- หน้าแรก
- ยอดตำรวจปลาเค็มกับระบบสืบสวนขั้นเทพ
- บทที่ 275 - โหมกระแสโปรโมต!!
บทที่ 275 - โหมกระแสโปรโมต!!
บทที่ 275 - โหมกระแสโปรโมต!!
บทที่ 275 - โหมกระแสโปรโมต!!
"ติ๊ง! ปฏิเสธการออกหน้าโชว์ผลงานต่อหน้าผู้บังคับการจากทุกเขตทุกอำเภอในเมือง แม้แต่โอกาสสร้างชื่อเสียงคุณก็ยังเลือกที่จะเป็นปลาเค็มนอนเปื่อย ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแต้มปลาเค็ม 300 แต้ม!"
"ความคืบหน้าปัจจุบัน: 8100/10000"
ผู้บังคับการหนิงเฉิงมองตามแผ่นหลังของหลิวจื้อเสียงที่เดินจากไป แล้วหันกลับมามองหยางเทียนกับฉีต้งเหว่ยที่กำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คน ก่อนจะถามฮั่วเจิ้งหยางด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยบางอย่าง "เหล่าฮั่ว เสียดายไหมล่ะ?"
ผู้บังคับการรุ่ยเซียงจงใจถามแหย่ "เสียดายเรื่องอะไร?"
"ก็เสียดายที่เคยมีแผนงานปฏิบัติการสุดเจ๋งระดับสร้างชื่อเสียงสร้างบารมี และเลื่อนยศเลื่อนขั้นได้สบายๆ วางอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่เห็นค่า พอมาสูญเสียมันไปตอนนี้ ถึงได้มารู้สึกเสียดายจนแทบกระอักเลือดยังไงล่ะ!"
ผู้บังคับการรุ่ยเซียงรีบหันไปมองฮั่วเจิ้งหยาง ฮั่วเจิ้งหยางก็ได้แต่ฝืนยิ้มขื่นๆ
"เสียดายสิ!"
"เสียดายจนลำไส้เขียวไปหมดแล้ว!"
"ฉันไม่เพียงแต่ทิ้งแผนงานอันสมบูรณ์แบบไป แต่ยังอัญเชิญคนเก่งๆ ไปประเคนให้อวี๋เฉิงกับมืออีกต่างหาก!"
ผู้บังคับการหนิงเฉิงตบไหล่ฮั่วเจิ้งหยางเบาๆ พูดทับถมต่อ "แถมยังอาจจะทิ้งโอกาสที่จะได้เลื่อนขั้นไปอีกด้วยนะ!"
พอโดนแทงใจดำรัวๆ แบบนี้ รอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้าของฮั่วเจิ้งหยางก็แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยทันที
ถึงคำพูดของอีกฝ่ายจะบาดลึกแทงใจดำ แต่มันก็คือเรื่องจริง ตอนนี้เขาอายุปาเข้าไปสี่สิบกว่าแล้ว ถ้าพลาดโอกาสสร้างผลงานชิ้นโบแดงเพื่อเลื่อนขั้นในครั้งนี้ไป โอกาสที่จะได้ขยับขยายตำแหน่งในอนาคตก็แทบจะริบหรี่จนมองไม่เห็นทางเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง จนเผลอตบหน้าตัวเองดัง 'เพียะ' ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความคับแค้นใจ
"เฮ้อ!"
"เฮ้อ!!"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฮั่วเจิ้งหยาง ผู้บังคับการจากหนิงเฉิงและรุ่ยเซียงก็มองหน้ากัน แววตาของทั้งคู่แม้จะดูเหมือนเห็นอกเห็นใจ แต่ลึกๆ กลับซ่อนความสะใจไว้อย่างมิดชิด
ในฐานะเพื่อนร่วมสายอาชีพที่อยู่ในตำแหน่งระดับเดียวกัน การต้องทนเห็นฮั่วเจิ้งหยางได้เลื่อนขั้นข้ามหัวพวกเขาไปในวัยนี้ มันทรมานยิ่งกว่าโดนปลดออกจากตำแหน่งซะอีก
เมื่อเห็นว่าฮั่วเจิ้งหยางเริ่มจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิด ผู้บังคับการรุ่ยเซียงก็รีบเข้ามาปลอบใจ
"เหล่าฮั่ว นายก็อย่ามัวแต่โทษตัวเองไปเลย ลองคิดดูให้ดีๆ สิ ต่อให้นายคว้าแผนงานของฉีต้งเหว่ยไว้ได้ นายคิดว่านายจะเอาไปทำให้เป็นจริงได้งั้นเหรอ แล้วกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจะยอมอนุมัติให้นายไปลุยที่ภาคเหนือของเมียนมาจริงๆ หรือเปล่า??"
พอผู้บังคับการหนิงเฉิงได้ยินแบบนั้น ก็รีบเออออห่อหมกตามทันที
"จริงด้วยนะเหล่าฮั่ว นายไม่ใช่หยางเทียนนะ ขืนกระทรวงส่งนายไปลุยที่เมียนมาจริงๆ หุ่นพุงพลุ้ยขาเบียดเป็นช้างแบบนายเนี่ย รับรองว่าไปแล้วไม่ได้กลับมาแหงๆ!"
พอฮั่วเจิ้งหยางได้ยินคำปลอบโยนแกมจิกกัดของทั้งสองคน สีหน้าก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ในตอนนี้ การจะหลุดพ้นจากหลุมพรางแห่งความรู้สึกผิดได้ ก็มีแต่วิธีชื่นชมอีกฝ่าย เพื่อจะได้ยอมรับว่าตัวเองสู้ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น
ไม่นานนัก
เขาก็ได้สติกลับมา พร้อมกับฝืนยิ้มบางๆ "นั่นสินะ! พวกนายพูดมีเหตุผล ฉีต้งเหว่ยขืนอยู่ที่หลินเฉิงต่อไป ก็คงถูกฉันกลบรัศมีเปล่าๆ แต่พอไปอยู่อวี๋เฉิง กลับได้โชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ ท่านนายอำเภอหยางควรจะมาขอบคุณฉันซะด้วยซ้ำ!"
"เออ ใช่!"
"นายต้องให้เขาเลี้ยงเหล้าเลยนะ!"
ผู้บังคับการรุ่ยเซียงและหนิงเฉิงสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยเลศนัย พวกเขาไม่คิดเลยว่าฮั่วเจิ้งหยางจะหน้าด้านหันหลังเดินกลับไปหาหยางเทียนจริงๆ
ทั้งสองคนตกตะลึง ก่อนจะรีบเดินตามไปดูทันที
เพียงเห็นฮั่วเจิ้งหยางปรี่เข้าไปจับมือหยางเทียนเขย่า แล้วพูดว่า "ท่านนายอำเภอหยางครับ ยินดีด้วยนะครับ ยินดีด้วยจริงๆ ดูสิครับ หลินเฉิงอุตส่าห์ส่งเพชรเม็ดงามมาให้คุณซะขนาดนี้ คุณจะไม่เลี้ยงเหล้าผมสักมื้อหน่อยเหรอครับ?"
หยางเทียนก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าไอ้หน้าหนาคนนี้จะเปลี่ยนสีหน้าได้ไวขนาดนี้ แต่ก็อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ 'คนยิ้มแย้มเข้าหา ตีไม่ลงหรอก' เขาเลยยิ้มตอบกลับไป
"ก็ต้องขอขอบคุณจริงๆ แหละครับ ที่ส่งคนเก่งๆ มาให้ผมแบบนี้ เอาเป็นว่า รอผมกลับมาจากรับรางวัลที่กระทรวงเมื่อไหร่ เราค่อยนัดเวลากัน จะให้คุณมาที่อวี๋เฉิง หรือให้ผมไปหาที่หลินเฉิงก็ได้ เดี๋ยวผมเลี้ยงเหล้าคุณเอง ตกลงไหมครับ??"
ฮั่วเจิ้งหยางและบรรดาผู้บังคับการนับสิบคนที่มุงอยู่รอบๆ ต่างพากันตกตะลึง และถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที
"ท่านนายอำเภอหยางครับ คุณจะไปรับรางวัลอะไรที่กระทรวงเหรอครับ?"
"นั่นสิครับท่านนายอำเภอหยาง นี่คุณแอบไปทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรมาอีกแล้วเนี่ย?"
"ถ้ามีเรื่องดีๆ แบบนี้ คุณต้องนึกถึงพวกเราที่เป็นหน่วยงานพี่น้องกันบ้างนะครับ พวกเราจะได้ขอเกาะใบบุญกินน้ำแกงก้นหม้อบ้าง!"
...
หยางเทียนหัวเราะร่วน
"ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะจัดงานประกาศเกียรติคุณแนวหน้าต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับประเทศที่กระทรวง แล้วเจาะจงให้ผมไปร่วมงานด้วยก็เท่านั้นเอง!"
"พวกคุณก็รู้นี่นา ว่าผมไม่ชอบไปงานนู่นงานนี่ สู้เอาเวลาไปตีป้อม จิบเหล้า นวดสปาดีกว่าเยอะ!"
"แต่ก็ทำไงได้ล่ะครับ ท่านรัฐมนตรียืนกรานว่า แนวหน้าต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์อันดับหนึ่งในครั้งนี้ก็คือผม หยางเทียน ส่วนหน่วยงานต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดีเด่นระดับประเทศก็คืออวี๋เฉิงของพวกเรา ถ้าผมไม่ไปก็คงไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้เกียรติท่านรัฐมนตรี!"
ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อนและริษยา
ในตอนนั้นเอง ผู้บังคับการหนิงเฉิงก็โพล่งถามขึ้นมา "แล้วรางวัลอันดับหนึ่งของการต่อต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี่ มีรางวัลอะไรบ้างเหรอครับ?"
หยางเทียนส่ายหน้า "เรื่องนั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ของแบบนี้พวกเราคนทำงานระดับล่างๆ จะไปมีสิทธิ์รู้อะไรล่วงหน้าได้ยังไงล่ะ แต่เดี๋ยวพอถึงเวลาพวกคุณดูไลฟ์สดก็คงจะรู้เองแหละครับ ผมเดาๆ ว่าอย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้รางวัลเกียรติยศระดับหนึ่งอะไรทำนองนั้นแหละมั้ง!?"
"รางวัลเกียรติยศระดับหนึ่ง?!"
มีคนหลุดเสียงร้องออกมาดังลั่น บางคนดูตื่นเต้น บางคนก็แววตาลุกวาวด้วยความโลภ
ในบรรดาผู้บังคับการทั้งสิบกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น นอกจากหยางเทียนแล้ว ไม่มีใครเคยได้แตะรางวัลเกียรติยศระดับหนึ่งเลยสักคน
การจะคว้ามันมาได้ ต้องอาศัยทั้งโชคชะตา จังหวะเวลา และความสามารถ!!
สำหรับพวกเขามันคือเกียรติยศระดับประเทศที่เอาไปคุยอวดได้ยันลูกบวชเลยทีเดียว
"ผมรู้สึกแน่นหน้าอกนิดหน่อย คุยกันไปก่อนนะครับ ผมขอตัวกลับก่อน!"
พอฮั่วเจิ้งหยางเดินเลี่ยงออกมาจากฝูงชน เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พอเดินมาถึงหน้าประตูตึกกองบังคับการ เขาก็กระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง แล้วโบกมือโวยวายด้วยความอัดอั้นตันใจ "เวรกรรมอะไรของกูเนี่ย!!"
--
ไม่กี่วันต่อมา
งานประกาศเกียรติคุณแนวหน้าต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับประเทศ ก็จัดขึ้นตามกำหนดการ
งานนี้จัดโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ โดยมีสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเป็นผู้สนับสนุนหลัก และมีการถ่ายทอดสดพร้อมกันผ่านทางช่องกฎหมายของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของกระทรวง
ฝ่ายการเมืองของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะได้มีคำสั่งลงไปถึงระบบตำรวจทั่วประเทศ ให้จัดการรวมกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ช่วยตำรวจทุกคน เพื่อรับชมการถ่ายทอดสด และให้หน่วยงานระดับอำเภอส่งวิดีโอหรือรูปถ่ายการรวมกลุ่มรับชมกลับมารายงานด้วย
ก่อนที่งานจะเริ่ม ปิงปิง ผู้เป็นพิธีกร ได้แนะนำแขกผู้มีเกียรติและผู้นำที่มาร่วมงานในครั้งนี้
มีทั้ง ท่านรองนายกฯ หูกวางเย่า รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการ และผู้บริหารระดับสูงจากศาล อัยการ และยุติธรรม
ระดับความอลังการของงานนี้ ถือว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การจัดงานของระบบตำรวจเลย
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานเลขาธิการพรรคประจำมณฑลซีเจียง ในอาคารสำนักงานคณะกรรมการพรรคมณฑล
อี้หงเฉวียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหันไปถามจางชิงซานที่ยืนดูอยู่ข้างๆ "นายคิดว่าที่เหล่าหวงจัดงานใหญ่โตซะขนาดนี้ ในใจกำลังคิดจะทำอะไรอยู่หรือเปล่าเนี่ย??"
จางชิงซานยิ้มบางๆ แล้วตอบ "จะบอกว่าไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แค่กระทรวงเปิดงานประกาศรางวัลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วเชิญท่านรองนายกฯ หูมาเปิดงานก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่นี่เล่นเชิญรัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการ แล้วก็หัวหน้าหน่วยงานศาล อัยการ และยุติธรรมมากันครบแก๊งแบบนี้ ดูยังไงก็ตั้งใจจะโหมกระแสโปรโมตให้ตัวเองชัดๆ!"
"ฉันว่าเขาไม่ได้แค่อยากโปรโมตตัวเองหรอก แต่เขากำลังสร้างกระแสโปรโมตให้กับสหายบางคนอยู่ด้วยต่างหากล่ะ!" อี้หงเฉวียนตอบกลับ
"ใครเหรอครับ?" จางชิงซานถาม
"หยางเทียนไง!" อี้หงเฉวียนตอบโดยไม่ต้องคิดเลย
(จบแล้ว)