- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ออนไลน์
- บทที่ 35 เฟิร์สคิลขั้นรวบรวมลมปราณ
บทที่ 35 เฟิร์สคิลขั้นรวบรวมลมปราณ
บทที่ 35 เฟิร์สคิลขั้นรวบรวมลมปราณ
"เป็นไปไม่ได้... ไอ้หมอนี่มันไปเอาดาเมจมาจากไหนวะเนี่ย?"
"สกิลสักสกิลก็ยังไม่ได้กดใช้เลยนะเว้ย ไม่จริงอ่ะ ไอ้หมอนี่มันต้องใช้โปรแกรมช่วยเล่นแน่ๆ?"
"เกมนี้มันมีโปรด้วยเหรอวะ ฉันเรียนมาน้อยแกอย่ามาหลอกฉันนะ"
"หรือว่ามันจะอยู่ขั้นสร้างรากฐาน? ไม่สิ มันเพิ่งจะขั้นรวบรวมลมปราณตอนกลางเองนี่หว่า แล้วดาเมจมันจะไปทะลุเพดานขนาดนั้นได้ยังไงวะ?"
หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เพราะตัวเกมอนุญาตให้ผู้เล่นเลือกที่จะซ่อนหน้าต่างสเตตัสของตัวเองได้ ถ้าผู้เล่นเลือกซ่อน คนอื่นก็จะไม่มีทางล่วงรู้สเตตัสที่แท้จริงได้เลย
สิ่งที่คนอื่นเห็น มีเพียงแค่ระดับพลังของคู่ต่อสู้เท่านั้น
แต่หลินจี้เฉินขี้เกียจมานั่งฟังพวกมันพล่ามไร้สาระ ฆ่าคนเดียวก็คือฆ่า ฆ่ายกแก๊งก็คือฆ่าเหมือนกัน
บอสที่อยู่ข้างหลังทำท่าจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้หลินจี้เฉินเลือกที่จะเมินมัน ปล่อยให้มันโจมตีไปตามสบาย
เขาหันขวับกลับมาพุ่งเป้าไปที่พวกตัวเกะกะที่เหลือแทน ตวัดกระบี่ฉับๆ แค่ไม่กี่ลมหายใจ ก็สับไอ้พวกน่ารำคาญทั้งห้าคนร่วงไปกองกับพื้นอย่างง่ายดายราวกับหั่นผัก
จากนั้นก็ค่อยหันกลับไปรับมือกับเหยี่ยววิญญาณโอสถต่อ
หลี่เฟิงเหวิน ที่กำลังยืนดูซูหวั่นหลิงและพรรคพวกดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างจนตรอก ปรายตามองมาทางนี้
เขาคิดว่าไอ้เด็กที่บังอาจมาขโมยบอส คงจะลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงเรียบร้อยแล้ว
แต่พอมองดูให้ดี กลับเห็นว่าหลินจี้เฉินยังคงยืนดวลเดี่ยวกับบอสอยู่อย่างหน้าตาเฉย แถมยังไร้เงาของลูกน้องตัวเองอีกต่างหาก
มีเพียงป้ายวิญญาณศพสองสามอันโผล่มาตกอยู่ข้างๆ หลินจี้เฉินแทน
"แม่ร่วงเถอะ เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย? ข้าสั่งให้พวกแกไปฆ่าไอ้ขี้ขโมยนั่น หูหนวกกันหรือไงฮะ?"
หลี่เฟิงเหวินยังคงคิดว่าลูกน้องตัวเองอู้งาน ไม่ยอมไปทำตามคำสั่ง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าป้ายวิญญาณศพพวกนั้นจะเป็นของลูกน้องตัวเอง
"เอ๊ะ แปลกแฮะ ข้าก็เห็นเฟิงซางกับพวกเดินไปทางนั้นแล้วนี่นา แถมข้ายังสั่งให้เหลยเป้าพาคนไปสมทบอีกด้วย"
สมาชิกกิลด์หมาป่าสีเลือดคนหนึ่งพูดพลางชะเง้อคอหาเพื่อน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
เขาจึงต้องวิทยุเรียกหาเพื่อนในช่องแชตกิลด์ "
ไอ้เฟิงซาง เอ็งมุดหัวอยู่ไหนวะ บอสอารมณ์เสียแล้วนะเว้ย มัวแต่ลีลาอยู่ได้ รีบไสหัวมานี่เลย!"
ในช่องแชตกิลด์ ผู้เล่นที่ชื่อเฟิงซางก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้
"พี่เซี่ยวเหยียน ข้าตายแล้วพี่ ตอนนี้มารอเกิดอยู่ที่จุดเกิดของสำนักแล้วเนี่ย"
"อะไรนะ? เอ็งตายได้ยังไง?"
"ก็โดนไอ้หมอนั่นฆ่าเอาน่ะสิพี่ พวกข้าตายเรียบเลย..."
"ข้าจะ..."
ขวงเซี่ยวเหยียนถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะสบถด่าทอออกมาอย่างหัวเสีย
"พวกแกมันไอ้พวกไม่ได้เรื่อง! รุมตั้งห้าคนดันโดนมันฆ่าเรียบ ข้าล่ะอับอายขายขี้หน้าแทนที่มีเพื่อนร่วมทีมสวะๆ แบบพวกแก!"
เฟิงซางโอดครวญ
"พี่เซี่ยวเหยียน ไม่ใช่ว่าพวกข้าไร้น้ำยานะพี่ แต่ไอ้หมอนั่นมันร้ายกาจเกินมนุษย์มนา ดาเมจมันน่ากลัวโคตรๆ พวกข้าไม่มีใครทนรับกระบี่มันได้เกินสองทีเลยสักคน"
"แกอย่ามาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หน่อยเลย มันจะมีเรื่องบ้าๆ แบบนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง! เกมเพิ่งจะเปิดเซิร์ฟเวอร์มาได้ไม่กี่วัน จะมีผู้เล่นระดับทะยานสู่เซียนโผล่มาได้ยังไงวะ? โธ่เว้ย!"
เซี่ยวเหยียนสบถด่าอย่างหัวเสีย เขาไม่เชื่อคำพูดของเฟิงซางเลยสักนิด
แต่หัวหน้ากิลด์อย่างหลี่เฟิงเหวินกลับเริ่มเอะใจ เพราะเขาสังเกตเห็นว่าหลินจี้เฉินยังคงดวลเดี่ยวกับบอสอยู่อย่างต่อเนื่อง
ตามหลักแล้ว ถ้าไอ้หนุ่มนั่นมันอ่อนหัด ป่านนี้คงโดนบอสสอยร่วงไปตั้งนานแล้ว แต่นี่เขาอยู่ไกลเกินไป เลยมองไม่ถนัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"เซี่ยวเหยียน เอ็งพาคนไปจัดการมันซะ ยังไงซะพวกผู้หญิงพวกนี้ก็หมดน้ำยาจะสู้แล้ว"
หลี่เฟิงเหวินสั่งการ
"ได้เลยลูกพี่ รอดูฝีมือข้าได้เลย ข้าจะจัดการรวบยอดทั้งคนทั้งบอสให้สิ้นซากไปเลย"
เซี่ยวเหยียนรับคำอย่างมั่นใจ ในฐานะยอดฝีมืออันดับหนึ่งของกิลด์หมาป่าสีเลือด ที่ระดับพลังพุ่งปรี๊ดไปถึงขั้นรวบรวมลมปราณตอนกลางแล้ว เขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะมั่นหน้ามั่นโหนกแบบนี้
เซี่ยวเหยียนนำกำลังลูกน้องอีกหลายคน พุ่งตรงดิ่งไปหาหลินจี้เฉินทันที
ทางด้านหลินจี้เฉิน ตอนนี้เขาซัดบอสจนเลือดเหลือไม่ถึงสองพันแล้ว กำลังจะปิดจ๊อบให้มันจบๆ ไป แต่เสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังมาอีกระลอก ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ
"พวกแกนี่มันกัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ ใช่ไหม? รนหาที่ตายนักใช่ไหม?"
ในจังหวะที่หลินจี้เฉินหันกลับไปต่อว่าอยู่นั้น บอสที่โดนซัดจนโกรธจัดก็แผดเสียงร้องลั่น ก่อนจะพ่นลูกไฟสีเขียวอื๋อออกมาจากปาก!
เปลวเพลิงผลาญวิญญาณ!
หลินจี้เฉินที่มัวแต่เสียสมาธิ หลบไม่พ้น โดนลูกไฟสีเขียวอัดเข้าเต็มๆ
"-111!"
"-111!"
"-111!"
...
ดาเมจจากการเผาไหม้เด้งขึ้นมารัวๆ ไม่หยุดหย่อน
หลินจี้เฉินหงุดหงิดสุดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้พวกนี้มาป่วน เขาคงไม่โดนสกิลนี้เต็มๆ แบบนี้หรอก
แต่เขาจะมัวปล่อยให้บอสโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ แถมตอนนี้เลือดบอสก็เหลือไม่ถึงสองพันแล้ว ขืนชักช้าเดี๋ยวโดนลาสบอสไปจะยุ่ง
หลินจี้เฉินตัดสินใจเมินเซี่ยวเหยียนกับพวกไปก่อน แล้วหันกลับมาโฟกัสที่บอสอีกครั้ง
เขากระชับกระบี่เมฆาชาดในมือ พุ่งเป้าไปที่จุดตายบริเวณหน้าอกของบอส กระหน่ำแทงรวดเดียวสามกระบี่!
"คริติคอล! -570!"
"คริติคอล! -570!"
หลังจากการโจมตีสองครั้งแรก สกิลจันทร์น้ำค้างดับสูญของหลินจี้เฉินก็คูลดาวน์เสร็จพอดี เขาไม่รอช้า ปลดปล่อยปราณกระบี่อันงดงามและรุนแรงเพื่อปิดฉากบอสตัวนี้ทันที!
พร้อมกับดาเมจโบนัสจากการโจมตีครั้งที่สามของกระบี่เมฆาชาดที่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน
"-1260! วันช็อตคิล!"
บอสเหยี่ยววิญญาณโอสถแผดเสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะล้มลงสิ้นใจคาที่ ไปรับข้าวกล่องเรียบร้อยแล้ว
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีที่สำเร็จเฟิร์สคิลบอสขั้นรวบรวมลมปราณของเกม 'ปาฮวง' กำลังจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทั่วทั้งโลก ต้องการปิดบังชื่อหรือไม่?]
"ไม่ปิดบัง"
ทันทีที่หลินจี้เฉินตัดสินใจ เสียงประกาศจากระบบเกมก็ดังก้องไปทั่ว
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น หลินจี้เฉิน ที่สามารถสังหารบอสขั้นรวบรวมลมปราณตัวแรกของเกม 'ปาฮวง' ได้สำเร็จ รางวัลชื่อเสียง +400 แต้ม, เสน่ห์แต่กำเนิด +2 แต้ม, เหรียญตราแห่งความสำเร็จ +1 เหรียญ ขอให้ผู้เล่นทุกท่านมุ่งมั่นตั้งใจ และก้าวเดินบนวิถียุทธ์อย่างสง่างาม"
ทันทีที่ประกาศสิ้นสุดลง ชื่อของหลินจี้เฉินก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของผู้เล่น 'ปาฮวง' อีกครั้ง
ขวงเซี่ยวเหยียนและลูกน้องที่เดินตามหลังมา อ้าปากค้างตาเหลือกมองภาพตรงหน้า ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางแสกหน้า สมองรวนจนประมวลผลไม่ทัน
ขวงเซี่ยวเหยียนขยี้ตาตัวเองแรงๆ
แอบสงสัยว่าตัวเองคงจะ 'บริหารมือ' หนักไปหน่อย ร่างกายเลยอ่อนแอจนเกิดภาพหลอนหรือเปล่า
แต่ซากศพของบอสที่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงหน้า กับเสียงประกาศจากระบบเกมที่ยังคงดังก้องอยู่ในหู เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน
ผู้ที่ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกพอๆ กับเขาก็คือ หลิ่วเซี่ยจื่อ ที่แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกล
หลิ่วเซี่ยจื่ออ้าปากหวอ มองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทึ่ง เสียว ในขณะที่ช่องแชตในไลฟ์สตรีมของเธอที่ปกติจะไหลเป็นน้ำตก ตอนนี้กลับนิ่งเงียบกริบ
ทุกคนยังคงตกอยู่ในภวังค์ความช็อก
"ทุกคนคะ... เมื่อกี้ตาฝาดไปหรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย... นี่เซี่ยจื่อตาฝาดไปเองใช่ไหม? แย่แล้วๆ ทุกคนชอบล้อว่าฉันเป็น 'คนตาบอด' (เซี่ยจื่อ) ตอนนี้ฉันตาบอดจริงๆ แล้วล่ะ โฮๆๆ..."
เสียงของเซี่ยจื่อปลุกให้ผู้ชมในไลฟ์สตรีมตื่นจากภวังค์ หลังจากตั้งสติได้ ช่องแชตก็กลับมาระเบิดความบ้าคลั่งอีกครั้ง ข้อความหลั่งไหลเข้ามาดั่งพายุหิมะ
"โอ้มายก๊อดดด! ไอ้หมอนี่มันคนหรือเทพวะ? หรือว่าจะเป็น NPC ขั้นสร้างรากฐานปลอมตัวมา?"
"ไม่ได้ดูประกาศหรือไง หมอนี่ชื่อหลินจี้เฉิน คนเดียวกับที่ซิวเฟิร์สคิลบอสหมู่บ้านมือใหม่นั่นแหละ"
"โปรแกรมช่วยเล่น! ไอ้หมอนี่มันใช้โปรแน่ๆ! พี่น้องครับ เกมนี้มีโปรจริงๆ ด้วย!"
"เวอร์เกินไปแล้ว ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ สามกระบี่ซัดดาเมจไปเกือบสองพัน? แม่เจ้า ฉันอยู่ขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้น เลือดมีแค่พันเดียวเอง"
"ตอนที่เห็นพวกกิลด์หมาป่าสีเลือดโดนสอยร่วง ฉันยังนึกว่าพวกมันคงเลือดน้อยจากตอนบวกกับกิลด์เยว่อิ่ง เลยโดนเก็บง่ายๆ ซะอีก"
"ฉันขอพูดคำเดียวเลยนะ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!"
"โคตรยอดฝีมือ! ไอดอลของฉันเลย!"
"สายกระบี่มันโหดขนาดนี้เลยเหรอวะ? ฉันสายดาบขอเปลี่ยนสายตอนนี้ทันไหม? จู่ๆ ก็รู้สึกว่าดาบในมือฉันมันเหมาะเอาไว้หั่นเต้าหู้มากกว่า (t▽t)..."
...
"ตบะ +300!"
หลังจากฆ่าบอสสำเร็จ หลินจี้เฉินก็ได้รับตบะเพิ่มมาอีกสามร้อยแต้ม
ศพของบอสกลายเป็นป้ายวิญญาณศพ หลินจี้เฉินรีบกวาดไอเทมทั้งหมดที่ดรอปมาลงกระเป๋าทันทีโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาดู ขอแค่เก็บมาก่อนค่อยว่ากัน
พอเห็นหลินจี้เฉินกวาดไอเทมของบอสไป ขวงเซี่ยวเหยียนก็ถึงกับร้องเสียงหลง
"เอาของคืนมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
หลินจี้เฉินแสยะยิ้มเยาะ
"บัญชีแค้นเมื่อกี้ยังไม่ได้ชำระเลย ยังจะกล้ามาเล็งของของฉันอีกเรอะ?"
ขวงเซี่ยวเหยียนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ!
····