- หน้าแรก
- โชคของผมพุ่งขึ้นพันล้านแต้ม!
- บทที่ 1507 เส้นทางที่อับบิเกลเคยจากมา
บทที่ 1507 เส้นทางที่อับบิเกลเคยจากมา
บทที่ 1507 เส้นทางที่อับบิเกลเคยจากมา
บาตู อัศวินฮิปโปโปเตมัส เป็นคนที่มีนิสัยทรหดอดทนอย่างยิ่ง
ความจริงข้อนี้เห็นได้ชัดจากความดื้อรั้นที่เขายืนหยัดจะจัดการกับเจ้าฮิปโปให้ได้
อันที่จริงในตอนนั้น ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดคือการตัดใจจากการเผชิญหน้ากับฮิปโปตัวนี้ แล้วออกไปหาแหล่งที่พักพิงแห่งใหม่
นั่นเป็นวิธีที่มั่นคง และหากมองในระยะยาวก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เพราะถึงแม้จะฆ่าฮิปโปตัวนี้ได้แล้ว แต่อนาคตล่ะ?
คนเราย่อมต้องคิดเผื่อวันหน้า
ใช่ว่าเนื้อฮิปโปตัวเดียวนี้จะเพียงพอให้พวกเขากินไปจนถึงวันสิ้นสุดการแข่งขันเสียเมื่อไหร่
แต่บาตูไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น ในเมื่อเขาปักใจเชื่อไปแล้ว เขาก็ต้องฆ่าฮิปโปให้ได้
ดังนั้นในตอนนี้ การจะให้เขาละทิ้งความพยายามในการขนย้ายเนื้อฮิปโปเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ต่อให้จะยากลำบากเพียงใด เขาก็จะเดินหน้าขนย้ายต่อไป เพื่อนำเอาสิ่งที่หามาได้ทั้งหมดกลับไปให้ได้!
เช้าตรู่ บาตูทานเนื้อฮิปโปไปเล็กน้อย ก่อนจะเก็บข้าวของเตรียมตัวออกเดินทาง
ครั้งนี้เขาเตรียมตัวมาบ้างแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นถุงสำหรับใส่เนื้อ เขาได้เพิ่มความหนาตรงส่วนหูหิ้วเพื่อไม่ให้มันบาดมือจนเกินไป
สายสะพายของกระเป๋าเป้ก็ใช้หลักการเดียวกัน
นอกจากนี้เขายังลดน้ำหนักลง โดยพกพาสัมภาระไปเพียงสามห่อ สะพายไว้ข้างหลังหนึ่งห่อ และถือไว้ในมือแต่ละข้างอีกข้างละห่อ
จากนั้นเขาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง โดยรักษาความเร็วในการเดินกลับให้สม่ำเสมอ
เขาเดินไปครึ่งชั่วโมงแล้วหยุดพักครู่หนึ่ง เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอมาก
ภาพนี้ปรากฏสู่สายตาผู้ชม ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าเข้าท่าดี
"ใช้ได้ๆ อัศวินฮิปโปฉลาดขึ้นแล้ว"
"ถึงประสิทธิภาพจะต่ำหน่อย แต่อย่างน้อยก็ขนย้ายได้แล้ว น่าจะใช้เวลาประมาณสามวันมั้ง?"
"สามวันไม่น่าพอนะ ฉันว่าต้องห้าวัน"
"ยังไงก็ไม่รีบอยู่แล้ว ค่อยๆ ขนไปเถอะ แต่ไอ้บื้อบิเลเกอนี่สิ จนป่านนี้ยังหาที่อยู่ไม่ได้เลย แถมอาหารก็ใกล้จะหมดแล้ว ฉันว่าบิเลเกอใกล้จะสู่ขิตแล้วล่ะ"
ผู้ชมต่างวิพากษ์วิจารณ์และส่งคอมเมนต์กันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับวันนี้ ไม่มีเหล่าคนดังระดับเทพเข้ามาเยี่ยมเยียนในห้องไลฟ์
ตามกำหนดการของทีมงาน เทพคนต่อไปคือซือเสวียน เพียงแต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน
ผู้ชมจำนวนมากยังคงจมอยู่ในความบ้าคลั่งของเมื่อวานจนถอนตัวไม่ขึ้น
และในตอนนี้ เริ่มมีผู้ชมทยอยได้รับของรางวัลกันบ้างแล้ว!
บางคนได้แท็บเล็ต บางคนได้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ บางคนได้เครื่องเล่นเกม VR
และแน่นอนว่า มีโฉนดบ้านด้วย...
ผู้โชคดีทั้งสิบคนที่ได้รับบ้าน กลายเป็นบุคคลที่ทุกคนต่างรุมล้อมและติดตาม
ช่างน่าอิจฉาตาร้อนเหลือเกิน!
แค่ดูไลฟ์สดก็ได้เงินมาล้านหยวน เปลี่ยนแปลงชีวิตได้เลยทีเดียว!
---
ตัดภาพมาที่ฝั่งของเย่ฮั่น เขากับซูเสี่ยวฉีกำลังเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง
"เอาละ ไปกันเถอะ!"
"จิ่วเทียน นำทางไป พวกเราจะไปหาเหมืองทองกัน!"
เย่ฮั่นออกคำสั่ง จิ่วเทียนก็ส่งเสียงร้องก้องกังวาน พลางขยับปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
เย่ฮั่นนำทีมมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่จิ่วเทียนบินไป
ทิศทางนี้ ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเดินผ่านมาก่อน
เย่ฮั่นรู้สึกคุ้นๆ ว่านี่เหมือนจะเป็นทิศทางที่ผู้เข้าแข่งขันจากเภียวเหลียงกั๋วเคยเดินผ่านมา
ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นชื่ออะไรนะ เหมือนจะชื่ออับบิ... อะไรสักอย่างนี่แหละ
อับบิเกล!
เย่ฮั่นตบหน้าผากตัวเองหนึ่งที เมื่อนึกออก
นี่คือคนที่เขาเป่าหัวสังหารด้วยตัวเอง ชื่อนี้ย่อมไม่มีวันลืม
"เจ้านาย เป็นอะไรไปคะ?"
ซูเสี่ยวฉีที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าทางนั้นจึงเอ่ยถาม
"อ๋อ เปล่าหรอก"
"ทิศทางนี้เหมือนจะเป็นทางที่อับบิเกลเคยเดินผ่านมาน่ะ"
เย่ฮั่นตอบ
เมื่อได้ยินสิ่งที่เย่ฮั่นพูด ผู้ชมต่างก็นึกถึงอับบิเกลขึ้นมาเช่นกัน
ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกผู้ชมล้อเลียนว่าเป็น "ฝาปากกา" (ปี่ก้ายเอ๋อร์)
แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะกล้าลอบสังหารเย่ฮั่น ช่างเป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้จริงๆ
"ความทรงจำที่ตายไปแล้วกลับมาจู่โจมฉันเฉยเลย!"
"หลุมศพของอับบิเกลหญ้าขึ้นสูงหรือยังนะ?"
"เป่าหัวนัดเดียวจบ สะใจชะมัด ฉันก็อยากลองดูบ้างจัง"
"ความคิดแบบนี้อันตรายนะจ๊ะ ฉันแนะนำให้แกไปยิงเป้าปาลูกโป่งตามตลาดนัดเถอะ"
"ยินดีด้วยอีกครั้งที่เภียวเหลียงกั๋วแพ้ราบคาบยกทีม ฮี่ๆๆ!"
"ใจร้ายชะมัด! แต่ฉันชอบนะ ฮ่าๆๆ!"
เมื่อเย่ฮั่นเอ่ยถึงอับบิเกล ผู้ชมก็ถือโอกาสคุยเรื่องนี้กันไปด้วย
หลายคนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เภียวเหลียงกั๋วแพ้ราบคาบไปตั้งนานแล้วนี่นา
พอมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นคู่ต่อสู้คนไหนที่ดูเข้าท่าเลย
ยอดฝีมือช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน แชมป์เปี้ยนครั้งนี้ย่อมเป็นของเซินโจวกั๋วอย่างแน่นอน!
จากนั้น เย่ฮั่นก็เดินทางต่อไปภายใต้การนำทางของจิ่วเทียน มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่เหมืองทองตั้งอยู่
"ทางเดินนี้เกือบจะเป็นเส้นทางเดียวกับลำน้ำสายนี้เลย"
"เสี่ยวฉี ระวังหน่อย ตรงนั้นมีงู!"
เย่ฮั่นเอ่ยเตือนพลางสังเกตเห็นงูตัวหนึ่งอยู่ข้างหน้า
ให้ตายสิ ถ้าไม่มองดีๆ ก็ดูไม่ออกเลย งูตัวนี้เกาะอยู่บนลำต้นของต้นไม้ ร่างกายเป็นสีน้ำตาลจนดูเหมือนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ไปแล้ว
ในป่าดิบชื้นแห่งนี้ สถานการณ์เช่นนี้พบเห็นได้บ่อยมาก
สิ่งมีชีวิตหลายชนิดจะรู้จักพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบข้าง เพื่อความสะดวกในการล่าเหยื่อหรือเพื่อซ่อนตัว
ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดคือผีเสื้อใบไม้แห้ง ซึ่งทุกคนน่าจะได้เรียนในบทเรียนตอนเด็กๆ
แต่ผีเสื้อใบไม้แห้งคงคิดไม่ถึงว่า เพียงเพราะมันหน้าตาเหมือนใบไม้แห้ง จึงดึงดูดให้ผู้คนมากมายมาสะสมเป็นตัวอย่าง จนทำให้จำนวนของมันลดฮวบลง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่างูผู้โชคร้ายตัวนี้ถูกเย่ฮั่นบั่นหัวโชว์ต่อสาธารณชน
ส่วนลำตัวถูกเก็บเอาไว้ พอดีกับที่มื้อเที่ยงจะได้เอาไปต้มหรือย่างกินก็ได้
ทั้งคู่เดินเลียบทางน้ำต่อไปพลางพูดคุยกันเป็นระยะ
"นี่คือลำน้ำที่ไหลต่อเนื่องมาจากน้ำตก"
"แม่น้ำสายนี้รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำถัดจากนี้ไป ถ้ายังมีผู้เข้าแข่งขันคนอื่นหลงเหลืออยู่ พวกเขาก็คงได้กินน้ำล้างเท้าของพวกเรานี่แหละ ฮ่าๆๆ!"
เย่ฮั่นหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร
แต่จะว่าไป เขาดันพูดถูกเสียด้วย
คู่หูพุทธพรตเคยอาศัยอยู่ไม่ไกลจากตรงหน้ามากนัก
เพียงแต่ตอนนี้คู่หูพุทธพรตได้ย้ายบ้านไปแล้ว
ผู้ชมที่ช่างสังเกตต่างก็กำลังพูดคุยกันถึงประเด็นนี้
"ถ้าฉันจำไม่ผิด ตามเส้นทางที่อับบิเกลเคยเดินมา ข้างหน้าแม่น้ำนี้ก็คือบ้านเก่าของคู่หูพุทธพรตนั่นเอง"
"ตอนที่คู่หูพุทธพรตย้ายบ้านกะทันหัน เรื่องนั้นฉันยังจำได้ดี บอกได้คำเดียวว่านักพรตอู๋เฉินเทพสุดๆ"
"ใช่แล้ว เขาแค่คำนวณด้วยนิ้วก็บอกให้ย้ายบ้านทันที ฉันรู้สึกว่าบ้านหลังเดิมของพวกเขาน่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแล้วแน่ๆ"
"รอเย่ฮั่นเดินไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
"อาจารย์หลู่จื้อเซินยังไม่รู้อีกเหรอว่าตัวเองเปิดไลฟ์ค้างไว้ตลอด?"
"ยังไม่รู้หรอก ฮ่าๆๆๆ!"
คอมเมนต์จำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ผู้ชมต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เวลาค่อยๆ ผ่านไป แต่เย่ฮั่นก็ยังไปไม่ถึงที่หมายเสียที
จิ่วเทียนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นั่นพิสูจน์ได้ว่าต้องเดินทางต่อไป
"มีแต่จิ่วเทียนนี่แหละที่สบาย เพราะบินได้"
เย่ฮั่นไม่ได้แสดงความอิจฉาจิ่วเทียนเป็นครั้งแรก
จิ่วเทียนโบยบินบนท้องฟ้าอย่างอิสระเสรี บางครั้งก็บินกลับมาดูเย่ฮั่นบ้าง แล้วก็นำทางต่อไป
ตลอดทางเจ้าต้าหวงก็ดูตื่นเต้นมาก เพราะที่นี่เป็นสถานที่ใหม่ที่มันไม่เคยมา
มีหลายครั้งที่มันเกือบจะโดดลงน้ำเพราะอยากเล่นสนุกในลำน้ำ แต่ก็ถูกเย่ฮั่นห้ามเอาไว้
เพราะน้ำในบางจุดไหลค่อนข้างเชี่ยว หากร่างกายเล็กๆ ของต้าหวงถูกพัดหายไปล่ะก็คงไม่ดีแน่
เป็นเช่นนี้จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงวัน จิ่วเทียนจึงหยุดลง
ดูเหมือนว่าจะถึงที่หมายแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยก็คือ ที่นี่อยู่ห่างจากบ้านเก่าของคู่หูพุทธพรตพอสมควร
อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่เห็นร่องรอยใดๆ เลย
หากที่นี่คือที่ตั้งของเหมืองทองจริงๆ เย่ฮั่นก็คงจะไม่เดินทางต่อไปในระยะเวลาอันใกล้นี้ และนั่นย่อมหมายความว่าจะไม่มีทางหาบ้านเก่าของคู่หูพุทธพรตเจอนั่นเอง
จบทด