- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 920 - ท่านคิดเห็นอย่างไร
บทที่ 920 - ท่านคิดเห็นอย่างไร
บทที่ 920 - ท่านคิดเห็นอย่างไร
บทที่ 920 - ท่านคิดเห็นอย่างไร
"ถึงกับมีคนกล้ามาอาละวาดในนครหลวงช่ายเชียวหรือ"
"นี่มันสัญญาณเรียกคนของหอแสงเจิดจรัสนี่ มีไอ้โง่ที่ไม่รู้กฎระเบียบโผล่มางั้นหรือ"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ตัวซวยคนนั้นคือใคร!"
"ต้องใช่แน่ๆ นอกเสียจากว่าจะเป็นยอดฝีมือระดับอาณาเขต ไม่อย่างนั้นถ้ามาเหยียบแคว้นช่ายก็ต้องปฏิบัติตามกฎของแคว้นช่าย ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จลงมาก็ไม่มีประโยชน์หรอก!"
"..."
ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดที่เพิ่งลงมือสังหารชาวบ้านไปยี่สิบกว่าคนมองการกระทำของรองแม่ทัพรักษาเมืองแล้วก็ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
เขามองดูสถานการณ์รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็พากันถอยห่างจากเขาอย่างบ้าคลั่ง
สายตาที่ชาวบ้านมองเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ท่าทีเช่นนี้ทำให้ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดผู้นี้ค่อนข้างพอใจ ทว่าสายตาที่บรรดาผู้ฝึกยุทธ์มองเขากลับดูแปลกประหลาดพิกล ดูเหมือนในแววตาเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและรอคอยความพินาศของเขา!
รอสมน้ำหน้างั้นหรือ
ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดมองสัญญาณบนท้องฟ้าแล้วเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้น ข้าก็แค่ฆ่าชาวบ้านไปไม่กี่คนเองนะ จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ ข้าไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องแคว้นช่ายเสียหน่อย หากต้องการให้ข้าชดใช้จริงๆ ข้าก็ยินดีจ่ายค่าเสียหายให้!"
ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดผู้นี้เริ่มรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาบ้างแล้ว
ยังไงเสียสถานการณ์ก็ดูเหมือนจะบานปลายเกินไปหน่อย
การรังแกชาวบ้านเขาไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว แต่เขาไม่อยากทำให้เรื่องมันใหญ่โต
พลุสัญญาณนั่นมันชัดเจนเกินไป ดูเหมือนคนทั่วนครหลวงช่ายจะเห็นกันหมดแล้ว
ต้องรู้ไว้ด้วยว่าในนครหลวงช่ายก็มียอดฝีมือระดับอาณาเขตอยู่ เขาเองก็ไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานจนเกินไป!
"ใต้เท้าเพิ่งเดินทางมาที่แคว้นช่ายเป็นครั้งแรกหรือ"
รองแม่ทัพรักษาเมืองเอ่ยถามพร้อมกับฝืนยิ้ม
"ถูกต้อง ข้าคือโจวไห่ชิ่งจากสำนักแสงลี้ลับแห่งแคว้นเทียนเฉิง ข้ามาเพื่อท้าประลองกับเผยซื่อหย่ง!" โจวไห่ชิ่งกล่าว "เมื่อครึ่งเดือนก่อนพลังฝีมือของข้ารุดหน้าไปมาก ข้าก็เลยรีบเดินทางมาที่นี่เลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
รองแม่ทัพพยักหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
โจวไห่ชิ่งก็เงยหน้ามองท้องฟ้าเช่นกัน
"ไอ้หนู รนหาที่ตาย!"
แรงกดดันอันหนักอึ้งกดทับลงมาจนทำเอาลมปราณและโลหิตในร่างของโจวไห่ชิ่งเดือดพล่าน!
อาณาเขต!
ยอดฝีมือระดับอาณาเขต!
โจวไห่ชิ่งเบิกตากว้างจนแทบถลน!
เขาฝันไปก็ยังคิดไม่ถึงว่าตัวเขาที่เพียงแค่มาท้าประลองกับเผยซื่อหย่งในนครหลวงช่าย จะต้องมาเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับอาณาเขตที่กล้าลงมือกับคนรุ่นหลังเช่นนี้
ฝ่ามือเนื้อยักษ์ตกลงมาจากฟากฟ้า ฟาดโจวไห่ชิ่งร่วงลงไปกระแทกพื้นดินราวกับกำลังตบแมลงวัน!
โจวไห่ชิ่งถูกแรงกระแทกจนสลบเหมือดไปในทันที!
ช่ายป๋ายฮ่าวมองดูศพชาวบ้านรอบตัว สลับกับมองยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดที่แทบเท้าของตนแล้วลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่!
เขาไม่ได้ถอนหายใจให้ชาวบ้าน แต่กำลังถอนหายใจให้โจวไห่ชิ่งต่างหาก!
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง ช่ายป๋ายฮ่าวมักจะคิดเสมอว่าผู้ฝึกยุทธ์ย่อมสูงส่งกว่าชาวบ้านทั่วไป และชีวิตของพวกเขาก็ย่อมมีค่ามากกว่าชาวบ้านอย่างแน่นอน!
แต่ใครใช้ให้เติ้งอี้เฟยไม่คิดเช่นนั้นเล่า
ใครหมัดใหญ่กว่า คำพูดของคนนั้นย่อมเป็นเหตุผล!
ตอนนี้ช่ายป๋ายฮ่าวทำได้เพียงยึดถือแนวทางของเติ้งอี้เฟยเท่านั้น!
ดังนั้นเขาจึงกำลังถอนหายใจให้โจวไห่ชิ่ง
เขาเองก็รู้สึกว่าความจริงแล้วพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของโจวไห่ชิ่งก็ไม่เลว หากต้องตายไปก็คงน่าเสียดายอยู่บ้าง!
"นำร่างชาวบ้านเหล่านี้ไปฝังให้เรียบร้อย!" ช่ายป๋ายฮ่าวหิ้วร่างโจวไห่ชิ่งขึ้นมาพลางออกคำสั่งกับเหล่าทหารรักษาประตูเมือง "การที่พวกเขาถูกฆ่าตายในครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของหอแสงเจิดจรัสของเรา ให้ครอบครัวของชาวบ้านเหล่านั้นมารับค่าทำศพที่หอแสงเจิดจรัสก็แล้วกัน!"
"ขอรับ ใต้เท้า!"
...
เมื่อช่ายป๋ายฮ่าวหิ้วไอ้ตัวซวยคนนั้นจากไป แรงกดดันบนร่างของทุกคนในบริเวณนั้นก็สลายหายไป
แม้ว่ายอดฝีมือระดับอาณาเขตจะไม่ได้จงใจปลดปล่อยพลังออกมา ทว่าพวกเขาก็ยังคงสร้างแรงกดดันอันมหาศาลให้กับคนรอบข้างได้อยู่ดี!
คนจากแคว้นอื่นกระซิบกระซาบกันว่า "เห็นหรือไม่ โจวไห่ชิ่งแห่งตระกูลโจวแคว้นเทียนเฉิงต้านรับไว้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว คนผู้นั้นต้องเป็นยอดฝีมือระดับอาณาเขตแน่ๆ ขนาดชาวบ้านธรรมดาถูกฆ่าตายยังทำให้ยอดฝีมือระดับอาณาเขตต้องออกโรงด้วยตัวเอง ลองถามดูเถอะว่าทั่วทั้งแดนใต้ยังมีที่ไหนปลอดภัยไปกว่านครหลวงช่ายอีก"
"พูดก็ถูก นครหลวงช่ายเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ราชวงศ์ช่ายคิดจะฆ่าโจวไห่ชิ่งจริงๆ หรือ ตระกูลโจวแม้จะไม่ใช่ราชวงศ์ ทว่าภายในตระกูลก็มียอดฝีมือระดับอาณาเขตคอยคุ้มครองอยู่ไม่ใช่หรือ"
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน จนถึงตอนนี้ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะที่ทำผิดกฎ หอแสงเจิดจรัสก็ยังไว้ชีวิตพวกเขาทั้งหมด บางทีอาจจะให้โอกาสพวกเขารอดชีวิตกระมัง ยังไงเสียยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะก็ยังคงมีคุณค่ามหาศาล! ปกติแล้วถ้าสามารถซื้อตัวมาเป็นพวกได้ ก็คงไม่มีใครยอมฆ่าทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก!"
"หากเปรียบเทียบกันแล้ว นครหลวงช่ายก็ปลอดภัยกว่าจริงๆ ด้วย ข้าซื้อคฤหาสน์ไว้สักหลังก่อนดีกว่า!"
ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน เติ้งอี้เฟยตระเวนตรวจสอบเขตปกครองทั้งเก้าของแคว้นช่ายจนครบ บางทีอาจเป็นเพราะหอแสงเจิดจรัสเพิ่งก่อตั้ง เติ้งอี้เฟยจึงพบว่าการทำงานโดยรวมของหอแสงเจิดจรัสถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี!
เพียงแค่ครึ่งปี โจรป่าและผู้ร้ายส่วนใหญ่ในแคว้นช่ายก็ถูกสมาชิกของหอแสงเจิดจรัสกวาดล้างจนแทบไม่เหลือ
ส่วนพวกที่รอดมาได้ก็มีเพียงหยิบมือเดียว และต่างก็หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปซ่อนตัวในป่าเขาลำเนาไพร ไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีก
เมื่อมียอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดมากกว่าหนึ่งคนคอยประจำการอยู่ตามสาขาต่างๆ ของหอแสงเจิดจรัส พวกโจรป่าก็ไม่มีทางรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้อีกต่อไป!
หอแสงเจิดจรัสดำเนินการได้ไม่เลว ทว่าก็ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ท้องถิ่นบางคนที่แอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ในที่ลับ แต่พวกเขาก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากขึ้น อย่างน้อยก็ไม่กำเริบเสิบสานเหมือนแต่ก่อน
อีกอย่างผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถหนีพ้นจากการถูกเฝ้าระวังของสามองค์กรข่าวกรองไปได้!
หลังจากถูกองค์กรข่าวกรองจับได้ เรื่องก็จะถูกรายงานไปยังหอสาขาในท้องที่โดยตรง หากทางนั้นจัดการได้ไม่ดีพอ ข้อมูลก็จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์ใหญ่ที่นครหลวงช่าย
สิ่งที่ทำให้เติ้งอี้เฟยรู้สึกเบาใจก็คือ เจ้าหอสาขาในแต่ละพื้นที่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
เติ้งอี้เฟยเชื่อมั่นว่าเมื่อหอแสงเจิดจรัสเติบโตขึ้น บางทีในอีกไม่ช้าขุมอำนาจวิถียุทธ์ทั่วทั้งแคว้นช่ายจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง!
ภายในขุมกำลังที่เป็นหนึ่งเดียวนี้จะไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอีกต่อไป ราวกับเป็นสำนักขนาดมหึมาสำนักหนึ่ง!
สำหรับความเป็นไปได้เช่นนี้ เติ้งอี้เฟยย่อมยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง
หากกำแพงกั้นระหว่างสำนักและตระกูลต่างๆ พังทลายลง ความขัดแย้งก็ย่อมลดน้อยลงตามไปด้วย
ในอนาคตเติ้งอี้เฟยก็สามารถคัดเลือกและสั่งสอนลูกศิษย์ทั่วทั้งแคว้นช่าย โดยอาศัยคุณธรรมในการฝึกยุทธ์เป็นพื้นฐาน จากนั้นก็เลือกสอนตามพรสวรรค์ความสามารถ เพื่อบ่มเพาะลูกศิษย์ชั้นยอดที่สืบทอดเจตนารมณ์ของเขาอย่างแท้จริง และสร้างขุมอำนาจที่จะสานต่อปณิธานของเขาให้เป็นจริงได้!
เมื่อกลับมาถึงนครหลวงช่าย ฮั่วซือหนิงก็มีเรื่องจะรายงานเขาพอดี
"ใต้เท้า นี่คือยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะที่ถูกหอแสงเจิดจรัสจับเป็นกลับมาได้ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าค่ะ!" ฮั่วซือหนิงยื่นรายชื่อปึกหนาให้เติ้งอี้เฟย "หอสาขาในแต่ละพื้นที่ได้ส่งตัวพวกเขามายังนครหลวงช่ายแล้วเจ้าค่ะ!"
เจ้าหอสาขาในแต่ละพื้นที่ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุด
แน่นอนว่าหอสาขาในแต่ละพื้นที่ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมียอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดเพียงคนเดียว!
บางครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ยอดฝีมือของหอแสงเจิดจรัสก็ไม่อาจจับเป็นกลับมาได้เสมอไป!
ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะที่ถูกจับเป็นมาได้มีจำนวนไม่น้อย ทว่าระดับพลังฝีมือของพวกเขากลับค่อนข้างต่ำ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นต้นและขั้นกลางเสียมากกว่า
"รวมทั้งหมดกี่คน"
"หนึ่งร้อยยี่สิบห้าคนเจ้าค่ะ ในจำนวนนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ของแคว้นช่ายยี่สิบสามคน ส่วนที่เหลือเป็นคนจากแคว้นอื่น..." ฮั่วซือหนิงลดเสียงลง "ช่วงนี้ขุมอำนาจในประเทศหลายแห่งกำลังพยายามใช้เส้นสายและวิ่งเต้นกันอย่างหนัก ขุมอำนาจจากแคว้นอื่นก็พยายามติดต่อกับหอแสงเจิดจรัสของเราเช่นกัน พวกเขาเพียงแค่หวังให้เราผ่อนปรนและละเว้นชีวิตคนเหล่านั้นเจ้าค่ะ!"
"เจ้าคิดเห็นอย่างไร"
"ฆ่าทิ้งให้หมดเจ้าค่ะ!"
"พูดได้ดี คนพวกนี้จะปล่อยปละละเลยไปไม่ได้เด็ดขาด!"