เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 870 - วางแผนเส้นทาง

บทที่ 870 - วางแผนเส้นทาง

บทที่ 870 - วางแผนเส้นทาง


บทที่ 870 - วางแผนเส้นทาง

"ข้าขอแนะนำให้เจ้าเร่งพัฒนาพลังฝีมือให้แกร่งขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ ไม่ว่าเจ้าจะทะลวงระดับขึ้นไปสู่ขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดหรือขอบเขตอาณาเขตได้โดยเร็วที่สุด หรือไม่ก็รีบทำให้ดาบศักดิ์สิทธิ์เลื่อนระดับขึ้นไปให้เร็วที่สุด!"

"ท่านจิตวิญญาณแห่งดาบกลัวว่าข้าจะถูกยอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตของแคว้นช่ายตามตัวเจอก่อนอย่างนั้นหรือขอรับ"

"ถูกต้อง!" เฉินฮ่าวย้ำเสียงหนักแน่น "ด้วยพลังฝีมือของเจ้าในตอนนี้หากต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตก็มีแต่ตายสถานเดียว ต่อให้เจ้าจะเปิดใช้งานอาณาเขตดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ อีกอย่างเจ้าอย่าลืมสิว่าด้วยสภาพร่างกายของเจ้าในตอนนี้ เจ้าไม่เหมาะที่จะใช้อาณาเขตดาบศักดิ์สิทธิ์บ่อยๆ แล้วนะ!"

"อืม ข้าทราบแล้วขอรับ!"

"ดังนั้นข้าจึงขอแนะนำให้เจ้าใช้วิธีดุดันราวกับสายฟ้าฟาดบุกกวาดล้างขุมอำนาจระดับแนวหน้าสักสองสามแห่ง ทางที่ดีควรเลือกพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากนครหลวงช่ายและสำนักเพลิงครามเข้าไว้ เพราะมีเพียงราชวงศ์แคว้นช่ายและสำนักเพลิงครามเท่านั้นที่มียอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตประจำการอยู่!"

"ขอบพระคุณท่านจิตวิญญาณแห่งดาบที่คอยตักเตือน" เติ้งอี้เฟยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง "ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะวางแผนเส้นทางอย่างรอบคอบที่สุด!"

เส้นทางการเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆ

อาณาเขตของแคว้นช่ายนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก ถึงแม้เติ้งอี้เฟยจะบรรลุระดับขอบเขตเทวะขั้นปลายแล้วก็ตาม แต่การเดินทางไกลก็ยังถือเป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับเขาอยู่ดี

ขอเพียงเขาวางแผนเส้นทางอย่างรัดกุม เลือกโจมตีขุมอำนาจที่มีหน้ามีตาและมียอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก อาศัยจังหวะที่ทางการแคว้นช่ายและสำนักเพลิงครามยังไม่ทันตั้งตัว เร่งพัฒนาพลังฝีมือให้แข็งแกร่งขึ้นจนอย่างน้อยก็สามารถหนีเอาชีวิตรอดจากยอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตได้ แบบนี้ถึงจะเป็นผลดีต่อเติ้งอี้เฟยมากที่สุด

เติ้งอี้เฟยหันไปสบตาฮั่วซือหนิง

หากพูดถึงเรื่องการวางแผนเส้นทาง องค์กรผึ้งพิฆาตย่อมมีความเชี่ยวชาญมากกว่าเติ้งอี้เฟยอย่างแน่นอน

เพียงสามวันสั้นๆ องค์กรผึ้งพิฆาตก็ได้คัดเลือกขุมอำนาจระดับแนวหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดจากบรรดาศัตรูทั้งหมดมาเป็นเป้าหมาย พร้อมกับกำหนดเส้นทางที่ยากลำบากที่สุดให้กับเติ้งอี้เฟย

และสิ่งที่ทำให้เติ้งอี้เฟยรู้สึกยินดีก็คือ ขุมอำนาจระดับแนวหน้าที่แข็งแกร่งทั้งหลายล้วนตั้งอยู่ห่างไกลจากนครหลวงช่ายและห่างไกลจากสำนักเพลิงครามทั้งสิ้น

ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลดี ท้ายที่สุดแล้วภูเขาเขาลูกเดียวย่อมมีเสือสองตัวอยู่ร่วมกันไม่ได้

หากขุมอำนาจเหล่านั้นตั้งอยู่ใกล้กับนครหลวงของแคว้นช่ายหรือใกล้กับสำนักเพลิงครามมากเกินไป ทางการแคว้นช่ายและสำนักเพลิงครามย่อมไม่มีทางยอมปล่อยให้พวกเขาสะสมอิทธิพลจนยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นขุมอำนาจแต่ละแห่งก็จำเป็นต้องมีพื้นที่ในการเติบโต หากไม่มีพื้นที่ให้ขยับขยายก็ไม่อาจสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาได้!

เติ้งอี้เฟยสัมผัสได้ถึงข้อดีของการมีองค์กรเป็นเบื้องหลังคอยสนับสนุนอีกครั้ง

หลังจากเดินทางเร่งรีบมาครึ่งเดือน ในที่สุดเติ้งอี้เฟยก็มาถึงสำนักโลหิตม่วง!

สำนักโลหิตม่วงเป็นสำนักวิถีมารแห่งหนึ่งและเป็นขุมอำนาจระดับแนวหน้าของแคว้นช่าย ภายในสำนักมียอดฝีมือระดับท็อปขอบเขตเทวะไม่ต่ำกว่าสิบคน

ถึงแม้สำนักโลหิตม่วงจะวางตัวอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวในแคว้นช่าย ทว่านั่นก็ไม่สามารถลบล้างความจริงที่ว่าพวกเขาคือสำนักวิถีมารไปได้

ตัวสำนักโลหิตม่วงนั้นไม่มียอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตคอยคุ้มครองอยู่เลย การที่พวกเขาสามารถพัฒนามาได้อย่างราบรื่นจนถึงตอนนี้ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แคว้นช่ายอย่างแยกไม่ออก!

ข้อมูลขององค์กรผึ้งพิฆาตระบุว่าสำนักโลหิตม่วงได้สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์แคว้นช่ายมาตั้งนานแล้ว

แม้แต่ในกองทัพของแคว้นช่ายก็ยังมีเงาของยอดฝีมือจากสำนักโลหิตม่วงแฝงตัวอยู่ด้วย

ในการกวาดล้างองค์กรผึ้งพิฆาตครั้งนี้ ยอดฝีมือของสำนักโลหิตม่วงก็มีส่วนร่วมลงแรงด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกันสำนักเพลิงครามกลับไม่สนใจองค์กรผึ้งพิฆาตเลยสักนิดและไม่เคยส่งยอดฝีมือมาร่วมแจมด้วยเลย

เติ้งอี้เฟยต้องเดินทางต่ออีกยี่สิบวันโดยมีฮั่วซือหนิงนำข้อมูลจากองค์กรผึ้งพิฆาตมาใช้เป็นเครื่องนำทางมุ่งหน้าสู่สำนักโลหิตม่วง

จากนั้นเติ้งอี้เฟยก็ทิ้งฮั่วซือหนิงไว้เบื้องหลังแล้วเหาะมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของสำนักโลหิตม่วงทันที

พลังฝีมือของฮั่วซือหนิงยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของนาง

ด้วยพลังฝีมือเพียงระดับทลายเวหา หากนางเข้ามาร่วมวงต่อสู้ระหว่างเขากับสำนักโลหิตม่วง หากนางโดนลูกหลงเข้าไปล่ะก็ ฮั่วซือหนิงไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่!

ที่ตั้งของสำนักโลหิตม่วงนั้นสังเกตเห็นได้ง่ายมาก ในฐานะขุมอำนาจระดับแนวหน้า ขนาดของที่ตั้งสำนักย่อมไม่ต้องบรรยายให้มากความ เติ้งอี้เฟยยังไม่ต้องใช้สัมผัสเทวะตรวจสอบเลย เขาก็มองเห็นประตูสำนักอันใหญ่โตโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาของสำนักโลหิตม่วงได้อย่างชัดเจน

"ผู้มาเยือนเป็นใครกัน!"

ทันทีที่เติ้งอี้เฟยเข้าใกล้สำนักโลหิตม่วง ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นต้นสองคนก็เหาะตรงมาหาเขาทันที

นัยน์ตาของเติ้งอี้เฟยเปล่งประกายวาบ เขารู้สึกว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวเลยจริงๆ

"ผู้มาเยือนเป็นใคร โปรดแจ้งชื่อแซ่ของท่านมาด้วย ท่านได้ส่งเทียบเชิญล่วงหน้ามาหรือไม่!"

เทียบเชิญงั้นหรือ

เติ้งอี้เฟยนึกถึงข้อมูลจากองค์กรผึ้งพิฆาต ใบหน้าของเขาพลันปรากฏรอยยิ้มอันแสนเย็นชาออกมา

"แสงเจิดจรัส!"

แสงสีขาวบริสุทธิ์สว่างจ้าดุจแถบผ้าไหมพุ่งทะยานเข้าโจมตียอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะสองคนของสำนักโลหิตม่วงอย่างรวดเร็ว

แสงสีขาวกลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสองคนเข้าไปในพริบตา!

ต่อให้ยอดฝีมือทั้งสองจะเตรียมตัวรับมือมาล่วงหน้า แต่พวกเขาก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเติ้งอี้เฟยอยู่ดี

หยาดโลหิตสาดกระเซ็น ร่างไร้วิญญาณสองร่างร่วงหล่นกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น

เติ้งอี้เฟยกำดาบโลหิตชาดแน่นพลางตะโกนตอบกลับไปเสียงกังวาน "นี่แหละคือเทียบเชิญของข้า!"

"ศัตรูบุก!"

การกระทำของเติ้งอี้เฟยเปรียบเสมือนการเอามือไปแหย่รังแตน แสงสีม่วงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจากภายในสำนักโลหิตม่วงราวกับดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา

มีคนกล้ามาฆ่าคนของพวกเขาถึงหน้าประตูสำนักโลหิตม่วง การกระทำอุกอาจเช่นนี้ถือเป็นการผูกความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้อย่างแน่นอน!

ศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักโลหิตม่วงต่างก็รู้สึกโกรธแค้นและพร้อมใจกันออกโรง ไม่เพียงแต่จะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดปรากฏตัวขึ้นมาเท่านั้น แต่แม้กระทั่งศิษย์อายุน้อยที่พลังฝีมือยังไม่ถึงระดับก่อกำเนิดต่างก็วิ่งกรูกันออกมาจนหมด

พวกเขาอยากจะรู้ให้เห็นกับตาว่าใครกันที่กล้ามากำแหงลูบคมสำนักโลหิตม่วงถึงที่!

ในแคว้นช่ายนี้ นอกเหนือจากราชวงศ์และสำนักเพลิงครามแล้ว พวกเขาก็ไม่หวั่นเกรงขุมอำนาจใดหน้าไหนทั้งนั้น

การที่ราชวงศ์จะเป็นฝ่ายมาหาเรื่องนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แม้กระทั่งสำนักเพลิงครามก็ยังไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับพวกเขาเลยเพราะมีราชวงศ์คอยหนุนหลังให้ พวกเขาอยากรู้จริงๆ ว่าใครกันที่ขวัญกล้าเทียมฟ้ากล้ามาท้าทายสำนักโลหิตม่วง

ดังนั้งเพียงแค่ช่วงเวลาสองสามลมหายใจ เติ้งอี้เฟยก็ถูกยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะนับไม่ถ้วนล้อมกรอบเอาไว้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดยังใจกล้าเข้ามาร่วมวงตีวงล้อมเขาอยู่ห่างๆ ด้วยซ้ำ

บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขารู้สึกว่าตนเองมีจำนวนคนมากกว่า เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นยอดฝีมือร่วมสำนักมากมายขนาดนั้น มันก็ยิ่งทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้นกระมัง!

"แสงสีขาวงั้นหรือ แถมยังดูอายุน้อยขนาดนี้... เจ้าคือตัวอันตรายเติ้งอี้เฟยอย่างนั้นหรือ"

ชายชราในชุดคลุมสีม่วงตวาดถามด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกใจ

เติ้งอี้เฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตัวอันตรายงั้นหรือ ข้าไม่ชอบฉายานี้เอาเสียเลย!"

เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือตัวอันตรายเติ้งอี้เฟย ศิษย์สำนักโลหิตม่วงแทบทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

ชื่อเสียงเรียงนามของคนก็เปรียบเสมือนร่มเงาของต้นไม้

วีรกรรมของเติ้งอี้เฟยที่กวาดล้างกองทัพหมาป่าทมิฬชั้นยอดถึงสองแสนนายที่นอกเมืองจิ้งตงนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วหลายแคว้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา สำนักโลหิตม่วงอย่างพวกเขาก็ย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างเช่นกัน

ชายชราชุดม่วงผู้นั้นเอ่ยถามอีกครั้ง "ถ้าพูดแบบนั้น แสดงว่าเจ้าจ้องหมายหัวสำนักโลหิตม่วงของเราเอาไว้อย่างนั้นสิ"

"สำนักโลหิตม่วงของพวกเจ้าก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มากมาย ความผิดของพวกเจ้าต่อให้ตัดไผ่มาทั้งป่าก็ยังจารึกไม่หมด ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเอาชีวิตพวกเจ้าทุกคน!"

"ท่านเจ้าสำนัก จะมัวต่อล้อต่อเถียงกับมันอยู่ทำไม พวกเราบุกเข้าไปฆ่ามันพร้อมกันเลย!"

ชายชราชุดม่วงแผดเสียงคำรามลั่น "รีบไปเชิญผู้อาวุโสที่กำลังเก็บตัวฝึกตนอยู่ในสำนักออกมาให้หมด... ส่วนคนอื่นๆ ตามข้ามาลุยพร้อมกัน!"

สำนักโลหิตม่วงย่อมรู้ดีถึงสไตล์การลงมือของเติ้งอี้เฟย

ในตอนที่พวกเขาได้ยินเหตุผลในการลงมือฆ่าของเติ้งอี้เฟย พวกเขาก็จัดให้เติ้งอี้เฟยเป็นหนึ่งในศัตรูตัวฉกาจมาตั้งนานแล้ว

เพียงแต่ในตอนนั้นเติ้งอี้เฟยยังอ่อนแอเกินไป เขายังไม่ถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะด้วยซ้ำ พวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจคนที่ออกตามหาเติ้งอี้เฟยเลย ทว่าพวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเพียงช่วงเวลาสั้นๆ พลังต่อสู้ของเติ้งอี้เฟยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนเทียบชั้นยอดฝีมือระดับขอบเขตอาณาเขตได้ แถมยังมาโผล่ที่สำนักของพวกเขาอีกด้วย

เมื่อได้ยินคำสั่ง ยอดฝีมือระดับขอบเขตเทวะทั้งหมดของสำนักโลหิตม่วงก็พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกันทันที

เติ้งอี้เฟยเองก็ไม่ต่างจากคนของสำนักโลหิตม่วง เขาไม่มีความลังเลใดๆ ทว่ากลับงัดเอาพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาใช้อย่างเต็มเหนี่ยว "อาณาเขตดาบศักดิ์สิทธิ์ ปลดล็อกระดับห้า!"

แสงสว่างสีขาวเจิดจ้า แสงสว่างนั้นแผ่ขยายออกไปครอบคลุมศิษย์สำนักโลหิตม่วงทั้งหมดเอาไว้ภายในพริบตา

ถึงแม้การเปิดใช้งานอาณาเขตดาบศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้จะสร้างภาระหนักอึ้งให้กับร่างกายของเขา ทว่าเขากลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

สิ่งเดียวที่เขาปรารถนาคือการทะลวงผ่านระดับให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทะลวงระดับพลังของตัวเอง หรือการทำให้ดาบโลหิตชาดเลื่อนระดับก็ตาม!

จบบทที่ บทที่ 870 - วางแผนเส้นทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว