เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 567 - พวกเราคิดว่าตนเองอายุยืนเกินไปอย่างนั้นรึ?

บทที่ 567 - พวกเราคิดว่าตนเองอายุยืนเกินไปอย่างนั้นรึ?

บทที่ 567 - พวกเราคิดว่าตนเองอายุยืนเกินไปอย่างนั้นรึ?


"ผู้อาวุโสซู เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับอายุมากหรือน้อยหรอกกระมัง?"

ป๋ายจิ่งยืนอยู่ด้านข้างพลางกล่าวอย่างระมัดระวัง "เขายังหนุ่ม ระดับพลังก็ทัดเทียมกับท่าน ย่อมไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้ท่านอย่างแน่นอนขอรับ!"

สิ้นคำกล่าวนั้น

ซูอิ้งหลงก็ชะงักฝีเท้า เขาถลึงตาใส่ป๋ายจิ่ง แทบอยากจะทุบกะโหลกศิษย์ของตนเองให้แหลกคามือ

พูดจาอันใดออกมาเนี่ย!

ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกที ยอดอัจฉริยะสะท้านโลกของหุบเขาหลีฮั่ว ซูจี้ซื่อก็ตายไปแล้ว สืออิงเหยียนก็ตายไปแล้ว ป๋ายจิ่งที่อยู่ตรงหน้าถือเป็นยอดอัจฉริยะสะท้านโลกที่โดดเด่นที่สุดในคนรุ่นนี้แล้ว ซูอิ้งหลงจึงต้องข่มความโกรธเอาไว้ในใจ

"ไอ้หนูอย่างเจ้าจะไปรู้อันใด!"

ซูอิ้งหลงชักมือใหญ่ที่หมายจะตบป๋ายจิ่งให้ตายกลับมาพลางด่าทอ "ซ่งเจาเจี๋ยผู้นี้ ไม่ไว้หน้าข้าเลยจริงๆ "

เมื่อป๋ายจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเจื่อนๆ

ต่างคนต่างก็ทำเพื่อนายของตน ระดับพลังก็เท่าเทียมกัน อีกทั้งเขายังหนุ่มกว่าท่าน แล้วเหตุใดต้องไว้หน้าท่านด้วยเล่า?

"เอาล่ะๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว"

ซูอิ้งหลงโบกมือพลางกล่าว "ดูเหมือนว่าหากต้องการจะดึงตัวเยี่ยอู๋โยวมาให้ได้ คงต้องให้ท่านเจ้าหุบเขาออกโรงเองเสียแล้ว นอกเหนือจากนี้ก็คือฝั่งสำนักศึกษาไท่จี๋ ข้าเดาว่าพวกเขาก็คงมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงเยี่ยอู๋โยวไปให้ได้เช่นกัน"

"ได้ยินมาว่าหลี่เจี้ยนอีไอ้หนูนั่น กราบเยี่ยอู๋โยวเป็นอาจารย์ เป็นเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่?"

"เป็นเรื่องจริงขอรับ!" ป๋ายจิ่งรีบกล่าว "เขาเคารพเทิดทูนเยี่ยอู๋โยวราวกับเทพเจ้าเลยทีเดียว!"

"หึหึ ... "

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูอิ้งหลงก็หัวเราะในลำคอ "ไอ้หนูนี่ เห็นชัดๆ ว่าเป็นอัจฉริยะวิถีดาบ ทว่ากลับคลั่งไคล้กระบี่ ทำเอาหลี่กวนอวิ๋นต้องปวดหัวแล้วสิ!"

หากไม่ได้เห็นเยี่ยอู๋โยวลงมือ ซูอิ้งหลงคงคิดว่าหลี่เจี้ยนอีไอ้หนูนั่นเป็นพวกโง่เง่าไปแล้ว

ทว่าเมื่อได้เห็นฝีมือของเยี่ยอู๋โยว ซูอิ้งหลงกลับรู้สึกว่าหลี่เจี้ยนอีไอ้หนูนั่น ช่างเจ้าเล่ห์แสนกลเสียจริง!

"เรื่องนี้เก็บเอาไว้ก่อนเถิด การตามหาไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง"

เมื่อป๋ายจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีอึกอักคล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใด

"อยากจะพูดอันใดก็พูดมา"

ซูอิ้งหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังที่ศิษย์ไม่เอาถ่าน "เจ้านี่นะ พรสวรรค์ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ทว่ากลับมีนิสัยเก็บตัว ครั้งนี้สืออิงเหยียนยอมตายเพื่อช่วยเจ้า ซูจี้ซื่อก็เช่นกัน หากเจ้ายังมัวแต่อืดอาดยืดยาด ไม่ยอมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เจ้าจะสู้หน้าผู้ใดได้อีก?"

ป๋ายจิ่งรีบกล่าวขึ้นทันที "ผู้อาวุโสซู จากข่าวคราวในช่วงเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ข้ารู้สึกว่าเยี่ยอู๋โยวมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะต้องการครอบครองไข่สัตว์ร้ายบรรพกาล อีกทั้งเขายังล่วงรู้ข้อมูลที่พวกเราไม่รู้อีกด้วยขอรับ"

สิ้นคำกล่าวนั้น

ซูอิ้งหลงก็ชะงักไปครู่ใหญ่ก่อนจะสบถด่าออกมา "ป๋ายจิ่งเอ๋ยป๋ายจิ่ง เจ้ามันโง่เง่าเต่าตุ่นจริงๆ !"

ป๋ายจิ่งมีสีหน้ามึนงง

ทว่าเมื่อซูอิ้งหลงตั้งสติได้ เขาก็กล่าวอีกครั้ง "ลองว่ามาสิ เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?"

ป๋ายจิ่งเบือนหน้าหนีและไม่ยอมปริปากพูดสิ่งใด

"เหอะ ไอ้หนูนี่แอบโกรธข้าอย่างนั้นรึ?"

ซูอิ้งหลงกล่าวต่อ "ยอดอัจฉริยะสะท้านโลกคนอื่นๆ เขาบรรลุขั้นหยั่งรู้ความว่างเปล่ากันหมดแล้ว ส่วนเจ้ายังอยู่แค่ขั้นทะลวงวิญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งที่เก้า นี่คือสิ่งที่ทำให้เจ้าถูกทิ้งห่าง เจ้าเข้าใจหรือไม่ ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ก็พลาดไปตลอดกาล!"

"ที่ข้าด่าเจ้าก็เพื่อความหวังดีต่อเจ้าทั้งนั้น มิฉะนั้นวันใดที่ผู้อื่นกลายเป็นราชันวิญญาณ เป็นจักรพรรดิวิญญาณกันหมดแล้ว ทว่าเจ้ายังอยู่แค่ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา ถึงตอนนั้นเจ้าจะไม่มีแม้แต่ที่ให้ร้องไห้!"

ป๋ายจิ่งก้มหน้าพลางกล่าว "ศิษย์ทราบแล้วขอรับ"

ทันใดนั้น ป๋ายจิ่งก็นำข่าวคราวที่ตนเองล่วงรู้มาบอกเล่าอย่างละเอียดทีละเรื่อง รวมถึงข้อสันนิษฐานและหลักฐานที่ใช้สนับสนุนข้อสันนิษฐานของตนเองด้วย

"มีเหตุผลทีเดียว!"

เมื่อรับฟังจนจบ ซูอิ้งหลงก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด

แม้เขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อนไปสักหน่อย ทว่าก็ไม่ใช่คนไร้สมอง

มิฉะนั้นในเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวพันกับไข่สัตว์ร้ายบรรพกาล และมียอดฝีมือขั้นหยั่งรู้ความว่างเปล่านับร้อยคนเข้าร่วมเช่นนี้ ท่านเจ้าหุบเขาย่อมไม่มีทางให้เขาเป็นผู้นำทีมอย่างแน่นอน

"เจ้า!"

ซูอิ้งหลงชี้ไปยังผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่อยู่ด้านข้างพลางสั่งการ "รีบออกไปรายงานเรื่องนี้ต่อท่านเจ้าหุบเขา ให้ท่านเจ้าหุบเขาเป็นผู้ตัดสินใจ"

"ขอรับ"

หลังจากผู้อาวุโสท่านนั้นเดินจากไป

ป๋ายจิ่งก็รีบเอ่ยถาม "ผู้อาวุโสซู ท่านคงไม่ได้คิดจะทำอันใดคุณชายเยี่ยหรอกนะขอรับ?"

"หืม เจ้าระแวงสิ่งใดกัน?"

ป๋ายจิ่งมีสีหน้าร้อนรนพลางกล่าว "คุณชายเยี่ยช่วยเหลือข้ามาหลายครั้ง ถือเป็นผู้มีพระคุณของข้า เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของข้าเท่านั้น ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริงเสมอไป ... "

"ดูเจ้าสิ จะไปรู้อันใด!"

ซูอิ้งหลงด่าทอด้วยรอยยิ้ม "หากเยี่ยอู๋โยวเป็นอย่างที่เจ้าคิดจริงๆ ว่าต้องการจะได้ไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลมาครอบครอง อีกทั้งยังล่วงรู้ข้อมูลที่พวกเราไม่รู้ จึงเกิดความโลภขึ้นมา เช่นนั้นเขาก็กำลังรนหาที่ตายแล้ว"

"ประการแรก เขามีระดับพลังเพียงเท่าใดกัน แค่ขั้นหยั่งรู้ความว่างเปล่าสามวัฏจักรเท่านั้น จะเอาสิ่งใดไปควบคุมไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลฟองนั้นได้?"

"ประการที่สอง ต่อให้เขามีโชคช่วย โชคดีอย่างเหลือเชื่อจนได้ครอบครองไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลฟองนั้น เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถซ่อนมันเอาไว้ได้ มิฉะนั้นทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้น ย่อมต้องมีคนทำให้เขาตายอย่างไร้ที่ฝังอย่างแน่นอน คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยกวิเศษ เจ้าเข้าใจหรือไม่?"

ป๋ายจิ่งเอ่ยถามด้วยความมึนงง "แปดสุดยอดขุมอำนาจจะร่วมมือกันสังหารเขางั้นรึขอรับ?"

"ไอ้หนูนี่ ซื่อบื้อจริงๆ แปดสุดยอดขุมอำนาจอย่างพวกเรานับเป็นตัวอันใดได้?"

ซูอิ้งหลงตวาดลั่น "ตอนนี้เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าเหตุใดในครั้งนี้ สุสานร้างกลืนสุริยันและศึกชิงความเป็นใหญ่ ล้วนจัดขึ้นเพื่อไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลฟองนี้ ถูกต้องหรือไม่?"

ป๋ายจิ่งพยักหน้ารับ

"ถ้าเช่นนั้น เจ้าคิดว่าพวกเราทั้งแปดทิศโลภอยากได้ไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลฟองนี้จริงๆ อย่างนั้นรึ?"

"อ้าว ไม่ใช่หรอกรึขอรับ?"

"ใช่บิดาเจ้าน่ะสิ!"

ครั้งนี้ซูอิ้งหลงทนไม่ไหวจริงๆ เขาตบฉาดเข้าที่หน้าผากของป๋ายจิ่งไปหนึ่งที

"ไอ้เด็กบ้า!"

ซูอิ้งหลงด่าทอไปหนึ่งประโยคก่อนจะกล่าวต่อ "ในปีนั้น อารามเด็ดดาราที่แข็งแกร่งกว่าแปดสุดยอดขุมอำนาจของพวกเราไปอีกขั้น เพียงเพราะได้ไข่สัตว์ร้ายมาครอบครองและซุกซ่อนเอาไว้ ไม่ยอมส่งมอบให้กับนิกายวิถีเทียนหยี่ยน ผลสุดท้ายก็คือถูกฆ่าล้างสำนัก จนทำให้เกิดเป็นสุสานร้างกลืนสุริยันในปัจจุบัน"

"แปดสุดยอดขุมอำนาจอย่างพวกเรา พูดกันตามตรง ก็เป็นเพียงแปดสุดยอดขุมอำนาจบนทวีปเทียนชิงแห่งนี้เท่านั้น เมื่อเทียบกับอารามเด็ดดาราก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก และหากนำไปเทียบกับนิกายวิถีเทียนหยี่ยนที่เป็นถึงขุมอำนาจระดับเจ้าอธิราชแห่งทวีปหนานจานเสวียน พวกเรายิ่งไม่นับเป็นตัวอันใดได้เลย!"

"พวกเราจะกล้าโลภอยากได้ไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลไปทำไม เจ้าคิดว่าพวกเราอยากจะอายุสั้นกันนักหรืออย่างไร?"

เมื่อป๋ายจิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี

"ถ้าเช่นนั้น เหตุใดพวกเราจึงยังต้องออกตามหาไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลอยู่อีกเล่าขอรับ นั่นไม่ใช่การแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรอกรึ?"

"เจ้าจะไปรู้อันใด!"

ซูอิ้งหลงส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ถอยออกไป เขาจูงมือป๋ายจิ่งเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ "นี่คือความลับระดับสูง เจ้าห้ามนำไปแพร่งพรายโดยเด็ดขาด"

ป๋ายจิ่งพยักหน้ารับ

ซูอิ้งหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ "สุสานร้างกลืนสุริยันแห่งนี้ ความจริงแล้วไม่ได้ถูกค้นพบโดยพวกเราทั้งแปดทิศ ทว่าถูกค้นพบโดยบุคคลจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งทวีปเป่ยจี๋เสวียนต่างหาก"

"ทว่าพวกเขากลับไม่ต้องการลงมือด้วยตนเอง เพียงเพราะเกรงว่าขุมกำลังยักษ์ใหญ่จากทวีปอื่นจะล่วงรู้ความลับนี้เข้า จึงได้แอบให้การสนับสนุนพวกเราอย่างลับๆ เพื่อเปิดผนึกดินแดนโบราณแห่งนี้ และออกตามหาไข่สัตว์ร้ายบรรพกาล!"

"เมื่อใดที่ค้นพบและจับกุมไข่สัตว์ร้ายบรรพกาลมาได้สำเร็จ พวกเราทั้งแปดทิศก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบใหญ่หลวง เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะมอบโควตาให้พวกเราทั้งแปดทิศในทุกๆ สามปี เพื่อให้เข้าไปกราบเป็นศิษย์และฝึกฝนในสำนักของพวกเขาได้"

เมื่อป๋ายจิ่งได้ยินเช่นนั้น เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยพลางเอ่ยถาม "พวกเขาเป็นใครกันขอรับ?"

"ทวีปเป่ยจี๋เสวียน!"

"ตำหนักเทวะหงส์หิมะ!"

ทวีปเป่ยจี๋เสวียน? ตำหนักเทวะหงส์หิมะ?

ป๋ายจิ่งไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

"เป็นตัวตนที่สามารถต่อกรกับนิกายวิถีเทียนหยี่ยนได้อย่างสูสี เจ้าไม่มีทางรู้จักหรอก!"

ป๋ายจิ่งมีสีหน้ากระอักกระอ่วน

ซูอิ้งหลงกล่าวต่อ "เจ้าต้องรู้นะว่าหากพวกเราได้โควตามา ยกตัวอย่างเช่นส่งไอ้หนูอย่างเจ้าไปฝึกฝนที่ตำหนักเทวะหงส์หิมะ โดยมีระดับปราชญ์คอยสั่งสอน ความสำเร็จของเจ้าในอนาคต จะหยุดอยู่แค่ระดับวิญญาณอย่างนั้นรึ ระดับราชันวิญญาณหรือจักรพรรดิวิญญาณจะนับเป็นตัวอันใดได้อีก?"

เมื่อป๋ายจิ่งได้ยินเช่นนั้น เขาก็เกิดความใฝ่ฝันขึ้นมาในชั่วขณะ

เขาไม่รู้หรอกว่าตำหนักเทวะหงส์หิมะนั้นแข็งแกร่งเพียงใด

ทว่าเขาย่อมรู้ดีว่าระดับปราชญ์นั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด

ระดับปราชญ์นั้นก็คือตำนาน

"เดี๋ยวก่อนขอรับ!"

ทันใดนั้น

ป๋ายจิ่งก็ขมวดคิ้วพลางกล่าว "ผู้อาวุโสซู แปดสุดยอดขุมอำนาจแห่งทวีปเทียนชิงของพวกเรา ในสายตาของนิกายวิถีเทียนหยี่ยนไม่นับเป็นตัวอันใด เช่นนั้นในสายตาของตำหนักเทวะหงส์หิมะ พวกเราก็คงไม่นับเป็นตัวอันใดเช่นกันใช่หรือไม่ขอรับ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 567 - พวกเราคิดว่าตนเองอายุยืนเกินไปอย่างนั้นรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว