เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ภารกิจประหลาด

ตอนที่ 14 ภารกิจประหลาด

ตอนที่ 14 ภารกิจประหลาด


ตอนที่ 14 ภารกิจประหลาด

เมื่อกลับถึงบ้าน มุยูก็เอาแต่ลูบคลำและชื่นชมเกล็ดทองคำราวกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่

"พี่ เราไม่รีบหาอาวุธที่เหมาะกับพี่มาไว้บ้างหรอ?"

โทจิคิดว่ามุยูกำลังรู้สึกผิด "ไม่เป็นไรหรอก พกอาวุธเยอะๆ มันเกะกะ ตอนนี้แค่มีดสั้นตัดมารก็พอใช้หาเงินแล้ว"

"ตอนนี้ฉันยังไม่ต้องการหรอก ของพวกนี้มันเป็นเรื่องของโชคชะตา ฉันยังไม่เจอชิ้นไหนที่ถูกใจเลย"

"พอดีกับที่แกเองก็ยังไม่มีเครื่องมือไสยเวทที่ใช้ถนัดมือ แถมเดี๋ยวก็ต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนไสยเวทแล้ว การที่แกได้เครื่องมือไสยเวทที่ถูกใจในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของแกนะ ไอ้หนู"

"มีอาวุธเยอะๆ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวฉันค่อยหาวิญญาณคำสาปที่สามารถเก็บอาวุธได้มาให้พี่ก็แล้วกัน"

"ส่วนตัวฉันไม่มีปัญหาเรื่องนั้นอยู่แล้ว"

ขณะที่พูด มุยูก็ยื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่าข้างลำตัว รอยแยกสีดำคล้ายรอยร้าวปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า และเกล็ดทองคำก็ถูกเก็บเข้าไปข้างใน มุยูเรียกความสามารถนี้ว่า พื้นผิวแห่งเงา มันสามารถเก็บรักษาสิ่งของที่ไม่มีชีวิตได้

โทจิเบ้ปาก "ความสามารถของแกนี่มันสะดวกดีจริงๆ"

"ถ้างั้นเรื่องหาวิญญาณคำสาปที่เก็บของได้ ฉันฝากแกด้วยก็แล้วกัน"

"ในเมื่อความสามารถของแกมันสะดวกขนาดนี้ พอถึงเวลาแกก็เตรียมมันให้พร้อม ฉันจะได้เอามาใช้งานเลย"

มันไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่มันยากตรงที่ต้องหาให้เจอนี่แหละ น่าจะเป็นวิญญาณคำสาปประเภทมิติพื้นที่

แต่มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร เดี๋ยวพวกเขาก็คงเจอสักตัวในท้ายที่สุดนั่นแหละ

หลังจากคุยกันจบ มุยูก็ลงไปที่ห้องฝึกซ้อมใต้ดินที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เพื่อฝึกซ้อม

โทจิรอมุยูฝึกซ้อมจนเสร็จแล้วค่อยลงมา มุยูมองไปที่เขาขณะกำลังดื่มน้ำผลไม้

"เมื่อกี้ฉันลองหาข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานดู แล้วก็ไปเจอภารกิจหนึ่งเข้า"

"ทางตอนเหนือของคิวชู ใกล้ๆ กับจังหวัดฟุกุโอกะ ได้ยินมาว่ามีวิญญาณคำสาประดับ 1 อยู่ที่นั่น ค่าตอบแทนภารกิจนี้ไม่เบาเลยนะ พี่อยากรับงานนี้ไหม?"

"พี่ ปกติพี่ชอบรับงานฆ่าผู้ใช้คุณไสยมากกว่าไม่ใช่หรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงไปสนใจวิญญาณคำสาประดับ 1 ตัวนี้ขึ้นมาล่ะ?"

โทจิแสยะยิ้ม "เพราะว่าพวกมันเสนอค่าตอบแทนที่เย้ายวนใจเกินไปน่ะสิ"

ดวงตาของมุยูแทบจะเปลี่ยนเป็นรูปสัญลักษณ์เงินตรา เป็นประกายวิบวับ "เท่าไหร่ล่ะ?"

โทจิชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วส่ายไปมา

"ร้อยล้านเลยหรอ?!"

โทจิส่ายหน้า "สามสิบล้าน"

มุยูขี้เกียจแม้แต่จะบ่น "ราคานี้มันเว่อร์เกินไปหน่อยไหม พี่แน่ใจนะว่ามันไม่ใช่กับดัก?"

"ต่อให้วงการนี้เราจะใช้นามแฝง แต่มันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะไม่มีใครพยายามใส่ร้ายเรา"

"การตั้งค่าหัววิญญาณคำสาประดับ 1 ไว้สูงขนาดนี้ มองยังไงมันก็ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด"

"นี่มันหลอกคนโง่ชัดๆ ต้องมีกับดักอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ"

สีหน้าของโทจิเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดของมุยู "แกว่าฉันไม่รู้เรื่องนั้นรึไง?"

"แกคิดว่าพี่ชายแกโง่จริงๆ หรอฮะ?"

"แกไปช่วงสุดสัปดาห์ก็ได้ ถือซะว่าไปเที่ยวก็แล้วกัน"

"ตกลงแกจะไปหรือไม่ไป? ถ้าไม่ไป ฉันจะไปคนเดียว"

มุยูหัวเราะเบาๆ "ไปสิ จะพลาดได้ไง นั่นมันตั้งสามสิบล้านเยนเชียวนะ!"

โทจิแค่นเสียง "งั้นอีกสองวันเราค่อยไป ผู้ว่าจ้างรอเราอยู่ที่จังหวัดฟุกุโอกะ"

"จากที่เขาบอก เขาจะจ่ายเงินให้เราก่อน แล้วเราค่อยทำงานให้ เขาไม่กลัวเราเชิดเงินหนีเลยสักนิด"

มุยูเดาะลิ้น "ก็แหงล่ะ ท้ายที่สุดแล้วเราก็คือคู่แฝดดาราในวงการนี้นี่นา ชื่อเสียงของพวกเราเชื่อถือได้อยู่แล้ว"

.

สองวันต่อมา รอบนอกจังหวัดฟุกุโอกะ บริเวณหน้าประตูวัดแห่งหนึ่ง

มุยูมองไปที่ประตูวัด "พี่ แน่ใจนะว่าเรามาถูกที่แล้ว?"

"ผู้ว่าจ้างจะเป็นพระงั้นหรอ?"

โทจิเดินนำเข้าไปก่อน "ใครจะสนล่ะว่าเขาเป็นอะไร ขอแค่มีเงินจ่ายก็พอ"

"แต่พวกพระนี่ก็รวยระดับนี้จริงๆ นั่นแหละ"

ทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในวัด ประตูก็ปิดลงอัตโนมัติ มุยูพูดติดตลก "โอ้ ประตูอัตโนมัติไฮเทคซะด้วย"

"ต้องขอบอกเลยว่า วัดนี้ดูหรูหราอลังการจริงๆ"

พระสงฆ์รูปร่างอ้วนท้วน หูยาน และพุงพลุ้ยเดินเข้ามาทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม "ประสกทั้งสองคงมาที่นี่เพื่อภารกิจสินะ"

"อาตมามีนามว่า พระคงเนียนผู้โปรดสัตว์ ภารกิจนี้อันตรายมากและอาจถึงแก่ชีวิต โยมแน่ใจแล้วหรือว่าจะรับงานนี้?"

โทจิพูดเสียงเย็น "โอนเงินมา แล้วเราจะลุยเลย"

พระคงเนียนผู้โปรดสัตว์ยังคงประดับรอยยิ้มไว้ "เรื่องเงิน ได้สิ ได้ๆ อาตมาจะโอนเงินให้พวกโยมเดี๋ยวนี้แหละ"

ในขณะที่พระคงเนียนผู้โปรดสัตว์กำลังโอนเงินอยู่นั้น บรรยากาศของวัดแห่งนี้ก็ทำให้มุยูรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวไปทั่วทั้งร่าง

"พระคงเนียน ท่านเป็นคนเดียวที่อยู่ในวัดนี้งั้นหรอ?"

"ท่านรวยจริงๆ ด้วยแฮะ"

พระคงเนียนผู้โปรดสัตว์ตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ "พวกเราผู้ทรงศีลไม่พูดถึงเรื่องเงินทองหรอก แต่เราพูดถึงเรื่องของบุญวาสนา"

"เงินเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายแด่พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น"

มุมปากของมุยูกระตุก เขาไม่เคยชอบพวกพระอยู่แล้ว และไม่อยากจะเสวนาต่อ เขาแค่อยากจะทำภารกิจให้เสร็จไวๆ

สักพัก เงินค่าจ้างก็ถูกโอนเข้ามา เมื่อโทจิยืนยันยอดเงินเรียบร้อย เขาก็เก็บโทรศัพท์และเริ่มถามถึงตำแหน่งที่ตั้งเฉพาะเจาะจงของวิญญาณคำสาประดับ 1 ทันที

รอยยิ้มของพระคงเนียนผู้โปรดสัตว์ฉีกกว้างจนแทบจะถึงใบหู ดูน่าขนลุกเป็นพิเศษ

"มันก็อยู่ตรงหน้าพวกโยมนี่ไง"

หืม?!

พระคงเนียนผู้โปรดสัตว์ตบมือเข้าหากัน จากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีใบหน้าเมตตาอารี เขาก็บิดเบี้ยวกลายเป็นร่างอันน่าสะพรึงกลัวที่ผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่นและวัฒนธรรมหนัว

เขาสวมจีวรสีดำที่ดูหรูหราทว่าขาดรุ่งริ่ง พนมมือเข้าหากัน แต่ระหว่างฝ่ามือนั้นกลับเต็มไปด้วยใบหน้าของมนุษย์นับไม่ถ้วนที่ดิ้นรนทุรนทุรายซึ่งถูกสร้างขึ้นจากพลังงานไสยเวท

ใบหน้าของเขาไม่มีอวัยวะใดๆ ราบเรียบราวกับผิวหนังของพระพุทธรูปเนื้อหนังมังสา เว้นแต่เพียงรอยแยกบนหน้าผาก ภายในนั้นมีดวงตาที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา ราวกับจะมองทะลุวิบากกรรมทั้งหมดได้

เขาลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องหลังของเขาไม่ใช่รัศมีแสงแห่งธรรม แต่เป็นวงแหวนสีดำขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นจากคัมภีร์พระไตรปิฎก ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคำที่บิดเบี้ยวว่า 'นะโม อมิตาภพุทธะ'

มุยูขมวดคิ้วแน่น "เกิดบ้าอะไรขึ้นกับไอ้หมอนี่เนี่ย? ออร่านี่มัน... ระดับพิเศษไม่ใช่รึไง?"

โทจิก็อึ้งไปชั่วขณะเช่นกัน "วิญญาณคำสาปมันรู้จักใช้แผนล่อซื้อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แต่เงินก็เข้าบัญชีมาแล้วจริงๆ นี่หว่า นี่คือเงินปากผีในตำนานสินะ?"

ตาที่สามบนหน้าผากของคงเนียนเบิกกว้างขึ้น และมันก็เริ่มพูด น้ำเสียงของมันแผ่ซ่านไปด้วยความเมตตาที่เย็นเยือก "เมื่อพวกโยมได้กลายมาเป็นสาวกของพระพุทธองค์อย่างสมบูรณ์แล้ว เงินก้อนนี้ก็จะหวนกลับคืนสู่มือของอาตมาเอง"

โทจิเริ่มสนใจขึ้นมา เขาแบมือไปทางมุยู ซึ่งมุยูก็รู้หน้าที่ ดึงหอกเครื่องมือไสยเวทระดับ 2 ออกมาจากพื้นผิวแห่งเงาแล้วส่งให้โทจิ

"วิญญาณคำสาปที่มีสติปัญญางั้นหรอ? น่าสนุกดีนี่"

มุยูก็กำเกล็ดทองคำในมือไว้แน่น "วิญญาณคำสาประดับพิเศษ... นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราเจอของแบบนี้น่ะ"

"พี่คิดว่ามันกางอาณาเขตได้ไหม?"

"ไม่แน่ใจว่ะ เดี๋ยวแกระวังหลังให้ตัวเองด้วยก็แล้วกัน"

คงเนียนยังไม่รีบร้อนที่จะลงมือ "เมื่ออาตมาแสดงให้พวกโยมเห็นเหล่าผู้ที่หันหน้าเข้าหาพระพุทธองค์แล้ว บางทีพวกโยมอาจจะยอมจำนนแต่โดยดีก็ได้"

เอี๊ยด~

ประตูอาคารต่างๆ โดยรอบถูกผลักให้เปิดออก และผู้คนที่มีใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดก็เดินเรียงรายกันออกมา มีทั้งชาย หญิง คนหนุ่มสาว และคนแก่

มุยูขนลุกซู่ไปทั้งหนังหัว ที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาทั้งคู่สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าของวิญญาณคำสาปจากตัวคนเหล่านี้

ด้วยความตื่นเต้นเต็มพิกัด โทจิหันไปสั่งมุยู "แกจัดการพวกหุ่นเชิดนั่นซะ ส่วนไอ้โล้นนี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

.

ในขณะเดียวกัน ยากะ มาซามิจิ กำลังบ่นอุบอิบระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปที่นั่น: "นี่มันภารกิจเฮงซวยอะไรกันเนี่ย? ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นวิญญาณคำสาประดับ 1 ซ่อนตัวอยู่ในวัดแล้วจับคนกินงั้นหรอ?"

"แถมยังใช้เงินมาหลอกล่อคนอีกเนี่ยนะ?"

"วิญญาณคำสาประดับ 1 จำเป็นต้องซ่อนตัวด้วยหรอ? แถมยังใจป้ำแจกเงินอีก?"

"ฉันล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าฝ่ายข่าวกรองไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน"

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 14 ภารกิจประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว