- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ออนไลน์
- บทที่ 25 ปะทะในป่ายามวิกาล
บทที่ 25 ปะทะในป่ายามวิกาล
บทที่ 25 ปะทะในป่ายามวิกาล
โจวห่าวเดินออกนอกเมืองเฟิ่งชวี่ มุ่งหน้าเข้าไปในป่าเขาลำเนาไพร
ยามรัตติกาลอันมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลงมาให้เห็นทางรำไร
บรรยากาศในป่าเงียบสงัด โจวห่าวเดินไปได้สักพัก ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
แต่ไม่ว่าจะเร่งฝีเท้าให้เร็วแค่ไหน เสียงฝีเท้าปริศนาก็ยังคงตามติดอยู่เบื้องหลัง แถมยังขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
โจวห่าวจำต้องหยุดฝีเท้า ยืนปักหลักอยู่กลางป่า เขาเรียกดาบอสนีบาตออกมาถือไว้ในมือ หันขวับไปมองด้านหลังด้วยความระแวดระวัง พร้อมตวาดลั่น
"ใครน่ะ!"
หลินจี้เฉินก้าวออกมาจากเงามืดของแมกไม้
"คนที่มาเอาชีวิตแกไง"
เมื่อเห็นชุดสำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนที่หลินจี้เฉินสวมใส่ โจวห่าวก็ถึงกับหนังตาตากระตุก ใจหายวาบ
นึกว่าสำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนยกโขยงมาตามล่าเขาเสียแล้ว
แต่พอกวาดสายตามองไปรอบๆ โจวห่าวก็พบว่ามีแค่หลินจี้เฉินเพียงคนเดียว
แถมยังสัมผัสได้อีกว่า อีกฝ่ายเป็นแค่ไก่อ่อนในขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้นเท่านั้น
"ที่แท้ก็แค่ไอ้สวะกระจอกๆ แกคิดว่าแค่ใส่ชุดศิษย์สำนักกระบี่เทียนเหยี่ยนแล้วจะมาล้างแค้นฉันได้งั้นรึ? รนหาที่ตายชัดๆ!"
คำพูดนี้ยิ่งเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของหลินจี้เฉิน ว่าชายผู้นี้คือคนที่เขากำลังตามหาอยู่ไม่ผิดแน่
โจวห่าวเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน เขาเกรงว่าหลินจี้เฉินจะมีพรรคพวกตามมาสมทบ จึงกะจะรีบจัดการหลินจี้เฉินให้สิ้นซากแล้วเผ่นหนี
ร่างของโจวห่าวพุ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็วสูง กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนเกร็งเขม็ง ดาบคมปลาบสีเงินวาววับในมือตวัดฟันเข้าใส่หลินจี้เฉิน
ในมือของหลินจี้เฉินก็ไม่ได้ว่างเปล่า กระบี่เมฆาชาดถูกกุมไว้แน่น
เมื่อดาบของโจวห่าวฟาดฟันลงมา หลินจี้เฉินก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างเยือกเย็น
เขาสามารถหลบการโจมตีของโจวห่าวได้อย่างง่ายดาย
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า ความเร็วของเขาเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลายอย่างโจวห่าวเสียอีก
โจวห่าวตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยอมรามือ เขาย่อตัวลงต่ำ อาศัยแรงส่งจากดาบแรก ตวัดข้อมือฟันสวนกลับไปอีกระลอก
คมดาบวาดเป็นรูปครึ่งวงกลมกลางอากาศ
ดาบอสนีบาตพุ่งเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง แผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบ
คราวนี้หลินจี้เฉินไม่เลือกที่จะหลบหลีก เขาตวัดกระบี่เมฆาชาดขึ้นรับการปะทะด้วยความมั่นใจ
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ในด้านพละกำลัง โจวห่าวก็ยังสู้หลินจี้เฉินไม่ได้ เขาถูกกระแทกจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว
เขาจ้องมองหลินจี้เฉินด้วยความตกตะลึง
"เป็นไปไม่ได้ แกก็แค่อยู่ในขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้น ทำไมถึงได้มีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้?"
"ไม่ใช่ว่าฉันเก่งเกินไปหรอก แต่เป็นเพราะแกมันอ่อนหัดต่างหากล่ะ"
หลินจี้เฉินพูดจาถากถาง
โจวห่าวโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป รีดเร้นพลังปราณในร่างทั้งหมด มารวมไว้ที่ดาบอสนีบาตในมือ
ดาบอสนีบาตทอแสงเย็นเยียบ คมดาบอาบไล้ไปด้วยรัศมีสีเลือด
"เพลงดาบคลุ้มคลั่ง!"
รังสีดาบสีเลือดอันคมกริบและดุดัน แหวกอากาศพุ่งวาบผ่านป่าไผ่ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่รังสีดาบจะกระทบตัว ม่านพลังโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลินจี้เฉิน
เคร้ง!
รังสีดาบปะทะเข้ากับม่านพลัง ม่านพลังสลายตัวไปพร้อมๆ กับรังสีดาบที่ถูกสกัดกั้นเอาไว้จนหมดสิ้น
หลินจี้เฉินปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
"สกิลโล่วิญญาณนี่ใช้ได้ผลดีชะมัด"
หลินจี้เฉินพึมพำกับตัวเอง ม่านพลังเมื่อครู่ก็คือสกิล 'โล่วิญญาณ' ที่ติดมากับจี้หยกรวบรวมปราณของหนานกงเยว่นั่นเอง
แต่สกิลนี้ต้องอาศัยจังหวะการกะเวลาที่แม่นยำมาก ไม่อย่างนั้นก็ยากที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้
หลินจี้เฉินกะจังหวะลองใช้สกิลนี้ดู และก็ทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
เพลงดาบคลุ้มคลั่งถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้
โจวห่าวชะงักงัน ก่อนจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีของวิเศษสายป้องกันติดตัวแน่ๆ ความโลภฉายชัดในแววตา
"ไม่เบานี่หว่า มีของดีติดตัวซะด้วย ดูท่าทางคงจะเป็นลูกรักของสำนักล่ะสิ ยอมส่งของมีค่าทั้งหมดมาแต่โดยดี ฉันอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตแกสักครั้ง"
หลินจี้เฉินมองอีกฝ่ายด้วยสายตาสมเพช ราวกับกำลังมองคนโง่
"ใครให้ความมั่นใจแกมาวะ?"
"งั้นก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ก็แล้วกัน!"
โจวห่าวไม่มัวต่อล้อต่อเถียงอีก ตวัดดาบพุ่งเข้าใส่ทันที
ดาบอสนีบาตในมือของเขาร่ายรำอย่างรวดเร็วไร้ช่องโหว่ สายลมกรดอันคมกริบพัดเอาใบไม้แห้งในป่าปลิวว่อน
หลินจี้เฉินดูออกว่า นี่น่าจะเป็นเพลงดาบประจำตัวของหมอนี่แน่ๆ
ด้วยความที่อยากลองทดสอบดูว่าพลังป้องกันของตัวเองจะแข็งแกร่งแค่ไหน หลินจี้เฉินจึงจงใจยืนนิ่งไม่หลบหลีก ปล่อยให้โจวห่าวฉวยโอกาสฟันเข้าที่แขนของเขาอย่างจัง
"โจมตีพลาด!"
ดาบของโจวห่าวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ดาบของเขา ไม่แม้แต่จะเฉือนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้ขาดได้ ซ้ำยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
"เป็นไปไม่ได้... แกก็แค่อยู่ในขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้น... เป็นไปไม่ได้! ฉันไม่เชื่อ!"
โจวห่าวคำรามลั่นด้วยความไม่ยอมรับความจริง เขาใช้วิชาดาบพายุหมุนฟาดฟันกระหน่ำใส่หลินจี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง ประกายดาบวูบวาบ ฟันลงบนร่างของหลินจี้เฉินครั้งแล้วครั้งเล่า
หลินจี้เฉินยืนนิ่งให้เขาฟัน ขอแค่ป้องกันจุดตายไม่ให้โดนโจมตีจุดอ่อนก็พอ
หลินจี้เฉินใช้ท่อนแขนและแผ่นหลังรับคมดาบของโจวห่าว
"โจมตีพลาด!"
"โจมตีพลาด!"
"โจมตีพลาด!"
...
ยิ่งฟัน โจวห่าวก็ยิ่งใจฝ่อ เขาตระหนักได้แล้วว่า ตัวเองไม่มีปัญญาเจาะทะลุเกราะป้องกันของหมอนี่ได้เลย
ความรู้สึกอยากหนีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
โจวห่าวรู้สึกอับจนหนทางจริงๆ ไอ้หมอนี่มันเป็นผู้บำเพ็ญสายกระบี่ไม่ใช่เรอะ?
สายกระบี่มันควรจะเน้นพลังโจมตีหนักๆ ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงทำตัวเหมือนพระสายแทงก์ไปได้...
โจวห่าวหมดอารมณ์จะสู้ต่อ แกล้งทำเป็นจะฟันอีกดาบ แต่กลับรีบพุ่งตัวถอยหลังหนี
"เฮ้ ฟันฉันฟรีๆ ตั้งนาน คิดจะชิ่งหนีไปดื้อๆ เหรอ? โลกสวยไปหน่อยมั้ง?"
หลินจี้เฉินหัวเราะเยาะ ไม่คิดจะเล่นสนุกอีกต่อไป กระบี่เมฆาชาดในมือตวัดวูบ สร้างเงากระบี่สายหนึ่ง พริบตาเดียวก็ตวัดเฉือนหัวไหล่ของโจวห่าวจนเป็นแผล
เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลบนไหล่ของโจวห่าว ย้อมเสื้อผ้าจนแดงฉานอย่างรวดเร็ว
"-90!"
แค่ตวัดกระบี่เบาๆ ก็เรียกเลือดได้แล้ว หลินจี้เฉินมองดูสเตตัสของอีกฝ่าย แล้วก็รู้สึกว่าคู่ต่อสู้มันอ่อนปวกเปียกเกินไปจริงๆ
【ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร: โจวห่าว】
【สายอาชีพ: ผู้บำเพ็ญสายดาบ】
【ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลาย】
【ปราณโลหิต: 2550/2550】
【พละกำลัง: 32】
【พลังจิต: 30】
【ป้องกัน: 28】
【ความเร็ว: 36】
【อุปกรณ์: ดาบอสนีบาต ระดับวิญญาณ】
【วิชาดาบ: เพลงดาบพายุหมุน (ระดับพื้นฐาน)】
【วิชายุทธ์: เพลงดาบคลุ้มคลั่ง (ระดับเริ่มต้น)】
【วิชาตัวเบา: พุ่งทะลวงหมอก (ระดับพื้นฐาน)】
เมื่อเห็นสเตตัสของอีกฝ่าย หลินจี้เฉินก็อดทอดถอนใจไม่ได้ อ่อนหัดจริงๆ!
ขนาดอยู่ในขั้นรวบรวมลมปราณตอนปลาย สเตตัสยังกระจอกงอกง่อยขนาดนี้ เทียบกับเขาที่เพิ่งอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้นไม่ได้เลยสักนิด
【ผู้เล่น: หลินจี้เฉิน】
【สายอาชีพ: ผู้บำเพ็ญสายกระบี่】
【ระดับพลัง: ขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้น】
【ปราณโลหิต: 2300/2300】
【พลังเวท: 2100/2100】
【พละกำลัง: 37】
【พลังจิต: 22】
【ป้องกัน: 48】
【ความเร็ว: 42】
【คริติคอล: 7】
【ป้องกันจุดตาย: 5】
【พรสวรรค์วิชากระบี่: +5%】
【วิชาตัวเบา: ย่างก้าวเงาลวง (ระดับเริ่มต้น 0%)】
【เคล็ดวิชา: คัมภีร์จิตเทียนเหยี่ยน (ระดับเริ่มต้น 0%)】
【อุปกรณ์: ชุดสำนักกระบี่ ระดับวิญญาณ, กระบี่เมฆาชาด ระดับวิญญาณ, จี้หยกรวบรวมปราณ ระดับวิญญาณ, แหวนมิติ ระดับวิญญาณ】
ด้วยอานุภาพของคัมภีร์จิตเทียนเหยี่ยนที่ช่วยบัฟสเตตัสการต่อสู้ทั้งหมด 5% สเตตัสของหลินจี้เฉินจึงแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น
นี่ขนาดเป็นแค่สเตตัสในขั้นรวบรวมลมปราณตอนต้นนะ ยังเหนือกว่าอีกฝ่ายที่อยู่ในขั้นตอนปลายไปไกลลิบ
ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรก็คือผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรอยู่วันยังค่ำ ไร้ซึ่งรากฐาน ไร้ซึ่งทรัพยากรจากสำนัก ไม่แปลกใจเลยที่จะอ่อนแอขนาดนี้
มีเพียงสิ่งเดียวที่โจวห่าวเหนือกว่าหลินจี้เฉิน ก็คือเขามีวิชาบำเพ็ญเพียรและวิชายุทธ์ที่หลินจี้เฉินยังไม่ได้เรียนรู้
สกิลในเกม 'ปาฮวง' ในช่วงแรก แบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ
เคล็ดวิชา (Passive สเตตัส) และ วิชาตัวเบา (สกิลหลบหลีก) คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ
นอกจากนี้ก็ยังมี วิชาประจำสายอาชีพ หรือก็คือวิชาพื้นฐานของแต่ละสายนั่นเอง เช่น สายดาบก็มีวิชาดาบ สายกระบี่ก็มีวิชากระบี่
นอกจากนี้ยังมี วิชายุทธ์ (สกิลเล็ก), วิชายุทธ์วิญญาณ (สกิลอัลติเมต) ซึ่งต้องอยู่ในขั้นสร้างรากฐานขึ้นไปถึงจะเรียนได้
ส่วนวิชาไม้ตายและวิชาเทพ ยิ่งมีความต้องการสูงขึ้นไปอีก
ตอนนี้ผู้เล่นที่อยู่ในขั้นรวบรวมลมปราณ สามารถเรียนได้แค่วิชายุทธ์เท่านั้น ยังไม่สามารถเรียนวิชายุทธ์วิญญาณได้
หลังจากโดนฟันเข้าให้ โจวห่าวก็สูญเสียความเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น
เมื่อการโจมตีของหลินจี้เฉินโหมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง เขาทำได้เพียงฝืนใจตั้งรับ
เพียงชั่วอึดใจ ร่างของโจวห่าวก็เต็มไปด้วยบาดแผลจากคมกระบี่ถึงสี่ห้าแห่ง
มีหนึ่งแผลที่กลางอก ซึ่งเป็นการโจมตีโดนจุดตาย
ทำให้หลอดเลือดของเขาลดฮวบไปหลายร้อยแต้ม
....