เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 237 - เตาหลอมเต๋าสวรรค์

บทที่ 237 - เตาหลอมเต๋าสวรรค์

บทที่ 237 - เตาหลอมเต๋าสวรรค์


ในทันที เยี่ยอู๋โยวก็หยิบเตาหลอมเสวียนจินออกมา จากนั้นจึงโยนมันเข้าไปในเจดีย์เทพกลืนสวรรค์

ภายในชั้นที่หนึ่งของเจดีย์เทพกลืนสวรรค์อันกว้างใหญ่ เยี่ยอู๋โยวใช้จิตสำนึกควบแน่นจนเกิดเป็นเงาร่างสายหนึ่งหยัดยืนอยู่ภายในเจดีย์

บนพื้นผิวของเตาหลอมเสวียนจิน เปล่งประกายแสงเจิดจ้าบาดตา

"ในตอนนี้ เตาหลอมเสวียนจินนับว่าเป็นอุปกรณ์วิเศษระดับสี่ขั้นสูงสุด แม้จะเติมเต็มด้วยปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์จนถึงขีดสุด ก็ทำได้เพียงสังหารยอดฝีมือขั้นตำหนักวิญญาณซึ่งเป็นระดับที่ห้าได้เพียงบางคนเท่านั้น!"

"หากนำหยกมรกตสุริยันก้อนนี้มาหลอมรวม เพื่อให้เตาหลอมเสวียนจินเกิดการผลัดเปลี่ยนและยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจนสามารถกักเก็บปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ได้มากขึ้น เช่นนั้นก็อาจจะสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นเสวียนกังซึ่งเป็นระดับที่หก หรือแม้กระทั่ง ... "

ทันใดนั้น เยี่ยอู๋โยวก็โยนหยกมรกตสุริยันเข้าไปในเตาหลอมเสวียนจิน

ท่ามกลางฟ้าดินรอบทิศทาง ปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์แต่ละสายต่างก็หลั่งไหลมารวมตัวกันที่ตัวเตาหลอม

ภายใต้การรวมตัวของปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ หยกมรกตสุริยันก็หลอมละลายและผสานเข้ากับเตาหลอมเสวียนจินอย่างต่อเนื่อง

นี่ก็คือสิ่งที่เยี่ยอู๋โยวเพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่วันก่อน

เขาไม่จำเป็นต้องลงมือหลอมแร่โลหะให้ผสานเข้ากับเตาหลอมเสวียนจินด้วยตนเองเลย

เตาหลอมเสวียนจินได้รับอิทธิพลจากปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ที่หลอมรวมเข้าไป มันจึงสามารถกลืนกินและหลอมรวมแร่โลหะได้ด้วยตัวมันเองเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

เตาหลอมใบนี้ ราวกับว่ามันมีจิตวิญญาณเป็นของตนเองอย่างแท้จริง

ระหว่างที่เฝ้ารอ เยี่ยอู๋โยวก็เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของเตาหลอมเสวียนจิน

"ตอนนี้หากจะเรียกเจ้าว่าเตาหลอมเสวียนจินต่อไป คงจะไม่เหมาะสมแล้วล่ะ!"

เยี่ยอู๋โยวเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกตัวเตาหลอม เขาสัมผัสได้ถึงความสอดคล้องระหว่างตนเองกับเตาหลอมใบนี้ จึงกล่าวอย่างเนิบนาบ "ข้าจะเปลี่ยนชื่อให้เจ้าใหม่"

"วันข้างหน้า จะเรียกเจ้าว่าเตาหลอมเต๋าสวรรค์!"

"รอให้ข้าหาแร่โลหะหายากมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยยกระดับให้เจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะได้กลายเป็นเตาหลอมระดับเทพที่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า!"

เยี่ยอู๋โยวเชื่อมั่นในเรื่องนี้อย่างหมดใจ

บางทีในวันข้างหน้า รอให้ระดับพลังของตนเองสูงขึ้นอีกสักหน่อย ก็คงจะสามารถต้านทานการสะท้อนกลับจากการฝืนหลอมรวมปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เตาหลอมเต๋าสวรรค์เป็นสื่อกลางอีกต่อไป

ทว่าในตอนนี้ เขายังคงต้องการมันเป็นอย่างมาก

อีกทั้งต่อให้ถึงวันนั้น วันที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเตาหลอมเต๋าสวรรค์อีกต่อไป เขาก็ยังสามารถใช้ปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ผสานกับแร่โลหะหายาก เพื่อสร้างเตาหลอมเต๋าสวรรค์ให้กลายเป็นอาวุธระดับเทพชั้นยอดที่ไร้ผู้ต่อกรได้!

เวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป

เมื่อหยกมรกตสุริยันถูกหลอมละลายและผสานเข้ากับเตาหลอมเต๋าสวรรค์และปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์จนค่อยๆ เลือนหายไป

ประกายแสงวิญญาณของเตาหลอมเต๋าสวรรค์ก็ยิ่งเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น

อีกทั้งตัวเตาหลอมยังกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับว่ามันสามารถกลืนกินแสงสว่างทุกสรรพสิ่งในใต้หล้าก็ไม่ปาน

ในขณะเดียวกัน บนพื้นผิวของเตาหลอมก็มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นมาลางๆ

เมื่อเยี่ยอู๋โยวได้เห็นฉากนี้ ภายในใจก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์และหยกมรกตสุริยันที่มีต่อเตาหลอมเต๋าสวรรค์เท่านั้น

แต่มันดูเหมือนว่าเจดีย์เทพกลืนสวรรค์ก็มีอิทธิพลต่อเตาหลอมใบนี้ด้วยเช่นกัน

เยี่ยอู๋โยวเดินเข้าไปใกล้แล้วแตะสัมผัสที่ตัวเตาหลอมเบาๆ

"ระดับห้า!"

เยี่ยอู๋โยวพึมพำเสียงเบา "หากเป็นเช่นนี้ ปราณต้นกำเนิดเต๋าสวรรค์ที่มีมากพอ ปะทุออกมาจากภายในเตาหลอมในชั่วพริบตา พลังทำลายล้างที่เกิดขึ้น จะสามารถสังหารยอดฝีมือในระดับใดได้กันนะ"

เตาหลอมทรงกลมสามขา ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ

"เจ้าก็อยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ บางทีหากเจดีย์เทพกลืนสวรรค์มีการเปลี่ยนแปลงอันใด ก็อาจจะนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่เจ้าได้เช่นกัน!"

สายตาของเยี่ยอู๋โยวมองไปยังบานประตูที่นำไปสู่ชั้นที่สอง

ผนึกยังคงเหมือนเดิม ไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆ

ดูเหมือนว่าประตูบานนี้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดก็จะเปิดออกเอง!

แน่นอนว่า บางทีอาจจะต้องรอให้เขาทำสิ่งใดสักอย่าง ประตูบานนี้ถึงจะเปิดออก

เมื่อเยี่ยอู๋โยวลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมาแล้ว

เตาหลอมเสวียนจิน อ้อ ไม่สิ เตาหลอมเต๋าสวรรค์ต่างหาก การผลัดเปลี่ยนตลอดทั้งคืน ทำให้เยี่ยอู๋โยวมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อเดินออกจากเรือนพัก เซี่ยหานซงก็ยังคงรออยู่หน้าประตูเรือนเช่นเคย

และในระยะไกลออกไป ก็มีเงาร่างสายหนึ่งคอยจับจ้องมาทางเยี่ยอู๋โยวอยู่ไกลๆ

"ผู้อำนวยการเซี่ย รอสักครู่นะขอรับ"

เยี่ยอู๋โยวเดินตรงไปหาเงาร่างที่อยู่ใต้ร่มไม้นั้น

"เจ้าคือผู้ใด"

หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ก็คือคนที่มอบห่อผ้าให้กับเขาเมื่อวานนี้ และยังเป็นคนที่หอว่านเซี่ยงจัดเตรียมเอาไว้ในสำนักศึกษาเทียนชิงอีกด้วย

"คุณชายเยี่ยจำข้าไม่ได้แล้วหรือ"

หญิงสาวมีรูปร่างสูงโปร่ง ค่อนข้างผอมบาง อีกทั้งหน้าอกหน้าใจก็ไม่ได้โดดเด่นอันใด ทว่ารูปร่างหน้าตาก็นับว่าพอดูได้

"ข้าควรจะจำเจ้าได้อย่างนั้นหรือ" เยี่ยอู๋โยวถามกลับ

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจพลางกล่าว "ใต้เท้าท่านอื่นๆ ไม่ได้เอ่ยถึงข้าให้ท่านฟังเลยหรือ"

"ไม่มี"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็ชะงักไป

ไม่มีผู้ใดพูดถึงข้าเลย แล้วเมื่อวานข้าแอบยื่นห่อผ้าให้ ท่านก็ยังกล้ารับไปอีกหรือ

"แล้วท่านทราบได้อย่างไร ว่าข้าเป็นคนของหอว่านเซี่ยง"

"เดาเอา"

" ... "

ทันใดนั้น หญิงสาวก็เอ่ยปาก "ข้าน้อยหลิ่วเยว่เหมย ตอนนี้เป็นศิษย์สำนักเทียนตัน"

ขณะที่กล่าว หญิงสาวก็มองไปยังเยี่ยอู๋โยว ทว่าเยี่ยอู๋โยวกลับมีสีหน้ามึนงง

"คุณชายเยี่ย!" ในที่สุดหลิ่วเยว่เหมยก็อดทนต่อไปไม่ไหว นางเอ่ยขึ้น "การประลองเจ็ดสำนักวันแรก การประลองวิถีโอสถ ท่านได้อันดับหนึ่ง ว่านเสวียนอีได้อันดับสอง ข้าหลิ่วเยว่เหมยได้อันดับสาม ตอนนั้นข้าก็ยืนอยู่ข้างๆ ว่านเสวียนอีไงเล่า!"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ในที่สุดเยี่ยอู๋โยวก็คิดขึ้นมาได้ เขารีบกล่าวทันที "ข้าจำเจ้าได้แล้ว! ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!"

หา นี่เรียกว่าจำได้อย่างนั้นหรือ ไม่สิ ต่อให้ท่านได้อันดับหนึ่ง แต่ข้าได้อันดับสามเชียวนะ มันไม่คู่ควรให้ท่านชายตามองเลยหรืออย่างไรกัน

เยี่ยอู๋โยวเค้นเสียงไอกระแอมพลางกล่าว "ความจริงแล้วการประลองวันแรกข้าค่อนข้างตื่นเต้น อีกทั้งตอนนั้นว่านเสวียนอีก็ทำตัวน่าหมั่นไส้เกินไป ข้าจึงเอาแต่จ้องมองท่าทางตอนที่เขาหน้าแตก เลยไม่ได้สังเกตเห็นเจ้า"

หลิ่วเยว่เหมยประสานมือพลางกล่าว "คุณชายเยี่ย วันข้างหน้าหากอยู่ในเขตสำนักสายในแล้วต้องการติดต่อกับหอว่านเซี่ยง สามารถใช้ศิลาสื่อสารก้อนนี้ตามหาข้าได้เลย!"

ขณะที่กล่าว หลิ่วเยว่เหมยก็ยื่นหินหยกสีเขียวครามขนาดเท่าฝ่ามือทารกให้

"ตกลง เข้าใจแล้ว"

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ เยี่ยอู๋โยวก็รับหินหยกมาพลางหัวเราะ "เจ้าเป็นศิษย์อันดับสองของสำนักเทียนตัน สองวันนี้ว่านเสวียนอีได้พูดอันใดบ้างหรือไม่"

"เขากำลังเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อเตรียมตัวที่จะสังหารท่านในการประลองรายการสุดท้ายของการประลองเจ็ดสำนัก"

"ไม่เลว ยังมีความมุ่งมั่นอยู่บ้าง!"

เยี่ยอู๋โยวหัวเราะพลางกล่าว "เอาล่ะ หลิ่วเยว่เหมย ข้าจำเจ้าได้แล้ว วันข้างหน้าหากมีเรื่องอันใดในสำนักที่ต้องการรู้ หรือมีข่าวสารอันใดที่ต้องการจะบอกกล่าว ข้าจะติดต่อเจ้าไปเอง!"

"ตกลง!"

หลิ่วเยว่เหมยประสานมือ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปและเลือนหายไปท่ามกลางหมู่แมกไม้

เยี่ยอู๋โยวถึงได้หมุนตัวเดินกลับมาหาเซี่ยหานซง

"หลิ่วเยว่เหมยแห่งสำนักเทียนตันงั้นหรือ เจ้าเด็กนี่ ไม่เลือกกินเลยจริงๆ นะ!"

เซี่ยหานซงหัวเราะหึๆ พลางกล่าว "ทว่า มีของดีระดับยอดเยี่ยมอย่างซูชิงเหออยู่แล้ว เจ้ายังจะกลืนผักต้มรำข้าวพวกนี้ลงไปได้อีกหรือ"

"เฒ่าเซี่ยเอ๋ย เรื่องนี้ข้าต้องขอตำหนิท่านสักหน่อยแล้วล่ะ!"

เยี่ยอู๋โยวกล่าวอย่างจริงจัง "ท่านบอกว่าอย่างไรท่านก็เป็นถึงผู้อำนวยการสำนักหลิงอู่ ทว่าวันๆ ในหัวกลับเอาแต่คิดเรื่องบัดสีบัดเถลิงพวกนี้ แล้วสำนักหลิงอู่จะแข็งแกร่งขึ้นมาได้เมื่อใดกันเล่า"

"ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ทุกการเคลื่อนไหวของข้า ล้วนทำไปเพื่อคว้าอันดับหนึ่งในการประลองเจ็ดสำนัก เพื่อให้สำนักหลิงอู่เติบโตและแข็งแกร่ง เพื่อสร้างความรุ่งโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง ท่านลองดูตัวเองสิ วันๆ เอาแต่คิดเรื่องอันใดกัน"

เมื่อถูกเยี่ยอู๋โยวสั่งสอนไปชุดใหญ่ เซี่ยหานซงก็มีสีหน้าโง่งมไปในทันที

ทั้งสองคนเดินไปด้วยกัน ไม่นานนักก็มาถึงบริเวณลานประลอง

บนที่นั่งผู้ชม ยังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย

ส่วนบรรดาศิษย์สำนักหลิงอู่ ก็ยังคงยึดพื้นที่มุมหนึ่งและกางป้ายผ้าขึ้นมา

ยังคงเป็นป้ายผ้าผืนเดิม พื้นสีแดงตัวอักษรสีขาว เพียงแต่ ตัวอักษรบนป้ายผ้านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

"ขอแสดงความยินดีกับเยี่ยอู๋โยวแห่งสำนักหลิงอู่ที่คว้าแชมป์รายการที่สี่ได้สำเร็จ!"

ดูออกเลยว่าไม่ได้เปลี่ยนอันใดเลย แค่เปลี่ยนคำว่าสามเป็นคำว่าสี่เท่านั้นเอง

และเมื่อเยี่ยอู๋โยวเดินเข้ามาในลานประลองโดยมีเซี่ยหานซงเดินมาเป็นเพื่อน สายตานับไม่ถ้วนจากทั่วทุกสารทิศก็พุ่งตรงมาที่เยี่ยอู๋โยว

สิ่งที่เรียกว่าเป็นที่จับตามองของคนนับหมื่น ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง

เซี่ยหานซงหัวเราะหึๆ พลางกล่าว "คว้าแชมป์ไปแล้วสามรายการ ตอนนี้ชื่อเสียงของเจ้าทั้งในและนอกสำนักศึกษา โด่งดังเป็นพลุแตกเลยล่ะ"

"ก็คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง!" เยี่ยอู๋โยวกล่าวอย่างราบเรียบ "คนที่อยากจะฆ่าข้า ก็ยิ่งอยากจะฆ่าข้ามากขึ้นไปอีก!"

"วางใจเถอะ มีข้าอยู่ ผู้ใดจะกล้าสังหารเจ้ากัน" เซี่ยหานซงตบหน้าอกรับประกันพลางกล่าว "ตาเฒ่าอย่างข้า แม้ในจักรวรรดิเทียนเสวียนอาจจะไม่ใช่ยอดฝีมือที่เก่งกาจนัก ทว่าอย่างไรเสียก็เป็นถึงยอดฝีมือขั้นหยั่งรู้ความว่างเปล่า คนที่สามารถสังหารเจ้าได้ภายใต้สายตาของข้า ก็มีไม่มากนักหรอก"

"แล้วหลังจากที่การประลองสิ้นสุดลงเล่าขอรับ" เยี่ยอู๋โยวถามกลับ

เซี่ยหานซงรีบกล่าวทันที "ตราบใดที่เจ้าไม่ก้าวเท้าออกจากสำนักศึกษาเทียนชิง ข้ารับประกันได้เลยว่า ไม่มีผู้ใดสามารถสังหารเจ้าได้ ต่อให้เป็นการลอบสังหารก็เป็นไปไม่ได้!"

เยี่ยอู๋โยวคลี่ยิ้มบางๆ ทว่าไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาอีก

"พี่เยี่ย พี่เยี่ย!" ในตอนนั้นเอง ก็มีเงาร่างสายหนึ่งรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาจากอีกฝั่งของลานประลอง

จบบทที่ บทที่ 237 - เตาหลอมเต๋าสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว