เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: รสจูบแรก

บทที่ 23: รสจูบแรก

บทที่ 23: รสจูบแรก


ลมหายใจของพวกเขาแผดเผาและไม่สม่ำเสมอ ท่าทางเอียงคอของเสิ่นเหลียนทำให้เขารู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย

จากนั้น ฉู่อี้หลานก็ตวัดวงแขนโอบรอบเอวของเขา รั้งเข้ามาจนแทบจะแนบชิดไปกว่าครึ่งค่อนตัว ผอมจัง ฉู่อี้หลานคิดในใจ ขณะออกแรงอุ้มเสิ่นเหลียนจนตัวลอยขึ้น

ตอนนี้สายตาของทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว ปลายนิ้วของเสิ่นเหลียนสอดสางเข้าไปในกลุ่มผมของฉู่อี้หลานที่ยาวขึ้นมาเล็กน้อย สัมผัสทิ่มแทงฝ่ามือแต่กลับปลุกเร้าอารมณ์ได้อย่างน่าประหลาด

เสิ่นเหลียนปล่อยให้ฉู่อี้หลานซุกไซ้จูบซับลำคอของตน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนเล็ดลอดออกมา

เจิ้งเกอย่อมได้ยินเสียงนั้น เขาจึงหยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูห้องเก็บของ

เขาเห็นฉู่อี้หลานเดินเข้าไปในนี้ และในนั้นก็มีใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว

ฉู่อี้หลานบีบเค้นเอวบาง ส่งผลให้เสิ่นเหลียนหลุดเสียงครางอู้อี้ออกมา

เสียงนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น ฟังแค่ปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นข้างใน เจิ้งเกอยืนตัวแข็งทื่อ พวงแก้มเห่อร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ทว่าความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า... ใครกันนะที่อยู่ข้างใน...

เจิ้งเกอถึงกับยื่นมือออกไปเคาะประตู "มีใครอยู่ข้างในไหมครับ?"

ไอ้เวรเอ๊ย!

เสิ่นเหลียนโกรธจัดจนแทบจะสบถด่า แต่จู่ๆ ก็เห็นฉู่อี้หลานยกเท้าถีบประตูเสียงดังสนั่น คนข้างนอกตกใจสุดขีดจนวิ่งเตลิดหนีไปอย่างลนลาน

คราวนี้ไม่มีใครอยู่แล้วจริงๆ เสิ่นเหลียนหอบหายใจไม่เป็นจังหวะพลางคลี่ยิ้มถาม "ไม่กลัวเจิ้งเกอจะปวดใจหรือไงครับ?"

ฉู่อี้หลานบดขยี้ริมฝีปากของเขา ขี้เกียจฟังคำพูดไร้สาระพวกนั้น

พวกเขาล่องลอยและจมดิ่งลงท่ามกลางห้วงอารมณ์ปรารถนา จิตวิญญาณสอดประสานราวกับยืนอยู่สุดขอบโลกอันเวิ้งว้าง ปราศจากเกราะกำบัง ปลดปล่อยทุกความกระหายอยาก ก่อนจะโอบกอดกันและกันแล้วทิ้งตัวลงจากจุดสูงสุด

เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ ในที่สุดฉู่อี้หลานก็ผละออกจากเสิ่นเหลียน

เสิ่นเหลียนถึงกับยืนไม่อยู่ ต้องพิงซบลงบนตัวอีกฝ่าย

"ฉู่อี้หลาน"

"หืม?"

"อย่าทำเหมือนผมเป็นสิ่งของ และอย่าแค่อยากลองใจหรือหาความแปลกใหม่เลย"

"..."

เสิ่นเหลียนเอ่ย "ลองรักผมดูสิ"

ฉู่อี้หลานตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างกับเสิ่นเหลียนต่อหน้า แต่เสิ่นเหลียนกลับอ่อนปวกเปียกเป็นแมงกะพรุน เขาต้องคอยประคองอยู่อีกหลายครั้งกว่าจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาปล่อยมือข้างหนึ่งมาประคองใบหน้าของเสิ่นเหลียน ขมวดคิ้วถาม "เป็นอะไรไป?"

"ไม่มีแรงเลย" เสิ่นเหลียนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขาลองขยับปลายนิ้วดู แต่มันกลับชาหนึบไปหมด "คุณชายฉู่ ผมว่าน้ำตาลในเลือดผมคงตกน่ะ"

ทันทีที่ได้ยิน ฉู่อี้หลานก็ช้อนตัวอุ้มเสิ่นเหลียนในท่าเจ้าสาวแล้วสาวเท้าเดินขึ้นไปชั้นบน

ระหว่างทาง เสิ่นเหลียนอ่อนปวกเปียกไปทั้งตัวเว้นก็แต่ปากที่ยังคงดื้อดึง เขาเอาแต่พร่ำบอกฉู่อี้หลานว่าที่เป็นแบบนี้เพราะไม่ได้กินข้าวเย็น ไม่เกี่ยวอะไรกับการจูบเมื่อกี้เลยสักนิด เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก แข็งแกร่งจะตาย! คืนละเจ็ดรอบก็ยังจิ๊บๆ เหมือนซดน้ำซุป

ฉู่อี้หลานหลุบตาลงมองเสิ่นเหลียน ราวกับกำลังจดจำคำพูดเหล่านั้นไว้ในใจ

เสิ่นเหลียนถึงกับเสียวสันหลังวาบ ในที่สุดก็ยอมหุบปากเงียบ

พอมาคิดดูแล้ว โรงแรมแห่งนี้เป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่างตระกูลของโจวหยวนหลินกับอีกสองตระกูล จึงไม่น่าแปลกใจที่ฉู่อี้หลานจะมีห้องพักอยู่ที่นี่

ไม่นานพนักงานก็ยกอาหารมาเสิร์ฟ มีโจ๊กเปล่าร้อนๆ กับเครื่องเคียงรสอ่อนที่ช่วยเรียกน้ำย่อย ตามด้วยของหวานอีกกองโต

เสิ่นเหลียนประเดิมด้วยช็อกโกแลตมูสหนึ่งชิ้น ผ่านไปไม่กี่นาที อาการก็ดูเหมือนจะดีขึ้น

เขาเอนพิงพนักเก้าอี้นุ่ม กลืนโจ๊กเปล่าลงคอทีละช้อน

เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเขา ฉู่อี้หลานก็เริ่มมีน้ำโห "นายเป็นเด็กหรือไง? กินข้าวยังต้องให้คนมาคอยเฝ้าอีก"

เสิ่นเหลียนถอนหายใจ "คุณเพิ่งจะชิงจูบแรกของผมไปแท้ๆ ตอนนี้กลับทำตัวเย็นชาไร้หัวใจซะแล้ว"

ฉู่อี้หลาน "..."

เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เสิ่นเหลียนก็จ้องมองชายหนุ่มทันที "คุณชายฉู่ นั่นก็จูบแรกของคุณเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?!"

ฉู่อี้หลาน "กินข้าวไปซะ!"

เสิ่นเหลียนขบขันเป็นอย่างมาก

ถ้าเป็นเฟิงเยวี่ยซาน โจวหยวนหลิน หรือคนพวกนั้น จะมีจูบแรกอะไรกัน? ด้วยสถานะของพวกเขา ใครจะมามัวสนใจเรื่องใสซื่อพวกนี้อยู่อีก? แต่ฉู่อี้หลานนั้นต่างออกไป ประสบการณ์ในอดีตทำให้เขาไม่อาจใกล้ชิดกับใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้

หลังจากกินข้าวเสร็จ สีหน้าของเสิ่นเหลียนก็ค่อยๆ มีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง ทว่ายังคงดูอ่อนเพลีย ฉู่อี้หลานอุ้มเขาไปวางบนเตียง "นอนพักซะ"

เสิ่นเหลียนสะดุ้ง "ผมต้องไปทำความรู้จักกับคอนเน็กชันอีกนะ"

"ฉันนี่ไงคอนเน็กชัน" ฉู่อี้หลานห่มผ้าให้เขา ท่าทางดุดันไม่เปิดโอกาสให้เสิ่นเหลียนปฏิเสธ "ไม่ต้องไปบริษัทไก่กาพวกนั้นหรอก มาอยู่กับซิงไค"

ซิงไคคือหนึ่งในธุรกิจภายใต้ชื่อของฉู่อี้หลาน

"ถ้าทำงั้นผมก็ใช้เส้นสายสิ" เสิ่นเหลียนงึมงำ "มันไม่เข้ากับคอนเซปต์ตัวเอกที่ต้องหยิ่งทะนงและสู้ชีวิตด้วยตัวเองของผมน่ะสิ"

"ถ้าทำเงินไม่ได้ ฉันก็จะเตะนายโด่งออกไปเหมือนกันนั่นแหละ คุณตัวเอก" ฉู่อี้หลานตอบกลับ "คอนเน็กชันนี้นายก็เป็นคนหามาเองไม่ใช่หรือไง? ตกลงตามนี้ นอนซะ งานเลี้ยงเลิกแล้วฉันจะมารับ"

เสิ่นเหลียนล้มเลิกการต่อต้านในทันที ก่อนที่สติจะดับวูบไป เขายังฝืนตะโกนบอกฉู่อี้หลานว่า "คุณชายฉู่ ผมจะทำเงินให้คุณรวยเละไปเลย!"

ฉู่อี้หลานยืนมองเสิ่นเหลียนเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป

แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่าสี่สิบนาทีแล้ว แต่ทันทีที่ฉู่อี้หลานกลับเข้ามาในงานเลี้ยง เขาก็ถูกเฟิงเยวี่ยซานและโจวหยวนหลินรุมล้อมทันที

เฟิงเยวี่ยซานทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ สีหน้าไม่ต่างจากคนเห็นผี "ไปมั่วกับใครมาเนี่ย?"

ฉู่อี้หลานยังคงอยากจะแถ "ไม่รู้ว่านายพ่นเรื่องไร้สาระอะไรออกมา"

"ไร้สาระเหรอ?!" เฟิงเยวี่ยซานแทบจะกระโดดเหยง ชี้ไปที่ริมฝีปากของฉู่อี้หลานให้หนิงซือเสียนดู ราวกับจับได้คาหนังคาเขาพร้อมหลักฐานมัดตัว "ถ้าไอ้นี่ไม่ได้เกิดจากการไปจูบใครมา ฉันยอมกินโจวหยวนหลินทั้งเป็นเลยเอ้า"

โจวหยวนหลิน "ไสหัวไปเลย!"

หนิงซือเสียนก็ประหลาดใจเช่นกัน แต่ประหลาดใจแค่ตรงที่ฉู่อี้หลานถึงกับกล้าทำเรื่องแบบนี้ ส่วนคู่กรณีเป็นใคร เขามองออกตั้งนานแล้ว

"เยวี่ยซาน ใจเย็นก่อน" หนิงซือเสียนเอ่ย "นายไม่รู้จริงๆ เหรอว่าตอนนี้คุณชายฉู่เลี้ยงใครไว้ข้างกาย?"

ใครล่ะ? เฟิงเยวี่ยซานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ

"เสิ่น... เสิ่นเหลียน..." เฟิงเยวี่ยซานละล่ำละลัก กวาดสายตามองไปรอบๆ "จริงด้วย เสิ่นเหลียนไปไหนแล้ว?!"

"พักผ่อนอยู่ เลิกโวยวายได้แล้ว" ฉู่อี้หลานตอบ รอยยิ้มจางๆ ประดับบนใบหน้า บ่งบอกชัดเจนว่าอารมณ์ดีสุดๆ

"ไม่ใช่ละเพื่อน นั่นมันเสิ่นเหลียนนะ" เฟิงเยวี่ยซานถึงกับนึกสงสัยว่าเพื่อนตัวเองโดนผีเข้าหรือเปล่า "ระดับนายอยากได้ใครก็ต้องได้ ฉันนึกว่านายแค่เก็บเสิ่นเหลียนไว้ดูเล่นแก้เบื่อซะอีก ทำไมถึงได้จริงจังขึ้นมาล่ะ?"

"ฉันไม่ได้เล่นๆ" ฉู่อี้หลานกล่าว

ประโยคเดียวทำเอาคนทั้งสามฝั่งตรงข้ามถึงกับใบ้กิน

"ไม่สิ" เฟิงเยวี่ยซานคิดยังไงก็คิดไม่ตก "แล้วคุณชายตระกูลหลินที่มาตามจีบนายเมื่อไม่นานนี้ล่ะ? เขาไม่ดีตรงไหน?"

"ก็งั้นๆ หล่อสู้เสิ่นเหลียนได้หรือเปล่าล่ะ?" ฉู่อี้หลานย้อนถาม

เฟิงเยวี่ยซานอยากจะเถียงกลับตามสัญชาตญาณ แต่พอหน้าเสิ่นเหลียนในคืนนี้ลอยเข้ามาในหัว เขาก็เถียงไม่ออก จึงได้แต่พูดแกนๆ ว่า "ที่แท้นายก็เป็นพวกแพ้ความหล่อนี่เอง?"

ฉู่อี้หลานเพียงแค่ยิ้ม

อย่างนี้นี่เอง เฟิงเยวี่ยซานตระหนักได้ในทันที และพฤติกรรมแปลกๆ ของฉู่อี้หลานในคืนนี้ก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว

ที่แท้สองคนนี้ก็เล่นละคร 'รักลับๆ ฉบับสายลับ' ตบตาพวกเขามาตลอด!

อีกด้านหนึ่งของฝูงชน เจิ้งเกอเหม่อมองฉู่อี้หลาน ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าหนึ่งในคนที่อยู่ห้องเก็บของเมื่อกี้ต้องเป็นฉู่อี้หลานอย่างแน่นอน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉู่อี้หลานก็ขึ้นไปชั้นบน ซึ่งตอนนั้นเสิ่นเหลียนก็ตื่นพอดี

ทั้งสองลงลิฟต์ตรงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทันทีที่เสิ่นเหลียนเข้าไปนั่งในรถ พวกเขาก็บังเอิญเจอโจวถังซือที่กำลังพาเจิ้งเกอลงมาพอดี ซวยชะมัด รถของพวกเขาจอดอยู่ตรงข้ามกันเป๊ะ

ทันทีที่โจวถังซือเห็นฉู่อี้หลาน เขาก็ทำท่าทีราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ รีบดึงเจิ้งเกอไปหลบอยู่ด้านหลังตัวเองทันที

เสิ่นเหลียนมองเห็นภาพนั้นผ่านกระจกรถอย่างชัดเจน ก่อนจะสบถด่าเบาๆ "ไอ้โง่เอ๊ย!"

จบบทที่ บทที่ 23: รสจูบแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว