เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 930 - พวกตัวประหลาดเยอะเหลือเกิน

บทที่ 930 - พวกตัวประหลาดเยอะเหลือเกิน

บทที่ 930 - พวกตัวประหลาดเยอะเหลือเกิน


บทที่ 930 - พวกตัวประหลาดเยอะเหลือเกิน

หลงว่านเฉิงตะคอกใส่ด้วยความโกรธ "รุมโจมตีพร้อมกันก็รู้สึกว่าเสียหน้า แล้วการที่คนของพันธมิตรวิถียุทธ์อย่างพวกเราถูกเติ้งอี้เฟยประหารชีวิตต่อหน้าธารกำนัล แบบนั้นมันไม่เสียหน้าหรือไง"

เฉียวอ่าชิวและมั่วจิ้งหยวนต่างพากันเงียบกริบ คำถามนี้พวกเขาเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกัน

สุดท้าย เฉียวอ่าชิวก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน "ที่พวกเราไม่ได้รุมโจมตีพร้อมกัน ก็เป็นเพราะพวกเราไม่อยากผิดใจกับเติ้งอี้เฟยจนเกินไป ยังไงเสียเขาก็เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง!"

"อัจฉริยะงั้นหรือ" หลงว่านเฉิงแค่นเสียงเย็น "เป็นอัจฉริยะแล้วอย่างไร คนของเราถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว เรื่องนี้พันธมิตรวิถียุทธ์ของเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในแดนใต้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ขุมอำนาจในแดนใต้เหล่านี้คงคิดว่าพันธมิตรวิถียุทธ์ของเราเป็นหมูในอวยยอมให้คนรังแกได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ"

มั่วจิ้งหยวนกล่าวแย้ง "ท่านผู้อาวุโส เติ้งอี้เฟยผู้นี้ไม่เหมือนอัจฉริยะคนอื่นๆ นะขอรับ!"

"มีอะไรไม่เหมือนกัน"

"เขาเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบปีเท่านั้น! ท่านผู้อาวุโสลองทบทวนดูให้ดีเถิด ในหน้าประวัติศาสตร์ของเผ่ามนุษย์เรา มีผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถครอบครองพลังระดับอาณาเขตด้วยวัยเพียงยี่สิบปีอยู่สักกี่คนกันเชียว นับหัวได้เลยใช่หรือไม่"

"อืม!" หลงว่านเฉิงตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แล้วมันอย่างไรล่ะ"

"ท่านผู้อาวุโสลองคิดดูสิขอรับ บรรดาลูกรักสวรรค์ที่ก้าวเข้าสู่ระดับอาณาเขตตั้งแต่อายุยี่สิบปีและมีชีวิตรอดมาได้ พวกเขาล้วนประสบความสำเร็จระดับไหนกันทั้งนั้น ท่านผู้อาวุโสคิดว่า เติ้งอี้เฟยมีโอกาสที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับตำนานนั้นได้หรือไม่"

ผู้อาวุโสหลงถึงกับพูดไม่ออก

นั่นเป็นเพราะเขารู้ดีว่า ตราบใดที่เติ้งอี้เฟยไม่ตาย เขาย่อมมีโอกาสสูงมากที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับตำนานนั้นได้จริงๆ!

แม้ว่าเขาจะเป็นถึงยอดฝีมือระดับอาณาเขตขั้นสูงสุด ซึ่งห่างจากระดับตำนานนั้นเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

แต่เพียงแค่ก้าวเดียวนั้น เขาอาจจะไม่มีวันก้าวข้ามไปได้ตลอดกาล!

ระดับหยั่งรู้มรรคา นั่นต่างหากคือจุดสูงสุดที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์!

ยอดฝีมือระดับหยั่งรู้มรรคาผู้ไร้เทียมทานทุกคน ล้วนเป็นเสาหลักสำคัญในการดำรงอยู่ของเผ่ามนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ และเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่เป็นที่พึ่งพิงของเผ่ามนุษย์ทุกคน!

เพราะมียอดฝีมือระดับหยั่งรู้มรรคาเหล่านี้คอยปกป้อง เผ่ามนุษย์จึงสามารถขับไล่ศัตรูผู้รุกราน และครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในทวีปนี้ไว้ได้!

ยอดฝีมือระดับหยั่งรู้มรรคา ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงขั้นทรยศเผ่ามนุษย์ พวกเขาย่อมได้รับการยกย่องเชิดชูจากผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์ทุกคน!

และเหล่าลูกรักสวรรค์ผู้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ระดับหยั่งรู้มรรคา ก็จะได้รับการปกป้องและชักชวนให้เข้าร่วมกับพันธมิตรวิถียุทธ์เช่นเดียวกัน

งานประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นทั่วทั้งทวีปทุกๆ สี่ปี ก็มีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ชั้นยอดเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นหัวกะทิของเผ่ามนุษย์!

เฉียวอ่าชิวเอ่ยเตือนเสียงแผ่ว "ท่านผู้อาวุโส ไม่ใช่ว่ามีข่าววงในบอกว่า ภายในหนึ่งถึงสองร้อยปีนี้ เผ่าอสูรอาจจะมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นหรอกหรือขอรับ"

"แล้วพวกเจ้าเห็นควรว่าอย่างไร"

เฉียวอ่าชิวตอบ "ท่านผู้อาวุโส ในใจของท่านก็มีคำตอบอยู่แล้วไม่ใช่หรือขอรับ"

"เฮ้อ!" ผู้อาวุโสหลงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ช่างเถอะ ช่างเถอะ สิ่งที่พวกเจ้าพูดมาก็มีเหตุผล!"

เฉียวอ่าชิวรีบประจบประแจง "ท่านผู้อาวุโสปราดเปรื่องยิ่งนัก!"

"ไม่ต้องมาทำเป็นยกยอข้าหรอกน่า!" ผู้อาวุโสหลงเอ่ยด้วยใบหน้าบึ้งตึง "บทลงโทษที่พวกเจ้าสมควรได้รับ ข้าไม่มีทางละเว้นให้แน่!"

เฉียวอ่าชิวได้แต่หัวเราะแห้งๆ

ส่วนมั่วจิ้งหยวนกลับมีสีหน้าไม่แยแสใดๆ

ยังไงเสียความผิดก็เกิดขึ้นไปแล้ว ตอนที่พวกเขาเดินทางออกจากแคว้นช่าย พวกเขาก็เตรียมใจรับผลที่จะตามมาไว้ล่วงหน้าแล้ว!

ผู้อาวุโสหลงเปลี่ยนประเด็นสนทนา "เติ้งอี้เฟยนับว่าเป็นบุคลากรชั้นยอดคนหนึ่ง ข้าเองก็สังเกตเห็นความโดดเด่นของเขามานานแล้ว... แต่เราจะสามารถชักชวนให้เติ้งอี้เฟยมาเข้าร่วมกับพวกเราได้จริงๆ งั้นหรือ"

การที่เติ้งอี้เฟยเข่นฆ่าผู้คนในแดนใต้จนเลือดไหลเป็นสายน้ำ ทำให้ขุมอำนาจนับไม่ถ้วนต้องหวาดผวากันไปตามๆ กัน ความจริงแล้วผู้อาวุโสหลงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยสักนิด

สังหารผู้ฝึกยุทธ์ไปหนึ่งหมื่นคนแล้วอย่างไร ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ไปนับล้านคน แล้วมันจะทำไมล่ะ

จะเป็นเทพเจ้าก็ดี หรือเป็นจอมมารก็ช่าง!

ขอเพียงเขาเป็นเผ่ามนุษย์ ขอเพียงเขาสามารถอุทิศพลังเพื่อปกป้องเผ่ามนุษย์ได้ ผู้อาวุโสหลงก็จะไม่สนใจเรื่องอื่นเลย

แม้แต่ในระดับผู้บริหารระดับสูงของพันธมิตรวิถียุทธ์เอง ก็ยังมีจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ด้วยซ้ำ!

เพียงแต่คนพวกนี้จะไม่ถูกส่งตัวไปประจำการในตำแหน่งสำคัญๆ ในสาขาแดนตะวันออก แดนใต้ แดนตะวันตก และแดนเหนือก็เท่านั้น!

หนี้เลือดมากมายนับไม่ถ้วนในมือของเติ้งอี้เฟย ในสายตาของผู้อาวุโสหลงกลับกลายเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ

ผู้ฝึกยุทธ์ที่เติบโตมาจากการฝ่าฟันในสมรภูมิเลือด ย่อมมีพลังการต่อสู้ที่เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกัน และมีความสามารถในการท้าสู้ข้ามระดับได้ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเขายังมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่อีกมาก พลังของเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้ และยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกไกล!

ทว่านิสัยและสไตล์การทำงานของเติ้งอี้เฟย ทำให้ผู้อาวุโสหลงรู้สึกลังเล

มั่วจิ้งหยวนเอ่ยปากอธิบาย "เติ้งอี้เฟยเป็นคนที่เกลียดชังความชั่วร้ายเข้ากระดูกดำ หากให้เขาเข้าร่วมกับพันธมิตรวิถียุทธ์จริงๆ เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ขอรับ!"

"พวกเราเคยประมือกับเติ้งอี้เฟยแล้ว เขาบอกกับพวกเราว่า เขาเคยตั้งคำสาบานวิถียุทธ์เอาไว้ ว่าจะสังหารคนโฉดทั้งหมดให้สิ้นซาก!"

"พวกเราเคยสืบประวัติของเขาแล้ว นิยามคำว่าคนโฉดของเขานั้นค่อนข้างจะสุดโต่งเกินไป เขาเชื่อว่าผู้ฝึกยุทธ์คนใดก็ตามที่ลงมือสังหารหรือข่มเหงชาวบ้านตามอำเภอใจ ล้วนจัดอยู่ในข่ายของคนโฉดทั้งสิ้น แม้จะเป็นการพลั้งมือฆ่าก็ไม่ละเว้น!" เฉียวอ่าชิวเอ่ยบ่น "ข้าเดาว่า อุดมการณ์สูงสุดของหมอนั่น คงอยากจะเห็นโลกมีแต่ความสงบสุขกระมัง..."

มั่วจิ้งหยวนเอ่ยสนับสนุน "ข้าก็เดาว่า หากดึงตัวเติ้งอี้เฟยเข้ามาจริงๆ ไม่แน่ว่าคนแรกที่เขาอยากจะลงดาบสังหาร อาจจะเป็นข้าก็ได้!"

เวลาที่มั่วจิ้งหยวนพูดประโยคนี้ แม้น้ำเสียงของเขาจะแฝงแววหยอกล้อ แต่ทั้งสามคนต่างก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกเขา เป็นเรื่องยากมากที่จะรับประกันได้ว่ามือของตนเองจะขาวสะอาดบริสุทธิ์

บางครั้งในการต่อสู้ พลังของพวกเขาก็อาจลุกลามไปโดนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังของพวกเขายังมีทั้งสำนักและตระกูลคอยหนุนหลังอยู่ ซึ่งในการแย่งชิงทรัพยากร ขุมอำนาจเหล่านี้ก็มักจะยึดถือกฎแห่งป่าที่ผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งอย่างเคร่งครัด!

ผู้อาวุโสหลงเอ่ยถาม "เราพอจะเปลี่ยนความคิดของเติ้งอี้เฟยได้หรือไม่"

"เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน!" เฉียวอ่าชิวกล่าวยืนยัน "เจตจำนงวิถียุทธ์ของเจ้านั่นหลอมรวมเข้ากับอาณาเขตแสงเจิดจรัสอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เส้นทางวิถียุทธ์ของเขาคือสิ่งนี้ หากเขาเปลี่ยนความคิด เขาก็จะไม่อาจเป็นอัจฉริยะอย่างที่เป็นอยู่ได้อีกต่อไป ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่สามารถรักษาสภาวะจิตใจแห่งวิถียุทธ์ของตนเองไว้ได้เลยด้วยซ้ำ!"

เพียงแค่การประลองฝีมือกันสั้นๆ ยอดฝีมือวิถียุทธ์ทั้งสองคนก็สามารถจับจุดอ่อนของเติ้งอี้เฟยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!

ช่วยไม่ได้ ก็เติ้งอี้เฟยเป็นคนที่ซื่อตรงเกินไปนี่นา!

เขาคือคนที่ซื่อสัตย์ ยึดมั่นถือมั่น และดื้อรั้นจนถึงขั้นน่ากลัว!

"อาณาเขตแสงเจิดจรัส ก็คือความยุติธรรมอันสูงสุด!" มั่วจิ้งหยวนเน้นย้ำ "การที่เขาสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ในวัยเพียงเท่านี้ ย่อมแยกไม่ออกจากเจตจำนงวิถียุทธ์ อุดมการณ์ และอาณาเขตแสงเจิดจรัสของเขาอย่างแน่นอน เขาไม่มีวันเปลี่ยนความคิดได้หรอก ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนความคิดของเขาได้ ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเขาได้ นอกเสียจากว่าเขาจะตายไปเสียก่อน!"

หลงว่านเฉิงเอนหลังพิงเก้าอี้หวาย คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ผ่านไปพักใหญ่เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา "ทำไมแดนใต้ถึงชอบให้กำเนิดพวกตัวประหลาดแบบนี้ออกมาอยู่เรื่อย แค่มีเฉินรั่วเหยียนคนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ปี ทำไมถึงมีเติ้งอี้เฟยโผล่มาอีกคนเนี่ย ช่วงนี้พวกปรมาจารย์ค่ายกลในแดนกลางกำลังค้นคว้าเรื่องค่ายกลทำเลมังกรอยู่ไม่ใช่หรือ พวกเขาบอกว่าโลกทั้งใบก็คือค่ายกลขนาดใหญ่มหึมา เมื่อก่อนข้าไม่เคยเชื่อคำพูดของพวกเขาเลย คิดว่าพวกเขาคงศึกษาจนธาตุไฟเข้าแทรกไปแล้ว... แต่มาตอนนี้ ข้าชักจะเริ่มสงสัยแล้วสิว่า หรือค่ายกลทำเลมังกรของแดนใต้จะฮวงจุ้ยไม่ดีจริงๆ ถึงได้ให้กำเนิดแต่พวกตัวประหลาดแบบนี้ออกมา"

เฉียวอ่าชิวและมั่วจิ้งหยวนยืนเงียบอยู่ด้านข้าง ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อ

อันที่จริงพวกเขาก็แอบคิดเหมือนกันว่า คำพูดของหลงว่านเฉิงก็มีเหตุผลอยู่บ้าง แดนใต้ช่างเป็นดินแดนที่พิลึกพิลั่นจริงๆ ถึงได้ให้กำเนิดแต่คนแปลกประหลาดออกมามากมายขนาดนี้

ลองหันไปดูแดนตะวันออก แดนเหนือ และแดนตะวันตกสิ ที่นั่นเคยมีปัญหาปวดหัวแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ

แม้ว่าแดนตะวันออก แดนเหนือ และแดนตะวันตกจะไม่ได้มีสัตว์ประหลาดโผล่มาเป็นพักๆ เหมือนแดนใต้ แต่ทั้งสามแดนนั้นกลับมีการพัฒนาอย่างราบรื่นและมั่นคง สาขาพันธมิตรวิถียุทธ์ในสามแดนนั้นก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ขุมอำนาจวิถียุทธ์ในท้องถิ่นต่างก็พากันมาสวามิภักดิ์ต่อพันธมิตรวิถียุทธ์กันอย่างพร้อมเพรียง!

มีแต่แดนใต้นี่แหละ!

ที่เคยเกิดเหตุการณ์ผู้อาวุโสซึ่งเป็นถึงยอดฝีมือระดับอาณาเขตขั้นสูงสุดถูกฆ่าตาย!

จบบทที่ บทที่ 930 - พวกตัวประหลาดเยอะเหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว