- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 167 - ข้าเยี่ยอู๋โยว พูดคำไหนคำนั้น!
บทที่ 167 - ข้าเยี่ยอู๋โยว พูดคำไหนคำนั้น!
บทที่ 167 - ข้าเยี่ยอู๋โยว พูดคำไหนคำนั้น!
เยี่ยอู๋โยวถือกระบี่ยืนตระหง่าน เขามองดูหวังเปินที่มีเลือดไหลไม่หยุดทั่วร่างพลางกล่าวด้วยความเย็นชา "เจ้าอย่าเพิ่งตายล่ะ มีชีวิตอยู่เช่นนี้ ย่อมดีกว่า!"
จากนั้น
เยี่ยอู๋โยวก็หันไปมองหูเหนียงที่อยู่ด้านข้าง
"ปล่อยคน!"
หูเหนียงในเวลานี้ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ร่างกายแข็งทื่อ
ในเวลานี้
ผู้คนนับร้อยที่อยู่นอกลานเรือน ถูกหลี่เช่ออัน ซูชิงเหอ และโจวเสวียนเยี่ยทั้งสามคนจัดการไปจนหมดสิ้นแล้ว
ทั่วทั้งลานเรือนเต็มไปด้วยซากศพ โลหิตไหลนองเป็นสาย
หูเหนียงฝืนข่มความหวาดกลัว นางก้าวเดินไปที่กรงเหล็กทีละก้าวและเปิดกรงเหล็กออก
เด็กสาวในกรงถูกประคองให้ลุกขึ้น
หูเหนียงก้าวเดินไปหาเยี่ยอู๋โยวทีละก้าว นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เรื่องทั้งหมดนี้ ... ล้วนเป็นท่านประมุขพรรคที่สั่งให้พวกเราทำ"
"ท่านประมุขบอกว่า เป็นคุณชายสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง ที่สั่งให้พวกเราทำเช่นนี้ อีกทั้ง หากสังหารคนที่มาแก้แค้นได้ ก็ยังมีรางวัลอีกด้วย"
"อืม!"
เยี่ยอู๋โยวพยักหน้ารับ กระบี่ลู่หมิงในมือแทงออกไปในดาบเดียว
กระบี่ยาวแทงทะลุลำคอของหูเหนียงอย่างแม่นยำไร้ความผิดพลาด
เมื่อดึงคมกระบี่ออก โลหิตก็พุ่งกระฉูดออกมา
สมาชิกพรรคที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในห้องโถง บัดนี้ตกใจจนสติหลุดและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างลนลาน
ภายในลานเรือน หลี่เช่ออันตวัดกระบี่ขึ้นลง ศีรษะแต่ละหัวปลิวว่อนขึ้นสู่กลางอากาศ
ทั่วทั้งพรรคหมาป่าสามตัว นอกเสียจากหมาป่าไฮยีน่าไม่กี่ตัวที่เห่าขู่ไม่หยุด ก็ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตอยู่อีกเลย
เยี่ยอู๋โยวในเวลานี้เดินมาที่ข้างกรงเหล็ก เขามองดูหมาป่าไฮยีน่าไม่กี่ตัวที่อยู่ตรงหน้า
หมาป่าไฮยีน่ารูปร่างกำยำเหล่านั้น พลันเงียบเสียงลงทันที
จากนั้นเยี่ยอู๋โยวก็จูงหมาป่าไฮยีน่าเหล่านั้น เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสยงซาน
หมาป่าไฮยีน่าเหล่านั้น จ้องมองผู้เป็นนายของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
เยี่ยอู๋โยวปล่อยเชือกในมือ
หมาป่าไฮยีน่าหลายตัวพุ่งกระโจนเข้าไป พวกมันเลียบาดแผลของสยงซาน
เยี่ยอู๋โยวนั่งยองๆ อย่างเงียบงัน เขามองดูภาพนั้นนิ่งๆ
"เป็นลูกหลานตระกูลจง!"
สยงซานรีบตะโกนขึ้นทันที "คุณชายผู้นั้นถึงแม้จะไม่ได้บอกกล่าวชื่อแซ่ ทว่าข้าก็ระแวดระวังตัว จึงไปสืบดู เขาชื่อจงอี้เซิง!"
"เขาคือศิษย์สำนักสายนอกแห่งสำนักศึกษาเทียนชิงของพวกเจ้า จงอี้เซิง! เป็นเขา เป็นเขาที่สั่งให้ข้าสังหารครอบครัวเว่ยหนิงอัน เขายังบอกอีกว่าหากมีใครมาแก้แค้น ก็ให้สังหารทิ้งไปพร้อมกัน ตระกูลจงของเขาจะช่วยจัดการปัญหาฝั่งสำนักศึกษาเทียนชิงให้ข้าเอง"
"ตระกูลจง ... ตระกูลจงเดิมทีก็เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับองค์ชายแปด ข้าไหนเลยจะกล้าขัดขืน!"
เยี่ยอู๋โยวรับฟังคำกล่าวนั้น
ทว่ากลับไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา เขามองดูหมาป่าไฮยีน่าหลายตัวเลียบาดแผลของสยงซานอย่างเงียบๆ
เมื่อโลหิตถูกเลียจนสะอาด หมาป่าไฮยีน่าหลายตัวก็ทนความหิวไม่ไหวอีกต่อไป พวกมันเริ่มเลียเศษเนื้อบริเวณบาดแผลของสยงซาน จากนั้นจึงเริ่มกัดกิน
"ไสหัวไป ไสหัวไปสิวะ ... "
สยงซานแผดเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ทว่าหมาป่าไฮยีน่าถูกปล่อยให้หิวโซมาหลายวัน ในเวลานี้ภายในหัวของพวกมันจึงมีแต่เรื่องกินเท่านั้น
"ยังมีอีกคน!"
สยงซานร้องโหยหวน "ยังมีสตรีอีกคนหนึ่ง งดงามมาก นางชื่อฟางอวิ๋นเยี่ย นางมากับจงอี้เซิง นางคือบุตรีของผู้นำตระกูลฟาง!"
"ข้ารู้เพียงเท่านี้ รู้เพียงเท่านี้จริงๆ!"
สยงซานมองดูหมาป่าไฮยีน่าตัวอ้วนท้วนหลายตัวที่อยู่ตรงหน้า เขาหันไปมองเยี่ยอู๋โยวพลางกล่าวด้วยความหวาดกลัว "ข้าเพียงแค่ให้หวังเปินไปสังหารเว่ยหนิงอัน ไม่ได้สั่งให้เขาทรมานคนตระกูลเว่ย เป็นหวังเปินที่ต้องการทำเช่นนั้นเอง เขาเป็นพวกวิปริตมาตลอด!"
เยี่ยอู๋โยวเพียงแค่จ้องมองสยงซานนิ่งๆ
"ตกลงเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่"
"เจ้าสังหารข้าเถอะ สังหารข้าสิ!"
"หากมีปัญญา หากมีปัญญาเจ้าก็ไปหาตระกูลจง ไปหาตระกูลฟางสิ!"
"ขออภัยด้วย คุณชายเยี่ย ขออภัยด้วย ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วจริงๆ ... "
เยี่ยอู๋โยวค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้น
เขามองดูสยงซานถูกหมาป่าไฮยีน่ากัดกินเนื้อบนท่อนขา เครื่องใน และใบหน้าไปทีละตัวๆ จนกระทั่งสยงซานสิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์
เยี่ยอู๋โยวสะบัดมือ
หมาป่าไฮยีน่าหลายตัวตกตายไปในพริบตา
จากนั้น
เขาหันกลับไปมองหวังเปินที่นั่งกองอยู่บนพื้น เยี่ยอู๋โยวจับกระบี่แน่น ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้ลงมือ
หวังเปินที่ตาบอด หูขาด และแขนขาถูกตัดขาด ต่อให้รอดชีวิตไปได้ ชาวบ้านในย่านการค้าหนานเซียงที่เคยถูกพรรคหมาป่าสามตัวกดขี่ข่มเหง ก็คงไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตรอดไปได้อยู่ดี
เยี่ยอู๋โยวหันไปมองเว่ยชิงอิงที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ด้านข้าง
"ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้พี่ชายของเจ้า น้องชายของเจ้า และมารดาของพวกเจ้าเอง!"
"ข้าเยี่ยอู๋โยว พูดคำไหนคำนั้น"
เว่ยชิงอิงดูอายุราวสิบสามสิบสี่ปี รูปร่างผอมบางบอบบาง หน้าตาหมดจดงดงาม ดูไม่ค่อยเหมือนเว่ยหนิงอันนัก
โดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น เดิมทีควรจะมีประกายสดใส ทว่าในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความเลื่อนลอย
"ไปกันเถอะ!"
เยี่ยอู๋โยวตบไหล่ของเว่ยชิงอิงเบาๆ พลางกล่าว "คนพวกนั้น ข้าจะสังหารทิ้งให้หมด!"
เว่ยชิงอิงเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยอู๋โยว สีหน้ายังคงเลื่อนลอย
ทว่าวินาทีต่อมา
เว่ยชิงอิงก็หยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมาจากพื้น นางใช้สองมือจับดาบแน่น เดินโซเซตรงไปหาหวังเปิน
ดาบเล่มนั้นหนักมาก
ร่างกายอันบอบบางของเว่ยชิงอิงแทบจะยกมันไม่ขึ้น
ทว่านางก็ยังคงฝืนกำด้ามดาบแน่นและฟาดฟันคมดาบลงบนร่างของหวังเปิน
หนึ่งดาบ ... อีกหนึ่งดาบ ...
ในที่สุด
ร่างของหวังเปินที่นั่งกองอยู่บนพื้นก็เต็มไปด้วยรอยดาบ เขาล้มลงบนพื้นและสิ้นใจอย่างสมบูรณ์
เว่ยชิงอิงทิ้งดาบลง นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเยี่ยอู๋โยวโดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา
"ไปกันเถอะ!"
จากนั้น
เยี่ยอู๋โยวก็ก้าวเดินออกไป
ภายในลานเรือน
หลี่เช่ออัน ซูชิงเหอ และโจวเสวียนเยี่ยทั้งสามคน ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
"น้องเยี่ย เจ้าตั้งใจจะทำเช่นไรต่อไป"
"ทำเช่นไรต่อไปน่ะหรือ"
เยี่ยอู๋โยวหันไปมองหลี่เช่ออันพลางกล่าว "ตาต่อตาฟันต่อฟัน สนองคืนด้วยวิธีเดียวกันอย่างไรเล่า"
"เมื่อเจ็ดวันก่อน ข้าสังหารคนไป ก็เพื่อปกป้องเสวียนเยี่ยและเว่ยหนิงอัน คาดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะบอกพวกมันว่า หากอยากสังหารข้า ก็เข้ามาได้เลย ทว่าหากกล้าแตะต้องคนข้างกายข้า ไม่ว่าจะเป็นใคร ล้วนต้องตาย!"
หลี่เช่ออันรีบกล่าว "ถึงแม้เจ้าจะสามารถทนอยู่ในหอคอยลงทัณฑ์ได้ถึงเจ็ดวัน ทว่าหากเจ้าเปิดฉากสังหารหมู่ เหล่าเบื้องบนย่อมไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่ เจ้าจะวู่วามไม่ได้ เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป"
เยี่ยอู๋โยวปรายตามองเว่ยชิงอิงที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นก็หันไปมองหลี่เช่ออันพลางกล่าว "เจ้าก็เห็นแล้วนี่"
เพียงประโยคเดียวนี้
หลี่เช่ออันก็เงียบงันไป
"เรื่องราวล้วนเกิดจากข้า หากข้าไม่สามารถแก้แค้นให้เว่ยหนิงอันได้ เช่นนั้นคนต่อไปก็คือเสวียนเยี่ย คือชิงเหอ"
เยี่ยอู๋โยวกล่าวด้วยความเยือกเย็น "เรื่องนี้ มีเพียงข้าสังหารจนกว่าข้าจะรู้สึกว่าสมควรยุติ มันจึงจะยุติลงได้"
"อย่างมาก สำนักศึกษาเทียนชิง ข้าก็แค่ไม่อยู่แล้ว!"
สิ้นคำกล่าวนี้
ซูชิงเหอกก็รีบกล่าว "หากเจ้าไม่อยู่ ข้าก็ไม่อยู่เช่นกัน"
"ข้าด้วย!" โจวเสวียนเยี่ยแค่นเสียง
เยี่ยอู๋โยวมองดูคนทั้งสองและพยักหน้ารับ
"ไปกันเถอะ!"
เยี่ยอู๋โยวกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง "คืนเดือนมืดลมแรง สังหารให้เร็วหน่อย ทางสำนักศึกษาก็จะไหวตัวช้าลงอีกนิด น่าจะสังหารได้เพิ่มอีกหลายคน"
สิ้นคำกล่าว
ร่างทั้งห้าก็หันหลังเดินมุ่งหน้าออกจากพรรคหมาป่าสามตัว
ทว่าในตอนนั้นเอง
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ ...
นอกพรรคหมาป่าสามตัว มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้น ร่างของชายชุดดำหลายร่างกระโดดพุ่งออกมา
เห็นเพียงชายชุดดำนับสิบคนถือคบเพลิงอยู่ในมือ พวกเขาโยนคบเพลิงไปยังจุดต่างๆ ของพรรคหมาป่าสามตัว
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นในพริบตา
เสียงปะทุดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชายชุดดำนับสิบคนพุ่งเข้ามาล้อมรอบคนทั้งห้าในทันที
ภายนอกประตูใหญ่
มีสองร่างเดินเคียงคู่กันเข้ามา
ชายทางซ้ายสวมชุดสีแดงและมีผ้าปิดหน้า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หลี่เช่ออัน ซูชิงเหอ ที่นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า รีบไสหัวไปซะ แล้วพวกเราจะไม่สร้างความลำบากให้พวกเจ้า!"
[จบแล้ว]