- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 861 - ทางเลือกของเขา
บทที่ 861 - ทางเลือกของเขา
บทที่ 861 - ทางเลือกของเขา
บทที่ 861 - ทางเลือกของเขา
"ว่าอย่างไรนะ เจ้าคงไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม"
"ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ ข้าฟังไม่ผิดแน่ๆ ข้าจะฟังผิดไปได้อย่างไร" ฮั่วซือหนิงยืนยันหนักแน่น "คุณชายเติ้งบอกว่าเขากำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว เขาขอให้ข้าพาเขาออกไปจากเมืองซีโข่ว"
หลิวเฉวียนจวินคิดในใจ นี่มันเป็นวิถีการทำตามแบบฉบับของเติ้งอี้เฟยจริงๆ
ตลอดระยะเวลาที่อาศัยอยู่ด้วยกันในถ้ำ หลิวเฉวียนจวินรับรู้มาตลอดว่าสภาพจิตใจของเติ้งอี้เฟยนั้นไม่สู้ดีนักเนื่องจากผลกระทบจากศึกใหญ่ที่เมืองจิ้งตง
"ทำไมจู่ๆ เขาถึงจะควบคุมตัวเองไม่ได้ล่ะ หรือว่าเป็นเพราะข้า"
"น่าจะเป็นเพราะท่านหัวหน้านั่นแหละเจ้าค่ะ!" ฮั่วซือหนิงตอบอย่างมั่นใจ
"ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนั้นล่ะ"
"ประโยคแรกที่เขาถามข้าก็คือท่านไปไหน พอข้าบอกว่าท่านออกจากเมืองซีโข่วไปแล้ว เขาถึงได้ขอให้ข้าพาเขาออกไปบ้าง!" ฮั่วซือหนิงวิเคราะห์ "พวกท่านก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว ท่านหัวหน้าจะไม่รู้เลยหรือว่าวิถียุทธ์ที่เขายึดมั่นคืออะไร"
"อืม ข้ารู้ ข้าก็แค่ไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นเอง!" หลิวเฉวียนจวินเบือนหน้าหนีไม่อยากสบตาฮั่วซือหนิง
มนุษย์เราทุกคนล้วนรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น
หลิวเฉวียนจวินเองก็ไม่อยากตายเหมือนกัน
นางพอจะเดาได้ว่าเรื่องราวของนางอาจจะสร้างความกระทบกระเทือนใจให้เติ้งอี้เฟยได้
แต่นางไม่คาดคิดเลยว่าผลกระทบที่นางสร้างให้เขามันจะรุนแรงถึงเพียงนี้
ถึงขั้นทำให้เขาต้องเผชิญกับวิกฤตธาตุไฟเข้าแทรกจนควบคุมตัวเองไม่ได้
ทั้งที่ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เติ้งอี้เฟยได้พบเจอคนชั่วมาตั้งมากมาย แต่เขาก็ไม่ได้ลงมือฆ่าพวกมันทุกคน และเขาก็ยังปกติดีมาตลอดไม่ใช่หรือ!
แล้วทำไมพอมาเป็นเรื่องของนาง เขาถึงได้เกิดปัญหาขึ้นมาเสียล่ะ
นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกัน
ในใจของหลิวเฉวียนจวินรู้สึกสับสนวุ่นวายปนเปกันไปหมด
เมื่อคิดว่าขนาดเติ้งอี้เฟยต้องเผชิญกับวิกฤตธาตุไฟเข้าแทรกเขาก็ยังยอมปล่อยนางไป นางก็แอบรู้สึกหวานชื่นใจอยู่เล็กๆ... แต่ลึกๆ แล้วความรู้สึกหดหู่เศร้าหมองกลับมีมากกว่า
นางลูบคลำหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
"ซือหนิง เจ้าคิดว่าอี้เฟยเขาจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน จะทนไปได้อีกหลายเดือนไหม"
"ท่านหัวหน้า ท่านกำลังพูดเล่นอยู่ใช่ไหมเจ้าคะ" ฮั่วซือหนิงส่ายหน้า "ข้าคิดว่าคุณชายเติ้งคงทนได้เต็มที่ก็แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้นแหละ ถ้าเขาทนได้นานกว่านี้ เขาคงไม่รีบถามข้าหรอกว่าเขาจะเหาะออกไปตรงๆ เลยได้ไหม!"
"เจ้าคิดว่า มีวิธีไหนที่จะรักษาเติ้งอี้เฟยได้บ้าง"
ฮั่วซือหนิงปรายตามองหลิวเฉวียนจวินแวบหนึ่ง นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "เรื่องนี้ ข้าว่าคงต้องเคารพการตัดสินใจของเขานะเจ้าคะ!"
ฮั่วซือหนิงรู้เรื่องที่หลิวเฉวียนจวินกำลังตั้งครรภ์อยู่ นางจึงเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับหลิวเฉวียนจวิน
"การตัดสินใจของเขาอย่างนั้นหรือ"
หลิวเฉวียนจวินหลับตาลง ภาพแสงเจิดจรัสแสบตาที่นอกเมืองจิ้งตง ภาพใบหน้าอันหล่อเหลาของเติ้งอี้เฟย ภาพรอยยิ้มเขินอายของเขา... และภาพที่เขาตะคอกใส่นางอย่างบ้าคลั่งในห้องเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
นางเผยรอยยิ้มเศร้าสร้อยบางๆ ออกมา จากนั้นนางก็ลูบท้องเบาๆ แล้วค่อยๆ ปิดตาลง
"ซือหนิง รับเจ้านี่ไปเก็บไว้ก่อน!"
ป้ายคำสั่งแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงสู่งมือฮั่วซือหนิง ทันทีที่ฮั่วซือหนิงเห็นป้ายคำสั่งแผ่นนั้นนางก็สะดุ้งโหยงราวกับรับเผือกร้อนเอาไว้ "ท่านหัวหน้า ท่านเอาของสิ่งนี้มาให้ข้าทำไมเจ้าคะ!"
"นี่ก็แค่เตรียมไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น ถ้าข้าไม่ได้กลับออกมาจริงๆ เจ้าก็เอาป้ายนี้ไปมอบให้ผู้อาวุโสหลิวย่าก็แล้วกัน ในบรรดาสมาชิกองค์กรผึ้งพิฆาตสาขาแคว้นช่าย ความจริงแล้วผู้อาวุโสหลิวย่าเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำมากกว่าข้าเสียอีก"
"ท่านหัวหน้า โปรดไตร่ตรองให้ดีด้วยเถอะเจ้าค่ะ!"
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าก็แค่จะเข้าไปดูอาการเขาหน่อยเท่านั้น!"
หลิวเฉวียนจวินหยัดกายลุกขึ้นเดินไปที่ลานด้านหลังแล้วผลักบานประตูห้องนั้นเข้าไป
"ซือหนิง เตรียมตัวเสร็จหรือยัง รีบพาข้าไปเร็วเข้า!"
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง หลิวเฉวียนจวินก็ได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของเติ้งอี้เฟย คำพูดของเขาฟังสับสนปนเปไปหมดราวกับคนลิ้นพันกัน
และในวินาทีนั้นหลิวเฉวียนจวินก็ตระหนักได้ถึงความเลวร้ายของสถานการณ์
ฮั่วซือหนิงไม่ได้พูดเกินจริงเลย เติ้งอี้เฟยกำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ
ถ้าอาการของเขาไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ เติ้งอี้เฟยไม่มีทางจำนางไม่ได้ตั้งแต่แรกเห็นหรอก
"ข้าเอง ไม่ใช่ฮั่วซือหนิง!"
หลิวเฉวียนจวินจ้องมองเติ้งอี้เฟย ดวงตาของเขาแดงก่ำเป็นสีเลือด แววตาเลื่อนลอยไร้สติ ราวกับว่าเขาเพิ่งจะก้าวลงมาจากสมรภูมิรบที่เมืองจิ้งตงหมาดๆ
ไม่สิ สภาพของเขาตอนนี้น่าจะย่ำแย่ยิ่งกว่าตอนนั้นเสียอีก!
อย่างน้อยในตอนนั้นที่หลิวเฉวียนจวินไม่ได้สวมหน้ากาก เติ้งอี้เฟยก็ยังจำนางได้ในทันที
อย่างน้อยในตอนนั้นหลิวเฉวียนจวินก็ยังมองเห็นพลังใจอันเปี่ยมล้น ศรัทธาอันแรงกล้า และความยึดมั่นในอุดมการณ์ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา!
แต่ทว่าในดวงตาของเติ้งอี้เฟยยามนี้ กลับว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดเลย
"เจ้า... เฉวียนจวิน เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วฮั่วซือหนิงล่ะ นางไปไหนแล้ว นางกล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ ข้าจะฆ่านาง..."
"เจ้าตั้งสติหน่อยสิ!" หลิวเฉวียนจวินคว้าแขนเติ้งอี้เฟยพลางตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดัง
"ตั้งสติอย่างนั้นหรือ"
เติ้งอี้เฟยจ้องมองหลิวเฉวียนจวินด้วยดวงตาสีเลือดแดงฉาน เสียง "เช้ง" ดังขึ้นพร้อมกับดาบโลหิตชาดที่ถูกชักออกจากฝัก คมดาบอันแหลมคมและเย็นเยียบถูกทาบลงบนลำคอของนาง
"เจ้าจะฆ่าข้าหรือ"
เติ้งอี้เฟยผลักหลิวเฉวียนจวินกระเด็นไปกระแทกกับประตูห้องอย่างแรง "ข้าไล่ให้เจ้าไสหัวไปแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วเจ้ากลับมาทำไมอีก"
หลิวเฉวียนจวินไม่ได้โมโหกับน้ำเสียงของเติ้งอี้เฟย และไม่ได้หวาดกลัวกับจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา นางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเติ้งอี้เฟย ในตอนแรกเติ้งอี้เฟยยังทำใจแข็งขืนสู้ แต่เมื่อนางก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขากลับเริ่มถอยร่น จนกระทั่งถอยไปจนมุมอยู่ที่มุมห้อง
ท่าทางของเขาราวกับเด็กน้อยที่ถูกคนร้ายต้อนให้จนมุมไม่มีผิด
เติ้งอี้เฟยไม่ได้หวาดกลัวหลิวเฉวียนจวิน แต่เขากำลังหวาดกลัวว่าตัวเองจะพลั้งมือทำร้ายหลิวเฉวียนจวินต่างหาก
นับตั้งแต่หลิวเฉวียนจวินปรากฏตัวขึ้นมา ความคิดหนึ่งก็วนเวียนอยู่ในหัวของเติ้งอี้เฟยไม่หยุดหย่อน
ฆ่าหลิวเฉวียนจวินซะ!
ฆ่าหลิวเฉวียนจวินแล้วเขาจะรอดชีวิต!
ฆ่าหลิวเฉวียนจวินแล้วเขาจะดึงสติกลับมาได้!
ฆ่าหลิวเฉวียนจวินแล้วเขาจะกอบกู้วิถียุทธ์กลับมาได้!
ฆ่าหลิวเฉวียนจวินแล้วพลังเทวะแสงเจิดจรัสอาจจะฟื้นคืนมาอีกครั้ง!
...
"เจ้าอย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ข้ากลัวว่าจะทำร้ายเจ้า!"
ในที่สุดเติ้งอี้เฟยก็ยอมปริปากพูดออกมา
เขายังคงไม่ยอมลงมือ เขาเลือกที่จะยอมตายเสียยังดีกว่า!
ในมุมมองของเติ้งอี้เฟย แม้ว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้จะสร้างความละอายใจต่อดาบศักดิ์สิทธิ์โลหิตชาดและท่านจิตวิญญาณแห่งดาบ แต่บนโลกใบนี้ผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์จะมีกี่คนก็ได้ ทว่าหลิวเฉวียนจวินมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
ทำไม่ลงก็คือทำไม่ลง!
หลิวเฉวียนจวินค่อยๆ ดึงหน้ากากของเขาออก จากนั้นนางก็สวมกอดเติ้งอี้เฟยเอาไว้แน่นพร้อมกับแนบใบหูลงบนหน้าอกของเขา
เติ้งอี้เฟยชูสองมือขึ้นเหนือหัวราวกับกำลังยอมจำนน
"บอกข้ามาสิ ว่าถ้าฆ่าข้าแล้ว เจ้าจะหายเป็นปกติใช่ไหม"
เติ้งอี้เฟยหลับตาปี๋ ขบกรามแน่น ก้มหน้างุดไม่ยอมตอบคำถาม
หลิวเฉวียนจวินได้คำตอบนั้นแล้ว
"รออีกสักสองสามเดือนไม่ได้หรือ"
ภายในห้องแคบๆ จิตสังหารรุนแรงจนหลิวเฉวียนจวินรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
เติ้งอี้เฟยกำลังสูญเสียสติสัมปชัญญะไปทีละน้อย
การที่หลิวเฉวียนจวินอยู่ตรงนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาดำดิ่งสู่ห้วงแห่งการสูญเสียการควบคุมเร็วขึ้นไปอีก
เติ้งอี้เฟยพยายามรวบรวมสติเฮือกสุดท้าย เขาซัดฝ่ามือกระแทกหลังคาห้องจนแตกเป็นช่องโหว่หมายจะเหาะหนีไป แต่เพิ่งจะลอยตัวขึ้นไปได้ไม่ทันไร เขาก็พบว่าตัวเองถูกหลิวเฉวียนจวินดึงรั้งเอาไว้
ชั่วพริบตานั้นจิตสังหารในใจของเขาก็พุ่งปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง!
จิตสังหารทั้งหมดในใจของเขาแทบจะพุ่งเป้าไปที่หลิวเฉวียนจวินแต่เพียงผู้เดียว
เจตจำนงวิถียุทธ์ พลังเทวะแสงเจิดจรัส และพลังเทวะแห่งการสังหารต่างก็ตะโกนก้องบอกเขาว่า มีเพียงการสังหารหลิวเฉวียนจวินเท่านั้นเขาถึงจะรอดชีวิต ทว่าเติ้งอี้เฟยกลับพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบ้าคลั่งนั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
"เฉวียนจวิน รีบหนีไปซะ ข้าใกล้จะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว!"
เติ้งอี้เฟยพยายามแกะมือหลิวเฉวียนจวินที่เกาะหนึบอยู่บนตัวเขาออกอย่างยากลำบาก สวรรค์เป็นพยานได้เลยว่าเขาต้องใช้ความอดทนอดกลั้นมากแค่ไหน เพราะการที่หลิวเฉวียนจวินอยู่ใกล้ๆ เขา เขาจึงต้องคอยต่อสู้กับจิตสังหารที่พลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา!
หลิวเฉวียนจวินมองดูผู้ชายคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย ในใจของนางทั้งซาบซึ้งและรู้สึกจนปัญญา
นางไม่รู้เลยจริงๆ ว่าทำไมเรื่องราวมันถึงบานปลายมาจนถึงขั้นนี้ได้
นางสวมกอดเติ้งอี้เฟยไว้แน่นพลางกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูเขาว่า
"ถ้าฆ่าข้าแล้วมันทำให้เจ้าดึงสติกลับมาได้จริงๆ ก็ลงมือเถอะ!"
"แดนใต้แห่งนี้จะไม่มีข้าก็ไม่เป็นไร แต่ข้าคิดว่าแดนใต้แห่งนี้จะขาดเจ้าไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"ถ้าเจ้ามีชีวิตอยู่ เจ้ายังช่วยข้าแก้แค้นได้ แต่ถ้าเจ้าตาย ศัตรูของเจ้า ข้าคงไม่มีปัญญาไปต่อกรด้วยหรอก!"
"อี้เฟย ถ้าหากเจ้ารอได้อีกสักสองสามเดือนก็คงจะดีสินะ..."
[จบแล้ว]