๆ ด้วย
เผ่าปีกหนาม เผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับสูง
เกิดมาก็มีพลังระดับพันชั่งขั้นสูงแล้ว สูงสุดสามารถไปถึงระดับทะเลนภา
มีปีกสองข้างที่หลัง บนปลายปีกมีหนามกระดูกยาวครึ่งเมตรซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน มองจากไกลๆ ดูคล้ายกับค้างคาวยักษ์
เยื่อเนื้อที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสั่นไหวอยู่ระหว่างปีกกระดูก เสียงแหลมแหวกอากาศดังชัดเจนจนสวีเทียนหลินที่ยืนอยู่ในบ้านยังได้ยิน
คนของเผ่าปีกหนามโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว ในแววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมกระหายเลือด กรงเล็บแหลมคมยื่นออกไปข้างหน้า ปากกว้างอาบเลือดอ้ากว้าง เตรียมพร้อมที่จะลิ้มรสเลือดของเหยื่ออย่างเต็มที่
"เชี่ยๆๆ!"
"พี่ระบบช่วยด้วย!——"
สวีเทียนหลินเพิ่งเคยเห็นเผ่าพันธุ์ต่างดาวเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นท่าทางดุร้ายของพวกเผ่าปีกหนาม เขาก็ขนลุกซู่ เหงื่อเย็นไหลพลั่ก ฟันกระทบกันดังกึกๆ
"เถ้าแก่โปรดวางใจ ภายในรีสอร์ต พลังของคุณเทียบเท่ากับพระเจ้าผู้สร้างโลก!"
"จะ... จริงเหรอ?"
"รับประกัน!"
"งั้นฉันก็เบาใจ..."
เพียงแค่ไม่กี่ประโยค คนของเผ่าปีกหนามนับสิบก็พุ่งเข้ามาแล้ว จ่าฝูงยื่นกรงเล็บแหลมคมออกไป เพียงวินาทีเดียวกรงเล็บนั้นก็แทบจะกรีดผิวหนังอันบอบบางของหญิงสาวได้แล้ว
ในชั่วพริบตาแห่งความเป็นความตาย สวีเทียนหลินที่ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้เลยก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา ในหัวของเขาปรากฏภาพลิงยักษ์ยืนตระหง่านค้ำฟ้าขึ้นมาอย่างประหลาด
เขาจึงชี้มือไปข้างหน้า แล้วตะโกนคำคำหนึ่งออกมา
"หยุด!"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของสวีเทียนหลิน พลังแห่งกฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ทำงาน
คนเผ่าปีกหนามนับสิบที่บุกรุกเข้ามารีสอร์ตหยุดชะงักอยู่กับที่ในชั่วพริบตา ด้วยท่าทางที่ขัดต่อกฎฟิสิกส์อย่างชัดเจน
"พี่ระบบเจ๋งเป้ง!"
สวีเทียนหลินมองดูฝ่ามือของตัวเอง สัมผัสได้ถึงพลังที่สามารถควบคุมทุกสรรพสิ่ง อาการตื่นตระหนกหายวับไปทันที แถมยังแอบกดไลก์ให้กับสูตรโกงของตัวเองในใจ
ในเวลานี้ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่เกือบจะถูกจับตัวได้ดังอยู่นาน
"กรี๊ดดดด!"
เสียงกรีดร้องดำเนินไปหลายนาทีกว่าค่อยๆ เงียบลง
"อืม ไม่เจ็บ..."
"ฉัน... ยังไม่ตายเหรอ?"
หญิงสาวที่ใช้มือปิดตาเพิ่งจะกล้าลืมตาขึ้นมาและเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง
ตรงหน้าของเธอ คนของเผ่าปีกหนามนับสิบหยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างน่าประหลาดใจ แถมยังคงค้างอยู่ในท่าทางที่กำลังจะโจมตีด้วยซ้ำ
เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกลิ่นอายกระหายเลือดที่ทำให้แทบหายใจไม่ออกจากตัวของเผ่าปีกหนาม
"กรี๊ด!!"
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจอีกครั้ง ก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น
ขาทั้งสองข้างถีบพื้นอย่างรวดเร็ว ใช้ทั้งมือและขาถอยหลังกรูดไปอีกหลายเมตร จนกระทั่งชนเข้ากับขาของสวีเทียนหลินถึงได้หยุดลง
หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าเล็กที่ยังไม่หายตกใจก็สบเข้ากับสายตาของสวีเทียนหลินพอดี
สวีเทียนหลิน: "Hi~"
"รอดแล้วเหรอ?"
เมื่อมองหน้าสวีเทียนหลิน หญิงสาวก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอถอนหายใจยาวๆ แล้วคิดในใจ
สวีเทียนหลินละสายตาจากหน้าอกอวบอิ่มของหญิงสาว ฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันแปดซี่ตามมาตรฐาน
"คุณลูกค้าครับ"
"ร้านเราไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้านะครับ"
พูดพลางชี้มือไปยังคนเผ่าปีกหนามที่ถูกหยุดนิ่งไว้
"อึก——"
หญิงสาวกลืนน้ำลาย มองตามแขนของสวีเทียนหลินไปยังเผ่าปีกหนามที่เกือบจะเอาชีวิตเธอไปเมื่อครู่ ทำเอาเธออึ้งไปชั่วขณะ
สัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงอะไร?
นี่คุณเรียกไอ้ตัวพวกนี้ว่าสัตว์เลี้ยงเหรอ??
ใครมันจะไปเลี้ยงสัตว์เลี้ยงหน้าตาหน้าเกลียดแบบนี้กันเล่า!!
หญิงสาวที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ เธออึ้งไปหลายวินาทีก่อนจะส่ายหัวรัวๆ
"ไม่ ไม่ ไม่ใช่ค่ะ——"
"ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของลูกค้าเหรอครับ ถ้างั้นก็จัดการง่ายเลย"
สวีเทียนหลินยังคงรักษารอยยิ้มที่ไร้ที่ติไว้ ก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ
"ปัง!"
สิ้นเสียงทึบๆ ภายใต้สายตาหวาดผวาของหญิงสาว คนเผ่าปีกหนามนับสิบก็กลายเป็นหมอกเลือดไปในทันที
"แข็ง... แข็งแกร่งมาก!!"
หญิงสาวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตัวสั่นสะท้าน สายตาเหม่อลอย
เผ่าปีกหนามระดับเหินเวหาตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ??
หลัวอวี่โหรวกะพริบตาปริบๆ หมอกเลือดที่ฟุ้งกระจายเต็มฟ้าปลิวออกไปนอกบ้านเพียงแค่ชายลึกลับที่อยู่ข้างหลังเธอโบกมือเบาๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะในอากาศยังมีกลิ่นคาวเลือดหลงเหลืออยู่ เธอคงไม่กล้าเชื่อว่าเมื่อครู่ คนเผ่าปีกหนามระดับเหินเวหาที่มีพลังเทียบเท่าอาจารย์ในสำนักศึกษาจะถูกสังหารในพริบตา!
หลัวอวี่โหรวหันหน้าไปมองสวีเทียนหลินที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะรีบลุกขึ้น
เธอจัดแจงชุดต่อสู้ที่ขาดวิ่นเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือซ้ายทาบอก โค้งตัวไปข้างหน้า 70 องศา โค้งคำนับสวีเทียนหลินด้วยท่าทางมาตรฐานของนักสู้
"มหาวิทยาลัยนักสู้อันดับหนึ่งแห่งเมืองชางอวิ๋น นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลัวอวี่โหรว ขอขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตค่ะ!"
มารยาทตามมาตรฐาน ไร้ที่ติ
"สวัสดีครับคุณลูกค้า ผมชื่อสวีเทียนหลิน เป็นเถ้าแก่ของรีสอร์ตครับ"
สวีเทียนหลินโบกมือตอบพร้อมรอยยิ้ม
รีสอร์ตเหรอ?
คำพูดของสวีเทียนหลินทำให้หลัวอวี่โหรวงงเป็นไก่ตาแตก
เมื่อกี้โดนเผ่าปีกหนามไล่ล่า พอเห็นสิ่งปลูกสร้างเธอก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาโดยไม่ทันมอง พอถึงตอนนี้พอมองไปรอบๆ ถึงเพิ่งเห็นสภาพแวดล้อมชัดๆ
นอกจากป้ายพังๆ หน้าประตูที่มีตัวหนังสือเบ้อเริ่มเขียนว่า "รีสอร์ตสวีเทียนหลิน" แล้ว ที่นี่ดูเหมือน... จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันกับรีสอร์ตในความทรงจำของเธอเลย
นี่มันใช่เหรอ?
ที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิทั่วทุกมิติหรอกเหรอ??
ทำไมในสมรภูมิทั่วทุกมิติถึงมีรีสอร์ตได้ล่ะ?
หลัวอวี่โหรวกะพริบตากลมโตด้วยความสงสัย ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่พอคิดถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของชายหนุ่มสวมเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นตรงหน้า เธอก็ทำได้แค่พยักหน้า
"อะแฮ่ม——"
มีหรือที่สวีเทียนหลินจะไม่รู้ว่าเด็กสาวที่ชื่อหลัวอวี่โหรวตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาไอสองสามทีเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน
จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะความหน้าหนาที่พนักงานบริการโรงแรมต้องมี ยิ้มแล้วถามต่อ
"คุณผู้หญิงครับ ผมเห็นคุณเหนื่อยมามากแล้ว อยากจะพักผ่อนหน่อยไหมครับ?"
"ร้านของเราของแท้แน่นอน ไม่หลอกลวงเด็กและคนชรา ได้รับการรับรองจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค และได้รับการโหวตจากผู้บริโภคมากมายให้เป็นรีสอร์ตที่ซื่อสัตย์ที่สุดแห่งปีเลยนะครับ"
สวีเทียนหลินเริ่มแถไปเรื่อย
เวลาอยู่ข้างนอก ฐานะอะไรเราก็ตั้งเองได้ทั้งนั้นแหละ
ในเมื่อไอ้ระบบยังมีหน้าเรียกโรงแรมม่านรูดนี่ว่ารีสอร์ต เขาก็ขี้โม้ได้อย่างสบายใจเฉิบ
"อ๊ะ? อ้อ!"
"ก็ได้... ค่ะ?"
หลัวอวี่โหรวตอบรับด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
ให้พักในรีสอร์ตที่ตั้งอยู่เขตแกนกลางของสมรภูมิทั่วทุกมิติเนี่ยนะ?
ฟังยังไงก็รู้สึกแปลกพิลึก
เดิมทีเธอแค่กะจะไปล่าเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับต่ำในเขตรอบนอกเพื่อหาแต้มผลงานสักหน่อย แต่พอดันหลงเข้าไปในค่ายกลเทเลพอร์ตลึกลับ ก็ถูกส่งตัวมาที่เขตแกนกลางซะงั้น
ตอนแรกคิดว่าจะต้องตายซะแล้ว ไม่นึกว่าจะมาเจอสวีเทียนหลินเข้า
"หรือว่า—— เขตแกนกลางจะไม่เหมือนกับข่าวลือที่เขาว่ากัน?"
หลัวอวี่โหรวคิดในใจ พลางแอบชำเลืองมองสวีเทียนหลินเป็นระยะ
"โอเคครับ!"
เมื่อได้ยินหลัวอวี่โหรวตอบตกลง สวีเทียนหลินก็ยิ้มกว้างแบบมืออาชีพทันที
"เดี๋ยวผมช่วยถือกระเป๋า... อ้อ ไม่มีกระเป๋าสินะ!"
"ไม่เป็นไรครับ เชิญทางนี้เลยครับคุณลูกค้า ลงทะเบียนตรงนี้เลย!"
พอได้คำตอบรับจากหลัวอวี่โหรว รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีเทียนหลินก็กว้างขึ้นไปอีก
แค่แม่หนูคนนี้เข้าพัก ภารกิจแรกของเขาก็ถือว่าสำเร็จแล้ว!