- หน้าแรก
- ยอดเซียนกระบี่ออนไลน์
- บทที่ 10 พ่อค้าไร้ศีลธรรม หลินจี้เฉิน
บทที่ 10 พ่อค้าไร้ศีลธรรม หลินจี้เฉิน
บทที่ 10 พ่อค้าไร้ศีลธรรม หลินจี้เฉิน
สายตาของหวังจิ่งฮ่าวเย็นเยียบลง
"เธอแน่ใจนะว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉัน?"
หญิงสาวผมสั้นปรายตามองเขา แล้วตอบกลับไปว่า
"ประมูลแข่งกัน ใครให้ราคาสูงสุดก็รับไปสิ จะหาว่าตั้งตัวเป็นศัตรูได้ยังไง? หรือว่าของที่นายเล็งไว้ คนอื่นห้ามอยากได้งั้นเหรอ?"
"มีใครเขาเสนอราคากันแบบนี้บ้างฮะ?"
"ฉันอยากจะเสนอราคายังไงมันก็เรื่องของฉัน"
"ดี! ดีมาก!"
หวังจิ่งฮ่าวสบถทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเตรียมตัวเดินจากไป
เงินห้าแสนสำหรับเขามันเป็นแค่เศษเงินก็จริง แต่จะให้มาทุ่มเงินห้าแสนซื้อไอเทมของผู้เล่นใหม่ ในฐานะทายาทตระกูลนักธุรกิจ เขาไม่ยอมทำตัวเป็นไอ้โง่ให้คนอื่นปอกลอกหรอก
อีกอย่าง เขารู้สึกว่าต่อให้เขายอมจ่ายห้าแสน ยัยนี่ก็คงเสนอราคาทับถมขึ้นไปอีกอยู่ดี
"พี่หวัง รอก่อนครับ"
จู่ๆ หลินจี้เฉินก็เรียกเขาไว้
หวังจิ่งฮ่าวหันกลับมา หลินจี้เฉินตีหน้า 'ซื่อ' แล้วพูดขึ้นว่า
"ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน ถ้าพี่ยินดีจ่ายห้าแสน ผมจะขายคันธนูคันนี้ให้พี่"
หวังจิ่งฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ดีใจเนื้อเต้น รีบตอบตกลงทันที
หญิงสาวผมสั้นตกตะลึงจนพูดไม่ออก ก่อนจะแหวใส่ด้วยความโมโห
"นี่นายกลับคำได้ยังไง ไม่ใช่ตกลงกันไว้แล้วเหรอว่าใครให้ราคาสูงสุดรับไป?"
หลินจี้เฉินทำหน้าละเหี่ยใจ แล้วพูดอ้อมแอ้มว่า
"ขอโทษด้วยนะครับคนสวย พอดีผมกับพี่หวังรู้จักกัน แล้วเมื่อกี้เขาก็เพิ่งช่วยผมไว้ ผมก็เลยอยากจะตอบแทนบุญคุณเขาสักหน่อยน่ะครับ เข้าใจกันหน่อยนะครับ"
หญิงสาวผมสั้นกัดฟันกรอด สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เพราะฟังจากบทสนทนาระหว่างหวังจิ่งฮ่าวกับหลินจี้เฉินเมื่อครู่ ทั้งสองคนน่าจะรู้จักกันจริงๆ นั่นแหละ
"พี่หลินเพื่อนนายคนนี้ ฉันคบแน่นอน! นายส่งเลขบัญชีมาให้ฉันเลย เดี๋ยวฉันโอนเงินไปให้เดี๋ยวนี้แหละ เงินเข้าเมื่อไหร่ค่อยส่งไอเทมมาให้ฉัน"
หวังจิ่งฮ่าวยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เงินก้อนนี้เขาจ่ายอย่างเต็มอกเต็มใจที่สุด
"อ้อ จริงสิ ผมยังมีเหรียญทองแดงอยู่อีกเพียบเลย ช่วงต้นเกมกิลด์ใหญ่อย่างพี่น่าจะต้องการเงินในเกมมากที่สุดใช่ไหมล่ะครับ สนใจจะเหมาไปหมดเลยไหม?"
หวังจิ่งฮ่าวยิ่งอารมณ์ดีหนักกว่าเดิม พยักหน้ารัวๆ แล้วตอบว่า
"เหรียญทองแดงนี่มาได้ทันเวลาพอดีเลย ฉันรับซื้อหมด ขอเพิ่มให้อีกห้าหมื่นละกัน"
อันที่จริงแล้ว เหรียญทองแดงพวกนี้ไม่มีทางมีมูลค่าถึงห้าหมื่นหยวนหรอก หวังจิ่งฮ่าวแค่อยากจะใช้โอกาสนี้ตีสนิทกับหลินจี้เฉินก็เท่านั้นแหละ
หลินจี้เฉินก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาส่งเลขบัญชีให้หวังจิ่งฮ่าวทันที ลูกน้องคนหนึ่งของหวังจิ่งฮ่าวรีบล็อกเอาต์ออกไปจัดการให้
ไม่ถึงหนึ่งนาที โทรศัพท์มือถือของหลินจี้เฉินก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารว่า มียอดเงิน 550,000 หยวนโอนเข้าบัญชีเขาเรียบร้อยแล้ว
พอได้เงินมา หลินจี้เฉินก็โอนคันธนูงูเขียว ลูกศรพิษกว่าร้อยดอก และเหรียญทองแดงอีกร้อยกว่าเหรียญให้หวังจิ่งฮ่าวไปจนหมดเกลี้ยง
เมื่อหญิงสาวผมสั้นเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าหมดหวังแล้ว เธอจึงตีหน้าขรึมพาลูกน้องเดินจากไป
ส่วนหวังจิ่งฮ่าวก็ยิ้มหน้าบาน กำลังจะดึงหลินจี้เฉินเข้ามาตีซี้กอดคอกันสักหน่อย
แต่หลินจี้เฉินกลับขอตัวลากลับเป็นรอบที่สอง ทำเอาหวังจิ่งฮ่าวรู้สึกเสียดายไม่น้อย
เขายังอยากจะถามหลินจี้เฉินอยู่เลยว่าจะขายถุงเก็บของด้วยไหม
หลินจี้เฉินเดินลับสายตาผู้คน แอบสะกดรอยตามกลุ่มผู้เล่นสาวสวยเหล่านั้นไปเงียบๆ
รายการตามติดชีวิตสาวสวย เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ล้อเล่นน่า
ที่ป่าหมูป่าด้านนอกหมู่บ้าน หลินจี้เฉินมองเห็นหญิงสาวผมสั้นกำลังพาลูกน้องปาร์ตี้ตีมอนสเตอร์อยู่
พอหลินจี้เฉินเดินเข้าไป พวกเธอก็สังเกตเห็นเขาทันที
"นายมาทำไมอีก?"
หญิงสาวผมสั้นปรายตามองหลินจี้เฉินด้วยความรังเกียจ
เธอไม่ได้รังเกียจเขาเพราะเขาไม่ยอมขายอาวุธให้หรอกนะ แต่เธอรังเกียจที่เขาลดตัวไปคบค้าสมาคมกับคนประเภทหวังจิ่งฮ่าวต่างหากล่ะ
คนที่ไปสนิทชิดเชื้อกับหวังจิ่งฮ่าวได้ ถ้าไม่ใช่พวกประจบสอพลอ ก็คงเป็นพวกที่มีความคิดเลวร้ายไม่ต่างกันนั่นแหละ
เสียดายหน้าตาหล่อๆ นั่นจริงๆ! ชิ!
ทว่าหลินจี้เฉินกลับไม่ได้ใส่ใจสายตาของเธอ เขาเปิดประเด็นตรงไปตรงมาว่า
"ขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม? ขอเวลาแค่สองนาที"
หญิงสาวผมสั้นเห็นว่าหลินจี้เฉินเพิ่งจะรู้จักกับหวังจิ่งฮ่าว ก็เลยเดาว่าเขาคงถูกภาพลักษณ์จอมปลอมของอีกฝ่ายหลอกเอาเท่านั้น
ในใจก็อยากจะเตือนสติเขาอยู่เหมือนกัน จึงพยักหน้าตอบว่า
"งั้นคุยตรงโน้น"
ทั้งสองคนเดินเลี่ยงออกไปด้านข้าง
"มีอะไรก็ว่ามาสิ"
"ฉันจะขายข่าวให้เธอข่าวหนึ่ง ราคาห้าแสน"
หลินจี้เฉินเปิดฉากด้วยลีลาพ่อค้าหน้าเลือดตัวพ่อ
สีหน้าของหญิงสาวผมสั้นดูแย่ลงไปอีก เธอแค่นยิ้มเยาะ
"นี่นายกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม? ข่าวบ้าอะไรจะไปมีมูลค่าถึงห้าแสน?"
"ข่าวที่จะทำให้กิลด์ของเธอนำหน้ากิลด์อื่นๆ ไปไกลลิบยังไงล่ะ เธอไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมฉันถึงยอมขายอาวุธดีๆ แบบนั้นทิ้งไปง่ายๆ?"
คำพูดของหลินจี้เฉินทำให้สีหน้าของหญิงสาวผมสั้นดูดีขึ้นมานิดหน่อย
"นายลองบอกข่าวมาดูก่อน ถ้ามันคุ้มค่ากับราคา ห้าแสนฉันก็ยินดีจ่าย"
หลินจี้เฉินปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด
"ไม่ได้หรอก ข่าวนี้ถ้าเอาไปขายให้หวังจิ่งฮ่าว อย่างต่ำๆ ก็ขายได้เป็นล้าน"
"ถ้านายไม่ยอมบอกรายละเอียดมาคร่าวๆ แล้วจะให้ฉันเชื่อคำพูดของนายได้ยังไงล่ะ?"
หญิงสาวผมสั้นถามกลับ
แต่หลินจี้เฉินกลับทำตัวหน้าด้าน หมุนตัวเดินหนี
"ไม่เชื่อก็แล้วไป งั้นฉันเอาไปขายให้หวังจิ่งฮ่าวแทนก็แล้วกัน"
"เดี๋ยวสิ กลับมานี่!"
หญิงสาวผมสั้นโกรธจนลมออกหู แต่ก็จำใจต้องเรียกเขาเอาไว้
เธอไม่ได้ไว้ใจหลินจี้เฉินหรอก แต่เธอกลัวว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นเรื่องจริง แล้วถ้าเขาเอาไปขายให้หวังจิ่งฮ่าวขึ้นมา หมอนั่นก็คงยิ่งผงาดขึ้นไปอีก
หลินจี้เฉินก็รอจังหวะนี้อยู่แล้ว พอได้ยินเธอเรียก เขาก็หันกลับมาฉีกยิ้มกว้างให้เธอทันที
หญิงสาวผมสั้นมองรอยยิ้มยียวนของหลินจี้เฉินแล้วก็แทบจะกัดฟันกรอด
"ถ้านายหลอกฉันล่ะก็ ฉันจะทำให้นายรู้ซึ้งถึงผลที่ตามมาจากการที่นายกล้ามาแหย็มกับกิลด์เยว่อิ่งของเรา ส่งเลขบัญชีมาได้เลย"
หลินจี้เฉินไม่สะทกสะท้าน ยิ้มระรื่นส่งเลขบัญชีไปให้
ไม่นาน เงินในบัญชีของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกห้าแสนหยวน
เพิ่งเข้าเกมมาไม่ถึงชั่วโมง หลินจี้เฉินก็ฟันกำไรไปเหนาะๆ หนึ่งล้านหยวนแล้ว
ถ้าเป็นตอนก่อนเกิดใหม่ เขาคงดีใจจนเนื้อเต้นร้องเพลงไปแล้ว แต่ตอนนี้ ถ้าให้พูดแบบประธานหม่าล่ะก็ เขาไม่ได้สนใจเรื่องเงินเลยสักนิด
ประธานหม่าพูดเอาหล่อ แต่เขาพูดความจริง
เพราะพอเกมหลอมรวมกับโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อไหร่ เงินตราในโลกมนุษย์ก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าทันที
แต่ตอนนี้ เขายังต้องใช้เงินอยู่
เขายังติดหนี้เริ่นหลานอยู่นี่นา จะให้ไปเกาะผู้หญิงกินจริงๆ หรือไง ถึงใจจริงเขาก็อยากจะเกาะอยู่ก็เถอะ...
"พวกเธอรับเควสต์อะไรมาเหรอ?"
หลินจี้เฉินไม่ได้บอกข่าว แต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามหญิงสาวผมสั้นเสียเอง
หญิงสาวผมสั้นข่มความระแวงเอาไว้ แล้วตอบไปว่า
"เควสต์จากคนขายเนื้อในหมู่บ้าน ให้หาเนื้อหมูป่าน่ะ มีอะไรเหรอ?"
"เลิกทำซะ ทิ้งเควสต์นี้ไปได้เลย"
"เหตุผลล่ะ"
หญิงสาวผมสั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินจี้เฉิน
ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าหมอนี่ถูกหวังจิ่งฮ่าวจ้างมาป่วนเธอหรือเปล่า
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอจะสับหมอนี่เป็นชิ้นๆ เดี๋ยวนี้เลย
"พวกเธอไปรับเควสต์ที่ร้านอาวุธซะ"
"ร้านอาวุธไม่มีเควสต์ให้รับสักหน่อย นายจะหลอกใครกันแน่ฮะ?"
หญิงสาวผมสั้นตวาดแว้ด มือที่กำไม้กระบองแน่นเตรียมจะฟาดเต็มที่
"นั่นเป็นเพราะพวกเธอทำไม่ถูกวิธีต่างหากล่ะ เถ้าแก่ร้านกำลังตีเหล็กอยู่ พวกเธอแค่ต้องช่วยเขาดึงสูบลม ดึงไปสักห้านาที เดี๋ยวก็ได้เควสต์เองแหละ"
หลินจี้เฉินอธิบาย
"จริงเหรอ?" หญิงสาวผมสั้นเริ่มลังเล
"ไม่เชื่อก็ให้ลูกน้องเธอไปลองดูสักคนก็ได้นี่ แต่ทางที่ดีแอบๆ หน่อยนะ อย่าให้ผู้เล่นคนอื่นรู้เข้าล่ะ ไม่งั้นข่าวนี้ก็หมดราคาพอดี"
หญิงสาวผมสั้นได้ยินดังนั้น ก็เรียกน้องๆ สาวสวยมาคนหนึ่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ หลังจากรับคำสั่งแล้ว ลูกน้องคนนั้นก็รีบมุ่งหน้ากลับไปที่หมู่บ้านทันที
หลินจี้เฉินก็เลยยืนรอเป็นเพื่อนหญิงสาวผมสั้นอยู่ที่นี่
"ข่าวแค่นี้เนี่ยนะขายได้ตั้งห้าแสน? นายหาเงินง่ายไปหน่อยมั้ง"
หญิงสาวผมสั้นยังคงรู้สึกเหมือนโดนต้มตุ๋น เธอไม่เห็นว่าเควสต์กิ๊กก๊อกนี่มันจะคู่ควรกับเงินห้าแสนตรงไหน
หลินจี้เฉินหัวเราะเบาๆ
"ตัวเควสต์มันไม่ได้มีค่าอะไรหรอก แต่ของรางวัลที่ได้จากเควสต์น่ะมีค่ามหาศาลเลยล่ะ"
พูดจบ หลินจี้เฉินก็หยิบจดหมายแนะนำตัวฉบับนั้นออกมาให้หญิงสาวผมสั้นดู พอเธอเห็นก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"นี่มัน... จดหมายแนะนำตัวของสำนักนี่?"
หลินจี้เฉินพยักหน้ารับ
"ถูกต้อง ต้องมีของสิ่งนี้ก่อน ถึงจะรู้ว่าสำนักตั้งอยู่ที่ไหน และถึงจะสามารถเข้าเป็นศิษย์สำนักได้"
"เพราะงั้นไอ้เควสต์ล่าหมูป่าที่พวกเธอทำอยู่น่ะ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย อย่างมากก็ได้แค่เงินเหรียญทองแดงกับตบะนิดหน่อยเท่านั้นแหละ"
หญิงสาวผมสั้นยังคงสงสัย
"เหรียญทองแดงกับตบะมันก็สำคัญไม่ใช่เหรอ?"
หลินจี้เฉินบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะตอบว่า
"ตบะน่ะสำคัญก็จริง แต่เควสต์ของสำนักให้ตบะเยอะกว่านี้ตั้งไม่รู้กี่เท่า แถมยังมีวิธีเพิ่มตบะตั้งหลายวิธี ส่วนเหรียญทองแดง มันก็แค่เงินตราที่คนธรรมดาใช้กันเท่านั้นแหละ ของที่มีค่าจริงๆ ในเกมนี้ก็คือหินปราณต่างหาก"
หญิงสาวผมสั้นอึ้งไปเล็กน้อยกับข้อมูลที่ได้รับ
"ทำไมนายถึงรู้รายละเอียดลึกซึ้งขนาดนี้?"
"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องสนใจหรอก เธอแค่บอกมาก็พอว่าข่าวนี้มันคุ้มกับเงินห้าแสนไหมล่ะ"
หญิงสาวผมสั้นนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตามความจริง
"ถ้านายพูดความจริง มันก็คุ้มค่ากับราคาห้าแสนจริงๆ"
....