- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 3900 - ดินแดนกระแสดารา จิตวิญญาณดาราพิฆาต
บทที่ 3900 - ดินแดนกระแสดารา จิตวิญญาณดาราพิฆาต
บทที่ 3900 - ดินแดนกระแสดารา จิตวิญญาณดาราพิฆาต
บทที่ 3900 - ดินแดนกระแสดารา จิตวิญญาณดาราพิฆาต
เมื่อขุมกำลังต่างๆ ที่ครอบครองป้ายหยกเสี้ยวมารวมตัวกันจนครบ
ทุกคนในที่นั้นต่างก็กำลังเฝ้ารอ
เมื่อเวลาผ่านไป
ดินแดนกระแสดาราก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
กระแสคลื่นของดวงดาวที่สาดแสงหลากสีสัน ซัดสาดไปมาราวกับเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่ง
มันดูคล้ายกับม่านแสงอันงดงามตระการตา และยังคล้ายกับภาพวาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลที่กำลังค่อยๆ คลี่ออก
ท่ามกลางม่านแสงนั้น มองเห็นพื้นที่อันพร่ามัวเลือนรางปรากฏขึ้น
กลิ่นอายดูลึกลับ พลังแสงดาวไร้ขอบเขตหลอมรวม พุ่งชน และสอดประสานกัน ราวกับมีเสียงคำรามของการเคลื่อนตัวของดวงดาวดังก้องอยู่ในหู
"ตอนนี้แหละ!"
ยอดฝีมือและผู้ฝึกตนจากขุมกำลังต่างๆ แววตาเป็นประกาย พวกเขาพากันพุ่งทะยานเข้าไปในนั้นราวกับลำแสง
แต่ละขุมกำลังต่างให้คนของตนหยิบป้ายหยกเสี้ยวที่ได้มาก่อนหน้านี้ออกมา
ป้ายหยกเสี้ยวเปล่งประกาย ปรากฏลวดลายเส้นสายบางๆ ขึ้นมา
ราวกับว่ามันกำลังสอดประสานเข้ากับดินแดนกระแสดาราแห่งนี้
"พวกเราก็เข้าไปกันเถอะ"
จวินเซียวเหยียนกล่าว
กลุ่มของพวกเขาโดยสารเรือมังกรทะเลเมฆา บดขยี้ห้วงอากาศดังกึกก้อง พุ่งเข้าสู่กระแสดารา
ภายในกระแสดารานั้น มีพลังทำลายล้างที่กำลังเดือดพล่านและซัดสาดอย่างรุนแรง
ดวงดาวนับไม่ถ้วนลอยขึ้นและร่วงหล่น พุ่งชน หลอมรวม หรือไม่ก็แตกสลาย ปลดปล่อยแสงสว่างที่งดงามทว่าอันตรายถึงชีวิต
อาจกล่าวได้ว่า ภายในสถานที่แห่งนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบุทิศทาง
จวินเซียวเหยียนยังมองเห็นรอยแยกมิติสีดำสนิทและลึกล้ำอีกมากมาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเชื่อมต่อไปยังที่ใด
ท่ามกลางอันตรายเหล่านี้ มีเพียงเส้นทางที่ป้ายหยกเสี้ยวแสดงให้เห็นเท่านั้นที่ถือว่าปลอดภัยที่สุด
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่ดี
มีบางขุมกำลังที่ก้าวเดินผิดพลาด หรือไม่ก็เผลอถูกดูดเข้าไปในพายุดาราแห่งการทำลายล้าง จนเกิดการสูญเสียขึ้น
แต่ขุมกำลังส่วนใหญ่ก็ยังคงปลอดภัยดี
และเส้นทางที่ป้ายหยกเสี้ยวแสดงให้เห็นก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด
เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง
ในที่สุดทุกคนก็ข้ามผ่านกระแสดารานี้มาได้สำเร็จ
"ข้างหน้านั่นคือสุสานดาราดับสูญนิรันดร์งั้นหรือ"
มีคนเอ่ยขึ้น
พวกเขาทอดสายตามองออกไปไกล
สุสานดาราดับสูญนิรันดร์นั้น ดูราวกับเป็นมุมมืดที่จักรวาลหลงลืมไปแล้ว
ที่นั่นไม่ได้มีดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ทอแสงระยิบระยับอย่างที่จินตนาการไว้
กลับถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดอันเงียบงัน ราวกับว่าแม้แต่แสงสว่างก็ยังถูกกลืนกินไปอย่างโหดเหี้ยม
เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก็จะเห็นเศษซากของดวงดาวที่ดับแสงและมีรูปร่างแปลกประหลาดลอยเค้งคว้างอยู่เต็มไปหมด
ดูเหมือนสุสานของมวลหมู่ดาวจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนยังสัมผัสได้ว่า สถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายพิเศษที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสิบสิ่งมหัศจรรย์ของห้วงดาราชางหมัง ทุกคนย่อมไม่กล้าประมาทและระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
ทุกคนเริ่มเดินทางลึกเข้าไปด้านใน
ทั่วทั้งสุสานดาราดับสูญนิรันดร์เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง ราวกับเป็นดินแดนผีสิงที่ถูกสาปแช่ง
และหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง
ในที่สุดทุกคนก็พบว่า ด้านหน้ามีแสงสว่างสลัวๆ ปรากฏขึ้น
ทุกคนเพ่งตามอง
นั่นคือแม่น้ำดาราอันกว้างใหญ่ไพศาลที่พาดผ่านอยู่ท่ามกลางจักรวาล
แม่น้ำดารานั้นคดเคี้ยวราวกับเส้นริบบิ้นสีเงิน ภายในมีดวงดาวหลากสีสันหมุนวนอยู่ อุดมไปด้วยพลังดาราอันหนาแน่น
"พลังดาราหนาแน่นมาก สามารถเอาไปใช้บำเพ็ญเพียรได้เลย"
"ดวงดาวพวกนั้น สามารถเอาไปหลอมเป็นของวิเศษทรายดาราได้!"
ผู้ฝึกตนบางคนตาลุกวาว รีบพุ่งทะยานเข้าไปราวกับลำแสง
ทว่า ในขณะที่พวกเขาเข้าไปใกล้แม่น้ำดารานั้นเอง
จู่ๆ พลังเร้นลับบางอย่างก็กวาดผ่าน
ผู้ฝึกตนที่เข้าไปใกล้ ต่างตกตะลึงเมื่อพบว่า มือและเท้าของพวกเขากำลังกลายเป็นผลึก
ราวกับว่าพวกเขากำลังจะกลายสภาพเป็นดวงดาว
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
ผู้ฝึกตนเหล่านั้นหน้าซีดเผือด รีบดึงพลังกฎเกณฑ์ในร่างออกมาเพื่อสะกดข่มพลังเร้นลับนั้น
และในตอนนั้นเอง ภายในแม่น้ำดาราก็มีเงาร่างหลายสายปรากฏขึ้น
เงาร่างเหล่านั้น แท้จริงแล้วคือกลุ่มก้อนจิตวิญญาณที่โปร่งใส ซ่อนเร้นพลังดาราหลากสีสันเอาไว้
"แย่แล้ว นั่นมันจิตวิญญาณดาราพิฆาตไม่ใช่หรือ"
เมื่อเห็นร่างวิญญาณเหล่านั้น ยอดฝีมือจากบางขุมกำลังก็หน้าถอดสี
จิตวิญญาณดาราพิฆาต คือสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางดวงดาว มีความสามารถในการกัดกร่อนกายเนื้อและหยวนเสิน
เมื่อจิตวิญญาณดาราพิฆาตที่โผล่มาจากแม่น้ำดาราได้เห็นคนเป็นๆ เหล่านี้
พวกมันก็พุ่งเข้าใส่ราวกับฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นคาวเลือด
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในแม่น้ำดารายังมีจิตวิญญาณดาราพิฆาตอีกมากมายมหาศาลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อนราวกับฝูงผึ้ง
เมื่อมองจากที่ไกลๆ พวกมันดูราวกับกลายเป็นม่านฟ้าแห่งดวงดาวเลยทีเดียว
"นี่มัน..."
ผู้ฝึกตนจากทุกขุมกำลังในที่นั้นต่างหน้าเปลี่ยนสี
พวกเขาต่างงัดเอาไม้ตายออกมาใช้ พลังกฎเกณฑ์และอภินิหารอันมหาศาลปรากฏขึ้นกลางห้วงอากาศ กลายเป็นคลื่นพลังทำลายล้างที่สาดซัดออกไป
ทว่า จิตวิญญาณดาราพิฆาตที่ถูกโจมตี หลังจากแตกสลายไปแล้ว พวกมันกลับไปรวมตัวกันใหม่กลางห้วงอากาศได้อีกครั้ง
"เปล่าประโยชน์ จิตวิญญาณดาราพิฆาตพวกนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ ตราบใดที่ยังมีพลังดาราคอยหนุนหลังอยู่ ก็ยากที่จะทำลายพวกมันให้สิ้นซากได้"
ผู้อาวุโสจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จิตวิญญาณดาราพิฆาตเหล่านี้ จะลากพวกเขาทุกคนลงไปในแม่น้ำดารา แล้วเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นพวกเดียวกัน
"รีบกระจายกำลังออกไป!"
ขุมกำลังต่างๆ เริ่มแยกย้ายกันไป หากยังรวมกลุ่มกันอยู่ ก็อาจจะถูกจิตวิญญาณดาราพิฆาตเหล่านี้โอบล้อมเอาไว้ได้ง่ายๆ
หากถึงตอนนั้น การจะหนีรอดไปได้ก็คงยากลำบากยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาไม่อยากจะต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่สุสานดาราดับสูญนิรันดร์ ทั้งที่ยังไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงาของวังดาราด้วยซ้ำ
จวินเซียวเหยียนเองก็นำคนของตนฝ่าวงล้อมของจิตวิญญาณดาราพิฆาตออกไปเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งเผ่าเทียนเหริน
หลี่เป่ยโต่วมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความสงบนิ่ง
การที่ผู้คนถูกไล่ล่าจนต้องกระจัดกระจายกันไป ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
เพราะเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องจัดการกับจวินเซียวเหยียนภายในวังดารา
คนยิ่งน้อยก็ยิ่งดี จะได้ไม่มีใครมาขัดขวาง
ถือโอกาสนี้คัดคนออกไปก่อนก็ดีเหมือนกัน
แต่ในตอนนั้นเอง หลี่เป่ยโต่วก็ดูเหมือนจะสัมผัสอะไรบางอย่างได้ แววตาของเขาแฝงความหมายลึกซึ้ง
"กลิ่นอายนั้นอีกแล้ว..."
หลี่เป่ยโต่วคิดในใจ
ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิมในชั่วพริบตา
ภายในสุสานดาราดับสูญนิรันดร์ สถานการณ์วุ่นวายโกลาหล ขุมกำลังต่างๆ กระจัดกระจายและแยกย้ายกันต่อสู้
หลี่เป่ยโต่วปลีกตัวออกจากสนามรบอย่างเงียบเชียบ
เขามีวิชาหมื่นดาราเหินเซียนและเคล็ดวิชาอื่นๆ การอยู่ในสุสานดาราดับสูญนิรันดร์จึงเหมือนปลาได้น้ำ
แม้แต่จิตวิญญาณดาราพิฆาตเหล่านั้น ก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้
อีกด้านหนึ่ง
ณ สถานที่ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของสนามรบ
เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
ร่างนั้นถูกโอบล้อมด้วยปราณสีม่วง ดูไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เขาคือหงเมิงนั่นเอง
ในฐานะผู้ครอบครองดาวชะตาหงอวิ้น เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งป้ายหยกเสี้ยว ก็สามารถข้ามผ่านดินแดนกระแสดารามาได้อย่างปลอดภัย
ในตอนนี้ กลิ่นอายบนร่างของหงเมิง แตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
ปราณสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา กลับสามารถจำลองภาพสรรพสิ่งขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ใบหน้าของหงเมิงประดับด้วยรอยยิ้มที่สงบและเยือกเย็น
บัดนี้ เขาได้วิวัฒนาการร่างกายจนกลายเป็นกายาเต๋าหงเมิงก่อกำเนิดแล้ว
อันที่จริง หงเมิงมีหัวใจหงเมิงมาตั้งแต่แรก เพียงแต่ถูกควักออกไป
แต่ทว่า เขากลับสามารถให้กำเนิดพลังหงเมิงสายใหม่ขึ้นมาได้
บวกกับการได้รับเจดีย์ทองคำหงเมิง ผลไม้หงเมิง และหยกโบราณหงเมิงที่ได้มาจากขุมทรัพย์ลับเทียนซือ
ด้วยพลังหล่านี้ ในที่สุดหงเมิงก็สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายตนเองได้สำเร็จ
แม้ว่าอาจจะไม่สามารถเทียบชั้นกับกายาเต๋าหงเมิงที่แท้จริงซึ่งมีมาแต่กำเนิดได้
แต่ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
นอกจากนี้ เขายังมีดาวชะตาหงอวิ้นคอยหนุนหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขา
"ภายในวังดาราแห่งนี้ น่าจะมีวาสนาดีๆ ซ่อนอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าคงได้มีโอกาสประมือกับจวินเซียวเหยียนอีกครั้งด้วย"
เมื่อนึกถึงจวินเซียวเหยียน แววตาของหงเมิงก็สาดประกายเย็นชา
บัดนี้ เขาได้วิวัฒนาการเป็นกายาเต๋าหงเมิงก่อกำเนิดแล้ว เขาย่อมมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก
และยังสามารถควบคุมเจดีย์ทองคำหงเมิงได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ได้ปล่อยอาจารย์ทั้งสองของเขาออกมา
เขาอยากให้อาจารย์ทั้งสองได้เห็นกับตา ว่าเขาจะสามารถเอาชนะจวินเซียวเหยียนได้อย่างไร
และในจังหวะนั้นเอง หงเมิงก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจ
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ที่เบื้องหน้าในห้วงอากาศอันว่างเปล่า ได้ปรากฏเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมลายดาวขึ้น
"เจอตัวเจ้าแล้ว"
คนผู้นั้นเอ่ยเสียงเรียบ
[จบแล้ว]