- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 60 - ฉินหมิงบุกซ่ง
บทที่ 60 - ฉินหมิงบุกซ่ง
บทที่ 60 - ฉินหมิงบุกซ่ง
บทที่ 60 - ฉินหมิงบุกซ่ง
ทางฝั่งเยิ่นเสี่ยวเทียนไม่ได้มีอะไรต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นแค่ผู้บัญชาการที่ไม่มีทหารในมือเลยสักคน แต่พอไปถึงยุคราชวงศ์ซ่ง โหมดอมตะของเขาก็จะใช้งานไม่ได้ ถึงแม้เขาจะไม่กลัวการต่อสู้ระยะประชิดเพราะมีทักษะการต่อสู้ระดับเชี่ยวชาญ แต่เขาก็ทนไม่ได้หรอกนะถ้าเกิดโดนศัตรูยิงธนูใส่ เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเอง เยิ่นเสี่ยวเทียนจึงจำใจต้องสวมเกราะหนักที่ถอดมาจากทหารรุ่ยซื่อ วินาทีที่สวมหมวกเกราะ เยิ่นเสี่ยวเทียนก็แทบจะหงายหลังล้มตึงเพราะกลิ่นเหม็นเหงื่อที่โชยเตะจมูก เยิ่นเสี่ยวเทียนขัดล้างเกราะชุดนั้นด้วยความเคียดแค้นไปนับสิบกว่ารอบ จนกระทั่งไม่มีกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่เลย ถึงได้นำไปตากให้แห้งอย่างพึงพอใจ
——————————————————————————————————
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามเฉิน
จูตี้มายืนตรวจพลทหารจากกองค่ายทั้งสามอยู่ที่หน้าท้องพระโรง กองค่ายทั้งสามสมกับเป็นทัพชั้นยอดของต้าหมิงจริงๆ แม้จะสวมเกราะยืนตากแดดมานานกว่าชั่วยามแล้ว แต่ทหารทุกนายก็ยังคงมีสีหน้าฮึกเหิมเปี่ยมไปด้วยพลัง
จูตี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วตะโกนลั่น "เหล่าทหารหาญ! วันนี้เรามีภารกิจอันหนักหน่วงจะมอบหมายให้พวกเจ้าทำ นั่นก็คือการบุกทะลวงพระราชวังของจ้าวควงอิ้นแห่งราชวงศ์ซ่งให้แตกพ่าย พวกเจ้ามีความมั่นใจหรือไม่?!"
ทหารจากกองค่ายทั้งสามได้ยินดังนั้นต่างก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครเข้าใจเลยว่าฮ่องเต้กำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มเงียบกริบ จูตี้จึงตะโกนขึ้นอีกครั้ง "ใครบุกทะลวงพระราชวังราชวงศ์ซ่งได้เป็นคนแรก เราขอรับรองว่าจะเลื่อนขั้น ประทานบรรดาศักดิ์โหว และแต่งตั้งให้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีเลย!"
"รบ! รบ! รบ!" เมื่อเหล่าทหารหาญได้ยินเสียงตะโกนปลุกใจของจูตี้ ก็ไม่สนแล้วว่าจะเป็นราชวงศ์ซ่งหรือราชวงศ์อะไร ทุกคนต่างก็แผดเสียงร้องคำรามราวกับถูกฉีดเลือดไก่ก็ไม่ปาน
จูตี้ควบม้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากองทัพ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจางฝู่และเหล่าทหาร เขาใช้ป้ายคำสั่งสีแดงเปิดช่องทางที่มีลักษณะคล้ายบานประตูขึ้นมา
"ตามเราไปออกศึก!" จูตี้แผดเสียงคำราม ก่อนจะควบม้าพุ่งเข้าไปในช่องทางและหายลับไป
เมื่อจางฝู่เห็นว่าฮ่องเต้เป็นผู้นำทัพเข้าไปแล้ว เขาก็หันกลับมาตะโกนสั่งทหาร "ทุกคนตามไปให้หมด! ต้องคุ้มครองความปลอดภัยของฝ่าบาทให้ดี!"
ภายใต้การนำของจางฝู่ ทหารจากกองค่ายทั้งสามก็ค่อยๆ เดินเรียงแถวเข้าไปในช่องทาง เมื่อทหารคนสุดท้ายก้าวเข้าไป ช่องทางก็ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์
เมื่อจูตี้และกองทัพจากค่ายทั้งสามเดินออกมาจากช่องทาง พวกเขาก็พบว่าตัวเองมาโผล่อยู่ใจกลางเมืองเปี้ยนเหลียง เมืองหลวงของต้าซ่งแล้ว เหล่าทหารพบว่าจู่ๆ ตัวเองก็มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ต่างก็เริ่มซุบซิบนินทากันเสียงขรม
แม้จางฝู่จะรู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน แต่เขาก็ยังคงหันไปตวาดเสียงกร้าว "เงียบ!" เมื่อได้ยินเสียงตวาดของจางฝู่ เหล่าทหารก็เงียบกริบลงทันที
จูตี้กวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าไม่ไกลออกไปมีกองทหารสวมชุดดำเกราะดำกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ เขาไม่เคยเห็นรูปแบบเกราะของราชวงศ์ซ่งมาก่อน วินาทีที่เห็นกองทหาร เขาจึงรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจทันที
"รีบจัดทัพเตรียมรับมือข้าศึก!" จูตี้ชักดาบยาวที่เอวออกมาพลางตะโกนก้อง กองทัพจากค่ายทั้งสามรีบจัดขบวนทัพทันที เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปเข่นฆ่าศัตรูทุกเมื่อ
เวลานั้นเอง มีแม่ทัพนายหนึ่งวิ่งเหยาะๆ ออกมาจากค่ายของฝ่ายตรงข้าม ปากก็ตะโกนอะไรบางอย่าง แต่ด้วยระยะทางที่ไกลเกินไป จูตี้จึงฟังไม่ถนัดว่าเขาพูดอะไร
"กองค่ายเสินจี เตรียมพร้อม" สิ้นเสียงสั่งการของจางฝู่ ทหารจากกองค่ายเสินจีก็ยกปืนไฟขึ้นเล็งไปที่คนที่กำลังวิ่งเข้ามา
"อย่ายิงๆ พวกเดียวกันเอง พี่สี่ ผมเอง!" เมื่อแม่ทัพคนนั้นวิ่งเข้ามาใกล้ จูตี้ก็พอจะฟังออกแล้วว่าเขาพูดอะไร จูตี้ขมวดคิ้วเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตบต้นขาฉาดใหญ่ นี่มันเยิ่นเสี่ยวเทียนนี่หว่า
"รีบเก็บอาวุธปืนไฟลงเดี๋ยวนี้ คนกันเอง!" จูตี้รีบตะโกนสั่งเสียงหลง ก็ไม่แปลกที่จูตี้จะร้อนรนขนาดนี้ ขืนมีทหารคนไหนเผลอทำปืนลั่นใส่เยิ่นเสี่ยวเทียนตายขึ้นมา คงได้เป็นเรื่องใหญ่แน
"น้องเทียน เจ้าไปแต่งตัวบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย ทำเอาข้าเกือบจะมองว่าเจ้าเป็นศัตรูแล้วสั่งยิงทิ้งซะแล้ว" จูตี้บ่นอุบเมื่อเยิ่นเสี่ยวเทียนเดินเข้ามาใกล้
"โธ่ ก็เมื่อวานผมไปถอดชุดนี้มาจากพวกมือสังหารนี่นา ผมก็ต้องนึกถึงความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อนสิครับ อ้อ พี่สี่ พวกที่ใส่ชุดดำฝั่งตรงข้ามท่านนั่นคือกองทัพของจิ๋นซีฮ่องเต้นะ ท่านอย่าเผลอไปสั่งโจมตีผิดคนล่ะ" เยิ่นเสี่ยวเทียนรีบเอ่ยเตือนทันทีที่เห็นจูตี้
"สรุปว่าข้ามาถึงเป็นคนสุดท้ายงั้นรึเนี่ย น่าขายหน้าชะมัดเลย จางฝู่ นำทัพไปสมทบกับกองทัพพันธมิตรเถอะ" จูตี้เก็บดาบเข้าฝักแล้วสั่งการ จางฝู่รับคำสั่งแล้วนำทัพจากค่ายทั้งสามเดินไปทางจิ๋นซีฮ่องเต้
เยิ่นเสี่ยวเทียนมองสำรวจจางฝู่อย่างนึกสงสัย จางฝู่คนนี้เป็นผู้มีความสามารถจริงๆ การจัดทัพเดินหมากก็เก่งกาจไม่เบา เสียอย่างเดียวที่ในอนาคตจุดจบของเขามันดูน่าหดหู่ไปหน่อย
"น้องเทียน ไปกันได้แล้ว มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ" จูตี้เห็นเยิ่นเสี่ยวเทียนใจลอยก็รีบเร่ง เยิ่นเสี่ยวเทียนไม่มีเวลาคิดอะไรมาก รีบวิ่งตามจูตี้กลับไปทันที
ยกทัพมาจัดเต็มขนาดนี้ จ้าวควงอิ้นคงจะรู้ตัวแล้วล่ะ ถ้าไม่รีบเผด็จศึกให้จบๆ ไป ขืนรอกองทัพซ่งส่งกำลังมาเสริม มันคงไม่สนุกแน่
"เจ้าหนุ่มจูตี้ ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที เรารอเจ้ามาตั้งนานแล้ว ขืนเจ้ายังไม่มาอีก เราคงต้องเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกก่อนแล้ว" จิ๋นซีฮ่องเต้ประทับยืนอยู่บนรถศึก มองมาทางจูตี้แล้วแย้มพระสรวล
จูตี้มองสำรวจประตูหมิงเต๋ออันสูงตระหง่านของพระราชวังซ่ง แล้วก็อดเดาะลิ้นจิ๊จ๊ะไม่ได้ "จิ๋นซีฮ่องเต้ ข้ามาสายเอง เพื่อไม่ให้เสียการใหญ่ พวกเราอย่าเพิ่งมัวแต่ทักทายกันเลย รีบบุกโจมตีเมืองเถอะ"
จิ๋นซีฮ่องเต้พยักหน้ารับ แล้วหันไปสั่งคนที่อยู่ข้างๆ "จางหาน ถ่ายทอดคำสั่งเราออกไป สั่งให้กองทัพทั้งหมดบุกโจมตีเมือง!"
"เฟิง! ต้าเฟิง!" ภายใต้คำสั่งของจิ๋นซีฮ่องเต้ กองทัพฉินก็ชูง้าวและหน้าไม้ขึ้นฟ้า พร้อมกับตะโกนเสียงดังกึกก้อง พุ่งทะยานเข้าประชิดประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
"จางฝู่! รีบบุกตีเมืองเดี๋ยวนี้!" เมื่อจูตี้เห็นว่ากองทัพฉินเริ่มบุกโจมตีประตูเมืองแล้ว เขาก็ไม่ยอมน้อยหน้า ตะโกนสั่งทหารของตนทันที
จางฝู่ที่กำลังมองดูกองทัพทหารของต้าฉินอย่างเหม่อลอย พอได้ยินคำสั่งของจูตี้ เขาก็สะดุ้งสุดตัว รีบนำกองทัพจากค่ายทั้งสามพุ่งเข้าโจมตีประตูเมืองทันที
————————————————————————————————————
"ยังหาน้องรองไม่เจออีกหรือ?" เวลานี้จ้าวควงอิ้นกำลังร้อนรนถามหาตัวจ้าวกวงอี้กับองครักษ์
"ทูลฝ่าบาท นับตั้งแต่เมื่อวานที่ท่านอ๋องจิ้นพาทหารไปสองนาย ก็ยังไม่กลับมาเลยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมค้นหากันทั้งคืนก็ยังไม่พบร่องรอยของท่านอ๋องจิ้นเลย"
"แล้วเขาจะหนีไปไหนได้? อีกอย่างเขาพากำลังองครักษ์ไปด้วยทำไมกัน?" จ้าวควงอิ้นพึมพำกับตัวเอง
จู่ๆ จ้าวควงอิ้นก็นึกถึงป้ายคำสั่งที่เยิ่นเสี่ยวเทียนให้มาได้ เขาจึงรีบหมุนตัวกลับไปค้นหาที่ตำหนัก แต่จะไปหาเจอได้อย่างไร มาถึงตอนนี้จ้าวควงอิ้นก็เข้าใจกระจ่างแล้วว่า จ้าวกวงอี้ต้องพาองครักษ์ไปแก้แค้นเยิ่นเสี่ยวเทียนแน่ๆ
"หวังว่าน้องรองคงจะไม่เป็นอะไรนะ อย่าไปก่อเรื่องก่อราวอะไรให้เราต้องปวดหัวเลย" แม้ในใจจ้าวควงอิ้นจะยังคงไม่เชื่อว่าคนที่เขาพบที่บ้านของเยิ่นเสี่ยวเทียน จะเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้และฮ่องเต้แห่งต้าหมิงอะไรนั่นจริงๆ แต่การที่จ้าวกวงอี้หายตัวไปวันกับอีกคืนโดยไม่มีวี่แววใดๆ ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้จ้าวควงอิ้นคิดฟุ้งซ่าน
คนเราพอจะซวยก็มักจะเจอในสิ่งที่กลัวที่สุดเสมอ ระหว่างที่จ้าวควงอิ้นกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น องครักษ์นายหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ฝ่าบาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ นอกประตูหมิงเต๋อมีกองทัพนิรนามสองกองกำลังบุกโจมตีประตูพระราชวังอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวควงอิ้นใจหายวาบ รีบถามทันที "ฝ่ายนั้นมีกำลังคนเท่าไหร่? ชูธงอะไรอยู่?"
"มีกำลังพลราวๆ สองพันกว่าคนพ่ะย่ะค่ะ พวกที่สวมชุดดำชูธงของฉิน ส่วนอีกกองทัพชูธงของหมิงพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อได้ฟังรายงานขององครักษ์ จ้าวควงอิ้นก็เข้าใจทันทีว่าแผนการของจ้าวกวงอี้คงล้มเหลวไม่เป็นท่า และเยิ่นเสี่ยวเทียนก็พากำลังมาแก้แค้นแล้ว แต่พอได้ยินว่าฝ่ายนั้นยกทัพมาแค่สองพันคน จ้าวควงอิ้นก็เบาใจลงมาก กำลังพลแค่นี้ริอ่านจะมาบุกถล่มพระราชวังของต้าซ่ง ช่างเป็นการรนหาที่ตายเสียจริง
"ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!" จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทางประตูเมืองถึงสามครั้ง จ้าวควงอิ้นเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารีบสวมชุดเกราะ และเตรียมจะออกไปดูที่ประตูเมืองด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
(จบแล้ว)