เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 961 โทรศัพท์เครื่องนั้น

บทที่ 961 โทรศัพท์เครื่องนั้น

บทที่ 961 โทรศัพท์เครื่องนั้น


ภายในห้อง บนโซฟา สภาพดูยับเยินกระจัดกระจาย

เซวี่ยเหมยผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอนอนพังพาบอยู่บนโซฟาโดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

จ้าวเจิ้งกลับมีสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ฝีมือของเขายังถือว่าไม่ตก

จ้าวเจิ้งหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาสะบัดเบาๆ ให้บุหรี่เด้งออกมามวนหนึ่ง

“ขอบุหรี่ฉันมวนหนึ่งได้ไหมคะ?” เซวี่ยเหมยเอ่ยปากขอพลางวางมือลงบนเอวของจ้าวเจิ้ง

“คุณนี่ร้ายจริงๆ!”

จ้าวเจิ้งหัวเราะอย่างลำพองใจพลางจุดบุหรี่ให้เซวี่ยเหมย

“ต่อไปนี้ เธอคือผู้หญิงของฉัน”

เซวี่ยเหมยสูบบุหรี่เข้าไปคำหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบา “เฮ้อ ฉันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ

ที่อ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

“เธอเนี่ยนะอ่อนแอ? มีฉันอยู่ทั้งคน เธอมีแต่จะแข็งแกร่งขึ้น”

จ้าวเจิ้งพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเริ่มดึงสติกลับมาให้สงบเยือกเย็น

เขาหันไปมองเซวี่ยเหมยอีกครั้งแล้วถามว่า

“คนของเธอจะมาถึงเมื่อไหร่?”

“คะ?”

เซวี่ยเหมยไม่นึกว่าจ้าวเจิ้งจะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้

แม้แต่ความกระหายในแววตาก็หายวับไป

เหลือเพียงความเย็นชา สำหรับเซวี่ยเหมยแล้ว

เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์เท่านั้น

แต่เซวี่ยเหมยไม่กล้าขัดขืน หากวันนี้เธอไม่ยอมตามใจเขา

เธอคงไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่แน่

อิทธิพลของตระกูลจ้าวนั้นยิ่งใหญ่เกินไป

“ถ้าพวกเขาเดินทางมาจากพรมแดนแล้ว จะรีบติดต่อฉันมาทันทีค่ะ”

“ไม่พอ!”

“อะไรไม่พอคะ? คุณยังจะเอาอีกเหรอ?”

เซวี่ยเหมยที่ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าด้วยซ้ำมองจ้าวเจิ้งอย่างตกตะลึง

มุมปากของจ้าวเจิ้งยกยิ้มขึ้นพลางกล่าวเสียงเรียบ “คนของเธอไม่พอ

ฉันต้องการคนมากกว่านี้ ก่อนช่วงตรุษจีน

เธอจะติดต่อคนมาได้เพิ่มอีกเท่าไหร่?”

“คุณหมายความว่ายังไงคะ?”

เซวี่ยเหมยมองจ้าวเจิ้งด้วยความตกใจ แค่ติดต่อองค์กรขวานรบ (จั้นฝู่)

ยังไม่พออีกหรือ

นี่เขาคิดจะจ้างทหารรับจ้างต่างชาติกลุ่มอื่นอีกงั้นหรือ?

“กี่คนก็ได้? ฉันจ่ายเงินให้เธอ แล้วเธอจะหาคนมาให้ฉันได้เท่าไหร่?”

จ้าวเจิ้งเน้นเสียงหนัก เซวี่ยเหมยรีบลุกขึ้นนั่งและเริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก

สิ่งที่เธอคิดคือเธอจะได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้มากแค่ไหน

“ฉันยังสามารถติดต่อทีมทหารรับจ้างได้อีกสามทีมค่ะ

พวกเขากล้าลอบเข้ามาในหัวเซี่ยแน่นอน”

“ประมาณห้าสิบกว่าคน น่าจะไม่มีปัญหาค่ะ ถ้ามากกว่านั้นเกรงว่าจะถูกตรวจพบได้ง่าย”

“งั้นเหรอ?”

จ้าวเจิ้งหรี่ตาลงพลางหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเขียนตัวเลขสามล้านหยวนลงไป

“บอกพวกมัน ให้ไปรวมตัวกันที่หลิงไห่เสวี่ยหยวน (ป่าหิมะ)”

“ทำหน้าที่ของเธอให้ดีก็พอ”

“ออกไปได้แล้ว”

จ้าวเจิ้งไล่เซวี่ยเหมยออกไป

เซวี่ยเหมยรับเช็คมาด้วยความมั่นใจว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือ

แต่เธอไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่มีเงินจ้าง จะให้เธอทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ถึงจ้าวเจิ้งจะแก่มากแล้ว แต่เขาก็มีทั้งเงินและอำนาจ

“งั้นฉันขอตัวนะคะ!”

เมื่อเซวี่ยเหมยจากไป บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

“ติดต่อเหล่าจาง ให้พวกมันหาพวดยอดฝีมือในยุทธจักรมาให้ฉัน

จะเสียเงินเท่าไหร่ก็ได้”

“ครับ!”

“แล้วก็ ทางฝั่งมองโกเลียนอก แกพอจะรู้จักพวกแก๊งลักลอบขุดเหมืองบ้างไหม?”

บอดี้การ์ดรีบพยักหน้าทันที “ควงซาน (ขุนเขาคลั่ง) ครับ

พวกมันเป็นชาวมองโกเลียที่ดุร้ายมาก

ไม่ได้ทำงานแค่ในมองโกเลียนอก แต่ยังชอบดักปล้นรถไฟบ่อยๆ ด้วย”

“ดี ยิ่งดุร้ายยิ่งดี”

“พามันมาหาฉัน”

“เจ้านายครับ?”

บอดี้การ์ดมองจ้าวเจิ้งอย่างตกตะลึง คนพวกนั้นคืออาชญากรโหดเหี้ยม

หากพวกมันเข้ามาที่นี่

เราจะควบคุมพวกมันไม่ได้เลย

“ไม่ต้องพามันมาที่ตัวจังหวัด ให้พวกมันไปที่หลิงไห่เสวี่ยหยวน

ให้พวกมันฆ่าได้ตามใจชอบเลย”

“ฆ่าได้หนึ่งคน ฉันให้รางวัลหนึ่งพันหยวน”

“ถ้าฆ่าคนตระกูลหยางได้ เอาหัวมันมาแลกเงินหัวละหนึ่งหมื่นหยวน”

“คนในชนเผ่าจูเชว่ก็เหมือนกัน”

แววตาของจ้าวเจิ้งเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เขาจ้องมองบอดี้การ์ดพลางกล่าวว่า

“ฉันไม่คิดจะเล่นสนุกกับพวกมันอีกต่อไปแล้ว

แค่พื้นที่ป่าจูเชว่กระจอกๆ

ฉันจะลบมันทิ้งตอนไหนก็ได้”

“พวกมันก็แค่ริ้นปลวก”

“เพียงแค่ฉันนั่งอยู่ที่นี่ พวกมันก็ต้องตาย!”

จ้าวเจิ้งถูกกระตุ้นจนถึงที่สุด

เขาตัดสินใจใช้กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้เพื่อกวาดล้างพื้นที่ป่าจูเชว่

ฆ่าหยางไป่ และทำลายชนเผ่าจูเชว่ให้สิ้นซาก

เขาจะเปลี่ยนป่าหิมะแห่งนี้ให้กลายเป็นขุมนรก

บอดี้การ์ดไม่กล้าปริปาก ได้แต่ถอยออกไปทำตามคำสั่ง

จ้าวเจิ้งจัดระเบียบเสื้อผ้าพลางมองไปยังราตรีที่มืดมิดนอกหน้าต่างแล้วหัวเราะร่าออกมา

“มีเงินก็บันดาลได้ทุกอย่าง พวกแกมีอำนาจแต่จะทำได้อย่างฉันไหม?”

“ลูกพ่อ พ่อกำลังแก้แค้นให้ลูกอยู่นะ”

“พ่อจะให้พวกมันตามหาไอ้ตงเสินนั่นด้วย แล้วฆ่ามันทิ้งซะ”

“พ่อจะแก้แค้นให้ลูกให้ได้!”

...

เซวี่ยเหมยกระชับเสื้อบุฝ้ายให้แน่นขึ้น อากาศข้างนอกหนาวจัด

ในที่สุดเธอก็กลับมาถึงบ้านหลังน้อยของเธอ

บ้านหลังนี้เป็นสถาปัตยกรรมทรงญี่ปุ่น ซึ่งทั้งถนนสายนี้ก็เต็มไปด้วยบ้านสไตล์นี้

เซวี่ยเหมยชอบสไตล์ญี่ปุ่นมาก

หลังจากรวยแล้วเธอก็ตั้งใจจะไปญี่ปุ่นเพื่อไปดูดอกซากุระและชมความงามของภูเขาไฟฟูจิ

เซวี่ยเหมยจ้างแม่บ้านไว้ด้วย ทุกครั้งที่กลับมาเธอจะต้องอาบน้ำอุ่นเสมอ

ทว่าวันนี้เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน กลับพบว่าในบ้านหนาวเย็นมาก

หน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้ทุกบาน

“ป้าหวัง ทำอะไรน่ะ?”

เซวี่ยเหมยโกรธจัด ถึงขั้นเตรียมจะไล่ป้าหวังออก

แต่ในวินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องครัว

ในมือถือขนมปังอยู่แผ่นหนึ่ง

“แกเป็นใคร?”

เซวี่ยเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอ

ทั้งที่ถนนฝั่งตรงข้ามก็คือสถานีตำรวจ สภาพความปลอดภัยก็น่าจะดีแท้ๆ

นี่คือเหตุผลที่เซวี่ยเหมยเลือกอยู่ที่นี่

หยางไป่เคี้ยวขนมปังพลางจ้องมองเซวี่ยเหมย เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา

บนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่งจดอยู่

“เบอร์ของคุณใช่ไหม?”

เซวี่ยเหมยมองเบอร์โทรศัพท์นั้น แล้วหันกลับมาสำรวจหยางไป่อีกครั้ง

“จะมาติดต่อทำธุรกิจงั้นเหรอ?”

จบบท

จบบทที่ บทที่ 961 โทรศัพท์เครื่องนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว