เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 126 ปัญหาเรื่องการเรียน

ตอนที่ 126 ปัญหาเรื่องการเรียน

 ตอนที่ 126 ปัญหาเรื่องการเรียน


ตอนที่ 126 ปัญหาเรื่องการเรียน

เมื่อนางจางและซือต๋า กลับมาถึงร้าน วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารค่ำก็พร้อมที่จะต้อนรับลูกค้า และซือต๋า ก็กำลังจะปล่อยให้โถวจินทำอาหารเอง เพราะเขาเห็นแล้วว่าโถวจินนั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำอาหารท่าทางดูคล่องแคล่วขึ้นมาก

ซือต๋า แล้วจุดไฟให้เขาโบกมือเรียกโถ่วจินมาหน้าเตาและส่งไม้พายให้เธอ

ไม่ต้องพูดถึงทักษะหลักของการทำอาหาร โถ่วจินเฝ้าดู ซือต๋า ผัดและทอดด้วยไม้พายขนาดใหญ่ทุกวัน จึงไม่ได้รู้สึกว่ายากเกินไป และครั้งนี้เธอก็ยินดีที่จะลงมือทำมันด้วยตัวเอง

กระทะเหล็กนำความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ซือต๋าจึงตั้งหน้าตั้งตาอยู่กับอีกเตาของเขาและไม่ได้สนใจโถวจินในตอนนี้ เมื่อเขาเห็นว่าน้ำมันในกระทะร้อนเกินไป ก่อนที่เขาจะหันไปพบว่าโถ่วจินกำลังจะโยนผักกาดขาวที่เพิ่งล้างและยังมีน้ำหยดลงไป

ทันใดนั้นก็มีควันน้ำมันและเปลวไฟเกิดไฟลุกไหม้ ซึ่งไหม้คิ้วของโถ่วจินโดยตรงซือต๋า ถอยออกไปพร้อมกับตะโกนเสียงดังบอกให้โถ่วจินหยิบฝาหม้อแล้วยกขึ้นมาบังไว้

ชุนหยาที่กำลังเล่นกับเสี่งหวู๋และเสี่ยวเฉาที่สนาม เมื่อเธอได้ยินเสียงดัง เธอจึงวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าคิ้งทั้งสองของโถ่วจินนั้นเหลือเพียงตอและเธอก็มองด้วยตาที่กะพริบช้า ๆ : "โถ่วจิน พี่โอเคไหม??"

ซือต๋า รีบดึงฟืนออกจากเตาเพื่อลดกำลังไฟ สบถว่า " บ้าจริง! ข้าไม่ทันได้ดูอุณหภูมิของน้ำมันก่อน นี่ทำอาหารหรือจุดระเบิดกันแน่?" ซือต๋า ไม่คิดว่าโถ่วจินที่เขาคิวว่ามีท่าทางที่คล่องแคล่วขึ้นมากจะตัดสินใจโยนผักลงไปในกะทะที่น้ำมันร้อนเกินไปจนไฟลุกไหม้ เขายังคิดว่าพันธุกรรมของครอบครัวซือ แต่เดิมนั้นไม่ดีนัก

ฉื้อโถว เดินช้า ๆ อย่างระมัดระวังและมองไปที่ห้องครัว

"ลุงแค่หวังว่าจะส่งต่อการทำอาหารให้คนในครอบครัวเรา คิดว่าเจ้าจะมีความเข้าใจมากกว่านี้ ครอบครัวซือของเรามีปัญหาทางพันธุกรรมหรือไม่!"

โถ่วจินกระพริบตาแล้วถาม "ท่านลุง พันธุกรรมคืออะไร?"

"พันธุกรรมหมายความว่า....อย่างเช่นมังกรให้กำเนิดมังกร ฟีนิกซ์ให้กำเนิดฟีนิกซ์ และลูกของหนูสามารถเจาะรูได้เหมือนแม่ของมัน" ชุนหยา กล่าว "แปลได้อีกอย่างว่าหากพ่อแม่ฉลาดลูกก็จะฉลาด"

"ข้าโง่เหรอ?" โถ่วจินกะพริบตามองที่ชุนหยา

"ไม่..พี่ไม่โง่แต่ไม่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารเท่านั้นเอง และอาจต้องฝึกอีกซักหน่อย" ชุนนหยาอธิบาย

จากภายใต้การแนะนำของซือต๋า โถ่วจินได้เริ่มเรียนรู้อย่างจริงจัง โดยเริ่มทำเครื่องในไก่ผัดกระเทียมอีกครั้ง แต่มือของเธอยังสั่นและใส่เกลือมากเกินไป  ซือต๋าจึงคิดว่าควรยกเลิกสิหน้าที่ในการทำอาหารประจำร้านนี้ไปก่อน แม้ว่าเด็กคนนี้จะสนใจและชอบทำอาหาร แต่เขาก็ยังไม่มีทักษะด้านการปรุง และควรจะให้เธอทำอาหารกินเองก่อน

เนื่องจากอาหารสองจานถูกยกเลิกทำให้อาหารเย็นวันนี้มีน้อยลงและบังเอิญร้านต้องปิดก่อนกำหนด อีกอย่างเถี่ยโถวอยู่ที่วันอันหยวนซึ่งสถานที่ ที่มีแต่พระภิกษุสงฆ์ทั้งวันและเขาไม่รู้ว่าเขาจะร้องไห้หรือเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้ ปิดร้านเร็วขึ้นก็ดีเหมือนกัน

เมื่อชุนหยาและคนอื่น ๆ มาถึงวัดอันหยวนเพื่อมารับเขา ก็พบว่า เถี่ยโถวนั่งอย่างสงบอยู่ตรงข้ามตั่วซุนและกินบะหมี่ และเขาทักทายพี่สาวของเขาว่า "พี่สาว อยากกินบะหมี่ไหม ถ้าอย่างนั้น...บอกซิ อาจารย์คนไหนที่อยู่ที่นี่กับข้าตอนนี้ บะหมี่ธรรมดาที่นี่อร่อยมาก เข้ากินไป 2 ชามแล้ว และนี่ชามที่ 3 แล้ว"

ตั่วซุน ตะโกนที่ด้านข้าง "พวกเจ้ารู้ไหม เด็กคนนี้กินเก่งเกินไป แล้วสุนัขของพวกเจ้าก็เหมือนกัน สุนัขแบบไหน คอยกระตุกชายผ้าของข้าและแย่งข้ากินอยู่เรื่อง วันหลังไม่ต้องพามาที่นี่ดีกว่านะ!”

ต้าจิน ยังเข้าใจในสิ่งที่ตั่วซุนพูดถึงมัน และมันยังเถียงในใจว่า หากเถี่ยโถวไปที่ไหนมันก็จะไปด้วย

“แล้วเจ้าล่ะ ทำไมวันนี้ไม่มาเรียนรู้จากวิชาจากข้ากับน้องชายของเจ้าด้วย อันที่จริงข้าไม่อยากสอนใครง่าย ๆ หรอกเพราะว่าคนเข้าแถวรอให้ข้าสอนเยอะมาก”ตั่วซุน สนใขที่จะสอนวิชาของเขาให้กับชุนหยาเพราะเห็นว่าเธอมีบางอย่างที่ดูพิเศษ

เวลานี้ชุนหยาได้แต่เพียงยิ้ม เธอคิดว่าเธอต้องไปที่บ้านเก่าเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการร่วมหุ้นทำสิ่งต่าง ๆ กัยอาของเธออย่าจริงจัง และเธอไม่มีเวลายุ่งเกี่ยวกับเขา ดังนั้นเธอจึงยอมรับความผิดพลาดของเธอโดยบอกว่า: "ข้าจะมาพร้อมกับเถี่ยโถวในครั้งหน้าแน่นอน และข้าจะนำของอร่อย ๆ มาด้วย" จากนั้นตั่วซุนก็ปล่อยให้เธอและเถี่ยโถวกลับไป

เมื่ออกจากวัดอันหยวน พวกเขาก็ตรงไปที่บ้านเก่า และเรียกชายชราซือ และทุกคนด้วยท่าทางจริงจัง ซือต๋า กระแอมในลำคอ ซึ่งทำให้ทุกคนประหม่า พวกเขาคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ และชายชราซือ พูดอย่างกระวนกระวาย : "มีเรื่องอะไร รีบว่ามาเร็วเข้า!"

"อ๊ะ! ไอ้ลูกสารเลว—เจ้าไปสร้างปัญหามาอีกแล้วใช่หรือไม่"นางไค่ พร้อมที่จะทุบตีลูกชายของเธอ

"ไม่!! ไม่!! ท่านแม่ฟังก่อน มันเกี่ยวกับเรื่องเงินของครอบครัวเรา!" ซือต๋า อธิบายอย่างรวดเร็ว

"เงิน?! เกิดอะไรขึ้นกับเงิน? เจ้าไปเล่นการพนันอีกแล้วเหรอ!" เสียงของชายชราซือ ตะโกนดังขึ้นในระดับแปดเสียง

“อ๊ะ!! ข้าจะตีเจ้าให้ตายวันนี้ลูกชั่ว—” นางไค่ กำลังจะกระโจนเข้าใส่เขา

"พอแล้วค่ะ! ฟังก่อนไม่ใช่เรื่องเงินแบบนั้น! มันเกี่ยวกับการทำฟาร์มในภูเขาด้านหลัง !!" นางจาง ปวดหัวเมื่อเห็นพวกเขากำลังจะทะเลาะกัน

นางไค่ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่มีพนักพิง "เจ้าก็ควรพูดให้เร็วกว่านี้ไม่ใช่เหรอ!"

นางจางถอนหายใจและผลักซือต๋าให้หลบไป อย่างช่วยไม่ได้ : "ท่านพูดไม่รู้เรื่องเอง ดังนั้นข้าจะพูดเอง"

"คือว่าตอนนี้ เราเช่าบ้านอีกหลังในเมือง และในอนาคตเราจะต้องอาศัยอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นข้ากับท่านพี่จึงคิดว่าจะปล่อยให้พวกเจ้าเลี้ยงไก่ เป็ดและดูแลไร่ที่กำลังจะทำที่ภูเขา พวกเจ้าดูแล การปลูกและเราดูแลการจัดหาพันธุ์ผลไม้และขาย รายได้เราก็จะแบ่งกันเป็นสามต่อเจ็ด”

ซือต๋าเสริมว่า : “พวกเจ้าจะได้สามและเราจะได้เจ็ด”

ทุกคนในบ้านเก่ากำลังงงกับสิ่งนี้ คุณกำลังพูดถึงอะไร?

"ทำไมพวกเจ้าถึงย้ายไปที่ที่นั่น?" ชายชราซือขมวดคิ้ว

“พี่สะใภ้ อย่างนั้นข้าควรทำอย่างไรกับการทำกระดาษดีล่ะ?” นางหลี่และสามีของเธอเพิ่งไปตัดต้นไม้มาวันนี้ เธอจึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อเมื่อได้ยินนางจางพูดเช่นนี้

“แล้วเราจะส่งไก่พวกนี้ให้เหอเซี่ยจูด้วยตัวเองในอนาคตเหรอ?” ซือจื้อ สนใจและคิดว่าธุรกิจเลี้ยงไก่ควรทำให้ชัดเจนและเป็นรายได้ก้อนโตของครอบครัว

“แล้วผลไม้ล่ะ เราจะปลูกอะไร?” ซือฝา ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการร่วมหุ้นทำไรผลไม้มาก่อน

เมื่อเห็นว่าทุกคนดูสับสน ซือต๋าจึงอธิบายอีกครั้ง "ข้าสัญญาว่าจะมีสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาจะมาดูทุก ๆ 4-5 วันอย่างแน่นอน หรือถ้ามีอะไรในเวลานั้น ให้ซือฝาและซือจื้อไปหาพวกเราที่บ้านเช่าในเมืองก็ได้ ยังไงก็ต้องไปเพื่อส่งไก่อยู่แล้วนี่ และตอนนี้มีเกวียนวัวอยู่ที่บ้านนี้แล้ว ในอนาคตอาจจะซื้อรถม้าแล้วการเดินทางจะรวดเร็วขึ้น"

“แต่ชุนหยา แล้วการเรียนของเราล่ะ?” ซือหยิน ที่เงียบอยู่ข้าง ๆ ถาม

"อ่า....จริงด้วย...ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง?" ชุนหยาพูดเบา ๆ เมื่อเธอไปอยู่ในเมืองแล้วคงไม่สะดวกที่จะสอนเด็ก ๆ อีกต่อไป แล้วพวกเขาจะเรียนได้อย่างไร ถ้าสามารถเปิดห้องเรียนและหาครูเพิ่มได้คงจะดีมาก

“แต่ถ้าจะสร้างห้องเรียนใหม่ก็ต้องสร้างอีกหลัง ในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิม ไม่งั้นจะทิ้งห้องเรียนที่บ้านเก่าหลังนี้ไปแล้วใช้ที่อื่น ที่กว้างมากพอ เราจะสอบถามผู้ที่เกี่ยวอย่างหัวหน้าหมู่บ้านว่ามีคนไหนบ้างที่จะช่วยเรื่องนี้ได้ หมู่บ้านของเราเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ เด็กชายและเด็กหญิงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่เพียงเท่านั้นมันอาจไม่มีประโยชน์ที่จะได้รับการยอมรับกฎตายตัวที่ว่าจะให้เด็ก ๆ เรียนรวมกันได้ทั้งชายหญิง มันต้องแยกห้องเรียนจึงจะได้รับการยอมรับตามกฏของที่นี่”

จริง ๆ แล้วซือต๋า ต้องการทำเช่นนี้มานานแล้วและเขาสนใจเรื่องการอ่านเขียนของเด็ก ๆ มาก แต่เขาประสบปัญหาไม่มีเวลาและเงินที่จะนำมาสร้างโรงเรียนเล็ก ๆ

อีกทั้งการสอนอย่างต่อเนื่องของชุนหยา นั้นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บ้านของพวกเขาในเทศมณฑลก็ถูกเช่าไว้แล้วเช่นกัน บ้านของพวกเขาที่นี่ก็จะว่าง

แม้ว่าในอนาคตเถียโถวจะต้องเรียนหนังสือในมณฑลอย่างแน่นอน แต่เด็ก ๆ ในบ้านเก่าก็ต้องได้รับการศึกษาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินใด ๆ ดังนั้นทำไมไม่ทำห้องเรียนที่จริงจังล่ะ

ซือต๋าคิดยังแนะนำว่า : "พ่อจะต้องหาที่ว่างสำหรับทำห้องเรียน และไหน ๆ เราก็ต้องออกจากบ้านของเราอยู่แล้ว"

“เมื่อเราจัดการเรื่องห้องเรียนที่ถูกต้องได้แล้ว จึงจะไปปรึกษากับหัวหน้าหมู้บ้านและเจ้าหน้าที่ประจำเขต จากนั้นดูว่ามีเด็กอยากเรียนกี่คน ส่วนเรื่องจ้างครูก็ต้องไปปรึกษาบัณฑิตที่มีความรู้ ถ้าหากคนในหมู่บ้านสนับสนุนเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นมันจึงไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่มาก”

การจัดตั้งโรงเรียนเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อก่อนนี้เขาเคยพูดเรื่องนี้กันแล้วแต่เพราะหมู่บ้านนี้เล็กมากและไม่มีพื้นที่สำหรับตั้งห้องเรียนได้จึงเงียบไป และให้ชุนหยาสอนเฉพาะเด็ก ๆ ในครอบครัวและเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่เวลานี้หารครอบครัวของซือต๋า ย้ายไปอยู่บ้านเช่าในเมือง บ้านหลังเล็ก ๆ ในหมู่บ้านนี้ก็จะกลายเป็นพื้นที่ว่าง และมันมีความเป็นไปได้มากขึ้น

เมื่อทุกอย่างมีความพร้อม สำหรับการเรียนที่เป็นประโยชน์กับเด็ก ๆ หัวหน้าหมู่บ้านจะไม่สนับสนุนสิ่งนี้ได้อย่างไร

จบบทที่ ตอนที่ 126 ปัญหาเรื่องการเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว