- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ออนไลน์
- บทที่ 39 สูตรยาลูกกลอนคงกระพัน
บทที่ 39 สูตรยาลูกกลอนคงกระพัน
บทที่ 39 สูตรยาลูกกลอนคงกระพัน
"ท่านผู้อาวุโส!"
"ยังมีอะไรอีกรึ?" ผู้อาวุโสเทียนชิงเอ่ยถาม
หลินจี้เฉินกลั้นใจถามออกไป
"เมื่อครู่ท่านผู้อาวุโสกำลังหลอมยาลูกกลอนคงกระพันอยู่ใช่ไหมขอรับ?"
"หืม? เจ้ารู้จักยาลูกกลอนคงกระพันด้วยรึ?"
สีหน้าของผู้อาวุโสเทียนชิงฉายแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
หลินจี้เฉินหัวเราะแห้งๆ
"ศิษย์เองก็มีความสนใจในศาสตร์การหลอมยาอยู่บ้าง และมักจะศึกษาค้นคว้าอยู่เป็นประจำ เคยเห็นผ่านตาในตำราโบราณเล่มหนึ่งขอรับ"
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะสนใจศาสตร์การหลอมยาด้วย? ดี ดีมาก ข้ากำลังหลอมยาลูกกลอนคงกระพันอยู่จริงๆ แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีสูตรยาที่แน่ชัด ทำได้แค่งมเข็มในมหาสมุทร ลองผิดลองถูกไปเรื่อย"
"ศิษย์รู้สูตรยาขอรับ!" หลินจี้เฉินรีบโพล่งขึ้นมาทันที
ยังไงซะ เขาก็เป็นถึงปรมาจารย์นักหลอมยาระดับ 6 ถึงแม้จะเทียบกับมหาปรมาจารย์ระดับ 9 อย่างผู้อาวุโสเทียนชิงไม่ได้ก็เถอะ
แต่สำหรับยาลูกกลอนคงกระพันแล้ว เขาเคยเห็นสูตรของมันมาก่อนจริงๆ
มันเป็นความบังเอิญในชาติก่อน ที่เขาไปค้นพบถ้ำของนักหลอมยาท่านหนึ่งที่ทิ้งร้างไว้ และในนั้นก็มีสูตรยาลูกกลอนคงกระพันอยู่พอดี
แต่ด้วยความที่ระดับการหลอมยาของเขายังต่ำต้อย อัตราความสำเร็จในการหลอมจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมสมุนไพรที่ใช้หลอมก็หายากสุดๆ
เขาจึงทำได้แค่ท่องจำสูตรยาไว้ แต่ไม่เคยรวบรวมสมุนไพรได้ครบเลยสักครั้ง
เมื่อเกมหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ข้อมูลสูตรยาทั้งหมดก็ถูกประทับลงในความทรงจำของเขาอย่างลึกซึ้ง
"จริงรึ? ไหนเจ้าลองบอกมาสิ ว่าสูตรยามีสมุนไพรอะไรบ้าง?"
ผู้อาวุโสเทียนชิงยังคงไม่ปักใจเชื่อว่าหลินจี้เฉินจะรู้สูตรยาลูกกลอนคงกระพันจริงๆ
หลินจี้เฉินไม่รอช้า ท่องสูตรยาลูกกลอนคงกระพันออกมาฉากๆ ทันที
เมื่อเขาเอ่ยชื่อสมุนไพรออกมาทีละชนิดๆ สีหน้าของผู้อาวุโสเทียนชิงก็ยิ่งตื่นตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ
เขามั่นใจได้เลยว่า หลินจี้เฉินไม่ได้โกหก เพราะสมุนไพรเหล่านั้นคือส่วนผสมของยาลูกกลอนคงกระพันจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น หลินจี้เฉินยังระบุปริมาณและสัดส่วนของสมุนไพรแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ ไม่มีทางที่จะเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมามั่วๆ แน่นอน
เมื่อหลินจี้เฉินท่องสูตรยาจนจบ ผู้อาวุโสเทียนชิงก็ถึงกับหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นเต้น
"ตามข้ามา!"
พูดจบ เขาก็คว้าตัวหลินจี้เฉิน แล้วพุ่งกลับเข้าไปในห้องหลอมยาทันที
"เจ้ายืนดูอยู่ตรงนี้ คอยเตือนข้าด้วยหากข้าใส่สัดส่วนสมุนไพรตัวไหนผิดไป"
หลังจากกำชับหลินจี้เฉินเสร็จ ผู้อาวุโสเทียนชิงก็เริ่มลงมือหลอมยาอีกครั้ง โดยยึดตามสูตรยาที่หลินจี้เฉินเพิ่งบอกไป
หลินจี้เฉินยืนดูอยู่ข้างๆ คอยทักท้วงและแก้ไขปริมาณสมุนไพรในบางจุด
ในขณะเดียวกัน พรสวรรค์การหลอมยาของเขาก็เริ่มค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีกครั้ง แม้จะช้าไปบ้างก็ตาม
เมื่อสมุนไพรทั้งหมดถูกใส่ลงไปในเตาหลอม ผู้อาวุโสเทียนชิงก็มีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง เริ่มกระบวนการสกัดสมุนไพร ผสานปราณโอสถ และควบแน่นให้เป็นเม็ดยา
นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างนักหลอมยาระดับสูงกับระดับล่าง นอกเหนือจากสูตรยาที่แม่นยำแล้ว ประสบการณ์ในการหลอมยาก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอุณหภูมิของไฟ การจับจังหวะเวลา หรือการกำจัดสิ่งเจือปน ทุกขั้นตอนล้วนขาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม
เมื่อเปลวไฟในเตาหลอมมอดดับลง กลิ่นหอมอบอวลของยาก็ลอยโชยออกมา
ผู้อาวุโสเทียนชิงเปิดฝาเตาหลอม ยาลูกกลอนสีสันแวววาวเต่งตึงสองเม็ดก็ลอยล่องออกมา
"ฮ่าๆ! ข้าทำสำเร็จแล้ว!"
ผู้อาวุโสเทียนชิงดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดยาลูกกลอนคงกระพันที่เขาทุ่มเทค้นคว้ามาอย่างยาวนานก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างเสียที
แน่นอนว่า เขาไม่ลืมความดีความชอบของหลินจี้เฉิน หากไม่ได้หลินจี้เฉินบอกสูตรยาที่สมบูรณ์แบบให้ เขาคงต้องคว้าน้ำเหลวและทดลองผิดถูกไปอีกนับครั้งไม่ถ้วน
"เจ้าชื่ออะไรนะ?"
"ศิษย์ชื่อหลินจี้เฉินขอรับ"
"ดีมาก หลินจี้เฉิน เจ้าช่วยข้าได้มากจริงๆ! ยาเม็ดนี้ ข้าขอมอบให้เจ้า!"
ผู้อาวุโสเทียนชิงใจป้ำสุดๆ มอบยาลูกกลอนคงกระพันเม็ดหนึ่งให้กับหลินจี้เฉินเป็นรางวัล
【ติ๊ง! ผู้อาวุโสใหญ่เทียนชิงมีความประทับใจต่อคุณ +20! ค่าความประทับใจปัจจุบัน: 20 แต้ม (คุยกันถูกคอ)】
หลินจี้เฉินอึ้งไปเลย ไม่นึกไม่ฝันว่าแค่ค่าความประทับใจแรกเริ่มของผู้อาวุโสเทียนชิง จะพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทีเดียวถึง 20 แต้ม
แถมยังใจกว้างดั่งแม่น้ำ มอบยาลูกกลอนคงกระพันให้เขาหน้าตาเฉย
ยาลูกกลอนคงกระพันเป็นถึงยาระดับปฐพี แถมยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มสเตตัสแต่กำเนิดอีกด้วย!
ในเกม 'ปาฮวง' ยาอะไรก็ตามที่สามารถเพิ่มสเตตัสแต่กำเนิดได้ ล้วนจัดว่าเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
สเตตัสแต่กำเนิดนั้นแตกต่างจากสเตตัสการต่อสู้ตรงที่ มันจะไม่เพิ่มขึ้นตามระดับพลังที่สูงขึ้น
ดังนั้น ของวิเศษหรือสมุนไพรใดๆ ที่สามารถเพิ่มสเตตัสแต่กำเนิดได้ จึงมีมูลค่ามหาศาลชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ในดินแดนปาฮวง แค่ยาที่เพิ่มสเตตัสแต่กำเนิดได้สักหนึ่งหรือสองแต้ม ก็สามารถขายได้ในราคาที่สูงลิ่วทะลุเพดานเลยทีเดียว
【ยาลูกกลอนคงกระพัน ระดับปฐพี】: เพิ่มเสน่ห์แต่กำเนิด +5 แต้มอย่างถาวร, อัตราการเพิ่มความประทับใจของ NPC ต่างเพศ +5%, หากนำไปมอบเป็นของขวัญให้ NPC ต่างเพศ จะเพิ่มความประทับใจของอีกฝ่ายแบบสุ่ม 10-20 แต้ม
เงื่อนไข: ผู้เล่นหนึ่งคนสามารถกินได้เพียงครั้งเดียว และสามารถมอบให้ NPC คนเดียวกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ถึงแม้ว่ายาเม็ดนี้จะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับหลินจี้เฉินมากนัก เพราะค่าเสน่ห์แต่กำเนิดของเขามันเต็มหลอดไปแล้ว กินเข้าไปก็ไม่ช่วยอะไร
ส่วนออปชันเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตราการได้ความประทับใจจาก NPC ต่างเพศอีก 5% ก็ดูจะไม่ค่อยมีน้ำหนักสักเท่าไหร่ เพราะ 5% มันก็น้อยนิดเกินไป
หลินจี้เฉินหัวไวปานจรวด เขานึกออกทันทีว่าจะเอายาเม็ดนี้ไปทำอะไรดี
ต้องถามอีกเหรอ ก็เอาไปประเคนให้เหลิ่งเฟยเยียนไงล่ะ!
ยิ่งเหลิ่งเฟยเยียนมีความประทับใจในตัวเขามากเท่าไหร่ ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับก็ยิ่งมหาศาลตามไปด้วย
"ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสขอรับ ถ้าเช่นนั้น ศิษย์ขอตัวลาก่อนนะขอรับ"
หลินจี้เฉินร้อนใจอยากจะรีบเอายาไปประเคนให้เหลิ่งเฟยเยียนใจจะขาด
เขาได้รับพรสวรรค์การหลอมยาจากผู้อาวุโสเทียนชิงมาตั้ง 50% แล้ว ถ้าอยากจะได้เพิ่มอีก ก็ต้องใช้เวลาคลุกคลีอยู่ที่นี่ให้นานขึ้น
ในช่วงต้นเกม หลินจี้เฉินไม่อยากจะเสียเวลาอันมีค่าไปกับการปั่นพรสวรรค์การหลอมยามากนัก เอาไว้มีเวลาว่างๆ ค่อยมาเก็บเลเวลทีหลังก็ยังไม่สาย
หลินจี้เฉินเพิ่งจะหันหลังกลับ ผู้อาวุโสเทียนชิงก็ร้องเรียกเอาไว้
"ท่านผู้อาวุโสมีอะไรจะสั่งเสียอีกหรือขอรับ?"
ผู้อาวุโสเทียนชิงอารมณ์ดีสุดๆ เขามองหลินจี้เฉินด้วยความพึงพอใจ และเกิดความคิดอยากจะรับหลินจี้เฉินเป็นศิษย์ขึ้นมาตงิดๆ
"ข้าขอถามเจ้าหน่อย เจ้าชื่นชอบศาสตร์การหลอมยาหรือไม่?"
"เอ่อ... ชอบขอรับ" หลินจี้เฉินจำใจตอบ
"ถ้าอย่างนั้น ข้าอยากจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เพื่อถ่ายทอดวิชาการหลอมยาให้ เจ้าจะว่าอย่างไร?"
【ติ๊ง! ทริกเกอร์วาสนาพิเศษ! ผู้อาวุโสใหญ่เทียนชิงต้องการรับคุณเป็นศิษย์ คุณจะตอบตกลงหรือไม่?】
หลินจี้เฉินไม่คิดเลยว่าโชคจะหล่นทับดังโครมครามขนาดนี้
เขากำลังจะอ้าปากตอบรับ แต่พอนึกถึงเหลิ่งเฟยเยียน ก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา
"ท่านผู้อาวุโส ข้ามีอาจารย์อยู่แล้ว ท่านก็น่าจะทราบดี"
ผู้อาวุโสเทียนชิงหัวเราะร่วน
"ข้าย่อมรู้ดีว่าเจ้าเป็นศิษย์ของท่านเจ้าสำนัก แต่ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์เพื่อถ่ายทอดวิชาการหลอมยา ส่วนท่านเจ้าสำนักสอนเจ้าเรื่องการบำเพ็ญเพียร ทั้งสองอย่างนี้มันไม่ได้ขัดแย้งกันเลยสักนิด"
หลินจี้เฉินฟังแล้วก็เห็นด้วย กำลังจะตอบตกลง แต่จู่ๆ น้ำเสียงที่เย็นชาและคุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"ท่านลุงเทียนชิง ท่านทำใจแย่งชิงศิษย์เพียงคนเดียวของหลานได้ลงคอเชียวหรือ?"
สิ้นเสียง ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งก็พริ้วไหวลงมาดุจเทพธิดา นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ อาบไล้ด้วยแสงจันทร์นวลผ่อง งดงามดั่งความฝัน
ยามสายลมพัดผ่าน เรือนผมสีนิลและชุดสีขาวปลิวไสว ราวกับพระโพธิสัตว์ผู้หลุดพ้นจากกิเลสทางโลก และดุจดั่งเทพธิดาผู้สูงส่งและเย็นชาบนดวงจันทร์
เพียงแค่ได้มองแวบเดียว ก็ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ง่ายๆ
ผู้ที่มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเหลิ่งเฟยเยียนนั่นเอง
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเหลิ่งเฟยเยียน ทำเอาทั้งหลินจี้เฉินและผู้อาวุโสเทียนชิงต่างก็ตั้งตัวไม่ติด
เหลิ่งเฟยเยียนก้าวเดินอย่างสง่างาม เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสเทียนชิง
ตอนที่เดินผ่านหลินจี้เฉิน นางก็ปรายตามองเขาด้วยความนิ่งเฉย
แม้ดวงตาของนางจะดูสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก แต่หลินจี้เฉินกลับรู้สึกว่า...
สายตานั้น... เหมือนนางกำลังโกรธเขาอยู่เลย...
ไม่หรอกมั้ง เขาคงคิดไปเองแหละ
ผู้อาวุโสเทียนชิงยิ้มแห้งๆ
"ท่านเจ้าสำนักเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้คิดจะแย่งศิษย์ท่านเลยสักนิด แต่บังเอิญว่าศิษย์ของท่านมีพรสวรรค์ด้านการหลอมยาที่โดดเด่น ข้าด้วยความเสียดายคนเก่ง ก็เลยอยากจะถ่ายทอดวิชาการหลอมยาให้เขาต่างหาก"
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง หลานคงเข้าใจผิดไปเอง"
เหลิ่งเฟยเยียนยิ้มบางๆ รอยยิ้มของนางช่างงดงามล่มเมือง
นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย...
"แต่หลานคิดว่า ศิษย์ดื้อของหลานผู้นี้ มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรที่โดดเด่นกว่า สิ่งที่สำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนต้องการมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่นักหลอมยา แต่เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งต่างหาก ท่านลุงเทียนชิงเห็นด้วยหรือไม่?"
····