- หน้าแรก
- พลิกชะตาคว้าความรวยด้วยมิติส่วนตัว
- บทที่ 700 - เริ่มต้นอย่างเสือจบลงอย่างงู
บทที่ 700 - เริ่มต้นอย่างเสือจบลงอย่างงู
บทที่ 700 - เริ่มต้นอย่างเสือจบลงอย่างงู
บทที่ 700 - เริ่มต้นอย่างเสือจบลงอย่างงู
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"หะ หัวหน้าหวัง ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าเป็นท่าน ต้องขอโทษด้วยครับ ขอโทษจริงๆ ผมกราบขออภัยท่านด้วยครับ"
เปาด้าชงตัวสั่นงันงก เป็นคนคนนั้นจริงๆ ด้วย ซวยแล้ว วันนี้ก้าวเท้าผิดข้างออกจากบ้านแน่ๆ เขารีบโค้งคำนับขอโทษปะหลกๆ หวังจะชดเชยความผิด
"หึหึ คิดว่าแค่คำว่าขอโทษคำเดียวจะช่วยให้เรื่องจบง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ถ้าการขอโทษมันช่วยแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง โรงงานเราจะมีแผนกรักษาความปลอดภัยไว้ทำไม ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ นายจงเดินไปมอบตัวที่หน่วยรักษาความปลอดภัยซะ ไปสารภาพความผิดทั้งหมดที่นายเคยก่อไว้อย่างละเอียด ฉันจะทำการรวบรวมหลักฐานจากคนในห้องครัวเอง ถ้าคำให้การของนายไม่ตรงกับหลักฐานล่ะก็ หึหึ นายก็เตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกได้เลย" หวังเซี่ยงตงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"หัวหน้าหวัง อย่าทำแบบนี้เลยครับ หัวหน้าฟ่าน พ่อครัวโจว ช่วยพูดให้ผมหน่อยเถอะครับ"
เปาด้าชงหน้าซีดเผือด ขืนเข้าไปในหน่วยรักษาความปลอดภัยมีหวังไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ หัวหน้าเซี่ยฮ่าวคนนั้นก็หน้าเหี้ยมโหดราวกับยมทูต เขารีบหันไปขอความช่วยเหลือจากสองคนนั้นทันที
"ตอนนี้จะไปขอร้องใครก็เปล่าประโยชน์ ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายยังไม่ยอมไป ฉันจะให้คนไปตามเจ้าหน้าที่จากหน่วยรักษาความปลอดภัยมาลากคอไป หึหึ ถึงตอนนั้นมันจะไม่ใช่การมอบตัวแล้วนะ ความผิดมันคนละกระทงกันเลยล่ะ จะเริ่มแล้วนะ หนึ่ง" หวังเซี่ยงตงไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้าฟ่านได้เอ่ยปาก เขายกนิ้วชี้ขึ้นมา
"ไป ผมยอมไปแล้วครับ"
ยังไม่ทันที่หวังเซี่ยงตงจะยกนิ้วกลางขึ้นมา เปาด้าชงก็หันหลังวิ่งหนีออกไปนอกประตู เขารู้ดีว่าวันนี้คงหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมแน่ การมาเจอคนจริงเข้าแบบนี้ถือว่าซวยซับซวยซ้อน แต่เขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง ไม่ได้ยินที่เขาลือกันหรอกหรือ ไอ้หูหลี่ซานที่ถูกประกาศไล่ออกประจานทั่วโรงงานแถมยังถูกส่งตัวเข้าคุก ก็เป็นเพราะบังอาจตั้งข้อสงสัยในตัวหวังเซี่ยงตงคนนี้นี่แหละ หมอนั่นถึงกับเป็นพนักงานดีเด่นของโรงงานเชียวนะ คนจริงคนนี้ก็ยังกล้าจัดการจนสิ้นซาก เปาด้าชงไม่อยากกลายเป็นคนที่สองที่ถูกประกาศประจานออกกระจายเสียงต้อนรับปีใหม่หรอกนะ
"หม่าฮว่า นายรีบตามไปดูสิว่ามันตรงไปที่หน่วยรักษาความปลอดภัยจริงหรือเปล่า"
หวังเซี่ยงตงยังไม่ค่อยวางใจนัก เปาด้าชงกล้ากำเริบเสิบสานรังแกเพื่อนร่วมงานในห้องครัวอย่างอุกอาจแบบนี้ ถ้าไม่มีเส้นสายหนุนหลังอยู่มันจะกล้าทำขนาดนี้หรือ ต้องคอยดูว่ามันจะฉวยโอกาสแอบไปขอความช่วยเหลือจากเบื้องบนก่อนหรือเปล่า
"อ๊ะ ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"
หม่าฮว่าอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบวิ่งตามออกไป หัวหน้าฟ่านกับพ่อครัวโจวมองหน้ากัน พลางคิดในใจว่าไอ้หนุ่มนี่มันแน่จริงๆ นี่กะจะลากไส้คนหนุนหลังเปาด้าชงออกมาให้หมดเลยหรือไง
"หัวหน้าฟ่าน ที่นี่เป็นเขตรับผิดชอบของคุณ งั้นเรื่องนี้ผมขอมอบให้คุณเป็นคนจัดการก็แล้วกันนะครับ" หวังเซี่ยงตงหันไปพูด
"หัวหน้าหวัง คุณอย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ ตอนนี้คุณทำในนามของหน่วยรักษาความปลอดภัย ผมจะกล้ารับช่วงต่อได้ยังไง ให้คุณเป็นคนจัดการนั่นแหละดีแล้ว ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ" หัวหน้าฟ่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน
"ถ้างั้นก็ตกลงครับ สหายคนงานทุกท่าน วันนี้ผมจะขอรับหน้าที่เป็นตัวแทนหัวหน้าฟ่านจัดการเรื่องนี้ให้ พวกคุณนั่งลงกันก่อนเถอะ ผมจะแจกกระดาษให้ ปากกามีอยู่แค่สองด้าม พวกคุณก็ผลัดกันเขียนก็แล้วกัน เขียนเล่ามาให้หมดว่าเปาด้าชงเคยกดขี่ข่มเหงพวกคุณยังไงบ้าง แล้วก็ความชั่วอื่นๆ ที่มันเคยก่อไว้ด้วย ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องลงชื่อหรอก มันตามสืบไม่ถึงตัวพวกคุณแน่ ถ้ามันแค้นก็ให้มันมาลงที่ผมนี่ แต่พวกคุณต้องเขียนตามความเป็นจริงนะ ห้ามใส่ความ" พูดจบหวังเซี่ยงตงก็หยิบกระดาษและปากกาออกมาจากกระเป๋าสะพาย
"ผมจะเขียน"
"ผมก็จะเขียนเหมือนกัน"
พนักงานผู้ช่วยในห้องครัวพอได้ยินดังนั้นก็กรูกันเข้ามารับกระดาษ บางคนถึงกับวิ่งกลับไปหาปากกาในห้องครัวมาเขียนเองด้วยซ้ำ
"หัวหน้าหวัง หม่าฮว่านั่นเป็นเด็กของคุณหรือครับ"
หัวหน้าฟ่านฉวยโอกาสดึงตัวหวังเซี่ยงตงออกไปคุยวงนอก ยื่นบุหรี่ให้พร้อมจุดไฟให้เสร็จสรรพแล้วกระซิบถาม
"อ้อ เป็นน้องชายผมน่ะครับ เป็นคนซื่อเกินไป โดนรังแกแล้วก็ไม่กล้าปริปากบ่น ต้องให้ผมมาถามเองถึงได้รู้ความจริง หัวหน้าฟ่าน วันหลังต้องรบกวนช่วยดูแลเขาหน่อยนะครับ อ้อ จริงสิ เรื่องโรงอาหารของโรงงานสาขารถจักรยานยนต์ไปถึงไหนแล้วล่ะครับ" หวังเซี่ยงตงพ่นควันบุหรี่พลางตอบ
"หัวหน้าหวังวางใจได้เลยครับ น้องชายของคุณก็เหมือนน้องชายของผม เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ"
หัวหน้าฟ่านเข้าใจความหมายโดยนัยทันที ในใจแอบคิดว่าไม่ใช่แค่ต้องย้ายหม่าฮว่าไปที่นั่นเท่านั้น แต่ต้องหาอาจารย์เก่งๆ คอยสั่งสอนให้ด้วย การเป็นพนักงานชั่วคราวหรือลูกมือในห้องครัวมักจะตกเป็นเป้าโดนรังแกง่ายๆ ก็เพราะไม่มีเส้นสาย ไม่มีอาจารย์คอยหนุนหลังนี่แหละ พอมีอาจารย์แล้วสถานะก็จะไม่เหมือนเดิม โอกาสที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำหรือสอบเลื่อนขั้นก็จะเปิดกว้างขึ้น
ไม่กี่นาทีต่อมาหม่าฮว่าก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา กระซิบข้างหูหวังเซี่ยงตงสองสามประโยค เป็นไปตามคาด เปาด้าชงรู้ตัวว่าต้องรีบไปวิ่งเต้นหาคนช่วย มันแวะไปที่แผนกแรงงานและค่าจ้างฝ่ายสนับสนุนก่อน แล้วถึงค่อยเดินไปมอบตัวที่หน่วยรักษาความปลอดภัย
"เข้าใจแล้ว นายเองก็เขียนเรื่องที่โดนรังแกลงไปด้วยนะ วันหลังถ้ามีเรื่องอะไรแล้วฉันไม่อยู่ นายก็ไปหาหัวหน้าฟ่านได้เลย หัวหน้าฟ่าน ผมขอฝากน้องชายด้วยนะครับ" หวังเซี่ยงตงดึงตัวหม่าฮว่ามาอยู่ตรงหน้าหัวหน้าฟ่าน
"อ๊ะ ครับๆ ต้องรบกวนหัวหน้าฟ่านแล้วครับ" หม่าฮว่ารีบก้มหัวปลกๆ
"ไม่รบกวนหรอก ไม่รบกวน ฮ่าฮ่า" หัวหน้าฟ่านโบกมือปฏิเสธพร้อมเสียงหัวเราะร่วน
เมื่อฝากฝังเรื่องราวเรียบร้อย ผ่านไปสิบกว่านาที หวังเซี่ยงตงก็รวบรวมกระดาษที่ทุกคนเขียนเสร็จแล้วเดินออกจากโรงอาหารที่สาม ระหว่างทางก็เปิดอ่านดูคร่าวๆ
หึหึ ดูเหมือนว่าเปาด้าชงจะเคยกดขี่ข่มเหงผู้ช่วยในห้องครัวมาแล้วแทบทุกคน ทั้งบังคับให้ซื้อบุหรี่ซื้อเหล้ามาเซ่นไหว้ แถมยังแอบขโมยวัตถุดิบกลับบ้านเป็นประจำอีกต่างหาก
ชีวิตคนเราก็เหมือนตกอยู่ในยุทธภพ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่และไม่มีเส้นสายก็มักจะตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งเสมอ ตราบใดที่ไม่เกินเลยไปนัก คนส่วนใหญ่ก็มักจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรม แต่คนอย่างเปาด้าชงนี่มันทำเกินเหตุไปมาก ปล่อยให้หน่วยรักษาความปลอดภัยจัดการซะบ้างก็ดีเหมือนกัน
"เซี่ยงตง แกเพิ่งกลับมาก็หาเรื่องมาให้ฉันปวดหัวอีกแล้วนะ ช่วงก่อนหน้านี้ฉันก็ยุ่งจนหัวหมุน แกจะไม่เห็นใจฉันบ้างเลยหรือไง" เซี่ยฮ่าวโอดครวญทันทีที่เห็นหวังเซี่ยงตงเดินเข้ามา
"แกจะมาเทียบอะไรกับฉัน ฉันเพิ่งกลับมาเมื่อคืน ตอนเช้ากะว่าจะมารายงานตัวกับหัวหน้าหวงแล้วก็จะกลับไปนอนยาวๆ ซะหน่อย ใครจะไปรู้ว่าจะมีไอ้หน้าโง่วิ่งมาชนตอเข้าให้ เอ้า นี่หลักฐาน จะจัดการยังไงฉันไม่ยุ่งแล้วนะ พวกแกไปตกลงกันเอง ฉันจะกลับไปนอนแล้ว"
หวังเซี่ยงตงโยนปึกกระดาษในมือลงบนโต๊ะเตรียมจะชิ่งหนี ปกติบทลงโทษของหน่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับคดีกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงานก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แค่ขังลืมไว้สักคืน พอเช้ามาก็หักเงินเดือนพร้อมออกใบเตือน ถ้าหนักหน่อยก็โดนลดขั้นแล้วย้ายไปขัดส้วม ถือเป็นการสั่งสอนให้หลาบจำ หวังเซี่ยงตงเองก็ไม่ได้อยากจะเอาเรื่องเอาราวเปาด้าชงถึงตาย แค่ช่วยแก้ปัญหาให้หม่าฮว่าได้ก็พอแล้ว
"รู้แล้วๆ เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิ เล่าเรื่องที่เมืองชิงให้ฟังหน่อยสิ" เซี่ยฮ่าวรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย รีบตะโกนเรียกไว้
"คดีนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติไปแล้ว คนจากกระทรวงลงไปรับช่วงต่อแล้ว รายละเอียดลึกๆ ฉันเองก็ยังเข้าไม่ถึงเหมือนกัน ขอเผ่นก่อนล่ะนะ" หวังเซี่ยงตงส่ายหน้าปฏิเสธ
"แกนี่เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ ชอบทำตัวเริ่มต้นอย่างเสือจบลงอย่างงูแบบเนี้ย น่าเบื่อชะมัด จะไปไหนก็ไปเลยไป" เซี่ยฮ่าวหัวเราะอย่างเหนื่อยใจ
หวังเซี่ยงตงเดินออกจากห้องทำงาน แวะไปดูพวกทีมคุ้มกันสักหน่อย นั่งคุยสัพเพเหระอยู่พักหนึ่งก็ปั่นจักรยานชิ่งหนีกลับบ้าน
ช่วงบ่ายเขาก็อยู่บ้านคอยดูแลภรรยาและลูกชาย พอเสี่ยวซ่านกั๋วหลับเขาก็หลับตาม พอลูกตื่นมากินนมเขาก็แอบฉวยโอกาสดูดนมภรรยาบ้าง แต่พอถึงคราวต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมกลับทำตัวเงอะงะเกะกะไปหมด ทำเอาฉินอวี้หรูทั้งขำทั้งโมโห
ตกค่ำพอกินข้าวเสร็จ หวังเซี่ยงตงก็ได้ยินเสียงของเหออวี่จู้ดังมาจากข้างนอก "น้องตง อยู่บ้านไหม"
"พี่จู้จื่อหรือครับ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิครับ" หวังเซี่ยงตงลุกขึ้นไปเปิดประตูต้อนรับ
[จบแล้ว]