- หน้าแรก
- 1980 ย้อนเวลามาเป็นนักล่าที่ไม่มีใครกล้าแตะ
- บทที่ 935 ดึงดันไม่ยอมไป
บทที่ 935 ดึงดันไม่ยอมไป
บทที่ 935 ดึงดันไม่ยอมไป
ชาวบ้านเริ่มมาออกันที่หน้าประตูบ้านตระกูลหยางมากขึ้นเรื่อยๆ โจวไห่ทำเป็นหน้าหนาถือของขวัญยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงนั้น อย่างไรเสียเขาก็พึงพอใจในตัวหยางเสี่ยวจวี๋มาก
ชวีฟางเองก็ยิ้มแย้มไม่แพ้กัน เธอรู้ว่าน้าซางรับมือได้ยาก จึงหันไปมองหยางเสี่ยวจวี๋แล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวจวี๋ นี่เธอไม่รู้เหรอ? เมื่อวานพี่เขยเธอไม่ได้บอกหรือไง? โจวไห่เขาเป็นคนดีนะ ลองดูเขาสิ”
หยางเสี่ยวจวี๋ไม่รู้เรื่องที่เซี่ยตงพูดไว้เลยสักนิด เมื่อมีคนมามุงดูมากมายขนาดนี้ เธอจึงไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
น้าซางได้ยินเข้าก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที นึกด่าเซี่ยตงในใจว่าทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง “เสี่ยวจวี๋ เข้าบ้านไปเถอะ” ซางต้าเจี่ยวต้องการให้หยางเสี่ยวจวี๋กลับเข้าบ้านไปเสีย ซึ่งเธอก็รีบเดินเข้าไปด้วยความหวาดกลัว
“เสี่ยวจวี๋ พวกเราขอเข้าบ้านไปด้วยคนสิ” ชวีฟางตั้งท่าจะตามเข้าไป แต่ซางต้าเจี่ยวแค่นยิ้มเย็นขวางทั้งคู่ไว้ “พวกแกจะเข้าบ้านไปทำไม?” “ฟังนะ รีบไสหัวไปจากที่นี่ซะ เสี่ยวจวี๋จะไม่ดูตัวทั้งนั้น” “กลับไปในที่ที่พวกแกจากมาเถอะ”
เมื่อชวีฟางเห็นซางต้าเจี่ยวขวางไว้อีกครั้ง เธอจึงจับใจความจากการซุบซิบของชาวบ้านแถวนั้นได้ว่าซางต้าเจี่ยวเองก็เป็นแม่สื่อเหมือนกัน “โอ๊ะโฮะ เพื่อนร่วมอาชีพงั้นเหรอ?” รอยยิ้มบนใบหน้าชวีฟางมลายหายไป เปลี่ยนเป็นท่าทีท้าทายแทน “นี่เธอก็มาจัดหาคู่เหมือนกันเหรอ? ฉันก็นึกว่าเป็นญาติโกโหติกาที่ไหนเสียอีก” “บอกไว้ก่อนนะว่าไม่มีประโยชน์หรอก หยางเสี่ยวจวี๋น่ะเป็นผู้หญิงของโจวไห่ไปแล้ว”
ซางต้าเจี่ยวไม่เคยเห็นใครจะหน้าด้านไร้ยางอายได้เท่านี้มาก่อน ทั้งที่ฝ่ายหญิงยังไม่ตกลงแท้ๆ กลับมาอ้างว่าเป็นผู้หญิงของโจวไห่เสียอย่างนั้น “แกน่ะฝันเฟื่องไปเองแล้ว ไสหัวไปซะ” “เร็วๆ เข้า!” ซางต้าเจี่ยวคร้านจะเสวนากับคนพรรค์นี้ เธอต้องการจะเข้าไปปลอบใจหยางเสี่ยวจวี๋ “จะให้พวกเราไปเราก็ไปงั้นเหรอ” “ทุกคนคะ ช่วยมาตัดสินที”
ชวีฟางหันไปตะโกนป่าวประกาศกับชาวบ้านพลางชี้ไปที่ซางต้าเจี่ยว “นังคนนี้ใช่คนบ้านตระกูลหยางหรือเปล่าคะ?” “โจวไห่ของพวกเราน่ะทำงานอยู่ในเมืองเชว่เชียวนะ เป็นคนดีขนาดไหน” “อุตส่าห์ดั้นด้นมาดูตัวกับหยางเสี่ยวจวี๋มันลำบากแค่ไหนรู้ไหม” “นังผู้หญิงคนนี้กลับมาขวางไว้ ช่างมีเจตนารมณ์ที่ชั่วร้ายนัก โบราณเขาว่าไว้ว่ายอมทำลายวัดดีกว่าทำลายงานมงคล” “ทำแบบนี้มันไร้คุณธรรมสิ้นดีเลย”
ชวีฟางยืนแผดเสียงอยู่ที่หน้าประตู ซางต้าเจี่ยวมองท่าทางของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าทะมึน “ใครไร้คุณธรรมกันแน่ รู้อยู่แก่ใจ” “ปัง!” ซางต้าเจี่ยวปิดประตูใส่หน้าทันที ขณะที่ชาวบ้านรอบๆ ต่างก็ไม่ได้คล้อยตามคำพูดของชวีฟาง พวกเขาพากันวิพากษ์วิจารณ์พลางถลึงตาใส่เธอ
ภายในใจชวีฟางเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล คนหมู่บ้านไป่ไช่นี่มันยังไงกัน? โจวไห่เห็นประตูบ้านถูกปิดใส่หน้าก็เริ่มกระวนกระวาย “คุณแม่สื่อครับ จะทำยังไงดี? ผมอยากได้เธอคนนี้”
โจวไห่ไม่ได้แค่ถูกตาต้องใจในรูปร่างหน้าตาของหยางเสี่ยวจวี๋เท่านั้น แต่ฐานะของบ้านตระกูลหยางนั้นดีเกินคาด ที่นี่ยังมีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์อีก เมื่อกี้ชาวบ้านยังบอกอีกว่าหยางเสี่ยวจวี๋ก็เลี้ยงแกะไว้ด้วย
ชวีฟางกลอกตาไปมาพลางยืนแผดเสียงเรียกเข้าไปข้างใน “เสี่ยวจวี๋ ให้พวกเราเข้าไปเถอะนะ” “มาคุยกันดีๆ เถอะ” “ถ้าไม่ให้พวกเราเข้าไป บ้านตระกูลหยางของเธอก็จะกลายเป็นคนไร้มารยาทนะ” “มีอะไรก็ออกมาพูดกันเถอะ ดีไหม? นี่มันเรื่องใหญ่ในชีวิตเธอเลยนะ”
“โจวไห่ชอบเธอมากนะ” “ถ้าพวกเธอสองคนได้อยู่ด้วยกัน ชีวิตต้องเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ เธออยู่ตัวคนเดียวมันลำบากแค่ไหนกัน ยามค่ำคืนต้องนอนหนาวสั่นอยู่ในผ้าห่มคนเดียว...” ชวีฟางเริ่มพูดจาเลอะเทอะไม่เป็นเรื่อง จนแม้แต่หญิงชาวบ้านแถวนั้นยังต้องก้มหน้าหลบด้วยความกระดากอาย
หยางเสี่ยวจวี๋ที่นั่งฟังอยู่ในบ้านถึงกับร้องไหอกมา “ฉันไม่แต่ง!” “น้าซาง น้าเองก็รู้เรื่องนี้ใช่ไหมคะ? พี่เขยรองเป็นคนแนะนำมาเหรอ?” หยางเสี่ยวจวี๋คาดไม่ถึงเลยว่าจะเจอคนพรรค์นี้มาหาถึงบ้าน ทำไมคนในบ้านถึงต้องปิดบังเรื่องนี้กับเธอด้วย?
ซางต้าเจี่ยวเห็นหยางเสี่ยวจวี๋ร้องไห้ก็รีบเข้าไปสวมกอดไว้ “เป็นฝีมือพี่เขยรองของเธอนั่นแหละ เมื่อวานพวกเราไม่มีใครเห็นด้วยสักคน” “พวกเราก็เลยไม่ได้บอกให้เธอรู้” “เสี่ยวจวี๋ ไม่ต้องกังวลนะ พวกเราไม่มีวันปล่อยให้เธอแต่งงานกับคนพรรค์นี้แน่” “ฉันจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น!”
หยางเสี่ยวจวี๋พุ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคประตูทันทีโดยไม่ยอมให้น้าซางเข้าไป ซางต้าเจี่ยวเริ่มกังวลรีบเคาะประตูเรียกไม่หยุดเพราะเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไป ทว่าในขณะนั้นเอง หยางเสี่ยวฟางก็ขี่จักรยานเข้ามาในหมู่บ้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
หยางเสี่ยวฟางกับเฉาเฉียงได้รับการยอมรับจากพ่อแม่ตระกูลเฉาแล้ว เธอจึงตั้งใจจะกลับมาปรึกษากับผู้เป็นพ่อเรื่องหาเวลาให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาพบหน้ากัน “เกิดอะไรขึ้นที่บ้านน่ะ?” หยางเสี่ยวฟางขี่จักรยานเข้ามาแล้วเห็นผู้คนมารวมตัวกันที่หน้าบ้านมากมายขนาดนี้
ชาวบ้านเมื่อเห็นหยางเสี่ยวฟางมาถึงก็รีบคว้าตัวเธอไว้พลางเล่าเรื่องที่มีคนมาสู่ขอให้ฟัง “พี่เขยรองแนะนำมาเหรอ?” “มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?” ชาวบ้านพากันเปิดทางให้หยางเสี่ยวฟางเดินเข้าไปข้างใน
ชวีฟางเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาก็รีบปั้นยิ้มแบบมืออาชีพทันที “เธอเป็นน้องสาวของเสี่ยวจวี๋สินะ” “มาช่วยตัดสินให้ทีสิจ๊ะ พวกเรามาถึงที่แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมให้เข้าบ้าน”
หยางเสี่ยวฟางปรายตามองชวีฟางก่อนจะหันไปจ้องโจวไห่ เมื่อโจวไห่เห็นหยางเสี่ยวฟาง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหยางเสี่ยวฟางนั้นงดงามยิ่งกว่าหยางเสี่ยวจวี๋เสียอีก
แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าหยางเสี่ยวฟางดูท่าจะเป็นสาวใหญ่ ด้วยเงื่อนไขอย่างเขาคงจะคว้าสาวบริสุทธิ์แบบนี้ได้ยาก หยางเสี่ยวฟางไม่ได้สนใจชวีฟางแม้แต่น้อย เธอเดินไปเคาะประตูบ้านพลางตะโกนเรียก “ฉันกลับมาแล้วค่ะ น้าซาง เปิดประตูให้หน่อย”
จบบท