- หน้าแรก
- ชาตินี้ ผมขอพกมิติ มาเปลี่ยนยุคอดอยากให้เป็นยุคทอง
- บทที่ 381 เจอคนหาเรื่อง จางหมาจื่อถูกสั่งสอน
บทที่ 381 เจอคนหาเรื่อง จางหมาจื่อถูกสั่งสอน
บทที่ 381 เจอคนหาเรื่อง จางหมาจื่อถูกสั่งสอน
จ้าวเหล่าซื่อเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาชัดๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
"จางหมาจื่อ แกมาทำอะไรที่นี่" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ
จางหมาจื่อผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
"พวกฉันได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางนี้ ก็เลยแวะมาดูหน่อยน่ะสิ"
จากนั้นก็กวาดสายตามองพวกหลี่ไคซินทั้งห้าคน
"แล้วนี่ ใครกันล่ะเนี่ย ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ใช่คนหมู่บ้านแกนี่นา"
"เรื่องของฉัน แกไม่ต้องยุ่ง!"
จ้าวเหล่าซื่อตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า "ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็พาคนของแกไสหัวไปได้แล้ว"
จางหมาจื่อไม่ยอมถอย ซ้ำยังก้าวเข้ามาใกล้อีกสองก้าว สายตาเอาแต่จ้องซากหมูป่าสามตัวบนพื้นอย่างไม่วางตา
จ้าวเหล่าซื่อรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร สีหน้ายิ่งเคร่งเครียด "แกคิดจะทำอะไร นี่หมูป่าที่น้องชายฉันยิงได้นะ"
"เสี่ยวซื่อ แกพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ"
จางหมาจื่อแสยะยิ้ม "กฎของการเข้าป่าคือ เจอของดีต้องแบ่งกัน อีกอย่างพวกฉันก็เดินมาตั้งไกล ยังไงก็ต้องแบ่งให้พวกฉันบ้างสิ"
สิ้นคำพูด ลูกน้องวัยรุ่นที่แต่งตัวเป็นพรานป่าก็ส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุน
แต่ละคนจ้องมองจ้าวเหล่าซื่อและพวกหลี่ไคซินด้วยสายตาท้าทาย
"จางหมาจื่อ ฝันไปเถอะ!" จ้าวเหล่าซื่อโกรธจนตัวสั่น ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย
จางหมาจื่อเห็นจ้าวเหล่าซื่อแข็งขืน ก็เลิกเสแสร้ง
เขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชา จ้องหน้าจ้าวเหล่าซื่อเขม็ง
"เสี่ยวซื่อ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ เห็นแก่ที่อยู่คอมมูนเดียวกัน ตอนแรกฉันกะจะเหลือไว้ให้แกสักตัว แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องแล้ว"
ส่วนพวกหลี่ไคซิน เขากลับไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด
ดูจากการแต่งตัวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนแถวนี้ คงเป็นพวกคนเมืองที่เพิ่งหัดเข้าป่าแหงๆ
จ้าวเหล่าซื่อกำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่หลี่ไคซินยกมือขึ้นห้ามไว้
"พี่ชาย หมูป่าพวกนี้ฉันเป็นคนยิงได้ พี่ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ" หลี่ไคซินก้าวออกมายืนข้างหน้า มองจางหมาจื่อด้วยสายตาเรียบเฉย
จางหมาจื่อชะงักไปนิด กวาดสายตามองหลี่ไคซินตั้งแต่หัวจรดเท้า
พอเห็นว่าเป็นแค่เด็กหนุ่ม ก็หัวเราะเยาะ "ไอ้หนู พวกฉันจะเอาหมูป่าแล้วมันทำไมฮะ ไม่พอใจก็หุบปากไปซะ"
จากนั้นก็หันไปโบกมือสั่งลูกน้อง "เฮ้ยพวกเรา ลากหมูป่ากลับไปเว้ย วันนี้เราจะได้กินเนื้อกันให้อิ่มหนำสำราญไปเลย"
พวกลูกน้องพยักหน้ารับ ถลกแขนเสื้อเตรียมจะเข้าไปลากหมูป่า
หลี่ไคซินไม่ได้โกรธเคือง เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แกชื่อจางหมาจื่อใช่ไหม ก่อนจะลงมือ คิดให้ดีๆ ก่อนนะ"
"อ้าวเฮ้ย!"
จางหมาจื่อไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะกล้าปากดีใส่ จึงเอียงคอเดินเข้าไปหา
"ไอ้หนู หมูป่าสามตัวนี่แกเป็นคนยิงจริงๆ เหรอ อย่ามาทำเก่งเดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ"
"ในป่านี้น่ะ ไม่เหมือนที่อื่นนะ ต่อให้ตายเป็นผีเฝ้าป่าก็ไม่มีใครรู้หรอก"
ขู่เสร็จ ก็ยกมือขึ้นกะจะตบหน้าหลี่ไคซิน
แต่หลี่ไคซินไวกว่า คว้าข้อมือของจางหมาจื่อไว้แน่น แล้วบิดเบาๆ
จางหมาจื่อยังไม่ทันตั้งตัว ร่างก็งอพับลงไปตามแรงบิด
"โอ๊ยๆๆๆ! ไอ้หนู ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
เขาสูดปากด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
ลูกน้องของจางหมาจื่อเห็นหัวหน้าโดนจับ ก็ทิ้งหมูป่า ทำท่าจะกรูกันเข้ามาช่วย
หลี่ไคซินปรายตามองพวกนั้น แล้วเพิ่มแรงบิดข้อมืออีกนิด
"ว่าไง จางหมาจื่อ ดูเหมือนลูกน้องแกอยากจะลองดีนะ"
ความเจ็บปวดแล่นปรี๊ดขึ้นมาจนทนไม่ไหว จางหมาจื่อแหกปากร้องลั่น "เฉียง... เฉียงจื่อ! พะ... พวกแกรออยู่ตรงนั้นแหละ อย่าเพิ่งขยับ!"
คนที่ชื่อเฉียงจื่อและพรรคพวกคนอื่นๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยหลังดี
จ้าวเหล่าซื่อยื่นดูจางหมาจื่อหมดสภาพอยู่ข้างๆ รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
หลายปีมานี้ จางหมาจื่อกับพรรคพวกมักจะอาศัยพวกมากลากไป ดักปล้นชาวบ้านที่มาหาของป่าเป็นประจำ คนในหมู่บ้านเขาเองก็เคยโดนมาหลายคนแล้ว
"จางหมาจื่อ ยังอยากจะแย่งของอยู่อีกไหมล่ะ"
จ้าวเหล่าซื่อก้มหน้าลงไปถามจางหมาจื่อด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
"ไม่แล้ว ไม่แล้ว!"
จางหมาจื่อรู้สึกเหมือนแขนกำลังจะหัก อยากจะหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ใจจะขาด
"พี่... พี่สี่ โอ๊ย ไม่ใช่ๆ ลูกพี่สี่ครับ บอกให้น้องชายคนนี้ปล่อยผมเถอะครับ! แขนผมจะหักอยู่แล้ว"
"หึ! ไม่กล้าก็ดีแล้ว!"
จ้าวเหล่าซื่อหันหน้าหนี มองหลี่ไคซินด้วยความเกรงใจ "น้องหลี่ จะเอายังไงดี"
ถึงแม้จางหมาจื่อจะน่ารังเกียจ แต่ยังไงก็เป็นคนหมู่บ้านใกล้เคียง ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นเอาชีวิต
หลี่ไคซินไม่พูดอะไร ปล่อยมือออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย
จางหมาจื่อเหมือนได้เกิดใหม่ รีบถอยกรูดไปหลายก้าว กุมข้อมือตัวเองสูดปากร้องโอดโอย
เฉียงจื่อและพรรคพวกเห็นดังนั้น ก็รีบเข้าไปประคอง
โจวจื่อหมิงรีบวิ่งเข้ามาหาอาจารย์ เริ่มพูดประจบสอพลอทันที
"อาจารย์ครับ ฝีมือเมื่อกี้สุดยอดไปเลยครับ! ไอ้จางหมาจื่อหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย!"
"ใช่ครับๆ!"
อู๋เทียน เฉียนต้าจวง และตู้จื่อเถิง ก็เข้ามารุมล้อม ช่วยกันพูดสนับสนุน
"พอแล้วๆ!"
หลี่ไคซินหัวเราะ โบกมือห้าม "พวกเรามาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าจะจัดการกับหมูป่าสามตัวนี้ยังไง"
จางหมาจื่อที่เพิ่งจะหายเจ็บ ได้ยินคำพูดพวกนั้นเข้า ก็หน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด
ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยโดนหยามหน้าขนาดนี้มาก่อน ความแค้นสุมอกจนแทบจะระเบิด
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย แย่งปืนลูกซองมาจากมือลูกน้อง แล้วยกขึ้นเล็งไปที่หลี่ไคซินทันที
"ตายซะเถอะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน"
เฉียงจื่อและพรรคพวกตกใจสุดขีด ร้องห้ามเสียงหลง "พี่จาง อย่านะ!"
"น้องหลี่ ระวัง!"
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เสียงปืน "ปัง! ปัง!" สองนัดก็ดังสนั่นขึ้น
จ้าวเหล่าซื่อหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ไม่กล้ามองภาพเบื้องหน้า ในใจคิดแต่ว่าจบสิ้นแล้ว
แต่พอเขาลืมตาขึ้นมา กลับเห็นจางหมาจื่อนอนกองอยู่กับพื้น ข้อมือมีรูโหว่เลือดไหลทะลัก นอนกุมแผลร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา
ในขณะที่หลี่ไคซิน ยืนถือปืนพกที่มีควันลอยกรุ่นออกมา สีหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ปล่อยมือจากจางหมาจื่อ หลี่ไคซินก็จับตาดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายมาตลอด เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
พวกโจวจื่อหมิงทั้งสี่ยืนอึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะตั้งสติได้
จากนั้น โจวจื่อหมิงก็ระเบิดอารมณ์โกรธ พุ่งเข้าไปเตะจางหมาจื่อสองทีซ้อน
"ไอ้ชาติหมา! ไอ้ระยำ! อาจารย์ฉันอุตส่าห์ไว้ชีวิต แกยังกล้าเล่นตุกติกอีกเหรอ!"
พร้อมกันนั้น อู๋เทียน เฉียนต้าจวง และตู้จื่อเถิง ก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่พรรคพวกของจางหมาจื่อทันที
จางหมาจื่อร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนพรรคพวกของเขา พอเห็นปากกระบอกปืนดำทะมึนจ่อมา ก็ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ขาสั่นพั่บๆ
ถึงตอนนี้ จ้าวเหล่าซื่อก็ไม่อยากจะพูดห้ามอะไรอีกแล้ว
เพราะการใช้ปืนในป่าถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ต่อให้ฆ่าทิ้งก็ไม่ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ
หลี่ไคซินควงปืนพกเล่นในมือ เดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจางหมาจื่อ ก้มมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา
ตอนนี้ข้อมือของจางหมาจื่อยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด พอเห็นปากกระบอกปืนจ่อมาที่ตัวเองอีก ก็กลัวจนเสียงร้องโอดโอยถูกกลืนหายกลับลงไปในคอ
"นะ... น้องชาย ฉะ... ฉันรู้ตัวแล้วว่าผิด ขอความกรุณาไว้ชีวิตฉันอีกสักครั้งเถอะนะ!"
หลี่ไคซินไม่สนใจจางหมาจื่อ หันไปมองลูกน้องของเขาแทน "พวกแก วางปืนลง แล้วไปนั่งยองๆ ตรงนั้นซะ"
ลูกน้องของจางหมาจื่อมีหรือจะกล้าขัดขืน
รีบทิ้งอาวุธในมือ แล้วเดินไปนั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แต่โดยดี ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
หลี่ไคซินถึงค่อยหันกลับมาหาจางหมาจื่อ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ปืนเมื่อกี้ แกตั้งใจจะยิงให้ฉันตายเลยใช่ไหม"
"มะ... ไม่ใช่ ฉะ... ฉันแค่วู่วามไปชั่วขณะเท่านั้นเอง"
จางหมาจื่อส่ายหน้ารัวๆ ริมฝีปากสั่นระริก
"วู่วามเหรอ" หลี่ไคซินลั่นไกปืนอีกครั้ง กระสุนเจาะทะลุข้อมืออีกข้างที่ยังดีอยู่ของจางหมาจื่ออย่างแม่นยำ
"อ๊ากกก!!" จางหมาจื่อแหกปากร้องลั่น นอนขดตัวกลมดิ๊กอยู่บนพื้น
พวกลูกน้องที่นั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินเสียงปืน ก็ตกใจจนตัวสั่นเทิ้ม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ในขณะที่หลี่ไคซินกำลังเล็งปืนไปที่ขาของจางหมาจื่อ
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มหนักแต่แฝงความร้อนรนดังมาจากไม่ไกล
แต่หลี่ไคซินก็ไม่ได้สนใจ ลั่นไกปืนยิงใส่ขาจางหมาจื่อไปอีกสองนัด ถึงได้ยอมเก็บปืน