- หน้าแรก
- 1980 ย้อนเวลามาเป็นนักล่าที่ไม่มีใครกล้าแตะ
- บทที่ 972 ผู้ล่วงละเมิดพื้นที่ป่า
บทที่ 972 ผู้ล่วงละเมิดพื้นที่ป่า
บทที่ 972 ผู้ล่วงละเมิดพื้นที่ป่า
ฝ่ามือและหลังมือของชวี่ไห่ปัวบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะจนเห็นกระดูก
ต่อให้เชือกจะขาดไปแล้ว
เขาก็ไม่เหลือสภาพที่จะท้าทายใครได้อีกต่อไป
ไช่ชีหยุดม้าลงพร้อมกับชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นักรบม้าทุกคนหยุดตาม
ท่ามกลางทุ่งกว้าง ชายในชุดนวมสีดำคนหนึ่งเดินออกมา เขาคาบบุหรี่ไว้ในปาก
เอียงคอเล็กน้อยขณะสาวเท้าเดินตรงมาหาไช่ชี
“ยังจำข้าได้ไหม?”
ไช่ชีหรี่ตาลงมอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ที่แท้ก็มือดาบอาหมัน
นึกว่าแกตายไปนานแล้วเสียอีก”
ในอดีต บนเทือกเขาต้าซิงอันหลิงเคยมีมือดาบคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
เขาลงมือสังหารครอบครัวของนักรบม้าหยางหมิงยกครัว
เหตุการณ์นั้นสร้างความโกรธแค้นให้คนในพื้นที่ป่าอย่างมาก
จนถูกเหล่านักรบม้าไล่ล่าหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในหุบเขาคนป่า
สุดท้ายมือดาบอาหมันตัดสินใจกระโดดหน้าผาหนีตาย
ไม่คิดเลยว่าอาหมันจะยังมีชีวิตอยู่ และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในตอนนี้
อาหมันเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
ดูอัปลักษณ์ราวกับปีศาจร้าย
“ข้ายังไม่ตายแน่นอน หลังจากข้าหนีเข้าด่านไป
เพลงดาบของข้าก็รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก”
“ไช่ชี ในวันที่พวกแกไม่มีปืน พวกแกก็เป็นแค่พวกกระจอก”
“และวันนี้ ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวที่มาที่นี่”
อาหมันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เหล่าศัตรูในยุทธภพต่างพากันมารวมตัวกันที่นี่
พื้นที่ป่าจูเชว่นั้นเผด็จการเกินไปจนไปล่วงเกินผู้คนไว้มากมาย
เมื่อก่อนพวกแกมีคน มีปืน เหล่ายุทธภพจึงไม่กล้าขยับตัว
แต่ตอนนี้ไม่มีปืนแล้ว ใครจะไปกลัวพวกแก?
ไช่ชีจ้องมองอาหมัน ก่อนจะขยับขาพุ่งตัวลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
“งั้นพวกแกก็ดาหน้าเข้ามาให้หมดเลยสิ”
“มันจะมีประโยชน์อะไร?”
อาหมันแค่นยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเริ่มออกวิ่งทันที
ทันใดนั้นดาบยาวสีดำเล่มหนึ่งก็สไลด์ออกมาจากแขนเสื้อ
เขาลากดาบไปกับพื้นดินจนเกิดประกายไฟพุ่งกระจาย
“ตูม!”
ก้อนหินแตกกระจายด้วยอานุภาพความแรง รังสีอำมหิตของอาหมันช่างรุนแรงนัก
เหล่ายุทธภพที่แอบซ่อนตัวอยู่ต่างพากันตกตะลึง
“เขา... เขาเข้าสู่ระดับเซียนเทียนแล้ว”
“ปราณดาบระดับเซียนเทียน!”
ชวี่ไห่ปัวที่นอนอยู่บนพื้นมองดูด้วยความตกใจ มือดาบอาหมันช่างร้ายกาจนก
เพียงแค่เพลงดาบนี้
ทีมศิลปะการต่อสู้สือช่าไห่คงไม่มีใครต้านทานได้แม้แต่คนเดียว
ดาบถูกวาดขึ้น กลายเป็นประกายเจิดจ้าดุจสายฟ้าฟาด
ทว่าในวินาทีต่อมา ไช่ชีกลับสะบัดแส้ในมือออกไป
“เพียะ!”
มันรวดเร็วยิ่งกว่าปราณดาบเสียอีก แส้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของมือดาบอาหมันอย่างจัง
ร่างของอาหมันกระเด็นลอยละลิ่วไปพร้อมเสียงร้องโหยหวน
ไช่ชีเดินตรงเข้าไปหาอาหมัน สะบัดแส้หวดลงไปอีกครั้ง
“เพียะ!”
แส้ฟาดเข้าที่แขนขวาจนกระดูกหักสะบั้น ดาบยาวในมือร่วงหล่นลงพื้น
ไช่ชีใช้เท้าเหยียบลงบนร่างของอาหมัน
จ้องมองด้วยสายตาที่อำมหิตถึงขีดสุด “ระดับเซียนเทียนรึ?
วิเศษนักหรือไง?”
“ปีนั้น แกฆ่าครอบครัวของหยางหมิง นักรบม้าจูเชว่ของข้ายกครัวห้าชีวิต”
“วันนี้ แกจงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ”
รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่าน แววตาของไช่ชีเย็นชาไร้ความรู้สึก
อาหมันเหลือดวงตาเพียงข้างเดียว เพราะแส้เมื่อครู่ฟาดจนดวงตาแตกไปข้างหนึ่งแล้ว
“แก!”
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจของอาหมัน ไช่ชีแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากนัก
เขาที่เข้าสู่ระดับเซียนเทียนแล้ว
กลับถูกไช่ชีสะบัดแส้เพียงครั้งเดียวก็กลายเป็นคนพิการไปเสียได้
“เพียะ!”
ไช่ชีสะบัดแส้หวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อาหมันส่งเสียงร้องได้เพียงครั้งเดียวก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาอีก
ร่างของเขาถูกแส้ฟาดจนแหลกเหลว เลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
ชวี่ไห่ปัวและคนอื่น ๆ มองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ
พวกเขาเริ่มเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ริอ่านมาตอแยพื้นที่ป่าแห่งนี้
เมื่อก่อนนึกว่าที่พื้นที่ป่ากร่างได้เพราะมีปืน
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า ต่อให้ไม่มีปืน
ฝีมือการต่อสู้ของคนพวกนี้ก็อยู่ในระดับที่สูงส่งจนน่าขนลุก
ไช่ชีเงยหน้าขึ้นกะทันหัน แววตาดุร้ายกวาดมองไปรอบทิศทาง
“ฉันจะนับถึงสาม... ไสหัวไปให้หมด!”
“ใครที่ยังกล้ามาวอแวพื้นที่ป่าอีก
ฉันจะทำให้มันไม่มีโอกาสได้เดินออกจากตำบลจูเชว่ไปได้อีกตลอดกาล”
“หนึ่ง!”
เพียงแค่ไช่ชีนับถึงหนึ่ง รอบข้างก็เริ่มมีเสียงความเคลื่อนไหว
เหล่าศัตรูในยุทธภพต่างพากันวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศละทาง
การที่ไช่ชีหวดแส้สังหารมือดาบอาหมันจนตายนั้น สร้างความหวาดผวาไปทั่วทั้งยุทธภพ
ชวี่ไห่ปัวเองก็รีบบอกกับไช่ชีว่า “ผมผิดไปแล้ว ปล่อยผมไปเถอะครับ”
ลูกศิษย์ทั้งสามคนก็ร้องไห้โฮพลางตะโกนว่า
“พวกเราเป็นนักเรียนโรงเรียนวูซูสือช่าไห่
ได้โปรดเถอะครับ อย่าฆ่าพวกเราเลย”
ไช่ชีเดินตรงไปหาชวี่ไห่ปัว แส้ม้าในมือชุ่มไปด้วยเลือดสด ๆ
“ชวี่ไห่ปัว พ่อของแกเป็นพวกลักลอบขุดแร่เถื่อน เขาสมควรได้รับกรรมแล้ว”
“ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย”
“ไสหัวออกไปจากตำบลจูเชว่ซะ แล้วกลับไปที่สือช่าไห่ของแกซะเดี๋ยวนี้!”
ชวี่ไห่ปัวเงยหน้าขึ้น รีบตอบรับทันที “ไปครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ชวี่ไห่ปัวพาลูกศิษย์ทั้งสามคนวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
ท่ามกลางสายลมหนาว เหล่านักรบม้าต่างพากันหัวเราะร่า
คนพวกนี้รึคิดจะมาล่วงละเมิดพื้นที่ป่า?
ไช่ชียังคงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อครู่เขารู้สึกเหมือนมีใครบางคนแอบซุ่มดูอยู่
เขามองหาอยู่นานแต่ก็ไม่พบอะไร จึงได้แต่นำกำลังคนเดินทางกลับ
ในป่าลึกที่อยู่ไกลออกไป หวังเฮ่อและเหลียงป๋อ ลูกน้องของหวังเยี่ยนชิง
วางกล้องส่องทางไกลลงแล้วหันมามองหน้ากัน
“พวกคนอีสานนี่มันป่าเถื่อนจริง ๆ ยุคไหนสมัยไหนแล้วยังมีกองทหารม้าอยู่อีก”
“ตาแก่คนนั้น... ระดับเหนือเซียนเทียนงั้นเหรอ? ซัดมือดาบคนนั้นจนตายคามือเลย”
หวังเฮ่อเผยสีหน้าดูแคลนก่อนจะกล่าวว่า
“พวกเราไม่ได้จะมาท้าทายฝีมือกับพวกมันเสียหน่อย”
“ไปเถอะ กลับไปรายงานลูกพี่กัน”
“ลูกพี่มาถึงแล้วเหรอ?”
แก๊งของหวังเยี่ยนชิงใช้วิธีแยกย้ายกันเดินทาง แล้วค่อยไปสมทบกันตามจุดนัดพบ
หวังเยี่ยนชิงต่อให้มาถึง เขาก็คงเข้าเมืองต้าซิงไปเลย
ไม่จำเป็นต้องมาที่ตำบลจูเชว่แห่งนี้
ในขณะที่หวังเฮ่อและเหลียงป๋อกำลังจะหันหลังกลับ
ทันใดนั้นที่เบื้องหลังของพวกเขาก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
“ลูกพี่ของพวกแก... คือใคร?”
“อะไรนะ?”
ทั้งหวังเฮ่อและเหลียงป๋อต่างชะงักกะทันหัน ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมอง
ที่เบื้องหลังของคนทั้งสอง มีม้าหนึ่งตัว และคนหนึ่งคน
มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
จบบท