เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น

บทที่ 28 ปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น

บทที่ 28 ปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น


บทที่ 28 ปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น

เมื่อกระแสกกระทู้เริ่มติดลมบน ซินอวี่ก็งัดไม้ตายออกมาใช้ทันที

ความเห็นที่ 17 จากเจ้าของกระทู้: อีกสามวันฉันจะไลฟ์สดทดสอบสรรพคุณของโอสถหล่อหลอมวิญญาณให้ดูกันจะจะ และจะสุ่มเลือกผู้โชคดีหนึ่งท่านให้มาร่วมทดลองใช้ฟรี ใครสนใจลงชื่อสมัครในคอมเมนต์นี้ได้เลยจ้า

คอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเกิดอาการชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนที่คอมเมนต์ตอบกลับจะหลั่งไหลเข้ามาจนเต็มหน้าจอ

'ฉัน!'

'ฉัน...'

'ฉันๆๆๆ...'

...

ความเห็นที่ 18 เริ่มสงสัยในชีวิต: พวกนายช่วยมีสติกันหน่อยได้ไหมวะ เมื่อกี้ยังรุมด่าเจ้าของกระทู้ว่าเป็นพวกต้มตุ๋นกันอยู่เลย ทีตอนนี้มาแห่สมัครกันให้พรึ่บ เปลี่ยนสีไวยิ่งกว่ากิ้งก่าอีกนะพวกแก

ความเห็นที่ 19: นั่นสิ ไม่กลัวโดนหลอกไปขายหรือไง ลองดูพิกัดเจ้าของกระทู้ให้ดีๆ สิ อยู่บนดาวร้างเชียวนะเว้ย ดาวร้างที่ไม่มีแม้แต่รัฐบาลคอยดูแลน่ะสิ มีสติหน่อยสิวะพวกนาย!

คำเตือนนี้ได้ผลชะงัด ทำให้หลายคนลบคอมเมนต์ทิ้งไป

แต่ก็ยังมีพวกหัวรั้นไม่กลัวตายอยู่ดี ชาวเน็ตที่ใช้ชื่อว่า 'สร้างผลงาน' เป็นหนึ่งในนั้น

เขาพิมพ์ตอบกลับในความเห็นที่ 20 ว่า "พลังจิตของฉันตกลงมาจากระดับสามเอสเหลือแค่ระดับซี ฉันน่าจะเหมาะกับการทดสอบนี้ที่สุดแล้วนะ"

คอมเมนต์นี้ดึงดูดความสนใจจากชาวเน็ตคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ในยุคดวงดาว สิ่งที่บ่งบอกชนชั้นทางสังคมได้ชัดเจนยิ่งกว่าความมั่งคั่งและอำนาจ ก็คือระดับพลังจิตนี่แหละ

ผู้ที่มีพลังจิตระดับสามเอส ต่อให้จะเกิดบนดาวร้างที่กันดารแค่ไหน ก็ต้องมีคนไปขุดคุ้ยหาตัวจนเจอ และพากลับไปฟูมฟักเลี้ยงดูอย่างดีโดยไม่เกี่ยงงบประมาณ คนระดับนี้ยังไงก็ต้องเติบโตไปเป็นบุคคลสำคัญระดับบิ๊กอย่างแน่นอน

ซินอวี่เห็นดีเห็นงามด้วย จึงตัดสินใจเลือกเขาเป็นผู้โชคดีทันที

ในขณะเดียวกัน ณ ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง ยานอวกาศรูปทรงกลมลำหนึ่งกำลังล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย

เมื่อเริ่นเจี้ยนหย่งเห็นพิกัดที่ซินอวี่ส่งมาให้ทางข้อความส่วนตัว เขาก็แค่นยิ้มเยาะ

เขาปิดคอมพิวเตอร์สมองกลลง แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในห้องนักบิน สองมือประสานกันรองศีรษะ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เรือนผมชี้ฟูยุ่งเหยิงถูกมัดลวกๆ ไว้ด้านหลัง ดูรกรุงรังไม่ต่างอะไรกับรังนก

ประกอบกับหนวดเคราเฟิ้มเต็มหน้า ทำให้เขาดูเหมือนพวกคนจรจัดไม่มีผิด

ทว่าสีหน้าของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "เจอแก๊งต้มตุ๋นอีกแก๊งแล้วสิเนี่ย ได้เวลาทำงานแล้ว"

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางปรับเส้นทางการบิน มุ่งหน้าตรงไปยังโลกโบราณ

การใช้เหยื่อล่อเพื่อจับกุม และปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น ถือเป็นงานถนัดของเขาเลยล่ะ

ซินอวี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้โชคดีที่เธอเลือกมานั้นแท้จริงแล้วเป็นคนแบบไหน ตอนนี้เธอกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด

เครื่องวัดคลื่นพลังจิตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แน่นอน เธอคงต้องไปเช่ามาจากโรงพยาบาล

ที่ผ่านมาเธอก็เคยไลฟ์สดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ถึงได้รู้สึกประหม่าแปลกๆ

"ท่านเจ้าสำนักคิดว่าฉันควรจะไลฟ์ตรงไหนดีคะ" ซินอวี่ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าค่ายกลเตาหลอมที่อยู่ข้างๆ จะสามารถออกกล้องได้หรือไม่

มั่วจุนเยว่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมกระทะเหล็กใบใหญ่สำหรับหลอมโอสถของวันนี้ตอบกลับมาเรียบๆ "ตามใจเธอเลย"

เธอไม่มีเจตนาจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว เรื่องการบำเพ็ญเพียร ต่อให้คนที่ไม่รู้เรื่องมาเห็นเข้าก็คงไม่เชื่ออยู่ดี ส่วนคนที่รู้เรื่อง ต่อให้พยายามปกปิดแค่ไหน พวกเขาก็หาทางขุดคุ้ยจนเจออยู่ดี

นี่มันยุคแห่งข้อมูลข่าวสารเชียวนะ

อีกอย่าง ยาลูกกลอนและหินค่ายกลก็ต้องนำออกไปวางขายอยู่แล้ว ต่อให้อยากปิดบังยังไงก็ปิดไม่มิดหรอก

ซินอวี่กวาดสายตามองไปรอบๆ

มั่วจุนเยว่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากระทะเหล็กใบใหญ่ กำลังควบคุมลูกไฟเพื่อหลอมโอสถอยู่

ส่วนเสิ่นฝูเวยช่วงนี้ก็ดันไปหลงใหลวิชายันต์เวท เอาแต่นั่งจับพู่กันวาดลวดลายยึกยือลงบนกระดาษสีเหลือง พร้อมกับบ่นพึมพำอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ได้ศัพท์

ทางด้านถงหลีก็กำลังฝึกเคล็ดวิชาสายฟ้าฟาด จนเริ่มมีพัฒนาการขึ้นมาบ้างแล้ว ประกายสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบราวกับงูตัวเล็กๆ พันเลื้อยอยู่ตามนิ้วมือของเขา

ส่วนชิวจี้เฟิงนั้น ดูเหมือนว่าช่วงนี้สภาวะจิตใจของเขาจะเปลี่ยนไป เอาแต่นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรทั้งวันจนดูเหมือนจะทะลวงจุดได้ในเร็วๆ นี้ จนถึงขนาดทิ้งภาระเรื่องการเปลี่ยนวัตถุดิบใส่ค่ายกลเตาหลอมให้ตกเป็นของซินอวี่ไปโดยปริยาย

สรุปง่ายๆ ก็คือ ที่นี่ไม่มีใครปกติเลยสักคน

เพื่อไม่ให้ผู้ชมตกใจกลัว ซินอวี่จึงตัดสินใจจัดฉากไลฟ์สดที่ริมแม่น้ำ โดยใช้แม่น้ำเป็นฉากหลังเสียเลย

ทันทีที่เธอจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ ชิวจี้เฟิงก็เบิกตากว้างขึ้นกะทันหัน เขาสามารถทะลวงจุดเข้าสู่ระดับควบแน่นหมอกช่วงต้นได้สำเร็จ และก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มตัวแล้ว

ซินอวี่รีบวิ่งเข้าไปถามด้วยความตื่นเต้น "ศิษย์พี่ชิว ทะลวงจุดแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ"

"ยอดเยี่ยมมาก รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัวเลย" ชิวจี้เฟิงก้มมองดูฝ่ามือของตัวเอง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย

สิ่งแรกที่ชิวจี้เฟิงทำหลังจากทะลวงจุดได้สำเร็จ คือการส่งจดหมายลาออกไปยังวิทยาลัยแพทยศาสตร์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษาและการแพทย์ที่ครบวงจร เป็นสถาบันในฝันที่นักศึกษาแพทย์ทั่วทั้งจักรวรรดิต่างใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน และเป็นสถานที่ทำงานในอุดมคติของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ หลายคนพยายามแทบตายก็ยังสอบเข้าไม่ได้

แต่ชิวจี้เฟิงกลับตัดสินใจลาออกเสียอย่างนั้น

จดหมายลาออกฉบับนี้ สร้างความแตกตื่นให้กับวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นอย่างมาก

ศาสตราจารย์ชิวจี้เฟิงผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แพทย์ผู้เป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูง หลังจากลางานพักร้อนไปได้ไม่กี่เดือน จู่ๆ ก็มายื่นใบลาออกเนี่ยนะ

ในวงการแพทย์ของจักรวรรดิ ยังมีที่ไหนที่ดีไปกว่าวิทยาลัยแพทยศาสตร์อีกงั้นเหรอ

"ตาเฒ่าชิว อย่าเพิ่งวู่วามสิ นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเนี่ย"

"กว่าจะไต่เต้าจนได้เข้ามาทำงานที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ นายพยายามมาตั้งแต่สมัยเรียนเลยไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงตัดสินใจลาออกล่ะ"

บรรดาเพื่อนร่วมงานเก่าต่างพากันส่งข้อความมาไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง

ชิวจี้เฟิงมองดูมั่วจุนเยว่ที่กำลังใช้มือกอบเอาโอสถหล่อหลอมวิญญาณกำเบ้อเริ่มขึ้นมาจากกระทะเหล็กด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย

เขายกมือขึ้นนวดขมับ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนๆ ไปว่า "ไม่มีอะไรหรอก แค่เพิ่งมาตระหนักได้ว่า สิ่งที่ฉันตามหามาทั้งชีวิตมันช่างไร้ความหมายสิ้นดี ฉันก็เลยอยากจะลองเปลี่ยนไปเดินเส้นทางอื่นดูบ้างน่ะ"

ทางด้านเริ่นเจี้ยนหย่ง เมื่อเขาขับยานบินมาถึงที่นี่ เขากลับรู้สึกสงสัยในชีวิตยิ่งกว่าชิวจี้เฟิงเสียอีก

นี่มันแก๊งต้มตุ๋นที่ไหนกัน

นี่มันโรงพยาบาลประสาทชัดๆ!

ต่อให้เขาจะเคยบุกน้ำลุยไฟผ่านอันตรายมานับไม่ถ้วน แต่พอมาเจอเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยอยู่ตรงหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา

"มาแล้วเหรอคะ คุณคงจะเป็นคุณเริ่นเจี้ยนหย่ง ผู้โชคดีที่ได้รับเลือกให้ร่วมทดสอบโอสถหล่อหลอมวิญญาณใช่ไหมคะ ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้"

เริ่นเจี้ยนหย่งจ้องมองเด็กสาวหน้าตาน่ารักสดใสที่วิ่งเข้ามาทักทายเขา สัญญาณเตือนภัยในหัวของเขาก็ดังลั่นขึ้นมาทันที จากประสบการณ์อันโชกโชนของเขา แก๊งต้มตุ๋นที่มีผู้หญิงหน้าตาดีอยู่ด้วย มักจะน่ากลัวและรับมือยากที่สุด

คิดได้ดังนั้น เขาก็เผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว

แต่แล้วเขาก็หันไปเห็นมั่วจุนเยว่ที่ดูงดงามยิ่งกว่า เสิ่นฝูเวยที่หล่อเหลาเอาการ และถงหลีที่ดูน่ารักน่าชัง ทุกคนต่างจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าแก๊งต้มตุ๋นแก๊งนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

"เอ่อ... ขอผมดูโอสถหล่อหลอมวิญญาณหน่อยได้ไหมครับ" เขาตัดสินใจเริ่มจากการหาหลักฐานมัดตัวก่อน

"ได้สิ" มั่วจุนเยว่ยกกระทะเหล็กใบใหญ่มายื่นให้ตรงหน้าเขา "เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลย ยังร้อนๆ อยู่เลยนะ"

เริ่นเจี้ยนหย่ง: ...

เขากวาดสายตามองลงไปในกระทะเหล็กที่ดูไม่ออกเลยว่าใช้ทำอาหารอะไรมาก่อน ก่อนจะปฏิเสธอย่างสุภาพ "ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่หิว"

มั่วจุนเยว่: ...

ทุกคน: ...

พรืด~

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

มั่วจุนเยว่ชี้ไปที่ยาลูกกลอนในกระทะเหล็ก "นี่แหละคือโอสถหล่อหลอมวิญญาณ"

เริ่นเจี้ยนหย่ง: ...!!!

แก๊งต้มตุ๋นจริงๆ ด้วย เอายาลูกกลอนเน่าๆ ที่ปั้นในกระทะเหล็กผุๆ มาหลอกขายตั้งเม็ดละห้าแสนเหรียญดวงดาว ทำไมไม่ไปปล้นธนาคารเลยล่ะ พฤติกรรมอุกอาจเกินไปแล้ว

เริ่นเจี้ยนหย่งลอบกลืนน้ำลาย "พวกคุณได้ส่งตัวยาไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือเปล่าครับ ถ้าส่วนผสมไม่ดี กินเข้าไปอาจจะได้รับสารพิษตกค้างได้นะครับ"

"อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ" ซินอวี่เปิดใบรายงานผลการตรวจจากโรงพยาบาลให้เขาดู "รับรองว่าปลอดภัยไร้สารพิษแน่นอนค่ะ"

เริ่นเจี้ยนหย่งกวาดสายตามองผ่านๆ ก็ต้องหรี่ตาลง ใบรายงานระบุไว้แค่ว่า โอสถหล่อหลอมวิญญาณมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและทำให้สมองปลอดโปร่งเท่านั้น ไม่ได้มีการเอ่ยถึงเรื่องพลังจิตเลยแม้แต่น้อย

รอให้เขารวบรวมพยานหลักฐานได้ครบก่อนเถอะ เขาจะจับพวกสิบแปดมงกุฎพวกนี้เข้าซังเตให้หมดเลยคอยดู

ซินอวี่เหลือบมองสภาพของเขาที่ดูมอมแมม หนวดเคราเฟิ้มรุงรัง

เธอจึงเอ่ยแนะนำอย่างนุ่มนวล "เราเตรียมห้องพักไว้ให้คุณแล้วนะคะ พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มไลฟ์สด คุณอยากจะไปอาบน้ำพักผ่อนและจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนไหมคะ"

"ตกลงครับ" เริ่นเจี้ยนหย่งเดินตามซินอวี่ไปที่ห้องพัก พลางสบถด่าในใจว่า แก๊งต้มตุ๋นอะไรวะ มาทำเป็นรังเกียจว่าเขาซกมก

เขาเรียกว่าซกมกที่ไหนล่ะเว้ย นี่เขาเรียกว่ามาดแมนแฮนด์ซัมต่างหาก พวกไม่มีตาหามีแววเอ๊ย

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 28 ปราบปรามแก๊งต้มตุ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว