- หน้าแรก
- ระบบฟังเสียงในใจ พลิกวิกฤตสยองขวัญสู่เส้นทางมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 28 วันที่แสนประหลาด
ตอนที่ 28 วันที่แสนประหลาด
ตอนที่ 28 วันที่แสนประหลาด
ตอนที่ 28 วันที่แสนประหลาด
อวี๋หวั่นละสายตากลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เธอเอ่ยเสียงเรียบกับฉู่เว่ยหรานและฉู่หยินเฉิงที่อยู่ข้างๆ "ไปกันเถอะ"
ระหว่างทาง ฉู่หยินเฉิงจงใจเดินทอดน่องให้ช้าลง เพื่อทิ้งระยะห่างระหว่างอวี๋หวั่นกับกลุ่มของหลี่หรูเยวี่ย
ฉู่เว่ยหรานฉวยโอกาสนี้กระซิบถามอวี๋หวั่นเสียงแผ่ว "เธอคิดว่าภารกิจของดันเจี้ยนสยองขวัญครั้งนี้คืออะไรเหรอ"
อวี๋หวั่นส่ายหน้าเบาๆ
จนถึงตอนนี้ นอกจากจะรู้ว่าตัวเองเป็นนักเรียนชั้น ม.5 แล้ว พวกเธอก็ไม่รู้อะไรอีกเลย
แม้กระทั่งกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามในที่แห่งนี้ ก็เพิ่งจะมารู้เอาตอนที่เกิดเรื่องขึ้นแล้ว
ระดับความยากของดันเจี้ยนนี้ถือว่าหฤโหดเอาการเลยทีเดียว
"คาบบ่ายนี้คงต้องระวังตัวให้มากหน่อยนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของอวี๋หวั่น ฉู่เว่ยหรานก็พยักหน้ารับเบาๆ
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องเรียนแล้วนั่งลงประจำที่
เหลือเวลาอีกราวสิบนาทีกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียน นักเรียนในห้องต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าว
บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่มีครูอยู่ลิบลับ
ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งเดินออกจากหอพักแล้วมาเห็นผู้ถูกเลือกสองคนตายไปหมาดๆ อวี๋หวั่นคงคิดว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาอยู่ในวัยเรียนจริงๆ แล้ว
ระหว่างที่กำลังเหม่อลอย อวี๋หวั่นก็ได้ยินนักเรียนสองคนข้างๆ คุยอะไรกันบางอย่าง
"ใกล้จะถึงวันนั้นแล้ว อีกสองวันโรงเรียนจะหยุดไหมนะ"
"โรงเรียนจะไปยอมให้พวกเราหยุดได้ยังไงล่ะ"
"แต่ปีก่อนๆ พอถึงเวลานี้ทีไร โรงเรียนก็ปล่อยพวกเรากลับบ้านตลอดไม่ใช่เหรอ"
"นี่แกยังไม่รู้เหรอ ว่าครั้งนี้โรงเรียนหาวิธีจัดการได้แล้ว วิญญาณของคนคนนั้นคงออกมาอาละวาดไม่ได้อีกแล้วล่ะ"
อวี๋หวั่นหันขวับไปจ้องนักเรียนสองคนที่กำลังคุยกันอยู่ตาเขม็ง
ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือกกับสายตาของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นรีบปรับสีหน้าให้ดูอยากรู้อยากเห็น แล้วขยับเข้าไปใกล้พวกเขาทันที
"เพื่อนๆ พวกเราเพิ่งย้ายมาใหม่น่ะ ไม่รู้ว่าโรงเรียนนี้มีเรื่องอะไรสนุกๆ บ้าง เมื่อกี้ได้ยินพวกเธอคุยกันว่าอีกสองวันจะหยุดเรียนเหรอ"
นักเรียนทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หนึ่งในนั้นที่ดูท่าทางเป็นคนเปิดเผยเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "ใช่แล้วล่ะ เมื่อก่อนพอถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดพฤษภาคมทีไร โรงเรียนก็ปล่อยพวกเรากลับบ้านทุกที"
แววตาของอวี๋หวั่นฉายประกายตื่นเต้น ทำทีเป็นตั้งตารอคอย
"ทำไมล่ะ โรงเรียนนี้ใจดีจังเลยนะ"
นักเรียนคนนั้นทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขามองซ้ายมองขวาแวบหนึ่ง ก่อนจะลดเสียงลงแฝงความลึกลับ
"ใจดีอะไรกันเล่า ก็เพราะว่าโรงเรียนนี้ผีดุน่ะสิ"
อวี๋หวั่นเลิกคิ้วขึ้น
ผีดุงั้นเหรอ
เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับภารกิจของดันเจี้ยนก็ได้
อวี๋หวั่นทำท่าทางลึกลับลับล่อๆ ขยับเข้าไปใกล้พวกเขามากขึ้น
"ผีดุอะไรกัน เล่าให้ฟังหน่อยสิ"
นักเรียนคนนั้นก็คงเป็นพวกเก็บความลับไม่อยู่เหมือนกัน
เขาเล่าอย่างออกรสออกชาติ "เมื่อห้าปีก่อน มีนักเรียนหญิงโรงเรียนเราท้องแล้วกระโดดตึกตาย ได้ยินมาว่าคนที่ทำให้เธอท้องเป็นรุ่นพี่ ม.6 ในตอนนั้น แต่รุ่นพี่คนนั้นไม่ยอมรับผิดชอบ ด้วยความสิ้นหวัง เธอเลยกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ซึ่งวันนั้นก็คือวันที่ยี่สิบเจ็ดพฤษภาคมพอดี"
"และพอถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดพฤษภาคมของทุกปี วิญญาณของเธอก็จะออกมาอาละวาด ตามฆ่าพวกผู้ชายหลายใจ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของอวี๋หวั่นก็ทอประกายวาบ
"ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรเหรอ"
"หลิวเสี่ยวเสี่ยว"
ในขณะเดียวกัน เสียงระบบก็ดังขึ้นเตือน
'กระตุ้นภารกิจดันเจี้ยน ค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของหลิวเสี่ยวเสี่ยว'
อวี๋หวั่นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย สิ่งที่เพื่อนนักเรียนคนนี้เล่ามาเมื่อครู่ก็เป็นสาเหตุที่ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
หรือว่าความจริงจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเล่า
แววตาของอวี๋หวั่นมืดหม่นลง
นักเรียนคนนั้นเห็นเข้า ก็นึกว่าอวี๋หวั่นกำลังรู้สึกเวทนา
เขาตบไหล่อวี๋หวั่นเบาๆ พลางเอ่ย "ช่วยไม่ได้หรอกนะ ก็หล่อนทำตัวเหลวแหลกเองนี่นา ตอนนั้นครูใหญ่ยังเรียกให้หล่อนขึ้นไปยืนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหน้าเสาธงเลยนะ"
แค่คิดถึงภาพเหตุการณ์ตอนนั้น อวี๋หวั่นก็รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เด็กสาววัยแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก คิดว่าตัวเองได้พบเจอคนที่รักเธออย่างแท้จริง และเป็นที่พึ่งพาให้เธอได้
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะต้องแลกมาด้วยความบอบช้ำปางตาย
อวี๋หวั่นพอนึกภาพออกเลยว่า เด็กสาวที่ชื่อหลิวเสี่ยวเสี่ยวคนนั้นตอนที่ยืนอยู่บนแท่นหน้าเสาธง ท่ามกลางเสียงก่นด่าประณาม จะต้องรู้สึกน่าสงสารและไร้ที่พึ่งเพียงใด
ถ้อยคำผรุสวาทเหล่านั้นไม่เคยสนใจความเป็นจริงเลยสักนิด
มันเปรียบเสมือนมีดอาบยาพิษที่กรีดเฉือนลงบนเนื้อของเหยื่อ จนกว่าเลือดเนื้อของเหยื่อจะถูกถลกออกจนหมดจด
ต่อให้เหลือเพียงกระดูกขาวโพลนที่สลักร่องรอยของความจริงอันแสนโหดร้ายเอาไว้ ผู้คนก็ยังคงเพิกเฉย
บางทีพวกเขาอาจจะรู้สึกหวาดกลัว อาจจะรู้สึกเสียใจ
แต่พวกเขาจะไม่มีวันยอมรับความผิดของตัวเองเด็ดขาด
ก็เหมือนกับตอนนี้ไงล่ะ
ทั้งๆ ที่นักเรียนคนนี้ก็รู้ว่ารุ่นพี่คนนั้นไม่ยอมรับผิดชอบ แต่ก็ยังคงยัดเยียดข้อหา 'เหลวแหลก' ให้กับหลิวเสี่ยวเสี่ยวอยู่ดี
อวี๋หวั่นกำมือแน่นจนสั่น เธอฝืนยิ้มออกมา
"แล้วรุ่นพี่คนที่ทำให้เธอท้องล่ะ"
"แน่นอนว่าต้องโดนทัณฑ์บนสิ แต่เพราะหมอนั่นเรียนอยู่ ม.6 แถมผลการเรียนก็ดีมาก ก่อนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย โรงเรียนก็เลยยกเลิกทัณฑ์บนให้"
หนึ่งชีวิต...
อ้อ ไม่สิ เธอตั้งท้องอยู่ด้วยนี่นา
สองชีวิตกลับถูกแลกด้วยทัณฑ์บนที่สามารถยกเลิกได้ทุกเมื่ออย่างง่ายดาย
ถึงแม้อวี๋หวั่นจะรู้ดีว่านี่คือโลกสยองขวัญ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่และเวทนา
เธอช้อนตาขึ้น จ้องมองนักเรียนคนนั้นตาไม่กะพริบ
"จะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับหลิวเสี่ยวเสี่ยวได้ที่ไหนบ้าง"
เมื่อได้ยินอวี๋หวั่นถามแบบนั้น นักเรียนทั้งสองคนก็หันมามองหน้ากัน แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและตื่นตระหนก
พวกเขาก้มหน้าลง เอ่ยตอบเสียงสั่น "เรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว พวกเราจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ"
อวี๋หวั่นหรี่ตาลง ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงในใจของนักเรียนที่คุยกับเธอเมื่อครู่
'แฟ้มประวัติของหลิวเสี่ยวเสี่ยวถูกเก็บไว้ในห้องสมุดหมดแล้ว ใครกล้าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ครูจะฆ่ามันทิ้งซะ'
เก็บไว้ในห้องสมุดงั้นเหรอ
มุมปากของอวี๋หวั่นยกโค้งขึ้น
เธอหันไปมองฉู่เว่ยหรานที่อยู่ข้างๆ
ฉู่เว่ยหรานไม่ได้ยินเสียงในใจของพวกสิ่งลี้ลับ แต่ก็พอเดาได้ว่าอวี๋หวั่นอาจจะมีแผนอะไรบางอย่าง หล่อนจึงพยักหน้าให้เบาๆ
พอดีเลย คาบบ่ายมีเรียนพละ พวกเธอจะได้ฉวยโอกาสตอนเรียนพละแอบไปดูที่ห้องสมุดสักหน่อย
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น ครูคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง
เป็นชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบกว่า หัวล้าน สวมแว่นตา
เขาขยับแว่นตา กวาดสายตามองนักเรียนในห้อง
นักเรียนเหล่านั้นกลับไปมีสภาพเหมือนตอนที่อวี๋หวั่นเจอพวกเขาครั้งแรก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ไร้ชีวิตชีวา ราวกับหุ่นเชิด
ครูเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ "เริ่มเรียนได้"
คาบนี้คือวิชาคณิตศาสตร์
อวี๋หวั่นยังจำได้ดีว่าจุดจบของการถูกสุ่มเรียกตอบคำถามแล้วตอบไม่ได้เป็นอย่างไร
ผลการเรียนของเธอถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว จึงพอจะจำเนื้อหา ม.ปลาย พวกนี้ได้บ้าง
"มีใครพอจะบอกได้บ้างว่าฟังก์ชันข้อนี้มีคำตอบว่าอะไร" ครูชี้ไปที่โจทย์บนกระดานดำ
สายตาคมกริบกวาดมองนักเรียนที่นั่งอยู่ด้านล่าง
ไม่มีนักเรียนคนไหนหลบสายตาเขาเลย มีเพียงเหอมี่ยวเมี่ยวและหวังต้าเฉิงที่ก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด
มุมปากของครูค่อยๆ ยกขึ้น
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น ชี้ไปที่หวังต้าเฉิง
"นักเรียนคนนี้หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ คงเพิ่งจะย้ายมาใหม่ใช่ไหม ลองตอบคำถามนี้ดูสิ"
ร่างของหวังต้าเฉิงสะดุ้งเฮือก ตอนที่เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายก็สั่นเทาไปหมด
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็ยังไม่สามารถเค้นคำตอบออกมาได้แม้แต่คำเดียว
จู่ๆ สีหน้าของครูก็แปรเปลี่ยนไปทันที
[จบตอน]