- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 407 - เจ้าสมควรจะเป็นบุคคลระดับเทพเจ้า
บทที่ 407 - เจ้าสมควรจะเป็นบุคคลระดับเทพเจ้า
บทที่ 407 - เจ้าสมควรจะเป็นบุคคลระดับเทพเจ้า
ให้ตายเถอะ!
อัจฉริยะระดับปีศาจ บุตรแห่งสวรรค์ อัจฉริยะระดับแนวหน้า อัจฉริยะทั่วไป เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเยี่ยอู๋โยว กลับกลายเป็นเพียงหน่วยวัดการสังหารข้ามระดับของเขาไปเสียแล้ว!
"กระบวนท่าทั้งสี่ของวิชากายาทรราชชางเสวียน สังหารขั้นเสวียนกังระดับเจ็ดไม่ใช่ปัญหา ระดับแปดก็น่าจะได้ ส่วนระดับเก้าไม่รู้ว่าจะพอหรือไม่!"
"หากไม่พอ ก็ต้องใช้กระบี่เทียนมิ่งหลีฮั่ว ผสานกับเพลงกระบี่เทียนกังหลีฮั่ว กระตุ้นอานุภาพเพลิงใต้พิภพ"
"หากยังไม่พออีก ก็ต้องใช้เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง ขั้นควบแน่นรูปลักษณ์มาเสริมพลัง!"
"หากยังไม่พออีก ก็ต้องเป็นตราประทับเป็นตายเผาผลาญวิญญาณ ในตอนนี้บรรลุถึงขั้นระดับสี่แล้ว ตราประทับไฟสามารถควบแน่นได้ถึงหนึ่งร้อยสามสิบหกสาย!"
"พลังโจมตี น่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!"
เยี่ยอู๋โยวเอ่ยออกมาทีละประโยค
อัจฉริยะระดับปีศาจทั้งสี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เบิกตาอ้าปากค้าง
เจ้านี่
กำลังโอ้อวดอยู่งั้นหรือ
หลังจากใช้หมัดเดียวสังหารติงอู้ไปแล้ว
เจ้านี่ก็เหมือนกำลังจะบอกพวกเขาว่า
อ้อ
นี่เป็นเพียงการโจมตีที่อ่อนแอที่สุดของข้าเท่านั้น
วิธีการที่เหนือชั้นกว่านี้ ที่สูงส่งยิ่งกว่านี้ ข้ายังไม่ได้งัดออกมาใช้เลย
ฆ่าคน แล้วยังจะมาเหยียบย่ำจิตใจกันอีก!
ฟึ่บ ...
และในเวลานั้นเอง
จู่ๆ เยี่ยอู๋โยวก็กำมือ ธนูวิเศษทะลวงตะวันก็ปรากฏขึ้น
วูบ ...
คันธนูสีแดงฉานถูกง้างจนตึง ลูกศรปราณวิญญาณสายหนึ่ง พุ่งแหว่งอากาศออกไปในพริบตา
ตู้ม!!!
ศิษย์คนหนึ่งที่พยายามจะแอบหลบหนีไปอย่างเงียบๆ ถูกลูกศรทะลวงร่างจนระเบิดแหลกละเอียด
"โอ้!"
เยี่ยอู๋โยวพึมพำกับตนเอง "ยอดเยี่ยมไปเลย เส้นชีพจรแข็งแกร่งขึ้น เพลิงใต้พิภพแข็งแกร่งขึ้น ลูกศรวิญญาณที่ควบแน่นออกมาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย!"
จากนั้นเยี่ยอู๋โยวก็หันกลับมา เขามองไปทางหยางจิ่งซิว อี้ฉู่ไฉ ชุยอวี้ ซูโยวโยวทั้งสี่คน รวมถึงบรรดาศิษย์อีกกว่ายี่สิบคนที่อยู่ข้างกายพวกเขาทั้งสี่
"อย่าเพิ่งหนีสิ!"
"มาสู้กับข้า!"
เยี่ยอู๋โยวเก็บธนูวิเศษทะลวงตะวัน ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง "ติงอู้เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง ข้าต้องประเมินจากพลังฝีมือของพวกเจ้าด้วยว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับใด ข้าควรจะใช้พลังระดับใดออกมา!"
สิ้นคำกล่าวนี้
หยางจิ่งซิวและพวกทั้งสี่คน ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเขารีบพุ่งทะยานแยกย้ายกันหนีเข้าไปในช่องเขาทันที
ทว่าในวินาทีต่อมา
เยี่ยอู๋โยวกลับก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้น และพุ่งไปปรากฏตัวขวางอยู่ในช่องเขาเสียแล้ว
"ช่องเขานี้ก็มีขนาดแค่นี้ ข้าคนเดียวก็ปิดทางได้มิดแล้ว ดังนั้น เลิกหนีเถอะ ตกลงไหม"
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังและจริงใจของเยี่ยอู๋โยว
ทุกคนต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
นี่เจ้ากำลังขอร้องพวกเราอยู่งั้นหรือ
"ทุกคนอย่าเพิ่งลนลาน!"
ซูโยวโยวตวาดลั่น "บุกเข้าไปพร้อมกัน พวกเราอาจจะยังมีทางรอด!"
"ใช่! บุกเข้าไปพร้อมกัน!"
"บุก ฆ่ามัน!"
เสียงตวาดดังก้องไปทั่ว
ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปโจมตีเลยสักคน
ทุกคนต่างก็ตะโกนดังกึกก้อง ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเป็นฝ่ายลงมือก่อน
"ข้าเอง!"
ชุยอวี้ตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไป
ตามมาด้วยซูโยวโยว หยางจิ่งซิว และอี้ฉู่ไฉ ที่พุ่งตามออกไปติดๆ
การต่อสู้อันดุเดือดปะทุขึ้นทันที
ท่ามกลางหุบเขา ปราณกังระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง
...
แท่นบูชาเฟิงชาน
เมื่อหยางจิ่งซิวผ่านการทดสอบเสร็จสิ้น รูปปั้นหินสูงใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับแท่นบูชาเฟิงชาน ก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ
และเซี่ยอี้เกอก็เป็นคนเดินเข้าไปในนั้น เพื่อรับเอาของวิเศษและป้ายแปดทิศ
แปดสุดยอดขุมอำนาจ นำของวิเศษระดับเก้าจำนวนแปดชิ้น และของวิเศษระดับแปดจำนวนสามสิบหกชิ้นมารวมไว้ด้วยกัน
จากนั้นก็สลับสับเปลี่ยนลำดับ ก่อนจะมอบหมายให้ยอดฝีมือระดับสูงของแต่ละขุมอำนาจ นำของวิเศษเหล่านี้พร้อมกับป้ายแปดทิศทั้งสี่สิบสี่อัน ไปซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วสุสานร้างกลืนสุริยัน
ไม่มีใครรู้ว่าตนเองกำลังซ่อนของวิเศษชิ้นใดอยู่
มองผิวเผิน ดูเหมือนจะยุติธรรมดี
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มันก็ยังมีลูกเล่นแอบแฝงอยู่
ความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้
เมื่อเซี่ยอี้เกอได้รับของวิเศษและป้ายแปดทิศ เขาก็เดินออกมาจากด้านหลังป้ายหินด้วยความรีบร้อน
"กระบี่ท่องเก้าทิศ!"
"นี่มันเป็นกระบี่วิเศษสืบทอดของกระท่อมกระบี่พวกเราอยู่แล้วนี่นา!"
เซี่ยอี้เกอดูตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง
"ป้ายแปดทิศ ต้องมอบให้เยี่ยอู๋โยว ตกลงกันไว้แล้ว จะผิดคำพูดไม่ได้!"
เซี่ยอี้เกอเดินไปตามทางเดินด้านหลังป้ายหิน
"แต่ว่า พูดก็พูดเถอะ หากข้ามอบให้เขา แล้วพวกหยางจิ่งซิวจะมาแย่งชิงไปล่ะ ข้าจะทำอย่างไรดี"
"ข้าก็คงต้องปกป้องเขาสักหน่อย ถึงอย่างไร ก็หาได้ยากนักที่จะได้พบกับคนที่ถูกชะตากันเช่นนี้!"
"มอบป้ายแปดทิศให้เขาหนึ่งอัน แล้วชักชวนให้เขาเข้าร่วมกระท่อมกระบี่ดีหรือไม่"
"เจ้านี่ ชัดเจนว่ามาจากจักรวรรดิเทียนเสวียน ไร้ซึ่งเบื้องหลังใดๆ ทว่ากลับสังหารอัจฉริยะระดับปีศาจจากทั้งสำนักกระบี่ชิงอวิ๋น สำนักไท่เสวียน สำนักอวี้ซวี และวังเสินเซียว ซึ่งล้วนเป็นสี่ขุมอำนาจระดับยักษ์ใหญ่ไปจนหมด"
"หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป สี่สุดยอดขุมอำนาจนั้น ใครจะกล้ารับเขาเข้าร่วมสำนักอีกล่ะ"
"เช่นนั้นในอนาคต เขาก็เลือกได้เพียงแค่สำนักศึกษาไท่จี๋ ตระกูลเจียง หุบเขาหลีฮั่ว หรือไม่ก็กระท่อมกระบี่ของพวกเรา สี่แห่งนี้เท่านั้น!"
"และเขาก็เป็นผู้ใช้กระบี่ การเลือกกระท่อมกระบี่ของพวกเรา ย่อมเหมาะสมที่สุดแล้ว!"
เซี่ยอี้เกอพึมพำกับตนเองขณะเดินออกจากช่องเขา และกลับมาที่แท่นบูชาเฟิงชาน
หืม
ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยหรือ
เซี่ยอี้เกอมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที และก้าวเดินอย่างระมัดระวัง
หรือว่าซูโยวโยวและพวกทั้งห้าคนจะร่วมมือกันสังหารเยี่ยอู๋โยวไปแล้ว
แล้วทั้งห้าคนนั้นกำลังซุ่มดักรอโจมตีเขาอยู่หรือไม่
เซี่ยอี้เกอกำกระบี่ไว้ในมือ ฝีเท้าเริ่มช้าลง
ทว่าเมื่อเขาเดินมาถึงริมแท่นบูชาเฟิงชาน และมองเห็นภาพในหุบเขาเบื้องหน้า เขาก็ถึงกับชะงักไป
"แม่ ... ร่วง ... "
มือที่กำกระบี่ของเซี่ยอี้เกอสั่นเทาเล็กน้อย
บริเวณหุบเขา
ศพมากมายนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น
ส่วนเยี่ยอู๋โยวในตอนนี้ กำลังนั่งอยู่บนบันไดริมแท่นบูชาเฟิงชาน และกำลังเช็ดคราบเลือดบนร่างกายอยู่
"เยี่ยอู๋โยว!"
เซี่ยอี้เกอรีบเดินเข้าไปหา
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
"บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่"
เซี่ยอี้เกอรีบหยิบขวดน้ำยาวิญญาณออกมา ยื่นให้เยี่ยอู๋โยวพลางกล่าว "เจ้าดูสภาพตัวเองสิ เลือดอาบไปทั้งตัว สรุปว่าบาดเจ็บตรงไหน"
เยี่ยอู๋โยวมองขวดน้ำยาวิญญาณที่เซี่ยอี้เกอยื่นมาให้ เขาโบกมือปฏิเสธ
"ข้าไม่ได้เป็นอะไร เลือดพวกนี้กระเด็นมาโดนตอนที่พวกมันกระอักเลือดออกมาเท่านั้นแหละ!"
"เจ้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ หรือ"
"จริงๆ ... "
เซี่ยอี้เกอกวาดตามองศพรอบๆ อีกครั้ง สลับกับมองเยี่ยอู๋โยว ด้วยสีหน้าเหม่อลอย
"พูดตามตรงนะ อัจฉริยะระดับปีศาจขั้นเสวียนกังระดับหก ระดับเจ็ดตั้งห้าคน ต่อให้เป็นข้า หากจะสังหารให้หมด ข้าก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!"
หากเป็นแค่หยางจิ่งซิวและอี้ฉู่ไฉ เซี่ยอี้เกอย่อมไม่เกรงกลัวเลย
ทว่าหากเพิ่มซูโยวโยว ติงอู้ และชุยอวี้เข้าไปด้วย สถานการณ์ย่อมแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
แต่เยี่ยอู๋โยว ...
กลับไม่เป็นอะไรเลย!
"เจ้าไม่ใช่อัจฉริยะระดับปีศาจ หรือยอดอัจฉริยะสะท้านโลกอะไรแล้วล่ะ!"
เซี่ยอี้เกอกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "เจ้าสมควรจะเป็นบุคคลระดับเทพเจ้ามากกว่า!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เยี่ยอู๋โยวก็เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าพลางหัวเราะเบาๆ "บุคคลระดับเทพเจ้าอะไรกัน เจ้ารู้หรือว่าเทพเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร"
"ก็หน้าตาแบบเจ้านี่แหละ!"
เซี่ยอี้เกอตอบกลับทันควัน
"สังหารไปหมดเกลี้ยงเลย สรุปว่าทำได้อย่างไรกัน ... "
เซี่ยอี้เกอกล่าวด้วยความเสียดาย "ข้ายังคิดว่า พอหยิบของเสร็จแล้ว หากเห็นท่าไม่ดี จะได้ออกมาช่วยเจ้าสักหน่อย ผลสุดท้ายผ่านไปไม่ทันไร เจ้ากลับจัดการพวกมันจนหมดเกลี้ยงแล้ว!"
"ก็ไม่ได้ฆ่าหมดหรอก!"
เยี่ยอู๋โยวปรายตามองไปด้านข้างพลางกล่าว "ชุยอวี้กับซูโยวโยว ข้าไม่ได้ทุบจนตาย"
จะมีอะไรแตกต่างกันเล่า
ที่ไม่ได้ทุบให้ตาย ก็เพื่อเก็บไว้สอบถามข้อมูลเท่านั้น
"จริงสิ ด้านในมีของวิเศษอะไรบ้างหรือ"
"กระบี่วิเศษระดับเก้า กระบี่ท่องเก้าทิศ!"
เซี่ยอี้เกอกล่าวพลางหยิบกระบี่วิเศษออกมา "นี่ไง ให้เจ้าดู!"
เมื่อเห็นเซี่ยอี้เกอยื่นกระบี่วิเศษมาให้อย่างจริงใจ เยี่ยอู๋โยวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะแย่งไปหรือไง"
เซี่ยอี้เกอหัวเราะเจื่อนๆ
หากเยี่ยอู๋โยวคิดจะแย่ง ดูเหมือนเขาเองก็คงจะขัดขวางไม่ได้
สู้เปิดเผยตรงไปตรงมาเสียเลยจะดีกว่า
"กระบี่ท่องเก้าทิศ ... "
เยี่ยอู๋โยวพิจารณากระบี่สั้นในมืออย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยว่า "คุณภาพไม่เลว ทว่ามีรอยแตกร้าวอยู่บ้าง จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม"
กล่าวจบ
เยี่ยอู๋โยวก็ส่งกระบี่ท่องเก้าทิศคืนให้เซี่ยอี้เกอ
บอกตามตรง
กระบี่เล่มนี้
เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด
แม้ว่ามันจะเป็นกระบี่ระดับเก้า ทว่าในสายตาของเยี่ยอู๋โยว กระบี่เล่มนี้จัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางระดับสูงของกระบี่ระดับเก้าเท่านั้น
ลวดลายศัสตราเสียหาย ตัวกระบี่เองก็มีรอยแตกร้าว พลังอานุภาพย่อมลดทอนลงไปมาก
ส่วนกระบี่เทียนมิ่งหลีฮั่วที่เขาได้รับมา เป็นกระบี่วิเศษระดับหกที่เคยถูกใช้งานโดยเจ้าตำหนักหลี่จุยเฟิงแห่งอารามเด็ดดารา
ระดับขั้นเหมาะสมกับระดับพลังของเขาในตอนนี้
อีกทั้งกระบี่เล่มนี้ ยังได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
การที่หลี่จุยเฟิงเก็บกระบี่เล่มนี้ไว้พร้อมกับป้ายคำสั่งจุยเฟิง แทนที่จะทิ้งของวิเศษระดับเจ็ด ระดับแปด หรือระดับเก้าเอาไว้
นั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า หลี่จุยเฟิงรักกระบี่เล่มนี้มากเพียงใด
เซี่ยอี้เกอรับกระบี่ท่องเก้าทิศไปพลางยิ้มและกล่าวว่า "กระบี่เล่มนี้ เดิมทีก็เป็นของกระท่อมกระบี่พวกเรา ทว่ากลับตกไปอยู่ในมือของสำนักกระบี่ชิงอวิ๋น ครั้งนี้สำนักกระบี่ชิงอวิ๋นนำมันออกมาเป็นของรางวัล ข้าในฐานะศิษย์กระท่อมกระบี่ ย่อมต้องเอามันกลับคืนมาให้ได้!"
เยี่ยอู๋โยวรับฟังและพยักหน้าเบาๆ
เซี่ยอี้เกอผู้นี้ ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย
เป็นคนมีหลักการ ไม่ใช่พวกที่เห็นแก่ความถูกต้องจนหน้ามืดตามัว และก็ไม่ใช่พวกที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
ที่สำคัญที่สุดก็คือ
เขารักษาคำพูด!
คนแบบนี้ หาได้ยากจริงๆ
"นี่ อันนี้ของเจ้า!"
เซี่ยอี้เกอกล่าวพลางหยิบป้ายคำสั่งขนาดเท่าฝ่ามืออันหนึ่งส่งให้เยี่ยอู๋โยว
"นี่คือ ... "
เยี่ยอู๋โยวรับป้ายคำสั่งมาและพิจารณาอย่างละเอียด
[จบแล้ว]