- หน้าแรก
- เมื่อผมมีแต้มสถานะระดับท็อปในโลกธุรกิจ
- บทที่ 15: ห่วยก็ต้องฝึกเพิ่ม
บทที่ 15: ห่วยก็ต้องฝึกเพิ่ม
บทที่ 15: ห่วยก็ต้องฝึกเพิ่ม
หลี่เจียป๋อกับเพื่อนร่วมทีมมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เจิ้งเกอยิ้มเฝื่อน เมื่อสังเกตเห็นตะกร้าที่ผูกติดอยู่ข้างเอวของเสิ่นเหลียน เขาจึงเอ่ยถาม "เสิ่นเหลียน นั่นใช่พร็อพที่ทีมงานเตรียมไว้ให้หรือเปล่า?"
ใครๆ ก็รู้ว่าจุดขายของรายการนี้คือการที่ทีมงานจะไม่เตรียมพร็อพอะไรให้เลย
"เปล่าครับ ผมสานขึ้นมาเล่นๆ เอง" เสิ่นเหลียนตอบเสียงเรียบ
พอดีกับที่ทีมงานเดินเข้ามา
พร้อมกับประกาศภารกิจที่สอง—จับปลา
เสิ่นเหลียนแทบจะหลุดขำออกมาเมื่อได้ยิน นี่มันงานถนัดของเขาชัดๆ
ถึงอย่างนั้น สำหรับเหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกตามใจจนเคยตัว การต้องลงไปลุยน้ำจับปลาในแม่น้ำไม่ใช่เรื่องปกติแน่ ยิ่งไปกว่านั้น 'ลำธารใส' แห่งนี้ยังเป็นแม่น้ำตามธรรมชาติ การจะลื่นล้มหัวทิ่มบนก้อนหินเพราะกระแสน้ำเชี่ยวจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ทว่าจ้าวหลินกับฟางเคอกลับดูกระตือรือร้นสุดๆ
ฟางเคอเริ่มถอดรองเท้าแล้ว "เยี่ยมเลย จะได้อาบน้ำไปในตัว ตัวฉันมอมแมมไปหมดแล้วเนี่ย"
จ้าวหลินพยักหน้าเห็นด้วย
ทางด้านหลี่เจียป๋อหันไปพูดกับเฟิงซูซูว่า "ที่นี่ไม่ลื่นเหมือนทางเดินบนเขา เธอคงไม่ล้มบ่อยๆ แล้วใช่ไหม? พวกเรามีกันตั้งหลายคน ช่วยกันจับยังไงก็ชนะแน่"
รอยยิ้มของเฟิงซูซูแทบจะเลือนหายไป "โอเคค่ะ"
【นี่หลี่เจียป๋อกำลังบ่นว่าเฟิงซูซูเป็นตัวถ่วงหรือเปล่าเนี่ย?】
【ก็ใช่น่ะสิ! เอาแต่ร้อง 'ว้ายๆ' แล้วดึงเจิ้งเกอล้มไปตั้งหลายรอบแล้ว!】
【เบื่อแฟนคลับเจิ้งเกอจัง! ล้มบนทางแบบนี้มันแปลกตรงไหน? อีกอย่าง ซูซูก็เป็นผู้หญิงนะ】
【ผู้หญิงแล้วไง? ถ้าไม่ไหวก็ไม่ควรมาแต่แรกสิ ทีจูอิงอวี่ยังทำได้เลย?】
จูอิงอวี่คงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนที่ได้ฉายาว่า "ตัวแจกแต้ม" อย่างเธอ จะมีวันที่ได้รับคำชมกับเขาด้วย
ลำธารใส่นั้นใสสะอาดจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายไปมาได้อย่างชัดเจน ปัญหาก็คือ ปลาตามธรรมชาติพวกนี้ว่ายเร็วมาก ถ้าไม่มีเทคนิคก็ยากที่จะจับตัวได้
จูอิงอวี่รวบผมขึ้น "เสิ่นเหลียน พวกเราก็ไปกันเถอะ"
"จะไปไหนล่ะ?" เสิ่นเหลียนยืนหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงสบายๆ ของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกปลอดภัยที่ชวนให้ใจเต้นแรง "น้ำเย็นเกินไป คุณไม่ต้องลงไปหรอก"
หัวใจของจูอิงอวี่เต้นระรัว "ต-แต่ คุณจะทำคนเดียวไหวเหรอ?"
"แค่นี้ก็พอแล้ว" เสิ่นเหลียนพูดพลางปลดตะกร้าออก
ท่ามกลางสายตาของผู้ชมที่กำลังดูไลฟ์สดกว่าล้านคน เสิ่นเหลียนเดินตามกระแสน้ำลงไปเรื่อยๆ จนพบแอ่งน้ำตื้นๆ เขาจัดการขยับก้อนหินบริเวณนั้นเพื่อสร้างช่องว่างที่พอดีสำหรับการวางตะกร้าลงไป
ช่องแชตเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามยาวเหยียด
เดี๋ยวก่อนนะ พ่อหนุ่ม... เสิ่นเหลียนยืดตัวขึ้นและเห็นว่าแผนที่จะถอดรองเท้าของเขาต้องพับเก็บไปก่อน เพราะนายฟางเคอตัวแสบดันเล่นใหญ่ไล่ต้อนปลาให้ว่ายมาทางเขาจนหมด
เสิ่นเหลียนจึงตัดสินใจนั่งรออยู่บนโขดหินสะอาดๆ ใกล้ๆ กันนั้น
สาดๆ ซ่าๆ ปลาหลายตัวถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพามา พอพวกมันกระโดดตีแปลงน้ำกระจายก็ตกลงไปในตะกร้าพอดีเป๊ะ
เสิ่นเหลียนเฝ้าดูอย่างใจเย็น ก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า "เต็มแล้วแฮะ"
ผู้ชม: "..."
ทีมงาน: "..."
ไม่มีใครบอกพวกเขามาก่อนเลยว่าหมอนี่คือตัวบั๊กของรายการวาไรตี้
เสิ่นเหลียนยกตะกร้าขึ้นมา มันหนักอึ้ง น้ำที่สาดกระเซ็นจากหางปลาโดนหน้าเขาเข้าอย่างจัง เขาเช็ดมันออก หันไปถามทีมงานว่า "ต้องการกี่ชั่งครับ?"
ผู้ช่วยผู้กำกับขบกรามแน่น "สิบชั่ง!"
จริงๆ แล้วเป้าหมายตั้งไว้ที่หกชั่ง แต่พอเห็นท่าทีสบายๆ เดินทอดน่องของเสิ่นเหลียนแล้ว ผู้ช่วยผู้กำกับก็รู้สึกหงุดหงิดจนแทบกระอัก ด้วยความโมโห เขาจึงเปลี่ยนกติกาหน้างานมันซะเลย
เสิ่นเหลียนไม่สะทกสะท้าน "ชั่งน้ำหนักสิ"
ผู้ช่วยผู้กำกับ: "..."
ให้ตายเถอะ เสิ่นเหลียนมีตะกร้า ดังนั้นปลาสิบชั่งจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย แต่นั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มความยากให้กับแขกรับเชิญคนอื่นๆ ทางอ้อมชัดๆ
หลังจากเดินไปกลับอยู่สามรอบ เสิ่นเหลียนก็ทำภารกิจสำเร็จครบถ้วน เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่เปียกมะลอกมะแลกอยู่ในแม่น้ำ เขาดูเหมือนมาเดินตรวจงานเสียมากกว่า!
ความแตกต่างของสไตล์มันช่างชัดเจนเหลือเกิน
เสิ่นเหลียนไม่ได้รีบร้อนไปเช็กอิน เขาจัดการทุบหัวปลาที่เหลือจนสลบ แล้วเดินหาของตามริมฝั่งอย่างใจเย็น ในที่สุดเขาก็หยิบ "เศษหิน" ชิ้นหนึ่งขึ้นมาด้วยความพอใจ
ด้านหนึ่งของหินนั้นทั้งบางและคมกริบ หลังจากจุ่มน้ำและนำไปลับกับหินอีกก้อนเล็กน้อย มันก็พร้อมใช้งาน
ขณะที่เสิ่นเหลียนลงมือชำแหละปลาอย่างคล่องแคล่ว เขาก็อธิบายให้จูอิงอวี่ที่ยืนอ้าปากค้างฟังไปด้วย "เครื่องมือหินกะเทาะ เคยได้ยินไหม? แต่ไม่ใช่ว่าหินทุกก้อนจะเอามาทำได้นะ หินพวกนี้ต้องมีสามด้าน—ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเรียกว่า ด้านหลัง ด้านหน้า และระนาบกระแทก—เพื่อให้ง่ายต่อการกะเทาะ ฉันเคยเห็นแต่ในทีวีแล้วเอามาทำตามดูน่ะ เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ใช้งานง่ายเท่าไหร่หรอก"
【เขาบ่นว่าใช้ยาก แต่ดันแล่ปลาเสร็จไปตัวนึงแล้วเนี่ยนะ】
【เข้าใจตรรกะนะ ตอนเด็กๆ ฉันก็เคยแล่ปลาแบบนี้ แต่ท่าทางของเสิ่นเหลียนมันไม่เว่อร์ไปหน่อยเหรอ?】
เสิ่นเหลียนมองเข้าไปในพงหญ้า ดูเหมือนจะเจออะไรบางอย่าง จึงหันไปสั่งจูอิงอวี่ "ช่วยเก็บเถาวัลย์ผีเสื้อแถวๆ นั้นมาให้หน่อยสิ"
"ตรงไหน? ตรงไหนล่ะ?! หน้าตามันเป็นยังไง?" หลังจากได้พี่เลี้ยงชั้นดีมาช่วยแบก จูอิงอวี่ก็ดึงสติกลับมาได้ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
นี่สินะความรู้สึกของการได้เกาะคนเก่งๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย!
"ไอ้สีน้ำตาลๆ ที่มันพันกันยุ่งเหยิงนั่นแหละ ระวังแมลงด้วยนะ!"
จะแมลงหรืออะไร จูอิงอวี่ก็ไม่กลัวแล้วตอนนี้!
หลังจากเก็บเถาวัลย์มาได้ เสิ่นเหลียนก็นำมาล้างน้ำสองรอบ แล้วลอกเปลือกแข็งๆ ด้านนอกออก แกนด้านในของมันนุ่มและเหนียวเหมือนเชือก เขาร้อยมันเข้าไปทางเหงือกปลา ไม่นานก็ได้ปลาเป็นพวงๆ
เสิ่นเหลียนชูพวงปลาขึ้นมาดูแล้วยิ้ม "ฉันรักธรรมชาติจริงๆ"
ผู้ช่วยผู้กำกับถึงกับเท้าสะเอวแล้วหลับตาปี๋
【ผู้ช่วยผู้กำกับคงกำลังคิดว่า: 'เล่นเกมไปเถอะ ใครจะไปเอาชนะแกได้?'】
จริงๆ แล้วเขาสามารถจัดการปลาได้มากกว่านี้ แต่หินกะเทาะมันใช้งานยากจริงๆ ทำไปได้แค่สี่ตัว ฝ่ามือของเสิ่นเหลียนก็แดงเถือก แถมยังมีรอยเลือดซึมที่ปลายนิ้วโป้งขวาอีกต่างหาก
จูอิงอวี่เห็นแล้วรู้สึกสงสาร "มันจะไม่อักเสบใช่ไหม?"
"ไม่หรอก" พูดจบ เสิ่นเหลียนก็เอื้อมมือไปเด็ดต้นพืชแปลกๆ แถวเท้ามา รูดใบออก เคี้ยวส่วนลำต้นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกที่แผล
จูอิงอวี่: "นี่มัน..."
"รากหญ้าคา ช่วยห้ามเลือดได้น่ะ" เสิ่นเหลียนอดไม่ได้ที่จะบ่นจูอิงอวี่ "คุณมาร่วมรายการวาไรตี้เอาชีวิตรอดนะ อย่างน้อยก็ควรทำการบ้านมาบ้างสิ"
จูอิงอวี่ตอบอย่างน้อยใจ "ถึงฉันจะทำการบ้านมา แต่พอมาอยู่ป่าจริงๆ ต้นไม้พวกนี้มันก็หน้าตาเหมือนกันไปหมด ฉันแยกไม่ออกหรอก"
เสิ่นเหลียนไม่ไว้หน้าเธอเลยแม้แต่น้อย "ถ้าห่วยก็ต้องฝึกเพิ่มสิ"
จูอิงอวี่: "..."
เสิ่นเหลียนเดินไปเช็กอินและถือโอกาสถามถึงคะแนนสะสม
"ทีมแรกที่มาถึงลำธารใสคือ..."
"พวกเราไง!" หลี่เจียป๋อยกมือขึ้นพร้อมกับเดินขึ้นฝั่ง โดยมีคนอื่นๆ เดินตามมาติดๆ
เสิ่นเหลียนรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จึงยื่นตะกร้าให้จูอิงอวี่และส่งสัญญาณให้เธอถอยห่างออกไป
"ไม่เอาน่า เสิ่นเหลียน งกไปได้" ฟางเคอหัวเราะ
เสิ่นเหลียน: "ตอนนี้เราเป็นคู่แข่งกันนะ ใครดีใครได้สิ"
จ้าวหลินเสริม "นายพูดเองนะว่า—ใครดีใครได้"
จูอิงอวี่ ผู้เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่ร่วมงานกับจ้าวหลินมาถึงสองซีซั่น สัญญาณเตือนภัยในหัวก็ดังลั่น ปกติเธอไม่ได้ตอบสนองไวขนาดนี้หรอก แต่บางทีอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากเสิ่นเหลียน บวกกับคำพูดกระตุ้นที่ว่า "ถ้าห่วยก็ต้องฝึกเพิ่ม" เธอจึงหันหลังกลับแล้วสับตีนแตก
เธอหายวับไปในชั่วพริบตา
จ้าวหลินมองตามด้วยความงุนงง "อิงอวี่เคยบอกว่าวิ่งไม่เก่งไม่ใช่เหรอ?"
เสิ่นเหลียน: "เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันไม่ใช่จุดอ่อนอีกต่อไปแล้ว"
ทุกคน: "..."