เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 พี่ชายของพระเอกลูกกำพร้า [3]

บทที่ 29 พี่ชายของพระเอกลูกกำพร้า [3]

บทที่ 29 พี่ชายของพระเอกลูกกำพร้า [3]


บทที่ 29 พี่ชายของพระเอกลูกกำพร้า [3]

แต่ช่วงเวลาดีๆ มักอยู่ได้ไม่นาน ตอนที่เจ้าของร่างเดิมกำลังจะขึ้นมัธยมต้นปีที่ 1 ไม่รู้ว่าลุงของเขาไปได้ข่าวมาจากไหนว่าละแวกบ้านที่ครอบครัวหลี่อาศัยอยู่กำลังจะถูกเวนคืนเพื่อรื้อถอน

ดังนั้น คนครอบครัวนั้นจึงหันมาจับจ้องสองพี่น้องคู่นี้อีกครั้ง

ป้าสะใภ้ของเจ้าของร่างเดิมอ้างว่าทนเห็นหลี่จืออวี่ไร้คนดูแลไม่ได้ จึงอยากจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลหลี่เพื่อคอยดูแลเขา

ป้าสะใภ้ของเจ้าของร่างเดิมเป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกลราวกับตะแกรงที่มีรูพรุนไปหมด เธอฉวยโอกาสตอนที่เจ้าของร่างเดิมไม่อยู่ หลอกล่อหลี่จืออวี่ว่าเด็กมัธยมต้นส่วนใหญ่ต้องอยู่หอพักของโรงเรียนและจะกลับบ้านได้แค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้น

เธอแสร้งทำเป็นสงสารที่หลี่จืออวี่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง หว่านล้อมจนเขายอมตกลงให้ครอบครัวของลุงย้ายเข้ามาอยู่ด้วย

อย่างที่โบราณว่าไว้ อัญเชิญเทพนั้นง่าย แต่ส่งเทพกลับนั้นยาก เมื่อพวกเขาย้ายเข้ามาแล้ว การจะไล่ตะเพิดออกไปย่อมเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ

เจ้าของร่างเดิมต้องต่อสู้ฟาดฟันทั้งสติปัญญาและความกล้าหาญกับครอบครัวของลุง แต่ป้าสะใภ้กลับใช้เศษผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ซื้อใจหลี่จืออวี่ให้ไปอยู่ฝั่งพวกตน

ทุกครั้งที่หลี่จืออวี่เห็นเจ้าของร่างเดิมแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อลุงและป้าสะใภ้ เขาก็จะเข้าข้างคนนอก และช่วยคู่สามีภรรยาจอมละโมบคู่นั้นทำร้ายจิตใจเจ้าของร่างเดิม

ต่อให้เจ้าของร่างเดิมจะเข้มแข็งแค่ไหน เขาก็ยังเป็นแค่เด็ก บางครั้งเขาก็อยากจะยอมแพ้และเลิกสนใจไยดีหลี่จืออวี่ให้รู้แล้วรู้รอด

แต่อีกฝ่ายคือพระเอกของเรื่องนี่นา มักจะมีคนคอยออกรับแทนหลี่จืออวี่เสมอ พวกเขาคอยพร่ำบอกให้เจ้าของร่างเดิมทำดีกับน้องชาย และอย่าปล่อยให้น้องถูกคู่สามีภรรยานั้นชักนำไปในทางที่ผิด

พวกเขายังอ้างไปถึงดวงวิญญาณบนสวรรค์ของพ่อแม่ที่กำลังเฝ้ามองลงมา คอยกดดันให้เจ้าของร่างเดิมปกป้องน้องชายให้ดี มิฉะนั้นดวงวิญญาณของพ่อแม่หลี่จือเหยียนจะไม่มีวันไปสู่สุคติ

ทุกคนต่างรู้สึกว่าในฐานะพี่ชาย เจ้าของร่างเดิมสมควรต้องเป็นฝ่ายดูแลน้องชาย

ทุกคนใช้คำพูดกดดันเจ้าของร่างเดิม ทำให้เขารู้สึกว่าตนมีหน้าที่ต้องเสียสละเพื่อน้องชาย ราวกับว่าการมีชีวิตอยู่ของเขามีคุณค่าเพียงแค่นั้น

และเจ้าของร่างเดิมก็ทำเช่นนั้นจริงๆ เขาปฏิบัติกับหลี่จืออวี่เสมือนเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และปกป้องน้องชายด้วยสุดกำลังที่มี

ต่อให้ตัวเองไม่ได้เรียนหนังสือ เขาก็ต้องคอยเคี่ยวเข็ญให้หลี่จืออวี่ตั้งใจเรียน

หลี่จืออวี่สูบเลือดสูบเนื้อเจ้าของร่างเดิมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เรียนจบปริญญาโท และในที่สุดก็ได้แต่งงานกับเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน

แล้วเจ้าของร่างเดิมล่ะ? อายุยังน้อยแต่แผ่นหลังกลับค่อมงุ้มจากการทำงานหนักจนสายตัวแทบขาด แถมร่างกายยังเต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ

เขาต้องทนมองหลี่จืออวี่ประสบความสำเร็จด้วยหัวใจที่ขมขื่น และทนดูหญิงสาวที่ตนเองแอบชอบกลายไปเป็นน้องสะใภ้

ในตอนนั้น เจ้าของร่างเดิมยังคงอวยพรให้หลี่จืออวี่กับจางหย่าจากใจจริง พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นคนมีการศึกษา ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร่างเดิมก็รู้ตัวว่าตัวเองป่วย เขาไปขอเงินจากน้องชายและน้องสะใภ้เพื่อนำมารักษาตัว

ไม่ใช่ว่าเขาทวงบุญคุณหรือเรียกร้องสิ่งใดตอบแทน แต่เป็นเพราะสถานีรับซื้อของเก่าที่เขาสร้างมากับมือ ถูกหลี่จืออวี่ยกให้ภรรยาเป็นสินสอดทองหมั้นไปแล้ว

แม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำถูกยกให้น้องชายกับน้องสะใภ้ไปแล้ว การที่เขาจะไปขอเงินค่ารักษาพยาบาลจากพวกเขามันไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลหรอกหรือ?

ทว่าคำขอของเจ้าของร่างเดิมกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ

เขากลายสภาพเป็นเหมือนญาติยากจนที่มาขอส่วนบุญ พวกเขาไม่ยอมแม้แต่จะให้เขาเหยียบเข้าบ้านด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าเขาจะทำเรือนหอของพวกตนสกปรก

แต่... แต่เรือนหอที่ทั้งกว้างขวางและสว่างไสวหลังนั้น เขาเป็นคนจ่ายเงินดาวน์ให้เองแท้ๆ... เจ้าของร่างเดิมตายจากไป ในวินาทีที่สิ้นลมหายใจ ไม่ว่าจะพยายามคิดทบทวนแค่ไหนเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทั้งชีวิตเขาไม่เคยทำร้ายใคร แล้วทำไมจุดจบของเขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?

จนกระทั่งหลังจากความตาย เจ้าของร่างเดิมถึงได้ตระหนักว่าตนเองเป็นเพียงแค่ตัวละคร 2D เป็นแค่ตัวประกอบชายในนิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้น

ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่เกิดแล้ว

แค่คิดถึงชีวิตที่แสนอึดอัดและคับแค้นของเจ้าของร่างเดิม หลี่จือเหยียนก็โกรธจนกัดฟันกรอด

เมื่อได้ยินคำพูดปลอบใจจากคุณลุงเพื่อนบ้าน มุมปากของหลี่จือเหยียนก็กระตุก เขาสะบัดหน้าไปทางอื่นเพื่อปาดน้ำตา ก่อนจะเอ่ยปากอย่างดุดันว่า "ผมไม่ดูแลเขาหรอก!"

คุณลุงเพื่อนบ้านถึงกับอึ้งไปเลย เด็กคนนี้ทำไมถึงได้ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย!

มองไม่ออกหรือไงว่าญาติพี่น้องแต่ละคนล้วนเป็นเสือสิงห์กระทิงแรดกันทั้งนั้น? ถ้าไม่ดูแลน้องชายตัวเอง แล้วจะหวังพึ่งให้คนพวกนี้มาดูแลแทนหรือยังไง?

คุณลุงเพื่อนบ้านปรายตามองครอบครัวทั้งสามที่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยหน้าตาหน้าทน ความขยะแขยงในดวงตานั้นแทบจะปิดบังเอาไว้ไม่มิด

พอได้ยินหลี่จือเหยียนบอกว่าจะไม่ดูแล หลี่จืออวี่ก็รีบคว้าแขนเสื้อของพี่ชายเอาไว้ ร้องห่มร้องไห้และทำตัวว่าง่ายทันที "พี่ครับ อย่าทิ้งผมไปเลยนะ! ผมจะกินให้น้อยลง จะช่วยทำงานบ้าน จะทำตามที่พี่บอกทุกอย่างเลย... ฮือๆ..."

ชาวบ้านในชุมชนต่างก็มองหลี่จืออวี่ด้วยความสงสาร รู้สึกว่าหลี่จือเหยียนในฐานะพี่ชายช่างทำตัวเหลืออดและขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง

หลี่จือเหยียนผลักหลี่จืออวี่ออกอย่างแรงแล้วตวาดลั่น "เลิกทำตัวน่าสงสารสักที! ถ้าไม่ใช่เพราะนายเอาแต่วีนแตก ดึงดันจะให้พ่อกับแม่ออกไปซื้อเค้กวันเกิดให้ท่ามกลางพายุฝนตกหนัก พวกท่านก็คงไม่ตายหรอก!"

"นายมันตัวซวย! ทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวและละโมบขนาดนี้วะ แค่อยากจัดวันเกิด อยากได้เค้กวันเกิดเนี่ยนะ!"

ระหว่างที่พูด หลี่จือเหยียนก็ประเคนหมัดใส่หลี่จืออวี่ไปสองที ถ้าไม่ได้มีคนคอยประคองหลี่จืออวี่อยู่ด้านหลัง เขาคงได้หงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าไปแล้วแน่ๆ

หลังจากได้รู้ความจริงเบื้องหลัง ทุกคนก็มองหลี่จืออวี่ราวกับกำลังมองเด็กเปรตที่เอาแต่ใจ ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลี่จือเหยียนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น

จบบทที่ บทที่ 29 พี่ชายของพระเอกลูกกำพร้า [3]

คัดลอกลิงก์แล้ว