- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 950 - ผู้อาวุโสฟื้นตื่น
บทที่ 950 - ผู้อาวุโสฟื้นตื่น
บทที่ 950 - ผู้อาวุโสฟื้นตื่น
บทที่ 950 - ผู้อาวุโสฟื้นตื่น
"ข้าว่าผู้อาวุโสจางอาจจะตีตนไปก่อนไข้แล้วล่ะมั้ง!" มีคนหัวเราะร่วน "ความทะเยอทะยานของเติ้งอี้เฟย อาจจะไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่ท่านพูดก็ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสที่หอแสงเจิดจรัสจะได้เข้าไปตั้งฐานในแคว้นถงซาน เติ้งอี้เฟยก็ยังปล่อยโอกาสนั้นไปไม่ใช่หรือ ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะขยายอำนาจของหอแสงเจิดจรัสเลยนี่นา! พวกเราจะไปเปิดศึกกับเขา มันจะคุ้มหรือ"
จางเทียนหยางแห่งแคว้นเทียนเฉิงลดเสียงต่ำลง "แต่ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ ต่อให้ตอนนี้ยังไม่มีความทะเยอทะยาน แล้วอนาคตล่ะจะไม่มีเชียวหรือ"
คนจากขั้วอำนาจอื่นๆ รอบๆ ต่างพากันเงียบกริบ
ยอดฝีมือระดับอาณาเขตทั่วไปสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานนับพันปี เติ้งอี้เฟยยังมีอายุขัยเหลืออีกเป็นพันปี ต่อให้ตอนนี้เขาจะยังไม่มีความทะเยอทะยาน ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะไม่มี!
ขอเพียงเติ้งอี้เฟยเกิดความทะเยอทะยานขึ้นมาเมื่อไหร่ ขั้วอำนาจที่อยู่รอบๆ หอแสงเจิดจรัส ก็จะต้องตกเป็นเป้าหมายของหอแสงเจิดจรัสอย่างแน่นอน
"ถ้าอย่างนั้นผู้อาวุโสจาง ท่านว่าพวกเราจะรับมือกับเติ้งอี้เฟยอย่างไรดี หรือจะให้พวกเราทั้งหมดบุกเข้าไปพร้อมกัน" มีคนเอ่ยถาม "หากรวบรวมยอดฝีมือระดับอาณาเขตจากขั้วอำนาจของพวกเราเข้าด้วยกัน การจะสังหารเติ้งอี้เฟย ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่!"
"แต่จะจัดการกับเติ้งอี้เฟยอย่างไรล่ะ"
"ใช่ ใครจะเป็นทัพหน้า!"
"เอาอย่างนี้ไหม!"
"หลังจากหอแสงเจิดจรัสล่มสลายไปแล้ว ใครจะเป็นคนรับช่วงต่ออาณาเขตของหอแสงเจิดจรัส พวกเราจะแบ่ง..."
เอาเข้าไป!
ยังไม่ทันจะได้ฆ่าเติ้งอี้เฟย ผู้นำของขั้วอำนาจเหล่านี้ก็เริ่มถกเถียงเรื่องผลประโยชน์หลังจากที่เติ้งอี้เฟยตายเสียแล้ว
จางเทียนหยางจำต้องพูดขัดจังหวะทุกคน แล้วตะโกนเสียงดังว่า "ทุกคนฟังข้าก่อน รอให้พวกเราสังหารเติ้งอี้เฟยได้สำเร็จ ค่อยมาคิดเรื่องแบ่งปันขั้วอำนาจของเขาก็ยังไม่สาย เพราะยังไงการจะสังหารเติ้งอี้เฟย ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น อย่างมากที่สุดก็รอให้เติ้งอี้เฟยตายไปก่อน แล้วพวกเราทั้งสิบกว่าขั้วอำนาจค่อยมาแบ่งปันกันตามความดีความชอบ หรือไม่ก็จัดประลองยุทธ์ตัดสินแพ้ชนะกันไปเลย!"
"ข้าฟังพี่จาง!"
"ฟังแคว้นเทียนเฉิง!"
"ใช่ รอให้พวกเราฆ่าเติ้งอี้เฟยได้ก่อน ค่อยมาคุยเรื่องอื่น ตอนนี้เพิ่งจะมาคุยเรื่องแบ่งผลประโยชน์ มันดูจะเร็วเกินไปหน่อยนะ!"
ผู้นำที่นั่งอยู่ที่นี่ไม่ใช่คนโง่เขลา
แม้ว่าขั้วอำนาจของพวกเขาจะมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์กรที่ทรงอิทธิพลอย่างหอแสงเจิดจรัส และศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างเติ้งอี้เฟย องค์กรขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายเหล่านี้จึงยอมที่จะรวมตัวกันภายใต้การนำของแคว้นเทียนเฉิงได้อย่างหาดูยาก
เป็นเพราะศัตรูนั้นแข็งแกร่งเกินไป ทำให้พวกเขาจำต้องร่วมมือกันชั่วคราว!
หากขั้วอำนาจระดับแนวหน้าอย่างพวกเขาเผชิญหน้ากับเติ้งอี้เฟยเพียงลำพัง ก็อาจจะถูกเติ้งอี้เฟยถอนรากถอนโคนเหมือนอย่างแคว้นถงซาน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องร่วมมือกัน เพื่อสังหารคนที่แข็งแกร่งที่สุดคนนั้นเสียก่อน
จางเทียนหยางแห่งแคว้นเทียนเฉิงโบกมือ องครักษ์ชุดดำสามคนก็นำเอกสารปึกหนึ่งแจกจ่ายให้กับผู้นำของแต่ละองค์กร
"นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเติ้งอี้เฟยที่ข้ารวบรวมมาได้ พวกเจ้าลองดูสิ!"
จางเทียนหยางปล่อยให้คนเหล่านั้นดูข้อมูลของเติ้งอี้เฟยไปก่อน ส่วนเขาก็ลอบมองความตกตะลึงบนใบหน้าของคนอื่นๆ ด้วยความสนใจ
เติ้งอี้เฟยมีความโดดเด่นมากจริงๆ!
แต่หากสามารถตัดไฟแต่ต้นลม สังหารอัจฉริยะที่หาตัวจับยากคนนี้ได้ มันก็ย่อมนำมาซึ่งความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เช่นกัน!
และสิ่งที่จางเทียนหยางกำลังจะทำในตอนนี้ ก็คือสิ่งนั้นแหละ!
จางเทียนหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หลังจากดูข้อมูลของเติ้งอี้เฟยจบแล้ว พวกเจ้ามีอะไรอยากจะพูดอีกไหม"
"จะมีอะไรให้พูดได้อีกล่ะ รู้สึกว่าชีวิตนี้ของตัวเองใช้ชีวิตมาเสียเปล่าจริงๆ!" คนที่พูดขึ้นคือยอดฝีมือระดับอาณาเขตขั้นต้นคนหนึ่ง
คำพูดที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นพากันหัวเราะครืน
"หลิวสยงพูดถูก เติ้งอี้เฟยคนนี้แข็งแกร่งเกินไป หอแสงเจิดจรัสจะต้องก้าวออกจากแคว้นช่ายในสักวัน เติ้งอี้เฟยจะต้องมาเผชิญหน้ากับพวกเราไม่ช้าก็เร็ว คนแบบนี้พวกเราไม่ควรเก็บไว้!"
"สำนักมารราตรีของพวกเราพร้อมสนับสนุนแผนการของใต้เท้าจางอย่างเต็มที่ ทั่วทั้งแดนใต้ต่างก็รู้ดีว่า เติ้งอี้เฟยเจอคนของสำนักวิถีมารเมื่อไหร่ เป็นต้องฆ่าล้างบางไม่เหลือซาก หากสำนักวิถีมารอย่างพวกเราไม่ลุกขึ้นสู้ตอนนี้ ในอนาคตอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วก็ได้!"
"ใช่แล้ว ดูจากความเร็วในการเลื่อนระดับของเติ้งอี้เฟย อีกสักสิบปี ถ้าพวกเจ้าบอกว่าเขาไร้เทียมทานในแดนใต้... ข้าก็เชื่อ! พวกเราถูกลิขิตมาให้เป็นศัตรูกับหอแสงเจิดจรัส พวกเราไม่ยอมเป็นสุนัขรับใช้ของเติ้งอี้เฟยหรอก! ต้องพยายามฆ่าเติ้งอี้เฟยให้เร็วที่สุด!"
"..."
จางเทียนหยางรู้ดีว่าเป้าหมายของเขาบรรลุผลแล้ว
แทบทุกคนล้วนมองว่าเติ้งอี้เฟยเป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา ทุกคนมองว่าคนอย่างเติ้งอี้เฟยไม่สมควรมีชีวิตอยู่
จางเทียนหยางกล่าวว่า "ความคิดของข้าก็คือ ต้องเตรียมการไว้สองทางพร้อมกัน!"
"เตรียมการสองทางคืออะไร"
"เตรียมยอดฝีมือระดับอาณาเขตให้มีจำนวนมากพอ แล้วใช้สายลับสืบหาเบาะแสของเติ้งอี้เฟย จากนั้นพวกเราก็ร่วมมือกันวางตาข่ายฟ้าแหดินเพื่อดักซุ่มโจมตีเขา!"
มีคนเอ่ยถามขึ้นมา "แล้วอีกทางหนึ่งล่ะ"
จางเทียนหยางตอบว่า "นั่นก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกท่านแล้ว ทุกท่านยังจำเรื่องที่หอแสงเจิดจรัสสังหารยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะของพันธมิตรวิถียุทธ์ไปสองคนได้ใช่ไหม"
"จำได้สิ!"
"แน่นอนว่าจำได้ชัดเจน!"
"เติ้งอี้เฟยช่างกล้าหาญชาญชัยนัก!"
"พวกพันธมิตรวิถียุทธ์นั่นเหมือนจะฮั้วกับเติ้งอี้เฟยเลยนะ!"
"..."
จางเทียนหยางกล่าวว่า "ข้าไม่รู้หรอกนะว่าทำไมหลงว่านเฉิงผู้อาวุโสของพันธมิตรวิถียุทธ์ถึงได้ชื่นชมเติ้งอี้เฟยนัก แต่ในสายตาข้า เติ้งอี้เฟยไม่มีทางเข้าร่วมกับพันธมิตรวิถียุทธ์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการกระทำของเขาที่สังหารสมาชิกสองคนของพันธมิตรวิถียุทธ์ ในมุมมองของข้า นี่คือจุดที่สามารถนำมาใช้ขยายผลให้เป็นเรื่องใหญ่ได้!"
"ทำอย่างไรล่ะ"
"ข้าต้องการให้พวกเจ้าใช้ช่องทางของตัวเอง ยกยอสรรเสริญเติ้งอี้เฟยอย่างเต็มที่ ยกยอให้เขาเป็นอัจฉริยะในรอบหมื่นปีของแดนใต้ ยกยอว่าเขากล้าประหารชีวิตสมาชิกของพันธมิตรวิถียุทธ์สองคนต่อหน้าธารกำนัล และแม้แต่หลงว่านเฉิงผู้ดูแลแดนใต้ของพันธมิตรวิถียุทธ์ก็ยังไม่กล้าเอาผิด..." จางเทียนหยางยิ้มเหี้ยม "เอาเป็นว่าพวกเจ้าต้องพยายามอวยเติ้งอี้เฟยให้สุดลิ่มทิ่มประตู บอกว่าเขาอาศัยพลังของตัวเองเพียงคนเดียว ก็สามารถข่มขวัญพันธมิตรวิถียุทธ์แห่งแดนกลางได้!"
"ผู้อาวุโสจาง ทำแบบนี้จะดีเหรอ" มีคนเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ "ถ้าพวกเราไปกุเรื่องใส่ร้ายคนของพันธมิตรวิถียุทธ์แบบนี้ แล้วถูกจับได้..."
"จะกลัวอะไรล่ะ" จางเทียนหยางกล่าว "พวกเราไม่ได้พูดจาเหลวไหลเสียหน่อย เติ้งอี้เฟยแข็งแกร่งมากจริงๆ เขาสังหารสมาชิกของพันธมิตรวิถียุทธ์ไปสองคนจริงๆ และหลงว่านเฉิงแห่งพันธมิตรวิถียุทธ์ก็ไม่ได้เอาผิดเติ้งอี้เฟยจริงๆ... มีตรงไหนที่แต่งเรื่องขึ้นมาบ้าง ไม่มีเลย! พวกเราแค่พูดความจริง... อีกอย่าง พวกเรามีขั้วอำนาจมากมายขนาดนี้ กฎหมายไม่อาจเอาผิดคนหมู่มากได้ ถึงตอนนั้น ดีไม่ดีหลงว่านเฉิงอาจจะรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!"
"ผู้อาวุโสจางไปได้ยินข่าววงในอะไรมาหรือ"
มีคนถามขึ้น
เบื้องหลังของจางเทียนหยางคือแคว้นเทียนเฉิง
แคว้นเทียนเฉิงเป็นแคว้นแรกสุดที่สร้างสัมพันธ์กับพันธมิตรวิถียุทธ์แห่งแดนกลาง
ในทั่วทั้งแดนใต้ แคว้นเทียนเฉิงคือแคว้นที่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับพันธมิตรวิถียุทธ์แห่งแดนกลางมากที่สุดอย่างแน่นอน!
จางเทียนหยางยิ้มพลางกล่าวว่า "ข้าได้ยินมาว่า เมื่อไม่นานมานี้ภายในพันธมิตรวิถียุทธ์แห่งแดนกลาง มีผู้อาวุโสวิถีมารท่านหนึ่งตื่นจากการหลับใหล... ทันทีที่เขาลืมตาตื่น เขาก็แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของพันธมิตรวิถียุทธ์ที่มีต่อแว่นแคว้นทั้งสี่ในปัจจุบัน เขามองว่าจำเป็นต้องควบคุมอำนาจของทั้งสี่ทิศอย่างเด็ดขาด หลังจากนี้เหล่าผู้อาวุโสของพันธมิตรวิถียุทธ์ที่ถูกส่งไปประจำการในสี่ทิศ คงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนในตอนนี้อีกแล้วล่ะ!"
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของจางเทียนหยาง สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีนัก!
"ทุกคนไม่ต้องกังวลไป ผู้อาวุโสวิถีมารท่านนั้นถึงอย่างไรก็ยังมีผู้อาวุโสท่านอื่นคอยคานอำนาจอยู่ ชั่วคราวนี้พันธมิตรวิถียุทธ์คงไม่ทำอะไรที่รุนแรงเกินไปนัก แต่เรื่องของหลงว่านเฉิง ดีไม่ดีอาจจะมอบเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเราก็ได้นะ!"